- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 88 ได้โปรดอย่ามาฮึดสู้เอาตอนนี้จะได้ไหม?
บทที่ 88 ได้โปรดอย่ามาฮึดสู้เอาตอนนี้จะได้ไหม?
บทที่ 88 ได้โปรดอย่ามาฮึดสู้เอาตอนนี้จะได้ไหม?
ความเร็วที่เหนือกว่าปกติของอู่สื่ออิง ทำให้เซียวคงคาดไม่ถึงอย่างเห็นได้ชัด
ยังไม่ทันที่เขาจะใช้ไฟสีดำทั่วร่างป้องกัน เงาร่างปราดเปรียวของสาวน้อยก็พุ่งมาถึงตรงหน้า แล้วฟันกระบี่ใส่คอของเขา
เคร้ง——
กระบี่ธรรมดากับกระบี่วิญญาณสีดำแกมน้ำเงินปะทะกัน ประกายไฟสว่างวาบ
ในนาทีวิกฤต เซียวคงใช้กระบี่รับการโจมตีนี้ไว้ได้อย่างหวุดหวิด
แต่เห็นได้ชัดว่า ภายใต้การเสริมพลังความไวร่างกายสิบเท่า ปฏิกิริยาตอบสนองของอู่สื่ออิงเหนือกว่าเขามาก
เมื่อการโจมตีครั้งแรกพลาดเป้า ร่างของสาวน้อยก็วูบไหว ทิ้งภาพติดตาไว้ ณ จุดเดิม ในขณะที่ร่างจริงไปปรากฏอยู่ด้านหลังเซียวคง แล้วฟันลงมาอีกครั้ง
กระบี่นี้ แม้เซียวคงจะพยายามหลบสุดชีวิต แต่ก็ยังโดนฟันเข้าที่กระดูกสะบัก
ไฟสีดำเผาผิวหนังและเนื้อของเขาไปแล้ว แต่โครงกระดูกยังคงอยู่ครบถ้วน เขี้ยวและกรงเล็บของศพจินฮ่าวอาจทะลุผ่านโครงกระดูกได้ แต่กระบี่ไม่ทะลุ
กระบี่นี้ฟันกระดูกสะบักของเซียวคงขาดไปท่อนหนึ่ง และฝังลึกเข้าไปในกระดูกซี่โครง ดูแล้วเจ็บแทน
แต่เซียวคงกลับทำเหมือนไม่รู้สึก ไฟสีดำพุ่งออกมาเหมือนลาวาปะทุ พุ่งเข้าใส่ด้านหลังของอู่สื่ออิง
ทว่าความเร็วของอู่สื่ออิงนั้นสูงเกินไป เธอหลบได้ก่อนที่เปลวไฟจะมาถึงเสียอีก
และหลังจากปะทะกันสองกระบวนท่า แม้เซียวคงจะยังไม่สามารถสร้างความเสียหายให้อู่สื่ออิงได้ แต่กระบี่ธรรมดาของฝ่ายหญิงกลับมีไฟสีดำพันขึ้นมา และกำลังลามมาที่ตัวของเธอ
แต่อู่สื่ออิงกลับไม่ตื่นตระหนก เธอสะบัดกระบี่เป็นดอกไม้ สลัดไฟสีดำกระเด็นออกไป
หลักการง่ายมาก แค่หุ้มชั้นพลังปราณไว้บนตัวกระบี่ก่อนจะออกกระบี่
รีบสลัดพลังปราณทิ้งไปพร้อมกับไฟสีดำ ก่อนที่มันจะเผาพลังปราณจนหมดและสัมผัสโดนตัวกระบี่จริงๆ ตัวกระบี่บินก็จะไม่โดนเผา
เช่นเดียวกันนั้น การห่อหุ้มพลังปราณไว้ที่ผิวหนัง ก็สามารถกันไฟสีดำได้ชั่วคราว
หลังจากจัดการไฟสีดำที่ลามขึ้นมา อู่สื่ออิงก็เปิดฉากโจมตีที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบอีกครั้ง
ซูหยวนที่ยืนดูอยู่ถึงกับพูดไม่ออก
ไฟนี่ดูน่ากลัว เผาทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ผลลัพธ์มีแค่นี้? แค่นี้เนี่ยนะ?
เทวีสุริยะเผาคนไม่ตายจริงๆ นั่นแหละ
แม้ว่าการหุ้มกระบี่และผิวหนังด้วยพลังปราณจะสิ้นเปลืองพลังมาก แต่เซียวคงที่มีไฟท่วมตัวย่อมเสียพลังปราณมากกว่าแน่นอน
ชั่วขณะหนึ่ง อู่สื่ออิงกลับเป็นฝ่ายกดดันเซียวคง และสร้างบาดแผลบนตัวเซียวคงได้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ซูหยวนที่ดูอยู่ จู่ๆ ก็เกิดคำถามขึ้นในใจ — ความรู้สึกไวสิบเท่า คือขีดจำกัดของอู่สื่ออิงแล้วเหรอ?
ด้วยความคิดที่อยากลองของ ซูหยวนสั่งการให้พลังวิญญาณแห่งห้วงอันธการในตัวอู่สื่ออิงทำงาน เพิ่มความไวสัมผัสของสาวน้อยขึ้นอีกหนึ่งเท่า
อู่สื่ออิงที่กำลังต่อสู้อยู่ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด เธอกัดริมฝีปากล่างแน่น ถลึงตามองซูหยวนด้วยความอับอายและโกรธแค้น จากนั้นความเร็วก็เพิ่มขึ้นอีกระดับ
เฮ้ย! สมกับเป็นผู้หญิงที่ทนความไวห้าร้อยเท่าได้ ขีดจำกัดช่างประเมินค่าไม่ได้จริงๆ!
เพิ่มอีก!
สิบสองเท่า... สิบสามเท่า... สิบสี่เท่า...
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า ศักยภาพของอู่สื่ออิงไม่ใช่แค่ความไวสิบเท่าจะสรุปได้ ทุกครั้งที่ความไวเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่า การควบคุมร่างกายของเธอก็จะสูงขึ้นอีกระดับ
ตอนนี้สาวน้อยกลายเป็นสายลมในสนามรบ ใช้ความเร็วสยบความช้า ตีจนเซียวคงโงหัวไม่ขึ้น
แต่ในการทดลองครั้งนี้ ซูหยวนก็เข้าใจเรื่องหนึ่ง
นั่นคือ การเสริมความรู้สึกไวใช้ได้ผลดีกับคนประเภทอู่สื่ออิงเท่านั้น
เขาดูออกว่า อู่สื่ออิงเป็นประเภทสมองกล้าม แข็งแรงแต่หัวทึบ พูดง่ายๆ คือมีกายเทพกำเนิดนักกีฬา
ต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ทางร่างกายและปฏิกิริยา ประสาทสัมผัสเหนือกว่าคนทั่วไปแบบนี้เท่านั้น ถึงจะทนความไวสิบกว่าเท่าแล้วยังเพิ่มพลังฝีมือได้
เอาเป็นว่าซูหยวนเองไม่กล้าทำแบบนี้แน่ๆ
ผ่านไปสักพัก ผิวพรรณทั่วร่างของสาวน้อยก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเหมือนลูกท้อ
บนแก้ม ลำคอ แขนทั้งสองข้าง และเรียวขาที่เปิดเผยออกมา ต่างชุ่มไปด้วยเหงื่อใสๆ
จากการเคลื่อนไหวไปมา หยาดเหงื่อถูกสลัดขึ้นกลางอากาศ สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ
ไม่เพียงแค่นั้น เสื้อผ้าของสาวน้อยแทบจะเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ คงมีแต่บางจุดที่น่าสงสัยเท่านั้นที่ปริมาณเหงื่ออาจจะดูผิดปกติไปหน่อย
คิดว่าเท้าในรองเท้าหนังคู่นั้นของสาวน้อย ก็คงจะชุ่มเหงื่อไปหมดแล้วเหมือนกัน
“พลังวิญญาณแห่งห้วงอันธการของฉันนี่เข้ากับอู่สื่ออิงดีจริงๆ นี่ขนาด 19 เท่าแล้วยังทนได้”
“ภายใต้ความไว 19 เท่า ความเร็วของเธอเร็วกว่าปกติอย่างน้อย 50%! นี่มันโปรแกรมโกงถูกกฎหมายชัดๆ!”
ซูหยวนอดทึ่งไม่ได้
“แต่ดูเหมือน 19 เท่าจะยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเธอ ลองอีกขั้นดู”
ซูหยวนเลียริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยความกระหายรู้แบบนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง
ภายใต้การควบคุมของเขา พลังวิญญาณแห่งห้วงอันธการในตัวสาวน้อยก็ก้าวไปอีกขั้น... ความรู้สึกไวยี่สิบเท่า! สำเร็จ!
แล้วเขาก็เห็นสาวน้อยผมม่วงที่เดิมทีรวดเร็วปานลมกรด เซถลา แล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับเครื่องค้าง บนหัวมีควันขาวพวยพุ่งออกมา ดวงตาคู่งามที่เคยสว่างไสวดุจนักล่า พลันไร้แววในทันที...
หืม? พังคาเตียงซะแล้ว!
ซูหยวนชะงักไปเล็กน้อย รีบจะเข้าไปยึดการควบคุมร่างอู่สื่ออิงเพื่อถอยออกมา แต่น่าเสียดายที่เซียวคงไม่เปิดโอกาสให้
เซียวคงฉวยโอกาสนี้ ฟันหัวของสาวน้อยผมม่วงกระเด็น
อืม จุดจบเหมือนกับยัยออร่าไม่มีผิด
เซียวคง คะแนน +21400
คะแนนรวม: 54600
โอ้โฮ... อัศวินสาวผู้ตกต่ำ นอกจากจะโดนเล่นจนเอ๋อแล้ว ยังโดนเล่นจนตายโดยไม่ตั้งใจอีก
และในจังหวะนี้เอง ศพจินฮ่าวก็ถูกเผาจนเกรียมได้ที่ ระเบิดคะแนนออกมา
คะแนนเซียวคงเพิ่มอีกหนึ่งพัน รวมเป็น 55,600 คะแนนอย่างน่ากลัว!
“ฟู่ว——”
มองดูร่างไร้หัวของอู่สื่ออิงที่ค่อยๆ ล้มลง เซียวคงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา... ไฟขุ่นมัวต่างหาก
แม้จะฉวยโอกาสเอาชนะอู่สื่ออิงตอนที่การเคลื่อนไหวติดขัดได้ แต่ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายสร้างปัญหาให้เขาไม่น้อยเลย
การรักษาสภาพกายเพลิงหยินไว้นานขนาดนี้ เขาเสียพลังปราณไปมหาศาล แถมโครงกระดูกยังโดนอู่สื่ออิงฟันจนเป็นรอยเต็มไปหมด กระดูกที่ถูกฟันขาดจริงๆ อย่างน้อยก็หกเจ็ดซี่
“แต่ว่า... ด่านที่ยากที่สุดผ่านไปแล้ว”
เซียวคงพึมพำเสียงเบา
เขาเงยหน้าขึ้น เบ้าตาที่มีไฟสีดำแกมน้ำเงินลุกโชนมองไปที่ซูหยวน ซึ่งดูเหมือนจะกำลังกระอักกระอ่วนเล็กน้อยเพราะเล่นอู่สื่ออิงจนตาย เอ่ยเสียงเย็นชาว่า
“ซูหยวนสินะ? ฉันยอมรับว่านายเก่งใช้ได้เลย... แต่นายก็เป็นได้แค่หินรองเท้าบนเส้นทางของฉันเท่านั้น!”
“ถ้าแค่คนไร้ชื่อเสียงอย่างนายฉันยังเอาชนะไม่ได้ แล้วฉันจะไปเอาชนะคนคนนั้นได้ยังไง?”
“ฉันจะเป็นนักเรียนที่ผู้บรรลุไท่ป๋ายให้ความสำคัญที่สุด ฉันจะเรียนรู้วิชากระบี่ที่แท้จริงของผู้บรรลุไท่ป๋าย ฉันจะชนะคนคนนั้นในการสอบเกาเข่า ฉันจะ... พิสูจน์ตัวเอง!”
เสียงของเซียวคงหนักแน่นก้องกังวาน ปลุกใจขึ้นเรื่อยๆ ทีละประโยค
ผู้ชมภายนอกที่ได้ยินถ้อยคำอันหนักแน่นนี้ ต่างพากัน... เลือดร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้!
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังแอบเชียร์คำพูดของเซียวคง ก็มีเสียงที่ไม่เข้ากับบรรยากาศดังขึ้นจากในแดนมายาไท่ซู
“เฮ้ยๆๆ เพื่อนนักเรียนเซียว ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะรับบท 'สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก'* หรือรับบทตระกูลอุจิวะ แต่ได้โปรด จู่ๆอย่ามาฮึดสู้เอาตอนนี้ได้ไหม?”
(*คำนี้ตั้งแต่ตอนแรก แปลว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่คงกระพัน เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เก่งอาจไปกาก กากอาจไปเก่ง อะไรแบบนี้ครับ)
ซูหยวนขัดจังหวะการบิ๊วอารมณ์ของเซียวคงอย่างเอือมระอา
เซียวคง: “...”
อัจฉริยะมาดขรึมอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงเย็น
“ที่นายพึ่งพาได้ก็มีแค่เพื่อนสองคนที่ชื่อเฉินนั่วยีกับฉู่หลานซีเท่านั้นแหละ”
“พวกเขาไม่ใช่คู่มือของฉัน ถ้ายังจะดื้อด้านต่อต้าน ก็รีบให้พวกเขาออกมาซะ!”
“ไม่จำเป็น”
ซูหยวนยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า
“ฉันแค่ต้องชนะนายอีกครั้งก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้จตุรมารอีกสองคนที่เหลือของฉันออกโรงหรอก”
“ฉันจะลงมือเอง ดังนั้นต่อไปนี้นายอย่ากะพริบตาเชียวนะ... เพราะนายจะแพ้เร็วมาก อาจจะไม่ถึงเสี้ยววินาทีด้วยซ้ำ”