เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 การติดต่อ (3)

บทที่ 52 การติดต่อ (3)

บทที่ 52 การติดต่อ (3)


เฟรย์ไม่ได้เจอกดูเกนจาร์อีกเลย

พวกเขาออกจากหอคอยเวทย์มนตร์หลังจากคุยกับมาสเตอร์หอคอยได้ไม่นาน

หากนั่นคือทั้งหมดที่พวกเขาต้องการ นั้นเฟรย์ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องมาที่นั่น

‘…พวกเขามาสังเกตุฉันเหรอ?’

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะลืมมันไป

น่าแปลกที่ช่วงเวลาที่เขาเห็นไฮนซ์ ภาพของเพื่อนสนิทของเขาก็ผุดขึ้นมาในหัว

ชไวเซอร์สโตรว์

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เฟรย์จะคิดเช่นนั้น

ไฮนซ์ดูเหมือนว่าเขากำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งมากมาย การแสดงออกของเขาคือชายคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เกินความสามารถของตนเอง และอาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับตระกูลเบลค

เฟรย์พยายามคิดว่ามันคืออะไรแต่คำตอบไม่เคยได้รับการเปิดเผย

นี่เป็นเพราะไม่มีเงื่อนงำในความทรงจำของ "เฟรย์คนเก่า"

‘ฉันเดาว่าฉันจะได้รู้มากขึ้นกว่านี้เมื่อเราได้เจอหน้ากันอีกครั้ง’

โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิซากะเบลคหัวหน้าของตระกูล กุญแจสำคัญทั้งหมดน่าจะอยู่ที่เขามากที่สุด

เขาคงจะต้องไปเห็นด้วยตาของตัวเอง

เฟรย์มีความสัมผัสไวต่อพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก อย่างไรก็ตามด้วยคำแนะนำของไฮนซ์ทำให้เขาไม่สามารถกลับไปที่ตระกูลเพื่อตรวจสอบได้ทันที

อิซากะเบลคอาจกลายเป็นอัครสาวกไปแล้วและเป็นไปได้สูงว่าเขาจะมีพลังมากกว่าลุคส์

‘ฉันจะไม่พบคำตอบในตอนนี้แม้ว่าฉันจะพยายามแค่ไหนก็ตาม’

เฟรย์ตัดสินใจเลิกคิดถึงเรื่องนี้และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุขช่วงสั้นๆ นี้

แต่ความสงบสุขของเขาก็พังทลายทันทีในวันรุ่งขึ้น

“เป็นเวลานานแล้วนายน้อย”

เป็นชายวัยกลางคนผมสีเทาสไตล์เรียบร้อย

เฟรย์รู้ทันทีว่าชายคนนี้เป็นใคร

อเล็กซานโดร สจ๊วตของตระกูลเบลค

เขามาเยี่ยมเฟรย์ด้วยตัวเอง

‘พวกเขามาเร็วกว่าที่ฉันคาดเอาไว้มาก’

อย่างไรก็ตามด้วยคำเตือนของไฮนซ์ทำให้เฟรย์สามารถหาวิธีจัดการกับสถานการณ์นี้ได้

เฟรย์งอหลังทันทีและก้มหน้า

เขากลอกตาอย่างประหม่าขณะที่ตั้งใจลดเสียงลง

‘ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาตรวจสอบเกี่ยวกับตัวฉันล่วงหน้าไปมากแค่ไหน’

ประการแรกเฟรย์ไม่จำเป็นต้องแสดงสัญญาณใดๆให้เห็นว่าเขาเปลี่ยนไป

แม้ว่าเขาจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับไฮนซ์ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเพราะเฟรย์ตัดสินใจที่จะไม่คิดว่าเขาเป็นพันธมิตรหรือเป็นศัตรู

“รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”

“ผมตรวจสอบบันทึกการเดินทางหินวาร์ปของคุณแล้วครับ”

“…”

การตรวจสอบประวัติ

และเขายังกล่าวโดยไม่แสดงความละอายใดๆด้วยซ้ำ

ไม่ว่าสจ๊วตจะมีความสำคัญเพียงใดแต่โดยพื้นฐานแล้วเขาก็ยังเป็นคนรับใช้ และเขาก็แทบจะไม่ให้ความเคารพเมื่อพูดคุยกับเฟรย์

เช่นเดียวกับที่เฟรย์กำลังสังเกตเขาอเล็กซานโดรก็กำลังจับตามองเฟรย์อยู่

‘ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก’

ยกเว้นร่างกายที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยของเขาดูเหมือนว่าเขาเป็นคนเดิมก่อนที่จะถูกส่งไปเรียนที่สถาบัน

มีข่าวลือสะพัดว่าเขาได้ปราบกลุ่มโจรสลัดแต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระ

เขาต้องโชคดีขนาดไหนที่ได้เป็นเพื่อนกับคนอย่างเพเรียนจุน?

อเล็กซานโดรปกปิดความคิดของเขาและอธิบายจุดประสงค์ของการมาเยือน

“มาสเตอร์ใช้ให้ผมมาเรียกคุณกลับบ้าน เขาบอกว่ามีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณ”

อืมเขาควรทำอย่างไร

เฟรย์รู้สึกว่าเขามาถึงทางแยกแล้ว

‘ฉันควรยอมรับคำแนะนำของไฮนซ์หรือไปพบกับอิซากะ?”

ขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่เขาเลือกการยิ่งที่เขาจะเจอนั้นจะเปลี่ยนไปเช่นกัน

เฟรย์จมอยู่ในความคิดแต่เขาไม่สามารถนิ่งเฉยได้นาน เพราะการแสดงออกของอเล็กซานโดรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ

“ตอนนี้คือ…มีบางอย่างที่ฉันจะต้องทำดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้”

เฟรย์ตัดสินใจที่จะไม่กลับไปบ้านในตอนนี้

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำแนะนำของไฮนซ์ แต่ยังเป็นเพราะว่าเขาต้องการดูว่าเซอร์เคิลแต่ละเซอร์เคิลนั้นเป็นอย่างไรเสียก่อน

สิ่งนี้ทำให้อเล็กซานโดรมีสีหน้าหนักใจ

“แต่เป็นคำขอจากนายท่าน…”

“มันเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ ฝากบอกท่านพ่อด้วยว่าขอโทษ”

“…”

อเล็กซานโดรอดแปลกใจไม่ได้เพราะเขาไม่เคยคาดหวังว่าเฟรย์จะปฏิเสธคำสั่งของอิซากะ

‘เขาเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง?’

หรือเขากำลังกลัวเกินกว่าจะตกลง

อย่างไรก็ตามนี่ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดสำหรับอเล็กซานโดร

ไม่ว่าตระกูลจะวิพากษ์วิจารณ์เฟรย์อย่างไรพวกเขาก็ไม่สามารถบังคับให้เฟรย์ทำทุกอย่างหรือในทันทีได้

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มหน้า

"ผมจะรอ"

ด้วยคำพูดเหล่านั้นอเล็กซานโดรก็ได้ลาจากไป

หากอเล็กซานโดรมองย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้นเขาจะได้เห็นสายตาที่เย็นชาอย่างน่าตกใจที่ไม่ได้ละสายตาไปจากเขาจนเขาหายไป

* * *

การปรับแต่งคริสตัลดูเหมือนจะใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้

เมื่อใดก็ตามที่อเดเลียออกมาจากห้องของเธอ เธอก็ดูผอมแห้งมาก

ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายของความตื่นเต้นที่หลั่งออกมาจากรูปลักษณ์ที่ดูแย่ๆของเธอ

ด้วยความรู้สึกสงสัยเฟรย์ก็อดไม่ได้ที่จะถาม

“คุณลางานของสถาบันนานเกินไปหรือเปล่าครับ?”

"เอาน่า...ทุกอย่างจะเรียบร้อย ในตอนแรกที่ฉันยอมรับตำแหน่งนี้ในฐานะศาสตราจารย์ ฉันให้เงื่อนไขว่าเสรีภาพของฉันจะไม่ถูกจำกัด ”

อเดเลียตอบอย่างเย็นชา

โดยปกติแล้วหากใครก็ตามที่ต้องการจ้างคนที่มีความสามารถเช่นเธอก็ไม่แปลกที่จะต้องมีข้อกำหนดบางประการ

เฟรย์ใช้เวลาฝึกฝนร่างกายอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามความเสียใจอย่างหนึ่งก็คือเลียมสันและคามิลล์ได้จากไปแล้ว

ในตอนแรกพวกเขาถูกส่งมาที่นี่เพื่อช่วยไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์ ดังนั้นหลังจากที่อัครสาวกพ่ายแพ้พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ

ก่อนที่พวกเขาจะจากไปเลียมสันได้ไปเยี่ยมเฟรย์

“นายบอกว่านายกำลังจะเข้ารับการทดสอบที่กำลังจะมาถึงใช่ไหม?”

“ฉันไม่แน่ใจจริงๆ”

"อืม...จะมีสงครามชิ่งตัวนายอย่างแน่นอน หวังว่าพวกเราจะเข้าร่วมพร้อมกัน ถ้าหากพวกเราโชคดีเราจะได้พบกันอีก”

เขายกกำปั้นขึ้นไปที่เฟรย์

“ฉันจะชนะนายให้มากขึ้นในครั้งหน้าที่เราได้พบกัน”

“ฟังดูเป็นไร้สาระนิดหนึงนะ”

เฟรย์และเลียมสันกระแทกหมัดและหัวเราะ

ก่อนที่คามิลล์จะจากไปเธอได้มอบหินสีดำให้กับเฟรย์

“นี่คือดาร์กสโตนที่พบได้ในโลกแห่งวิญญาณเท่านั้น สิ่งนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกถึงดวงวิญญาณแห่งความมืดได้ดีขึ้น”

"ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ"

"ไม่เป็นไร"

คามิลล์ได้แต่หัวเราะเบาๆ

นักรบเผ่าแบลคทูฟได้ออกจากหอคอยเวทมนตร์ในวันรุ่งขึ้นและเฟรย์ก็ไม่ได้ไปส่งพวกเขา

หลังจากนั้นเฟรย์ก็เริ่มฝึกฝนด้วยตัวเองอีกครั้ง

นี่เป็นเพราะไม่มีนักรบเวทมนตร์คนใดในหอคอยเวทย์มนตร์ที่ 3 ที่พอจะเป็นคู่ต่อสู้ของเฟรย์ได้

เขาผ่านวันเวลาของเขาไปกับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้หรือไม่ก็อ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด

หรือในขณะที่ถือดาร์กสโตนเขาจะพยายามติดต่อกับวิญญาณแห่งความมืด

เมื่อหนึ่งเดือนผ่านไปจูเลียนหัวหน้าหอคอยกลับเป็นคนที่ติดต่อเขาก่อน

“คุณเรียกผมมาเพื่ออะไร?”

“อืม ฉันมีข้อเสนอให้สำหรับเจ้า”

“…?”

ข้อเสนอ

จูเลียนไม่ได้เป็นสมาชิกของเซอร์เคิล

เขาต้องการจะเสนออะไร?

ไม่นานนักเขาก็พูดต่อ

“เจ้าอยากที่จะมาเป็นหัวหน้าชั้นไหม?”

หัวหน้าชั้น!

มันเป็นตำแหน่งที่พ่อมดแทบทุกคนโหยหา

เพียงแค่การเป็นสมาชิกของหอคอยเวทย์มนตร์ก็เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อมดเดินไปมาเป็นที่ชูหน้าชูตาได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงหัวหน้าชั้นที่ยกระดับขึ้นมาที่อาจถือได้ว่าเป็นผู้บริหาร

ไม่ว่าจะเป็นหอคอยใดก็ตามผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนั้นจะได้รับการชื่นชมและเคารพจากพ่อมดทุกคน

มันเป็นโอกาสยากที่จะได้มา

จูเลียนพูดต่ออย่างใจเย็น

“ตอนนี้ที่นั่งของมิเคลว่างและฉันคิดว่าเจ้าเป็นคนที่มีความสามารถมากและเหมาะสมที่จะเข้ามาแทนที่”

“มีหัวหน้าชั้นคนไหนที่อายุน้อยเท่าผมไหม?”

“มัสเกลแห่งตระกูลเบลคเป็นหัวหน้าชั้นเมื่ออายุ 28 ปีเจ้าอายุน้อยกว่าเขามากดังนั้นเจ้าอาจอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้”

เฟรย์ยังคงเงียบ

จูเลียนพูดด้วยน้ำเสียงที่โน้มน้าวใจจนบางทีเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร

“ถ้าเจ้ากลายมาเป็นหัวหน้าชั้น เจ้าจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ทันทีที่ยื่นเอกสาร จักรวรรดิก็จะมอบคฤหาสน์ห้องแล็บและทุนวิจัยให้กับเจ้า เจ้าจะสามารถแลกเปลี่ยนหรือขอความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับศาสตร์เวทมนตร์จากผู้เชี่ยวชาญชั้นคนอื่นๆขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเจ้า เจ้าอาจจะได้รับวัสดุที่หายากหรือแม้แค่เครื่องมือวิเศษที่หายากได้”

มันเป็นข้อเสนอที่น่าทึ่งจนพ่อมดปกติส่วนใหญ่จะไม่สามารถต้านทานได้

แต่เฟรย์ส่ายหัวอย่างไม่ลังเล

“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ แต่ผมต้องขอปฏิเสธ”

"…อืม เจ้าจะเข้าร่วมกับเซอร์เคิลใช่มั้ย?”

จูเลียนหัวเราะอย่างขมขื่นแต่เฟรย์ยังคงเงียบ

มันไม่ใช่แค่เหตุผลนั้น

ส่วนใหญ่เป็นเพราะผลประโยชน์ในการเป็นหัวหน้าชั้นนั้นไม่จำเป็นสำหรับเฟรย์

"ฉันเข้าใจ แล้วโปรดลืมสิ่งที่ฉันพูดไปก็แล้วกัน”

“ผมจะไม่ลืมความเอ็นดูของคุณในครั้งนี้ที่มาสเตอร์หอคอยมอบให้ผม”

“หุหุ ขอบคุณที่พูดแบบนั้น”

เฟรย์กลับไปที่ห้องของเขาและในขณะที่เขาเปิดหนังสืออ่านเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

เขารู้ว่าเป็นใคร

คนที่เฟรย์มีปฏิสัมพันธ์ด้วยในหอคอยนั้นมีน้อยมากและด้วยการจากไปของกลุ่มแบล็คทูฟจำนวนก็ยิ่งลดน้อยลง

"ประตูไม่ได้ล๊อก"

เสียงดังเอี๊ยด

ตามที่คาดไว้อเดเลียเป็นคนที่เปิดประตู

เธอมองเฟรย์ด้วยสีหน้าแปลก ๆ

“นายปฏิเสธข้อเสนอของตาแก่จูเลียนจริงๆหรือ?”

"ใช่"

“นายกล้าโยนโอกาสที่น่าอัศจรรย์นี้ทิ้งไป หากเป็นเพราะเซอร์เคิลนายก็คิดผิดแล้วละ คุณลุงมิเคลสามารถดำรงตำแหน่งทั้งสองตำแหน่งพร้อมๆกันได้ ฉันน่าจะเคยบอกแล้วว่าสมาชิกในเซอร์เคิลส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น แต่การเป็นหัวหน้าชั้นของหอคอยเวทมนตร์เป็นตัวตนที่สมบูรณ์แบบในการแสดงให้โลกภายนอกได้รับรู้”

สิ่งที่เธอพูดนั้นไม่ได้บ้าและเป็นที่พิสูจน์ได้ง่ายๆ เพียงแค่ยกตัวอย่างของมาสเตอร์หอคอยอย่างเชพเพิร์ดหรือรองหัวหน้าหอคอยและหัวหน้าชั้นเช่นลุคส์และมิเคล

แต่เฟรย์ไม่ได้เสียใจใดๆเลยเกี่ยวกับเรื่องนั้น

“ผมได้ตัดสินแล้วว่าผมยังไม่พร้อมที่จะรับตำแหน่งหัวหน้าชั้น ผมยังมีงานต้องทำอีกมาก”

“…”

ไม่มีอะไรที่เธอจะพูดได้เมื่อเขาพูดออกมาอย่างนั้น

นั่นเป็นเพราะอย่างที่เฟรย์ได้กล่าวไว้ว่ายังมีสิ่งที่หัวหน้าชั้นต้องทำหลังจากที่พวกเขาเข้ารับตำแหน่ง

พวกเขาต้องรายงานความสำเร็จและสิ่งที่ค้นพบให้กับจักรวรรดิเป็นประจำหรือสอนพ่อมดในหอคอย

“ถ้านั่นคือสิ่งที่นายตัดสินใจฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว”

“คุณมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ?”

"ไม่หรอกน่า"

อเดเลียวางขวดแก้วสองใบลงบนโต๊ะ

"เออ?"

ไม่ใช่หนึ่งแต่มีถึงสองขวด?

หนึ่งในนั้นเต็มไปด้วยของเหลวใสและอีกอันก็ยากที่จะมองผ่าน

หลังจากได้รับการจ้องมองอย่างงุนงงของเฟรย์อเดเลียก็อธิบาย

“ฉันเคยทำผลึกให้เป็นยาอายุวัฒนะหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ฉันแน่ใจว่าครั้งนี้นั้นยากสุดๆ คริสตัลนั้นมีพลังงานของสายฟ้า สายฟ้าเป็นหนึ่งในพลังที่ซับซ้อนที่สุด! ต้องขอบคุณเหรียญทองหลายร้อยเหรียญของฉันที่ช่วยทำให้มันแยกออกจากกันได้”

“ถ้าเป็นเช่นนั้น…”

"ไม่...ไม่ต้องเลย ฉันก็แค่อยากให้นายรู้ว่าฉันต้องทำงานหนักแค่ไหน ฉันก็เลยบ่นนิดหน่อยเอง”

อเดเลียตบหน้าอกเล็กๆของเธอและเฟรย์ก็รู้ว่าเธอได้ช่วยเหลือเขาอีกครั้ง

“แต่ทำไมมีตั้งสองขวดละครับ?”

“หนึ่งคือยาอายุวัฒนะของมานา ส่วนอีกอันคืออืม…กลุ่มพลังสายฟ้าที่สกัดออกมา”

“พลังงานสายฟ้า?”

“อืม ฉันนึกคำที่เหมาะพอที่จะอธิบายไม่ได้ อย่างไรก็ตามอย่าเปิดมันออกก็แล้วกัน ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อให้มันอยู่ในขวดนั่นดังนั้นมันจึงค่อนข้างอันตราย”

เฟรย์มีสีหน้าแปลก ๆ

“ทำไมคุณถึงให้สิ่งที่อันตรายเช่นนี้กับผมละ?”

“มันเป็นเพียงความรู้สึก แต่ฉันคิดว่านายจะสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้”

ขณะที่เธอพูดสิ่งนี้อเดเลียก็ดูเหมือนจะสงสัยในการตัดสินใจของตัวเองเล็กน้อย

ถึงกระนั้นมันก็เป็นการสูญเปล่าที่จะทิ้งมันไป ถ้าเป็นเฟรย์แล้วละก็เธอก็มั่นใจได้เลยว่าเขาจะใช้ประโยชน์จากมันได้แน่ๆ

เธอยักไหล่

“ถ้านายไม่สบายใจนายก็ทิ้งมันไปได้เลย”

“ไม่ผมจะเก็บไว้ และขอบคุณมาก”

“ฮึ่ม นายควรที่จะขอบคุณฉันเร็วกว่านี้นะ ฉันเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเพียงคนเดียวในโลกที่สามารถทำสิ่งนี้ได้”

เฟรย์หัวเราะเบา ๆ

“ผมไม่ลืมหนี้ของผมหรอกครับ ผมจะจ่ายคืนให้กับศาสตราจารย์อย่างแน่นอน”

“หนี้หรอ ฮิฮิ ฉันชอบคำนั้นจัง”

อเดเลียหัวเราะอย่างมืดมนในทุกสิ่งที่เธอคิดและการเห็นสีหน้าขี้เล่นของเธอก็ทำให้เฟรย์ยิ้ม

“ฉันจะไปแล้วนะเฟรย์”

“คุณหมายถึงจะไปจากหอคอยแล้วใช่ไหม?”

“อืม ฉันอยู่ที่นี้มานานเกินไปแล้ว ถ้าฉันทำตัวดื้อไปมากกว่านี้ซีริสคงจะบ่นฉันเกี่ยวเรื่องนี้เป็นเวลาหลายเดือนอย่างแน่นอน”

ดูเหมือนว่าเธอจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับคณบดีของสถาบัน

เฟรย์พยักหน้า

"เดินทางปลอดภัยนะครับ"

“ฉันไม่รู้ว่าเป้าหมายของนายคืออะไร แต่ระวังด้วย อา....แม้ว่านายจะดื่มยาอายุวัฒนะในตอนนี้ มันก็จะไม่มีปัญหาอะไรเลย”

ด้วยคำพูดเหล่านั้นอเดเลียได้โบกมือและจากไป

ต่อมาเฟรย์ก็ได้ยินว่าหลังจากที่เธอไปพบเขาเธอก็เก็บข้าวของของเธอและออกเดินทางไปที่สถาบัน

นั่นคือตอนที่เฟรย์ตระหนักว่าเหตุผลที่เธอยังไม่กลับไปที่สถาบันการศึกษาเป็นเวลานานคือการช่วยเหลือเขาและเฟรย์รู้สึกขอบคุณเธอลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“แล้ว…”

เฟรย์ตัดสินใจว่าจะตรวจสอบพลังงานสายฟ้าในภายหลังและหยิบน้ำยามานามาก่อน

ภายนอกนั้นดูไม่ต่างจากน้ำ ดูเหมือนจะไม่พิเศษเท่ากับโฟรเซินริฟเวอะหรือหัวใจของทอร์กุนทา

อย่างไรก็ตามเฟรย์สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความเข้มข้นของมานาที่มีอยู่ในของเหลวนี้

‘ฉันรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่อยู่ภายในของมัน สามขวดไม่สิเพียงสองขวด หากฉันสามารถหายาเช่นนี้ได้อีกสองขวด มันก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันไปถึงระดับ 8 ดาวได้

เฟรย์ยิ้มเล็กน้อยขณะที่เขาค้นพบอีกเหตุผลหนึ่งที่จะปราบเหล่าอัครสาวก

คำพูดของไฮนซ์ปรากฏขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง

เขาได้บอกว่าอย่าดื่มยาอายุวัฒนะ

เฟรย์ไม่รู้ว่าทำไม

อย่างไรก็ตามเขาจะไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

ไฮนซ์ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และไม่มีอะไรผิดปกติกับยาอายุวัฒนะ

เขามั่นใจในเรื่องนี้

อเดเลียเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะและเธอก็ได้ยืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

ไฮนซ์กำลังคิดอะไรอยู่?

‘เขากำลังหมายถึงสถานการณ์ที่ฉันจะต้องรับมือหากดื่มยาอายุวัฒนะเข้าไปแทนที่จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับตัวยาอายุวัฒนะเองหรือเปล่า?’

เฟรย์ไม่รู้และเขาก็ไม่ได้มีนิสัยที่จะกังวลกับสิ่งที่เขาไม่สามารถหาคำตอบได้”

โดยไม่ลังเลเลยเฟรย์เปิดขวดแก้วและยกขึ้นซด

อึกอึก

เขารู้สึกเย็นสบายราวกับว่าเขากำลังดื่มน้ำที่ใส่น้ำแข็ง

เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ายาอายุวัฒนะไหลลงคอขณะที่เขาดื่มมัน

อูววว

“…!”

มานานั้นหนาแน่นกว่าที่เขาคิด!

เฟรย์ตระหนักดีว่าถ้าหากเขาสามารถย่อยมานาทั้งหมดนี้ได้เขาก็จะสามารถเพิ่มความจุมานาของเขาได้อย่างน้อย 1.5 เท่า

เฟรย์เชื่อมั่นว่าจะไม่มีพ่อมดระดับ 7 ดาวที่สามารถเทียบเขาได้หากพูดถึงความจุของมานา

'ดีละ'

ไม่นานร่างกายของเขาก็เหงื่อออกราวกับน้ำตก

คงไม่แปลกถ้าสิ่งนี้ทำให้เขาขาดน้ำอย่างรุนแรง แต่ปากของเฟรย์โค้งเป็นรอยยิ้ม

'ด้วยความเข้มข้นของมานานี้ฉันจะสามารถขยายห้องมานาของฉันไปทั่วร่างกายของฉันได้'

นี่เป็นเพราะมันจะทำให้เขาสามารถขยายพื้นที่จัดเก็บมานาได้

ถ้ามันเสร็จสมบูรณ์ เส้นเลือดมานาของเขาจะขยายออกเหมือนแม่น้ำและทำให้เขาสามารถรักษาสภาพร่างกายนี้ได้ตลอดเวลา

นี่เป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับพ่อมดที่มีพลังเวทย์มนตร์หลากหลายขึ้นอยู่กับสภาพของพวกเขาในระหว่างวัน

ฮึก

เฟรย์ทำให้มานาของเขาสงบลงอย่างรวดเร็ว

ร่างกายของเขาประสบความสำเร็จในการดูดซับมานาจำนวนมากครั้งแล้วครั้งเล่า

มานาในคริสตัลไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยแต่มันก็ไม่ได้เป็นอันตรายเพียงแต่มันต้องใช้เวลานานในการดูดซับ

มันจะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือน

จากนั้นเฟรย์ก็คิดที่จะไปจากหอคอยเวทย์

จบบทที่ บทที่ 52 การติดต่อ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว