เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 โทร์วแมนริงส์ (1)

บทที่ 56 โทร์วแมนริงส์ (1)

บทที่ 56 โทร์วแมนริงส์ (1)


เบเนียงรอเฟรย์อยู่หน้าหอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

‘ฉันควรตามพวกเขาไปดีไหม?’

ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่การไปพูดคุยกันธรรมดา ๆ

เบเนียงนึกถึงดูเกนจาร์

ในบรรดาผู้บริหารของไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์ชายคนนั้นเป็นคนที่อาจกล่าวได้ว่ามีความเกลียดชังต่อโทร์วแมนริงส์มากที่สุด

ก่อนหน้านี้เมื่อโทร์วแมนริงส์เป็นหนึ่งในสี่เซอร์เคิลที่ใหญ่ที่สุด ดูเกนจาร์จะจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาที่ดุร้ายในการประชุมทุกครั้ง

มันก็เหมือนเดิมแม้ว่าโอเซลอาร์เจนโต้มาสเตอร์คนก่อนจะยังมีชีวิตอยู่

เมื่อใดก็ตามที่โอเซลมองเขาด้วยรอยยิ้มที่นุ่มนวลดูเกนจาร์จะหันหน้าหนีด้วยเจตนาร้ายในสายตาของเขา

อย่างไรก็ตามหลังจากที่โอเซลเสียชีวิตและเซอร์เคิลเริ่มเสื่อมลงสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป

เบเนียงมีปัญหาในการพูดหลังจากที่เธอได้เห็นการจ้องมองของเขา ไม่...มันไม่ใช่แค่ดูเกนจาร์เพียงคนเดียว

ไม่มีใครอยากเป็นมิตรกับเซอร์เคิลที่เริ่มตกต่ำ

"อา…!"

จากระยะไกลเธอเห็นเฟรย์เดินใกล้เข้ามา

เบเนียงวิ่งมาหาเขา

“ทุกอย่างโอเคไหม?”

"อืม"

เมื่อเฟรย์พยักหน้าด้วยสีหน้าสงบเบเนียงกลับรู้สึกสับสนเล็กน้อย

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆหรือ?

จากสิ่งที่เธอเห็นดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ

“แล้วออเนอดูเกนจาร์ละ…?”

“เขากลับไปแล้ว”

“ออเนอดูเกนจาร์…นี้นะกลับไปแล้ว?”

“ฉันอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดและเขาก็เชื่อ”

“…”

มันไม่สมเหตุสมผล

เบเนียงพบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อคำพูดของเฟรย์แต่เธอรู้สึกว่าจะไม่ได้รับคำตอบแม้ว่าเธอจะยังคงถามต่อไป

เธอทำได้เพียงแค่ทำสีหน้าสับสน

“…คุณทำธุระของคุณเสร็จแล้วหรือยัง?”

"ใช่ฉันคิดว่าเราสามารถออกเดินทางได้ทันที ฐานใหญ่ของโทร์วแมนริงส์อยู่ที่ไหน?”

“ในป่าพายซิสโกห่างจากอูเทียโน่ประมาณสามวันหากเดินทางด้วยเท้า”

"ด้วยเท้า?"

“ฉันขอโทษแต่ถนนนี้นั้นไม่ได้รับการพัฒนาเพียงพอที่จะให้รถเกวียนขับไปได้และไม่มีหินวาร์ปอีกด้วย”

เบเนียงยิ้มอย่างเชื่องช้าและเฟรย์ก็แค่พยักหน้า

พวกเขาซื้ออาหารน้ำดื่มและอุปกรณ์ตั้งแคมป์จากร้านค้าทั่วไปในบริเวณใกล้เคียงและเดินทางออกจากอูเทียโน่ทันที

และการเดินทางระยะสั้นของพวกเขาก็ได้เริ่มขึ้น

อย่างที่เบเนียงบอกถนนยังไม่พัฒนามาก

แม้ว่าจะใช้เวลาเดินเพียงไม่นานแต่เนื่องจากถนนบนภูเขานั้นขรุขระ มันก็เลยค่อนข้างเหนื่อย

มันอาจจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับเขาหากเขาไม่ได้ฝึกร่างกายตอนอยู่ในหอคอย แต่ตอนนี้มันเฉยๆสำหรับเขา

เบเนียงก็ดูเหมือนจะไม่เหนือยเช่นกัน

ไม่สิเธออาจจะรู้สึกสบายกว่าเฟรย์เสียอีก

ก่อนที่พวกเขาจะข้ามภูเขาเล็กๆเฟรย์หยุดเดินและหันกลับไปมอง

เมื่อพระอาทิตย์ตกที่เป็นสีแดงเมืองอูเทียโน่ก็ดูเล็กมากจากระยะไกล

ทิวทัศน์ที่สวยงามทำให้หัวใจของเขาอบอุ่น

‘ลองคิดดูนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเดินทางด้วยเท้านับตั้งแต่กลับมา’

เพื่อไปยังเคาซิมโฟนีเขานั่งเรือจากนั้นเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆเขาก็ได้ใช้หินวาร์ป

พวกเขาเดินทางสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ

ไม่สิมันเหมือนกับการ "ย้าย" มากกว่าการเดินทางจริงๆ

นี่ไม่ได้หมายความว่าการเดินทางในปัจจุบันเป็นเรื่องที่น่ารำคาญและยากลำบากแต่กลับมีความสวยงามในตัวของมันเอง

เฟรย์ชอบที่จะเดินทางไปเรือยๆและเขาชอบมองทิวทัศน์โดยรอบเป็นพิเศษ

เบเนียงไม่ได้เร่งรีบเขาและเข้ากับจังหวะที่ผ่อนคลายของเฟรย์แทน

วันแรก

เมื่อดวงอาทิตย์ตกในที่สุดเฟรย์และเบเนียงก็ตั้งแคมป์

น่าแปลกที่เบเนียงคุ้นเคยกับการตั้งแคมป์มาก

แม้จะอยู่บนถนนของภูเขาเธอก็ยังสามารถหาพื้นที่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการตั้งแคมป์และทำแคมป์ไฟและวางถุงนอนอย่างชำนาญ

เธอยังเสนอตัวทำอาหารเย็นเองด้วยซ้ำ

เธอมีกระเป๋าซับสเปซเหมือนกับเฟรย์

จากนั้นเธอก็เอาเครื่องครัวและส่วนผสมออกมาแล้วเริ่มทำซุปทันที

มันดีกว่าที่เขาคาดไว้เฟรย์จึงประหลาดใจ

เบเนียงยิ้มขณะยื่นชามซุปให้เฟรย์

“ฉันหวังว่ามันจะเป็นรสชาติที่คุณชอบ”

เขาจิบและพบว่ามันอร่อยมาก

เมื่อเฟรย์ชมว่ามันเป็นรสชาติที่ยอดเยี่ยมเบเนียงก็ยิ้มอย่างสดใสราวกับว่าเธอได้ลอยขึ้นไปแล้ว

“คุณอยากได้อีกชามไหม?”

"รบกวนด้วย"

"โอเค!"

เมื่อมองไปที่การกระทำของเธอเช่นนี้ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเธอเป็นถึงเซอร์เคิลมาสเตอร์หรือลูกครึ่งมังกร

เธอรู้สึกเหมือนเป็นเด็กบ้านนอกที่ไร้เดียงสามากกว่า

หลังทานอาหารเสร็จเฟรย์ก็พูด

“คนที่เป็นเซอร์เคิลมาสเตอร์คนก่อน คุณบอกว่าชื่อของเขาคือโอเซลอาร์เจนโต้ใช่มั้ย?”

"ถูกตัอง"

“เดมิก็อดคนไหนที่ฆ่าเขา?”

เบเนียงตัวแข็ง

จากนั้นเธอก็ยิ้มอย่างขมขื่นและหันไปหาเฟรย์

“…คุณกำลังถามคำถามที่ละเอียดอ่อนมาก”

'อา'

เขาคิดในใจว่าคำถามของเขาอาจทำร้ายจิตใจเธอเกินไป

มันเกิดขึ้นอย่างกระทันหันจนเขาไม่ได้ต้องไตร่ตรองวิธีการพูดที่ตรงไปตรงมาของเขา นับตั้งแต่เขากลับมาความคิดของเขาก็มุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพมากกว่าความรู้สึก

เขาไม่ได้มีบุคลิกที่เป็นมิตรมากเมื่อ 4,000 ปีก่อนแต่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนี้

"ฉันขอโทษ"

เฟรย์โค้งหน้าลง

เบเนียงโบกมือเธอด้วยความอาย

“ไม่เป็นไร ฉันได้เรียนรู้ที่จะยอมรับการตายของพ่อแล้ว ถ้าฉันปล่อยให้ตัวเองหมกมุ่นอยู่กับมันป่านนี้โทร์วแมนริงส์ก็คงไม่เหลือแล้วละ”

“…”

“คุณรู้จักเดมิก็อดมากแค่ไหน?”

“ฉันรู้ว่าพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าความเข้าใจของมนุษย์”

เนื่องจากเฟรย์อยากได้ยินเกี่ยวกับเดมิก็อดจากมุมมองของเซอร์เคิลมาสเตอร์เขาจึงทำเหมือนว่าเขาไม่รู้อะไรมาก

เบเนียงพยักหน้าโดยไม่มีความคิดแปลกๆเกี่ยวกับการตอบสนองของเขา

“ฉันยังไม่สามารถบอกคุณได้ทุกอย่างเนื่องจากคุณยังเป็นคนนอกอยู่”

“แปลว่าฉันจะสามารถเรียนรู้ได้ถ้าฉันเข้าร่วมโทร์วแมนริงส์ใช่ไหม?”

เบเนียงยิ้มสดใส

"แน่นอน ด้วยความสามารถของคุณ คุณจะกลายเป็นผู้บริหารได้ในทันที แต่สำหรับตอนนี้ฉันจะบอกคุณแค่สิ่งที่ฉันพูดได้เท่านั้น”

"ขอบคุณสำหรับสิ่งนั้น"

เบเนียงมองเข้าไปในแคมป์ไฟสักครู่ก่อนจะพูด

“เดมิก็อดก็มีระดับที่แตกต่างกัน คนที่สามารถสั่งการเหล่าเดมิก็อดทั้งหมดได้เราเรียกเขาว่าลอร์ด”

“…”

ดวงตาของเฟรย์สั่นไหว

ลอร์ด

เขาลืมไปได้ยังไงกัน?

เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เขาได้พบหลังจากที่เขาไปถึงระดับ 9 ดาว สิ่งมีชีวิตที่ใช้พลังที่น่าทึ่งและผนึกเขาไว้ในอเวจี

เฟรย์หลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงเรื่องนี้ให้มากที่สุด

นี่เป็นเพราะเขายังไม่มีวิธีที่จะเอาชนะสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่บดขยี้เขาได้แม้ว่าเขาจะเป็นนักเวทย์ระดับ 9 ดาวก็ตาม

ในขณะนั้นเฟรย์ตระหนักว่าข้อมูลนี้ถูกซ่อนจากเขาโดยเจตนา

‘เซอร์เคิลรู้เรื่องของลอร์ด’

ในอดีตเชพเพิร์ดเคยบอกเขาว่าพวกเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกเดมิก็อดมากนัก

ตอนนี้เฟรย์ตระหนักแล้วว่านั่นเป็นเรื่องโกหก

แน่นอนว่าเขาไม่รู้สึกว่าเขาถูกหักหลังหรือผิดหวังในตัวเชพเพิร์ด

ตอนนั้นเชพเพิร์ดยังไม่เชื่อใจเฟรย์มากนักและคงจะไม่กล้าบอกความจริงกับเขา

ในความเป็นจริงมันค่อนข้างแปลกที่เบเนียงบอกความลับนี้กับเขา

“และแม้แต่ในกลุ่มของเดมิก็อด ก็มีบุคคลที่มีพลังมหาศาลเราเรียกพวกเขานี้ว่า [อะโพคาลิปส์] เพื่อให้ง่ายต่อการจำแนก…”

“อะโพคาลิปส์…?”

“แม้ว่าพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเท่าลอร์ด แต่พวกเขาก็ยังแข็งแกร่งพอที่จะมีอิทธิพลบางอย่างในหมู่ของเดมิก็อด”

เบเนียงชู้สามนิ้ว

“เราได้ค้นพบอำนาจของอะโพคาลิปส์ทั้งสามคนนั้นก็คือ 'ดาบ' 'พิษ' และ 'ความตาย'”

ตอนแรกดูเหมือนว่าคำเหล่านี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่เฟรย์รู้จักตัวตนของหนึ่งในนั้น

เดมิก็อดผู้ควบคุมพิษ

ชายชราน่าเกลียดที่มีจุดต่างดำมากมาย

'ชายชราคนนั้นแข็งแกร่งจริงๆหากเทียบในหมู่เดมิก็อด'

ดูเหมือนว่าเมื่อเวลาผ่านไปเดมิก็อดเช่นชายชราคนนั้นซึ่งมีพลังมากกว่าคนอื่นๆถูกแยกประเภทออกจากคนอื่นๆ

“พ่อของฉันถูกฆ่าโดยเดมิก็อดที่มีพลังแห่งความตายเมื่อไม่นานมานี้เอง เมื่อสองปีก่อน”

“นั่นคือตอนที่โทร์วแมนริงส์เริ่มได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงหรือ?”

"ใช่"

เบเนียงพูดอย่างขมขื่น

“เซอร์เคิลของเราใช้พละกำลังเต็มที่ในการต่อสู้เป็นผลให้เราได้รับความเสียหายอย่างหนัก”

“แล้วตัวเดมิก็อดเองล่ะ?”

“…”

เธอยิ้มอย่างขมขื่นและนิ่งเงียบนั่นคือคำตอบ

หากพวกเขาประสบความสำเร็จในการปราบเดมิก็อดเธอจะไม่นิ่งเฉยแน่นอน

เฟรย์ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเดมิก็อดแต่เมื่อจำความผิดพลาดครั้งก่อนของเขาได้เขาก็ไม่สามารถเปิดปากได้ง่ายๆ

"ฉันจะยังคงพอใจกับข้อมูลมากมายที่ฉันรู้ในตอนนี้"

หลังจากนั้นพวกเขาก็มีบทสนทนาเล็กๆน้อยๆที่เฟรย์จงใจเลี่ยงที่จะพูดถึงเซอร์เคิล

เธอโกหกไม่เก่งเลย

เธอยังแสดงให้เขาเห็นต่างหูของเธอซึ่งเธอมักจะซ่อนไว้

“นี่คือต่างหูไต้ฝุ่น มันเป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเศษไม่กี่ชิ้นที่สร้างโดยมหาจอมเวทย์ลูคัสโทรว์แมน เพียงแค่ใส่มานาเข้าไปคุณก็จะสามารถสร้างเกราะป้องกันเวทย์มนตร์ได้ ความแข็งแกร่งของเกราะยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความแข็งแกร่งของผู้ใช้ด้วย”

"ว้าว! ฉันเคยเห็นพวกมันในหนังสือมาก่อนพวกมันสวยงามมาก”

เฟรย์ตระหนักว่านี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับมา เขาได้เป็นผู้นำของการสนทนา

เหตุผลนั้นไม่ยากสำหรับเขาที่จะเดา เป็นเพราะเขารู้สึกเห็นใจเบเนียง

ปัจจุบันเธอเป็นหัวหน้าองค์กรที่กำลังจะตายอย่างช้าๆนี่เป็นภาระที่หลายๆคนไม่สามารถเข้าใจได้

เฟรย์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารเธอเมื่อเธอต้องแบกรับภาระเช่นนี้ไว้บนบ่าเล็กๆของเธอ

นอกจากนี้เบเนียงยังเป็นสายเลือดของมังกรเขียวเหมือนอาจารย์ของเขา

ในอดีตเฟรย์ต้องการตอบแทนความเมตตาของอาจารย์มาโดยตลอด แต่สถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวยและเขาก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

เฟรย์รู้สึกว่าถ้าเขาช่วยเบเนียงตอนนี้มันจะทำให้เขาสบายใจขึ้นเล็กน้อย

ดังนั้นเขาเลยทำเรื่องที่เห็นแก่ตัว

‘เด็กคนนี้คงจะมีความสุขมากถ้าหากเธอเติบโตขึ้นตามปกติ’

เฟรย์เดินทางต่อไปในขณะที่พยายามดูแลเบเนียงให้มากที่สุด

ด้วยเหตุนี้เมื่อพวกเขามาถึงฐานใหญ่ของโทร์วแมนริงส์และเธอก็ค่อนข้างสนิทกับเฟรย์ในระหว่างเดินทางแล้ว

“ป่าพายซิสโกแห่งนี้”

เฟรย์มองไปที่ป่าตรงหน้า

มันเป็นป่าธรรมดาที่ไม่มีคุณสมบัติพิเศษใดๆ

แต่เมื่อเขารู้ว่าแท้จริงแล้วมันมีคาถาป้องกันเฟรย์ก็รู้สึกประทับใจ

‘นี่ต้องใช้ทักษะมากพอสมควร’

เขาไม่คิดว่าจะสามารถทำลายมันได้ในระดับปัจจุบัน

“คุณร่ายกำแพงป้องกันนี้เองหรือเปล่า?”

“ไม่ แต่ถ้ามันเกิดเสียหายฉันก็พอจะซ่อมได้ แต่พ่อของฉันสร้างขึ้นมา”

เห็นได้ชัดว่าชายที่ชื่อโอเซลอาร์เจนโต้เป็นพ่อมดอย่างน้อยในระดับ 8 ดาว

ในทางกลับกันเบเนียงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 ดาว

มื่อพิจารณาถึงพรสวรรค์ของมังกรนี่เป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังมาก

‘เธอไม่ควรเรียนรู้เวทย์มนต์แบบมนุษย์เพราะเธอเป็นลูกครึ่งมังกร’

อาจเป็นโอเซลอาร์เจนโตที่สอนเธอ

แต่เฟรย์ไม่มีเจตนาที่จะจับผิดเขา บางทีในโลกปัจจุบันมันคงไม่มีใครที่สามารถสอนเบเนียงได้อย่างถูกต้อง

‘ถ้าฉันสอนเธอละก็…’

มังกรสัมผัสมานาได้ไวจนน่ากลัว เป็นเพราะหัวใจมังกรและพรสวรรค์ของพวกเขา

หากเธอใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เธอก็จะเป็นนักเวทย์ที่ยิ่งใหญ่มาก หากเขาสอนเธอได้ดีเธอจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อในเวลาอันสั้น

ระหว่างที่เฟรย์กำลังเจาะลึกความคิดของเขาเกี่ยวกับเบเนียง

เขารู้สึกว่ามีใครบางคนเข้ามาใกล้พวกเขาอย่างรวดเร็วจากป่า

ขณะที่เฟรย์เริ่มเตรียมเวทย์มนต์ของเขาเพราะเขาไม่รู้ว่าเป็นใครเบเนียงรีบส่ายหัว

“เป็นคนจากเซอร์เคิลของเราเอง”

ไม่นานชายวัยกลางคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากป่า

ดูเหมือนเขาจะอยู่ในวัย 40 ปี

เขาสวมเสื้อคลุมเปิดคอสีน้ำตาลและมีขนาดใหญ่ เขาดูเหมือนทหารรับจ้างที่ผ่านความยากลำบากมามากมายโดยแสร้งทำเป็นพ่อมด

ชายคนนั้นดูเหมือนจะรีบร้อน

เขาวิ่งไปที่เบเนียงและพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก

“มะ - มาสเตอร์เบเนียง!”

“ออเนอจิเซลลันเกิดอะไรขึ้น?”

ชายคนนั้นจิเซลลันรีบก้มหน้า

“โปรดอภัยที่ต้องเสียมารยาท! ปัญหาคือ…”

"ไม่เป็นไรบอกสถานการณ์ให้ฉันฟังได้เลย”

เบเนียงพูดด้วยน้ำเสียงสงบจนเฟรย์หันไปมองเธอ

ดูเหมือนว่าเธอจะแสดงบทบาทของเธอในฐานะเซอร์เคิลมาสเตอร์ได้ดีกว่าที่เฟรย์คิดเอาไว้มาก

แต่ด้วยคำพูดของจิเซลลันท่าทางของเธอก็แตกสลาย

"ผมขอโทษ! เรา…พวกเราแพ้ในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงไอเทมอีกแล้ว!”

คำพูดของเขาทำให้เบเนียงถึงกับหายใจเข้าลึก

หลังจากกัดริมฝีปากของเธอสักครู่ในที่สุดเธอก็ตอบสนอง

“…คู่ต่อสู้ของเราเป็นใคร?”

“บาซิลิสก์เทล…! ไอ้พวกหมาจิ้งจอกพวกนั้นแอบมาเล่นงานเซอร์เคิลของเราอีกแล้ว!”

จบบทที่ บทที่ 56 โทร์วแมนริงส์ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว