- หน้าแรก
- ข้ามเวลามารักบี๋ปี่ตง ก่อนชะตาโลกจะเริ่ม
- บทที่ 11 นี่เขาคิดจะให้เชียนจิ่วเซียวแต่งเข้าตระกูลหมิ่นจริงหรือ?
บทที่ 11 นี่เขาคิดจะให้เชียนจิ่วเซียวแต่งเข้าตระกูลหมิ่นจริงหรือ?
บทที่ 11 นี่เขาคิดจะให้เชียนจิ่วเซียวแต่งเข้าตระกูลหมิ่นจริงหรือ?
ตระกูลหมิ่นจือ ณ โถงรับรอง
"ไป๋เฮ่อ นี่เจ้าวางกับดักนายน้อยอย่างข้าเรอะ?" เชียนจิ่วเซียวยืนอยู่กลางห้อง สองมือถูกมัดไพล่หลัง ใบหน้าถมึงทึงอารมณ์เสียถึงขีดสุด ทางด้านซ้ายมือของเขา คือไป๋เฉินเซียงที่ใบหน้าซีดเผือด ก้มหน้าก้มตาสะอื้นไห้อย่างแผ่วเบา
"สหายน้อย ท่านทำให้ตาแก่อย่างข้าผิดหวังเหลือเกิน" บนเก้าอี้อาร์มแชร์สภาพเก่าคร่ำคร่า ไป๋เฮ่อถอนหายใจยาว "เมื่อคืนเห็นท่านเมามายไม่ได้สติ ข้าก็นึกขึ้นได้ว่าเรือนรับรองแขกยังไม่ได้จัดเตรียม จะให้ท่านไปนอนลำบากก็เกรงใจ เลยให้คนพาท่านไปนอนที่ห้องของเฉินเซียง" "แต่ท่านกลับ..." มือของไป๋เฮ่อสั่นระริก ชี้หน้าเชียนจิ่วเซียวอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็ทิ้งมือลงอย่างอ่อนแรง "ท่านทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นลงไปได้อย่างไร!" "เฉินเซียง... นางยังเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่กลับต้องมาแปดเปื้อนเพราะน้ำมือท่าน!"
พอได้ยินคำว่า 'แปดเปื้อน' ไป๋เฉินเซียงที่สะอื้นเบาๆ อยู่แล้ว ก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดังทันที
สถานการณ์ชัดเจนขนาดนี้ บวกกับถ้อยคำที่ได้ยินแว่วๆ เมื่อคืน เชียนจิ่วเซียวจะไม่เข้าใจได้อย่างไร? ยืมคำพูดพ่อมาใช้ได้เลย เขาโดนต้มจนเปื่อยแล้ว! เพียงแต่คนอื่นเขาหลอกเอาเงิน แต่ตาเฒ่าไป๋เฮ่อนี่ลงทุนยอมเสียหลานสาวเพื่อดึงคนไว้ เพื่อจะรั้งเขาให้อยู่กับตระกูลหมิ่นจือ ต้องยอมรับเลยว่า เจ้าหมาแก่ไป๋เฮ่อนี่ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก
เพิ่งออกจากเมืองวิญญาณยุทธ์มาได้ไม่นาน ก็ต้องมาเสียรู้ครั้งใหญ่ขนาดนี้ ในใจเชียนจิ่วเซียวเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่ไป๋เฉินเซียงก็เอาแต่ร้องไห้อยู่ข้างหูไม่หยุด ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดรำคาญใจเป็นทวีคูณ "ร้อง ร้อง ร้อง รู้จักแต่ร้องไห้หรือไง นายน้อยอย่างข้าถูกตระกูลหมิ่นจือของเจ้าวางยาจนเสียหายยับเยินขนาดนี้ เจ้ายังมีหน้ามาร้องไห้อะไรอีก?"
ไป๋เฉินเซียงหยุดร้องทันควัน เบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ เขาเสียหายตรงไหน? คนพรรค์นี้กล้าพูดจาไร้ยางอายแบบนี้ออกมาได้อย่างไร?
"มองอะไร?" เชียนจิ่วเซียวตะคอกเสียงดุ "นายน้อยขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ข้าไม่มีวันอยู่ที่ตระกูลหมิ่นจือเด็ดขาด คิดจะใช้เรื่องนี้มาข่มขู่ข้า ฝันไปเถอะ"
วินาทีนี้ ไม่ใช่แค่ไป๋เฉินเซียง แม้แต่สีหน้าของไป๋เฮ่อก็เคร่งขรึมลงถนัดตา เขานึกไม่ถึงว่าเชียนจิ่วเซียวจะอายุแค่นี้ แต่กลับหัวแข็งดื้อด้าน ไม่ยอมอ่อนข้อให้เลยแม้แต่น้อย
"หึหึ" ไป๋เฮ่อเลิกเล่นละคร แสยะยิ้มเย็นชาแล้วลุกขึ้นยืน "เจ้าคิดว่ารังแกหลานสาวข้าแล้วจะสะบัดตูดหนีไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นรึ? โลกนี้มีเรื่องดีงามขนาดนั้นด้วยหรือไง?" "ถ้าวันนี้เจ้าไม่ให้คำอธิบายที่น่าพอใจแก่ข้า ก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากตระกูลหมิ่นจือแม้แต่ก้าวเดียว" "เชื่อหรือไม่ เดี๋ยวข้าจะสั่งคนมาตัดเอ็นมือเอ็นเท้าเจ้าทิ้ง แล้วขังไว้จนกว่าเฉินเซียงจะตั้งท้อง"
ถึงอย่างไรเชียนจิ่วเซียวก็ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่น พอได้ยินคำขู่นั้น ร่างกายก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดด้วยความตกใจ "เจ้ากล้าเรอะ!" เขาตะโกนก้องด้วยความโกรธ
"ทำไมข้าจะไม่กล้า?" รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าของไป๋เฮ่อ เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาเชียนจิ่วเซียว "ใครรู้บ้างว่าเจ้ามาที่ตระกูลหมิ่นจือของข้า?" "ไม่มีใครรู้ใช่ไหม?" "งั้นเจ้าลองบอกซิ ต่อให้ข้าฆ่าเจ้าหมกป่า จะมีใครรู้?"
เพียงไม่กี่ประโยคของไป๋เฮ่อ ทำเอาเชียนจิ่วเซียวเหงื่อแตกพลั่ก ตอนนี้มือของเขาถูกมัดไพล่หลัง แถมไม่รู้ว่าโดนให้กินอะไรเข้าไป พลังวิญญาณในร่างถึงเดินลมปราณไม่ได้เลย สภาพเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา เป็นลูกไก่ในกำมือชัดๆ
"ไป๋เฮ่อ สรุปแล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่?" เชียนจิ่วเซียวถามอย่างหมดท่า
"ฮ่าฮ่า" เมื่อเห็นว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายอ่อนลง ในที่สุดไป๋เฮ่อก็หัวเราะร่า แววตาฉายความพึงพอใจ "สหายน้อย ข้าก็ไม่อยากจะบีบคั้นท่านหรอกนะ" "ท่านก็รู้ว่าเฉินเซียงยังบริสุทธิ์ ท่านจะทำลายความบริสุทธิ์ของนางแล้วทิ้งขว้างไม่ได้ จริงไหม? ข้าขอไม่มากหรอก ข้ามีทางเลือกให้ท่านสองทาง" "ไม่ว่าท่านจะเลือกทางไหน ล้วนแต่เป็นผลดีต่อตัวสหายน้อยทั้งนั้น ไม่มีเสียเปรียบแน่นอน"
ในที่สุดก็เผยหางออกมาแล้วสินะ? เชียนจิ่วเซียวทำหน้านิ่งแล้วเอ่ยถาม "ว่ามา เจ้าต้องการอะไร?"
"เฉินเซียง เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ที่เหลือปู่จะจัดการเอง ไม่ต้องห่วง" ไป๋เฮ่อหันไปบอกไป๋เฉินเซียง ทว่าไป๋เฉินเซียงกลับลังเล ไม่ยอมเดินออกไป
"ให้นางอยู่ต่อเถอะ ให้นางได้ยินกับหูว่าปู่ของนางวางแผนจะขายนางด้วยราคาเท่าไหร่" ขณะที่ไป๋เฮ่อกำลังจะเอ่ยปากไล่หลานสาวอีกครั้ง เชียนจิ่วเซียวก็พูดประชดแทรกขึ้นมา ใบหน้าเหี่ยวย่นของไป๋เฮ่อบึ้งตึงทันที ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปากด่า ก็ได้ยินเสียงสูดหายใจลึกของไป๋เฉินเซียง "ท่านปู่ ข้าขออยู่ฟังด้วย"
สีหน้าของไป๋เฮ่อเปลี่ยนไป ในใจรู้สึกขมขื่น เขารู้ดีว่าระหว่างเขากับหลานสาว คงเกิดรอยร้าวขึ้นเสียแล้วจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ทุกสิ่งที่เขาทำ ก็เพื่อตระกูลหมิ่นจือทั้งนั้น เฉินเซียงจะต้องเข้าใจเขาแน่นอน ใช่ไหม? ไป๋เฮ่อฝืนยิ้มออกมาในที่สุด "เฉินเซียง ในเมื่อเจ้าไม่อยากไป ก็อยู่ฟังเถอะ" "ทุกอย่างที่ปู่ทำ ก็เพื่อตัวเจ้าเองทั้งนั้น"
"อืม" ไป๋เฉินเซียงพยักหน้าเงียบๆ ตอบเสียงเบา "เฉินเซียงทราบดี"
จากนั้น ไป๋เฮ่อก็หันกลับมามองเชียนจิ่วเซียว แววตากลับมาฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบายอีกครั้ง "สองทางเลือก" "ทางแรก แต่งเข้าตระกูลหมิ่นจือของข้า เฉินเซียงจะแต่งเป็นภรรยาเจ้า และลูกที่เกิดมาในอนาคตต้องใช้แซ่ไป๋" "ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า สหายน้อย หลังจากข้าตายไป ตระกูลหมิ่นจือทั้งหมดย่อมตกเป็นของเจ้าและภรรยา" "ได้ทั้งตระกูลใหญ่ ได้ทั้งภรรยาแบบฟรีๆ เป็นไง ข้อเสนอนี้ไม่เลวเลยใช่ไหม?"
แต่งเข้าตระกูลไป๋? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! เชียนจิ่วเซียวส่ายหน้าดิก ตลกตายชัก ขืนเขากล้าแบกหน้ากลับไปเมืองวิญญาณยุทธ์แล้วบอกพ่อกับแม่ว่าจะแต่งเข้าตระกูลหมิ่นจือ ต่อให้พวกเขารักลูกแค่ไหน เขาคงโดนดีแน่ๆ
"แล้วทางเลือกที่สองล่ะ?" เชียนจิ่วเซียวถามต่อ
"สหายน้อย เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่เก็บไปคิดดูก่อน? จะปฏิเสธข้อแรกจริงๆ รึ?" ไป๋เฮ่อเชิดคางขึ้น พูดด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง "เมื่อคืนข้าตรวจสอบดูแล้ว ในทวีปนี้ไม่มีตระกูลอู่ที่มีชื่อเสียงอะไร และตระกูลหมิ่นจือของข้า แม้ตอนนี้จะตกต่ำลงบ้าง แต่ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลใหญ่ระดับแนวหน้าของทวีป เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่เลือกข้อแรก?"
"ไม่" เชียนจิ่วเซียวส่ายหน้ายืนยัน ต่อหน้าสำนักวิญญาณยุทธ์ ตระกูลไป๋อะไร? ตระกูลหมิ่นจือไหน? ล้วนเป็นเพียงมดปลวก! เขาต้องสติฟั่นเฟือนแน่ๆ ถึงจะยอมลดตัวไปแต่งเข้าตระกูลไป๋
ไป๋เฮ่อแค่นเสียงดูแคลนทันที จ้องมองเชียนจิ่วเซียวด้วยสายตาที่สื่อว่า 'ไอ้หนุ่ม วันหน้าเจ้าต้องเสียใจแน่' ก่อนจะเอ่ยต่อ "ส่วนทางเลือกที่สอง? ก็ง่ายมากเช่นกัน" "นั่นคือ ข้าจะยกเฉินเซียงให้แต่งงานกับเจ้า แต่ในอนาคตพวกเจ้าต้องมีลูกด้วยกันอย่างน้อยสองคน และลูกชายคนที่สืบทอดวิญญาณยุทธ์ของเจ้า จะต้องส่งมาให้ตระกูลหมิ่นจือของข้าเป็นคนเลี้ยงดูฟูมฟักเอง" "ขอแค่เจ้ารับปากเงื่อนไขนี้" "วันนี้เข้าพิธีแต่งงานกับเฉินเซียง พรุ่งนี้เจ้าก็ออกจากตระกูลหมิ่นจือไปได้เลย" "แต่เจ้าต้องคิดให้ดีนะ โลกของวิญญาณจารย์นั้นอันตรายรอบด้าน หากไม่มีตระกูลหมิ่นจือเป็นแบ็คอัพ ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์เลิศเลอแค่ไหน ก็เสี่ยงที่จะตายเอาง่ายๆ" "แน่ใจนะว่าจะไม่เลือกข้อแรก?"
ดูเหมือนตาเฒ่านี่ยังไม่ยอมตัดใจเรื่องจะให้เชียนจิ่วเซียวแต่งเข้าบ้าน
"ถ้าข้าเลือกข้อสอง ตอนข้าไป ข้าไม่เอานางไปด้วยได้ไหม?" เชียนจิ่วเซียวถามด้วยความสงสัย
สิ้นคำถามนี้ ไป๋เฉินเซียงที่เดิมทีมีแววตาสับสนยามได้ยินว่าเชียนจิ่วเซียวจะเลือกข้อสอง ใบหน้าก็พลันซีดเผือดลงกว่าเดิมจนไร้สีเลือด นางถูกปู่แท้ๆ ทอดทิ้งไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ พอเห็นความหวังที่จะได้ไปจากตระกูลหมิ่นจือ ผู้ชายที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนางเมื่อคืน กลับวางแผนจะทอดทิ้งนางอีกคน...