เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 โทร์วแมนริงส์ (2)

บทที่ 57 โทร์วแมนริงส์ (2)

บทที่ 57 โทร์วแมนริงส์ (2)


เบเนียงกลับไปที่บ้านของเธอโดยบอกว่าเธอมีเรื่องที่ต้องคิดและเฟรย์ก็ถูกพาไปที่ห้องที่เขาพักซึ่งมันเป็นบ้านหลังเล็กๆที่อยู่รอบนอกของหมู่บ้าน

หลังจากที่เขาล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

จิเซลลันซึ่งเป็นฟอร์สออเนอของโทร์วแมนริงส์ได้มาหาเขา

“คุณพอมีเวลาสักนิดไหม?”

"อืมได้สิ"

“ขอบคุณ”

จีเซลแลนเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ

เขาดูกระเซิงเล็กน้อยราวกับว่าเขาไม่ได้อาบน้ำก่อนที่จะมาถึง

จิเซลลันมองลงไปที่ตัวเองและยิ้มอย่างขมขื่น

“ผมยังไม่ได้อาบน้ำเพราะผมรีบมาก”

"ไม่เป็นไร"

“ค่อยโล่งใจหน่อย ผมทำตัวขายหน้าจริงๆ”

เขากำลังพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

เฟรย์ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

“ผมมีคำถามสองสามข้อที่อยากจะถาม”

“ได้โปรดถามมาเลย”

“เรลลิคแบทเทิลคืออะไรกันแน่?”

ครู่หนึ่งสายตาของพวกเขาก็พบกัน

จิเซลลันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆอ้าปาก

“มันเป็นการดวลที่ผู้ชนะจะได้รับหนึ่งในไอเทมจากผู้แพ้ เดิมทีมันถูกจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสร้างมิตรภาพระหว่างผู้คนในเซอร์เคิล ... ตอนนี้ความหมายของมันได้เปลี่ยนไปอย่างมาก”

“คุณปฏิเสธไม่ได้เหรอ?”

“เรามีกลเม็ดเล็กๆน้อยๆที่จะใช้ได้ แต่…ตอนนี้สิ่งต่างๆ…”

ในขณะนั้นเฟรย์ตระหนักว่าเซอร์เคิลต่างๆนั้นไม่ค่อยกินเส้นกัน

พวกเขาเรียกตัวเองว่าเซอร์เคิลแต่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาเป็นเหมือนกลุ่มกองกำลังส่วนตัวที่ถูกบังคับให้รวมตัวกันและหมกมุ่นอยู่กับการแย่งชิงอำนาจซึ่งกันและกันมากกว่าที่จะช่วยเหลือจริงๆ

‘…’

ดวงตาของเขาจมลงอย่างแผ่วเบาแต่จิเซลลันกลับหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นโดยไม่รู้ตัว

“ผมเข้าใจแล้วคร่าวๆ หมายความว่าเซอร์เคิลที่เรียกตัวเองว่าบาซิลิสก์เทลกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงไอเทมจากโทร์วแมนริงส์ใช่มั้ย?”

"นั้น…"

จิเซลลันลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ด้วยคำแนะนำของเบเนียงที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขา

‘เธอบอกว่ามันจะดีกว่าที่จะบอกเขาทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมามากกว่าซ่อนเอาไว้ไม่ให้เขารู้’

เขาเป็นคนที่มาเพื่อตรวจสอบโทร์วแมนริงส์เป็นการส่วนตัว แม้ว่าพวกเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังก็ตาม

การซื่อสัตย์นั้นย่อมดีกว่าการถูกจับได้ว่าโกหกและหลอกลวง

จิเซลลันพยักหน้า

"คุณพูดถูก มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วและมันไม่จบไม่สิ้น ไม่ได้มีเพียงบาซิลิสก์เทลเท่านั่นที่เป็นพวกล่าไอเทม”

“คุณหมายถึงอะไร?”

“เรลลิคแบทเทิลระหว่างเซอร์เคิลสามารถเกิดขึ้นได้เดือนละครั้งเท่านั้น เซอร์เคิลขนาดเล็กและขนาดกลางที่อยู่ใกล้เราได้ผนึกกำลังกันแล้ว พวกเขาผลัดกันทุกเดือนเพื่อท้าประลองเรลลิคแบทเทิล และพวกเขาจะทำก็ต่อเมื่อมาสเตอร์เบเนียงหรือผู้บริหารคนอื่นๆไม่อยู่ในเซอร์เคิล”

จิเซลลันมองดูเฟรย์ที่พูดไม่ออกและพูดต่ออย่างขมขื่น

หากพวกเขาต่อสู้แบบตัวต่อตัวพวกเขาอาจจะชนะ แต่เมื่อทั้งสองกลุ่มได้รวมพลังกันมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น

เนื่องจากพวกเขาไม่มีพันธมิตรให้พึ่งพาโทร์วแมนริงส์จึงอยู่อย่างโดดเดี่ยวอย่างสิ้นเชิง

“คุณรู้ใช่ไหมว่าสถานการณ์ของโทร์วแมนริงส์นั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก?”

"ใช่"

“อันที่จริงมันแย่กว่าที่คุณคิดไว้มาก อำนาจของเราลดน้อยลงกว่าหนึ่งในสิบของตอนที่เราอยู่ในจุดสูงสุดและสมาชิกที่มีความสามารถของเราต่างก็กำลังปฏิบัติภารกิจระยะยาวเพื่อสร้างผลลัพธ์ มิฉะนั้นเซอร์เคิลของเราอาจจะล่มสลายและถูกเซอร์เคิลอื่นดูดกลืนไป”

เฟรย์เองก็ประหลาดใจเช่นกัน

นี่เป็นเพราะจิเซลลันบอกเขาอย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ล่อแหลมอย่างยิ่งที่พวกเขาอยู่

เขาตระหนักดีถึงความจริงที่ว่าโทร์วแมนริงส์ต้องการดึงคนที่มีพรสวรรค์เข้าร่วม

สำหรับพวกเขาแล้วแม้ว่าพวกเขาจะต้องโกหกพวกเขาก็อยากจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อดึงดูดคนที่มีพรสวรรค์

จิเซลลันซึ่งเดาได้ว่าเขาคิดอะไรจากสีหน้าของเขาตอบคำถามที่เขาไม่ได้พูด

“มาสเตอร์เบเนียงเป็นคนบอกให้ผมซื่อสัตย์กับคุณ”

“…มาสเตอร์เบเนียง”

“ฮีโร่หนุ่มที่สามารถกลายเป็นอาร์ชเมจระดับ 7 ดาวแถมยังเอาชนะอัครสาวกได้ กองกำลังสำคัญทั้งหมดในเซอร์เคิลกำลังเฝ้าดูคุณอยู่ ผมได้ยินมาว่าคุณถูกแมวมองของทั้งสามเซอร์เคิลใหญ่ตามจีบอยู่เป็นเรื่องจริงมั้ย?”

ดูเกนจาร์ไม่ได้มาเพื่อจุดประสงค์นั้นแต่เฟรย์ยังคงพยักหน้าเพราะมิเคลจากไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์เคยยื่นข้อเสนอให้เขาก่อนหน้านี่

"ถูกตัอง"

“ฮู”

ทัศนคติของจิเซลลันมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

เขาต้องการได้ตัวเฟรย์มาจริงๆ

แต่ด้วยความสงบเล็กน้อยที่เขายังคงมีอยู่เขาจึงตระหนักว่าความคิดของเขาไร้จุดหมายเพียงใด

แม้ว่าเขาจะหลอกล่อเฟรย์ได้แต่ก็ไม่ยากที่เฟรย์จะลาออกจากเซอร์เคิลถ้าหากเขาตั้งใจจริงๆ

จิเซลลันรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครๆ

มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเซอร์เคิลมาสเตอร์โอเซลอาร์เจนโต้ได้จากไปและฟอร์สออเนอหลายคนและแม้แต่เซอร์เคิลราวเดอร์ที่น่าจะเป็นคนที่เชื่อถือที่สุดก็ลาออกจากโทร์วแมนริงส์

มันเป็นเรื่องโกหกที่จะบอกว่าเขาไม่มีความหวังเลย

ถ้าเป็นเฟรย์ที่กล่าวกันว่าสามารถเอาชนะอัครสาวกได้เขาก็จะไม่พบคู่แข่งในโทร์วแมนริงส์

ถ้าเขาเข้ามาในเซอร์เคิลข้อเท็จจริงนั้นเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะป้องกันไม่ให้เซอร์เคิลขนาดเล็กและขนาดกลางปรากฏขึ้นตามที่พวกเขาต้องการ

ทุกคนรู้ว่าพ่อมดระดับ 7 ดาวนั้นทรงพลังแค่ไหน

แต่มันต้องใช้ปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง

"เป็นไปไม่ได้ที่สิ่งต่างๆจะราบรื่นเช่นนี้"

มันอาจจะเป็นการทำบุญสำหรับเฟรย์เลือกเข้าร่วมโทร์วแมนริงส์ที่กำลังพังทลาย

จากบทสนทนาเล็กๆน้อยๆนี้ จิเซลลันตระหนักว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาคู่ควรกับฉายาพ่อมดอย่างแท้จริง

เขาเป็นคนประเภทที่ไม่กระพริบตาแม้แต่ครั้งเดียวเมื่อเขาพยายามเรียกร้องความเมตตาจากเขา

นี่ไม่ได้หมายความว่าเฟรย์ทำผิด

แต่เขาควรเรียกมันว่าเฟรย์กำลังพิจารณาอย่างฉลาด

เพราะท้ายที่สุดคงไม่มีใครตัดสินใจที่จะปีนขึ้นไปบนเรือที่กำลังจม

“นั่นคือทั้งหมดที่ผมอยากถาม”

"…โอเค ถ้างั้นผมขอลา พักผ่อนให้เพียงพอด้วยครับ”

“ถ้าไม่มีปัญหาอะไรผมอยากจะขอดูรอบๆหมู่บ้านจะได้ไหม?”

จิเซลลันพยักหน้า

“ไม่มีปัญหาแต่กรุณาอย่าสอดแนมที่บ้านของมาสเตอร์เบเนียงทางตะวันตก นั่นอาจนำไปสู่ความสงสัยโดยไม่จำเป็น ถ้าหากมีอะไรที่คุณต้องการละก็เข้ามาที่บ้านของผมได้เลย บ้านของผมอยู่ตรงกันข้ามกับของเธอ”

“ผมจะจำเรื่องนั้นให้ขึ้นใจ”

จิเซลลันเดินออกจากห้องและหลังจากนั้นไม่นานเฟรย์ก็ตามเขาไป

แม้ว่าที่นี่จะเป็นสำนักงานใหญ่ของเซอร์เคิลแต่เฟรย์ก็อดไม่ได้ที่จะนึกว่ามันเป็นเพียงหมู่บ้านธรรมดาๆ

เฟรย์เดินช้าๆไปตามถนนพลางมองไปรอบๆ

จากนั้นเขาก็หยุด

“…”

มีรูปปั้น

รูปปั้นขนาดใหญ่มากซึ่งดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้

รูปปั้นนี้เป็นของชายคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในวัยสามสิบ เขาสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินและดูเหมือนว่าจะมองเข้าไปในระยะไกลด้วยสีหน้าโดดเดี่ยว

บนไหล่ซ้ายของเขามีนกฟีนิกซ์ตัวเล็กตัวหนึ่งและในมือขวาของเขามีไม้เท้าไม้เก่าที่คดเคี้ยว

ชื่อของเขาถูกเขียนไว้ด้านล่างของรูปปั้น

[ลูคัสโทรว์แมน]

“คุณเองก็ชื่นชมในตัวของคุณลูคัสด้วยหรือ?”

เมื่อได้ยินเสียงจึงหันกลับไปและเห็นชายหนุ่ม

เขาเป็นชายหนุ่มรูปหล่อที่มีสีหน้าอ่อนโยนและมีรอยยิ้มในดวงตาของเขา

เขาก้มหน้าอย่างสุภาพเมื่อเฟรย์หันมามองเขา

“ผมขอโทษถ้าทำให้คุณตกใจ”

"ไม่เป็นไรที่สำคัญกว่านั้น ฉันสงสัยว่าทำไมคุณถึงคิดว่าฉันชอบลูคัส?”

“เพราะคุณดูจดจ่อ อืม.. สำหรับผมดูเหมือนว่าคุณกำลังคิดอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวของลูคัส”

เฟรย์หันกลับไปมองรูปปั้นของลูคัส

“ฉันไม่ได้ชอบเขาขนาดนั้น”

“อ่า…ผมเข้าใจแล้ว ผมต้องขอโทษด้วย”

เขาก้มศีรษะอีกครั้งขณะกล่าวขอโทษ

“ผมแนะนำตัวช้าไปหน่อย ผมชื่อเฟอานน์ มันก็ไม่มากเท่าไหร่แต่ผมดำรงตำแหน่งฟอร์สออเนอในโทร์วแมนริงส์”

ฟอร์สออเนอ

เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็นผู้บริหารของโทร์วแมนริงส์

เป็นเพราะพวกเขาขาดบุคลากรที่มีความสามารถหรือเปล่า?

ไม่

เฟรย์สามารถเห็นได้ชัดว่าเฟอานน์นั้นโดดเด่นมาก ดูเหมือนเขาจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับจิเซลลันที่เฟรย์เพิ่งจะได้คุย

‘เป็นเพราะจำนวนของพวกเขาน้อยเกินไปเลยแพ้ให้กับเซอร์เคิลขนาดเล็กและขนาดกลางหรือ?’

เฟรย์มีความคิดนี้ในขณะที่แนะนำตัวเอง

“ผมชื่อเฟรย์เบลค”

“ผมได้ยินเกี่ยวกับคุณมากมาย กล่าวกันว่าคุณเอาชนะอัครสาวกได้ นั่นถือว่าเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งมากๆ ผมตื่นเต้นมากเมื่อได้รู้…ผมขอแสดงความนับถืออย่างจริงใจต่อคุณเฟรย์สำหรับความสำเร็จของคุณ”

"ขอบคุณ"

เฟรย์ก้มหน้าอย่างสุภาพเช่นกัน

และบทสนทนาก็จบลงที่นั่น

เฟอานน์ยิ้มเขินกับปฏิกิริยาของเฟรย์ซึ่งสงบกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้มาก

“ดูเหมือนว่าผมจะรบกวนคุณเกินไป ผมขอลา”

จากนั้นเฟรย์ก็หยุดเขาขณะที่เขากำลังจะหันกลับไป

“แปบหนึงฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

"อาแน่นอน"

“ฉันต้องขอโทษล่วงหน้าสำหรับความหยาบคายของฉันนะออเนอเฟอานน์ ทำไมคุณถึงอยู่ในเซอร์เคิลที่กำลังจะล้มสลายนี้ละ?”

"นั่นก็..?"

ใบหน้าของเฟอานน์แข็งขึ้นชั่วขณะ

แต่สายตาของเฟรย์ยังคงแน่วแน่

นี่เป็นปัญหาที่กวนใจที่สุดสำหรับเขา

“ด้วยความสามารถของคุณ คุณจะสามารถเข้าร่วมเซอร์เคิลอื่นได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่แค่คุณมาสเตอร์เบเนียงออเนอจิเซลลันและสมาชิกคนอื่นๆทั้งหมดที่นี่ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกคุณทุกคนถึงพยายามวิดน้ำออกจากเรือที่กำลังจะจม”

ถ้ามันยังคงเป็นแบบนี่อยู่โทร์วแมนริงส์จะหายไปในสักวันหนึ่ง

การกระทำของพวกเขาไม่ต่างอะไรไปกว่าการหน่วงเวลาเท่านั่น

“…คุณเป็นคนที่มีเหตุผลมาก เป็นแบบอย่างของพ่อมดรุ้นใหม่จริงๆ”

เฟอานน์ยิ้มอย่างขมขื่น

เฟรย์รู้ว่ามันไม่ใช่คำชมแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เรือที่กำลังจมงั้นหรือ นั่นคือการเปรียบเทียบที่เหมาะสมดี มันเป็นเรื่องจริงและเราทุกคนก็รู้ว่าผลลัพธ์ของมันจะเป็นยังไงในท้ายที่สุด แถมยังมีเซอร์เคิลอื่นๆคอยโจมตีพร้อมกับแย่งสิ่งประดิษฐ์ที่เหลืออยู่ของเรา”

มันเป็นเรื่องจริง

ในท้ายที่สุดจุดประสงค์ของเซอร์เคิลคือการโค่นล้มเดมิก็อด

การล่มสลายของโทร์วแมนริงส์ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนต้องตายหรือมีชีวิตที่น่าสังเวช

ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจ

“แค่ว่าพวกเราไม่สามารถเฉยชาได้”

"ทำไม?"

“เพราะนั่นหมายความว่าโทร์วแมนริงส์จะหายไป”

“แล้วมันสำคัญยังไง?”

“เซอร์เคิลเป็นองค์กรที่เชื่อมต่อกันผ่านความตั้งใจของวีรบุรุษในยุคเก่า คุณเฟรย์...ถ้าหากเราแยกตัวออกไปชื่อของลูคัสก็จะถูกตัดออกไปด้วย”

“…”

“ผมรู้ว่ามันฟังดูโง่ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะบังคับให้คนอื่นเข้าใจผม แต่คุณเฟรย์ในตอนแรกเซอร์เคิลเริ่มต้นขึ้นเนื่องจากความเคารพในตำนานอันยิ่งใหญ่ของคนเหล่านั้น”

เฟอานน์หัวเราะเบาๆ

“คุณรู้ไหมว่าทำไมลูคัสถึงเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับสมญานามว่ามหาจอมเวทย์?”

เฟรย์ไม่ได้ตอบ

เฟอานน์ยังคงพูดต่อไป บางทีอาจจะคิดว่าเฟรย์ไม่รู้

“เป็นเพราะเขาเป็นผู้บุกเบิกให้ทุกคนเดินไปตามเส้นทางแห่งเวทมนตร์เมือ 4,000 ปีก่อน แถมมันเพียงพอที่จะกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อมดและนักรบเวทมนตร์ในอดีตนั้นเลวร้ายที่สุด การเพิกเฉยหรือดูหมิ่นซึ่งกันและกันแม้กระทั่งการต่อสู้จนถึงความตายเกิดขึ้นทุกวัน แม่มดเองก็เหมือนกัน พวกเขาถูกปฏิบัติเหมือนคนนอกรีตแทนที่จะเป็นสหายที่เดินตามเส้นทางเดียวกัน”

“…”

“ลูคัสเป็นคนเดียวที่ไม่ได้คิดแบบนั้น ตราบใดที่พวกเขาใช้มานาพวกเขาก็คือพวกเดียวกัน เขาบอกว่าพวกเขาต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทางที่มีจุดประสงค์เดียวกันที่เรียกว่าเวทมนตร์”

เฟอานน์หัวเราะอีกครั้ง

“มันเป็นการเริ่มต้นเล็กๆ แต่ต้องมีใครสักเป็นคนเริ่ม ลูคัสเป็นคนแรกในเวลานั้น มีหลายคนที่ยังไม่มั่นใจ หลายคนที่เป็นศัตรูกับลูคัส แม้แต่พ่อมดที่เหมือนเขา แต่… ลูคัสก็ฝ่าฟันมันมาได้”

“…”

"คุณเฟรย์ผม ... ไม่สิ เซอร์เคิลของเราเป็นกลุ่มง่ายๆ พวกเราชื่นชมลูคัสที่สามารถโอบกอดแม้แต่คนที่ต้องการเอาชีวิตของเขาและนำพาพวกเขาไปตามเส้นทางแห่งเวทมนตร์มากกว่าใครๆบนโลกนี้ และถ้าเป็นไปได้พวกเราทุกคนต่างก็อยากจะเลียนแบบจิตวิญญาณประเสริฐนั้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม พวกเราไม่ต้องการให้ร่องรอยของเขาหายไปจากโลก”

เฟรย์นึกถึงเชพเพิร์ดและเพเรียนอีกครั้ง

เขานึกถึงรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเขาเมื่อพวกเขาพูดถึงฮีโร่ที่พวกเขาชื่นชม

'อา...'

เฟรย์ตระหนักได้ในขณะนั้นว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับเหล่าฮีโร่

ไม่ใช่แค่การแสดงความเคารพหรือการแสดงความเคารพต่อผู้ยิ่งใหญ่ที่อาศัยอยู่ในอดีต

สำหรับพวกเขาลูคัสเป็นเหมือนจิตวิญญาณของพวกเขา เขาเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณที่สำคัญกว่าชีวิตของพวกเขาเอง

ในขณะนั้นเฟรย์เข้าใจหัวอกของพวกเขาอย่างแท้จริง

"ฉันเข้าใจแล้ว"

เฟรย์หันหน้าหนีเฟอานน์และเกาแก้มเหมือนอาย

“ลูคัสต้องมีความสุขแน่ๆ”

"นั่นนะสิ"

“เขาคงดีใจมากที่มีผู้สืบทอดเจตจำนง ที่จะสืบทอดจิตวิญญาณของเขา”

“ฮ่าฮ่า ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”

เฟรย์รู้สึกขอบคุณสำหรับความเคารพเท่าที่พวกเขาเคารพและชื่นชมเฟรย์ เฟรย์เองก็เคารพและชื่นชมพวกเขา

เขาไม่ได้คิดเกี่ยวกับการเข้าร่วมโทร์วแมนริงส์แต่อย่างน้อยเฟรย์ก็อยากจะให้อะไรตอบแทนพวกเขา

และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ยากที่จะบรรลุ

ฝีเท้าของเฟรย์พาเขาไปยังบ้านของเบเนียง

จบบทที่ บทที่ 57 โทร์วแมนริงส์ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว