เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 การติดต่อ (2)

บทที่ 51 การติดต่อ (2)

บทที่ 51 การติดต่อ (2)


เฟรย์ใช้เวลาอ่านหนังสือกริมโมสหรือไม่ก็ซ้อมกับเลียมสันเพื่อฆ่าเวลา

ในวันแรกของสัปดาห์ถัดไป คามิลล์ได้กลับจากการเดินทางไปยังฐานลับของไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์แต่เธอไม่ได้กลับมาคนเดียว

เธอกลับมาพร้อมกับเพื่อนใหม่ถึงสองคน

หนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนที่ดูเคร่งขรึมด้วยเสื้อคลุมสีดำบริสุทธิ์ซึ่งเปล่งประกายออร่าที่ทรงพลังมาก

อย่างไรก็ตามเฟรย์ได้เปลียนความสนใจของเขาเมื่อเขาเห็นคนที่มาด้วยกันกับเขา

“…”

“…”

ชายอีกคนก็จ้องมองเฟรย์เช่นกัน

ผมสีเทาตาที่ลึกและมีสีหน้าที่เย็นชา

คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าเขาเหมือนกำลังส่องกระจก

เฟรย์ไม่ได้หลีกเลี่ยงการจ้องมองของผู้ชายคนนั้น

ผู้ชายคนนั้นเปิดปากพูดก่อน

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"

เฟรย์พยักหน้าและตอบกลับ

"ไม่ได้เจอกันนานจริงๆ"

เพื่อนอีกคนของคามิลล์ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไฮนซ์เบลคลูกชายคนที่สองของตระกูลเบลค

* * *

“พวกคุณรู้จักกันหรอ?”

“เค้าเป็นน้องชายของผมเอง”

"ฮะ?"

ชายวัยกลางคนข้างๆเขามองไปที่เฟรย์ด้วยท่าทางเย็นชา

และมันเป็นการกระทำที่หยาบคายมากกับคนที่เขาเพิ่งได้พบ อันที่จริงมันทำให้เฟรย์รู้สึกอึดอัด

ตอนนั้นเองที่คามิลล์เดินเข้ามาข้างๆเขาและกระซิบข้างหู

“ชายคนนี้คือดูเกนจาร์ เขาเป็นฟอร์สออเนอจากไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์ เขาค่อนข้างเจ้าอารมณ์ดังนั้นได้โปรดระวังตัวด้วย”

จากนั้นเธอก็พูดต่อด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

“ฉันไม่รู้มาก่อนเลยนะว่าไฮนซ์จะเป็นพี่ชายของคุณ”

"คุณรู้จักกับเขาด้วยหรือคามิลล์?"

“ไม่มีทางที่ฉันจะไม่รู้จักฟอร์สออเนอจากสโตรว์เน็คลิซ อีกอย่างเขาเป็นคนดังเอามากๆ แม้แต่เซอร์เคิลเล็กๆอย่างที่เราก็ยังเคยได้ยินชื่อของเขา”

สายตาของเฟรย์ได้ปะทะกับไฮนซ์อีกครั้ง

แววตาและสีหน้าของเขาไม่มีอารมณ์ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเดาว่าเฟรย์กำลังคิดอะไรอยู่

“เอาละเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”

ดูเกนจาร์พูดกับเฟรย์ด้วยน้ำเสียงที่แหลมคม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส

“อธิบายสถานการณ์โดยละเอียดด้วย”

“…”

มันเป็นทัศนคติที่ต่ำมาก

เฟรย์อ้าปากค้างโดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ

“ลุคส์รองหัวหน้าหอคอยที่ 3 ทรยศต่อเหล่ามนุษยชาติ เขากลายเป็นอัครสาวกและในระหว่างการปราบเขา มิเคลหัวหน้าชั้นก็ได้เสียชีวิต”

“ฉันรู้อยู่แล้ว ไอ้โง่แกไม่เข้าใจคำพูดของฉันเหรอ? ฉันกำลังบอกให้แกอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยละเอียด!”

ใบหน้าของเลียมสันกระตุก เฟรย์เป็นคนที่เขาให้การยอมรับและนับถือ

ตอนที่เขาออกจากป่ามา เขาไม่ได้คาดหวังว่าวันหนึ่งเขาจะมีมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์คนใดคนหนึ่ง แต่เฟรย์นั้นแตกต่างออกไป

ด้วยพลังและความสามารถที่เขาแสดงให้เห็น เฟรย์เป็นคนที่สมควรได้รับความเคารพอย่างแท้จริงแม้ว่าจะต้องปีนข้ามกำแพงเผ่าพันธุ์

แต่เมื่อไอ้แก่ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้พูดจาไม่ดีใส่เขามันทำให้เลียมสันรู้สึกอึดอัดมาก

และถ้าไอ้แก่นี่รู้อะไรเกี่ยวกับเฟรย์ละก็ เขาจะไม่มีวันทำตัวแบบนั้นแน่

“ผมยังไม่ได้เป็นสมาชิกของเซอร์เคิลใดๆเลย”

“แกกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?”

ดูเกนจาร์มีสีหน้าหงุดหงิดราวกับว่าเขาไม่คาดหวังว่าเฟรย์จะเถียงเขากลับ

“ผมกำลังบอกให้คุณให้หยุดพูดกับผมแบบนั่น ผมไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ”

“…!”

จากคำพูดของเฟรย์ดวงตาของคามิลล์เบิกกว้างขึ้นและไฮนซ์ก็เลิกคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

ส่วนเลียมสันนั้นระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

แต่ดูเกนจาร์กลับเป็นคนที่เสียหน้ามากที่สุด

“ไอ้เจ้านี่แก…แกมันคนที่ไม่รู้จักที่สูงต่ำ!”

เคราของดูเกนจาร์สั่นและมานาก็เริ่มหมุนวนไปรอบๆร่างกายของเขา

เมื่อเห็นเช่นนี้ใบหน้าของเฟรย์ก็เต็มไปด้วยคำสบประมาท

เขาไม่ชอบความเย่อหยิ่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อเขาเห็นดูเกนจาร์ได้ระบายความโกรธของเขาออกมาเพราะเขาไม่สามารถยอมรับความอัปยศอดสูได้ เขาก็รู้สึกว่ามันน่าสมเพชจริงๆ

เนื่องจากเขาเป็นฟอร์สออเนอนั่นหมายความว่าอย่างน้อยเขาก็อยู่ในระดับ 7 ดาว แต่เฟรย์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าคนๆนั้นอ่อนแอมาก

'ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าไอ้ขยะนี้เป็นผู้บริหารของเซอร์เคิล'

เขารู้สึกผิดหวังในเซอร์เคิล ไม่สิ ผิดหวังกับไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์

“ออเนอดูเกนจาร์ให้ผมคุยกับเขาดีกว่า ผมจะอธิบายสถานการณ์โดยละเอียดให้คุณทราบในภายหลัง”

ไฮนซ์แซรก

เขาก้าวไปข้างหน้าด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความโกรธของดูเกนจาร์สงบลงเลย

“คุณเข้าข้างเขาเพราะเขาเป็นน้องชายของคุณหรือเปล่า? คุณคิดว่าฉันจะทนกับความหยาบคายของเขาได้จริงหรือ?”

“เอาน่าเขายังเด็กอยู่ ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ”

“ฉันไม่อดทนต่อความอัปยศอดสู! ถอยออกไป!”

“เหอะ...”

ไฮนซ์ถอนหายใจและส่งสายตาที่รำคาญไปที่ดูเกนจาร์

จากนั้นดูเกนจาร์ก็ตัวสั่น

“ผมจะให้น้องชายของผมอธิบายสถานการณ์ให้ผมฟัง คุณอยากให้ผมพูดซ้ำอีกครั้งมั้ย? ออเนอดูเกนจาร์!”

ในขณะนั้นดูเกนจาร์ปิดปากของเขา ไม่มีคำพูดใดๆออกมา

เฟรย์มองเห็นประกายแห่งความกลัวในดวงตาของเขา

“…งั้นเชิญเลยออเนอไฮนซ์”

"ขอบคุณ"

ไฮนซ์พยักหน้าอย่างนิ่งก่อนจะหันกลับไปมองเฟรย์

“พอจะมีที่ให้เราสองคนได้คุยกันมั้ย?”

“…เราไปที่ห้องของฉันก็ได้”

เฟรย์ลุกขึ้นจากที่นั่งขณะที่สงสัยว่าไฮนซ์กำลังคิดอะไรอยู่

แต่เขาก็ยินดีที่จะได้มีโอกาสพูดคุยกันตามลำพัง

จากนั้นทั้งสองก็มุ่งหน้าไปที่ห้องของเฟรย์

หลังปิดประตูเฟรย์นั่งลงบนเตียง ไฮนซ์ยื่นอยู่ข้างประตูและสังเกตเฟรย์สักครู่ก่อนจะพูด

“ฉันได้ยินมาว่าออเนอลุคส์หักหลังเรา คามิลล์ได้ส่งรายงานให้เราแล้ว แต่พี่ต้องรบกวนน้องให้ช่วยอธิบายอีกครั้งได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น?”

“เข้าใจแล้ว”

เฟรย์อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในขณะที่ฟังเรื่องราวการแสดงออกของ ไฮนซ์ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก

‘ฉันไม่คิดว่าไฮนซ์เป็นคนแบบนี้’

เขารู้สึกเหมือนเป็นคนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับไฮนซ์ที่เคยกลั่นแกล้งเฟรย์

เขาเปลี่ยนไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหรือเปล่า?

มีความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ แต่เฟรย์ก็รู้สึกว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือตัวตนของไฮนซ์เบลคที่แท้จริง

ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงปฏิบัติกับเฟรย์แบบนั้น?

“…นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น”

ในที่สุดไฮนซ์ก็แสดงปฏิกิริยาเมื่อเขาได้ยินว่าเฟรย์ไปถึงระดับ 7 ดาวแล้ว

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ขัดจังหวะเฟรย์และเขาไม่โต้ตอบอย่างรุนแรงกับข้อมูลที่ได้รับ

“แล้วคริสตัลของอัครสาวกล่ะ?”

“ฝากไว้ให้นักเล่นแร่แปรธาตุที่รู้จักแล้วละ”

“นั่นเป็นไอเทมที่จัดการได้ยากมากเลยนะ”

“ศาสตราจารย์อเดเลียเป็นคนที่มีความรู้มากในการเล่นแร่แปรธาตุและเธอน่าจะจัดการกับมันได้”

“…ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ในหอคอยเวทมนตร์ที่ 3 ด้วย”

เมื่อเขาคิดเรื่องนี้อเดเลียเคยบอกใบ้ว่าเธอรู้จักกับไฮนซ์

พวกเขามีความสัมพันธ์อะไรกัน?

ไฮนซ์มองเฟรย์ด้วยสายตากลวง ๆ

“คริสตัลเป็นของนาย นายเป็นคนที่ปราบเขาได้มันจึงเป็นรางวัลของนาย อเดเลียจะสามารถนำไปทำเป็นยาอายุวัฒนะได้ แม้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับนายจะยังไม่แพร่ไปมากนัก… แต่เซอร์เคิลใหญ่ๆก็จับตาดูความเคลื่อนไหวของนายอยู่แล้ว รวมถึงบิ๊กทรีด้วย”

“…?”

“พี่อยากจะบอกว่า ‘อย่าดืมยาอายุวัฒนะที่ทำจากคริสตัลดีกว่า’ แต่นายก็คงจะไม่ฟังพี่แม้ว่าพี่จะเตือนก็เถอะ แต่นายจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่นายดื่มมัน”

เฟรย์ไม่รู้ว่าเขาพูดถึงอะไรและแทนที่จะตอบคำถามไฮนซ์กลับถอนหายใจ

“นายเปลี่ยนไปมาก นายคงจะตื่นขึ้นแล้ว ใช่...ยังไงซะนายก็มีเลือดของตระกูลเบลคอยู่ในตัวนาย แต่อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ดูเกนจาร์เขาอาจจะดูเป็นคนไม่ดีแต่ตำแหน่งของเขาในเซอร์เคิลนั้นไม่สามารถมองข้ามได้เลย การเพิ่มความมั่นใจก็เป็นเรื่องที่ดีแต่บางครั้งนายก็ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง”

คราวนี้ไฮนซ์ให้ความรู้สึกแปลกๆ มันเหมือนกับว่าเขาอยากจะคุยและกำลังให้คำแนะนำดีๆแก่น้องชายจริงๆ

ถ้า 'เฟรย์คนเด่า' เป็นคนที่ได้ยินสิ่งนี้เขาอาจคงจะเสียอารมณ์

“อีกไม่นานคนใช้จากตระกูลจะมาหานาย พวกเขาจะบอกให้นายกลับไปที่บ้าน”

แต่สีหน้าและน้ำเสียงของเขาไม่เปลี่ยนแปลง

“ปฏิเสธพวกเขาซะ การไปที่คฤหาสน์ของตระกูลเบลคนั้นอันตรายมากในตอนนี้ นายคงเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพ่อของเราจากออเนอเชพเพิร์ดแล้วใช่มั้ย?”

" นายกำลังทำอะไรอยู่นะ?"

ไฮนซ์ไม่แปลกใจกับคำถามที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน อันที่จริงดูเหมือนว่าเขาคาดหวังไว้แล้ว

ดวงตาของพวกเขาสบกันอีกครั้ง

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆนายถึงทำตัวเป็นพี่ชายแสนดีซะงั้น พยายามชดใช้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตหรือ?”

เฟรย์ไม่คิดว่าเขาสมควรได้รับการให้อภัย

ลูกชายคนที่สามของตระกูลเบลคตายไปแล้วและชายที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการตายนั้น

นั่นคือเหตุผลที่เขาสามารถกลายมาเป็นเฟรย์ได้

ในสายตาของเขาพฤติกรรมในปัจจุบันของไฮนซ์คือการเสแสร้ง ในความเป็นจริงมันทำให้เฟรย์รู้สึกคลื่นไส้ที่ดูเขาจู่ๆแสร้งทำเป็นคนดี

ไม่ว่าสาเหตุของการกระทำของไฮนซ์จะเป็นอย่างไรความจริงที่ว่าเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ขับไล่ให้ ‘เฟรย์’ ฆ่าตัวตายยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“การไถ่โทษนะหรือ? ฉันไม่ต้องการอะไรอย่างนั้น ฉันยังไม่เคยไตร่ตรองถึงสิ่งที่ฉันทำกับนายเลย มันก็แค่นั้นเอง”

แววตาของไฮนซ์เปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก

“จริงๆแล้วฉันไม่เคยอยากให้นายได้เรียนเวทมนตร์เลยด้วยซ้ำ”

“…”

“นอกจากนี้นายไม่ควรเชื่อใจคนที่อยู่ในเซอร์เคิลมากจนเกินไป”

"ทำไมละ?"

“นายจะเจอคำตอบนั้นเองในไม่ช้า”

ด้วยคำพูดเหล่านั้นไฮนซ์ก็เดินออกจากห้องไป

เฟรย์ไม่ได้พยายามหยุดเขา

‘สายเลือดของตระกูลเบลค’

ดวงตาของเฟรย์เย็นชา ในขณะนั้นเขาเริ่มแน่ใจแล้วว่า

ไม่ช้าก็เร็ว จะมีวันที่เขาจะต้องกลับไปที่ตระกูลเบลค

จบบทที่ บทที่ 51 การติดต่อ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว