- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 76 ซูหยวนยิ้มหวาน เป็นตายยากคาดเดา!
บทที่ 76 ซูหยวนยิ้มหวาน เป็นตายยากคาดเดา!
บทที่ 76 ซูหยวนยิ้มหวาน เป็นตายยากคาดเดา!
“โอ้! เปิดมาก็เจอกับจินฮ่าว นักเรียนใหม่ที่มีพลังขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้น9 เลยเหรอ?”
เมื่อเห็นฉากที่ซูหยวนเผชิญหน้ากับจินฮ่าวบนหน้าจอขนาดใหญ่ ไท่ป๋ายเทียนจีก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
เจ้าหนูซูหยวนมีลูกไม้แพรวพราวก็จริง แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว
ตอนนี้ต้องมาเจอกับผู้ฝึกตนขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นที่ 9 แบบตัวเปล่าเล่าเปลือย แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีร่างกายที่ทรุดโทรมจนแสดงพลังออกมาได้แค่ 70
% ของช่วงพีค แต่สำหรับซูหยวนแล้วก็น่าจะตึงมือไม่น้อย
เยว่หลิน หลีสื่อเฉวียน และครูประจำห้องสองคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้ากังวล
ในสายตาของพวกเขา ซูหยวนลูกศิษย์รักกับจินฮ่าว ยังมีช่องว่างของพลังที่ห่างกันพอสมควร
เปิดมาก็ซวยขนาดนี้ คงไม่ได้จบที่ที่โหล่หรอกนะ
ภายในแดนมายาไท่ซู ซูหยวนพิจารณาจินฮ่าวอย่างจริงจัง แล้วจู่ๆ ก็เผยรอยยิ้มออกมา:
“ผู้พ่ายแพ้กลับมาหาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้วสินะ ถึงครั้งนี้ฉันจะไม่ได้พกยาเม็ดสูตรลับมาด้วย แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่วงหน้า ถ้าแกตกอยู่ในมือฉันอีกรอบ จุดจบมันจะน่าสมเพชกว่าครั้งที่แล้วสิบเท่า... ไม่สิ เก้าเท่า!”
“แค่ขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นที่ 6 มีสิทธิ์อะไรมาปากดีต่อหน้าฉัน!”
จินฮ่าวเดือดดาล ไม่คิดจะพล่ามกับซูหยวนให้มากความอีกต่อไป เขาเงื้อกระบี่ยักษ์ขนาดเท่าบานประตูในมือแล้วฟันเข้ามา
กระบี่ยักษ์วาดผ่านอากาศ แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวโหยหวน!
ซูหยวนดูดซับอารมณ์ด้านลบของจินฮ่าวมาเสริมพลังให้ตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันสายตาก็แน่วแน่ ไม่หลบไม่เลี่ยง เขาชูกระบี่ชื่อหยวนขึ้นแล้วฟันสวนใส่กระบี่ยักษ์ที่ฟาดลงมาอย่างสุดแรง!
ฝ่ายหนึ่งถือกระบี่ยาวสามฉื่อ อีกฝ่ายถือกระบี่ยักษ์เท่าบานประตู แถมในแง่ของพละกำลังก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะดูยังไง การกระทำของซูหยวนก็เหมือนตั๊กแตนขวางเกวียน แพ้แน่นอน
แม้แต่จินฮ่าวและเหล่าผู้บริหารโรงเรียนที่ชมการต่อสู้จากภายนอกแดนมายาก็คิดเช่นนั้น
ทว่า ทันทีที่กระบี่ชื่อหยวนปะทะกับกระบี่ยักษ์ เสียงโลหะหักสะบั้นที่คมชัดก็ดังขึ้น
วินาทีต่อมา กระบี่ยักษ์ที่ฟาดลงมาอย่างดุดันกลับถูกกระบี่ชื่อหยวนฟันขาดเป็นสองท่อน ตัวกระบี่ส่วนปลายถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป ปักลึกลงไปในพื้นดินด้านหลังซูหยวน
“???”
จินฮ่าวมองกระบี่ใหญ่ที่หักครึ่งในมือตัวเอง สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้มือชาดิก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
ไหนบอกว่าอาวุธของผู้เข้าสอบในแดนมายาไท่ซูมีประสิทธิภาพเท่ากันหมดไง?
นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาด้วยความมึนงง ซูหยวนก็ถือกระบี่ชื่อหยวนเดินยิ้มร่าเข้ามาหาเขาแล้ว
จินฮ่าวกลืนน้ำลายลงคอ นึกถึงความหวาดกลัวตอนที่ถูกกระบี่ชื่อหยวนจ่อคอเมื่อไม่กี่วันก่อน!
แต่ทันใดนั้น จินฮ่าวเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า:
“ซูหยวน! ไอ้เวร แกใช้เส้นสายไม่ก็โกงกันใช่ไหม! ประสิทธิภาพกระบี่วิญญาณของแกไม่ได้ถูกผนึกไว้เลยนี่หว่า!”
ซูหยวนหัวเราะ หึหึ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟาดกระบี่ใส่จินฮ่าวต่ออย่างดุดัน
กระบี่ชื่อหยวนเปล่งประกายแสงสีแดงฉาน ราวกับงูสีชาดที่กระหายเลือด อันตรายแต่งดงาม
ภายนอกแดนมายาไท่ซู เหล่าผู้บริหารโรงเรียนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะค่าสถานะอาวุธและพละกำลังของซูหยวนดูจะ... เกินมาตรฐานไปหน่อย
ผู้อำนวยการจางโหย่วเต๋อมองไปที่ไท่ป๋ายเทียนจี เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้
ในการแข่งขันประลองยุทธ์คราวก่อน คนตาถึงย่อมดูออกว่าไท่ป๋ายอวี่ซีกับซูหยวนมีความสัมพันธ์บางอย่างที่ไม่ธรรมดา การสอบวัดระดับครั้งนี้ เจ้าหนูซูหยวนอาจจะใช้เส้นสายอะไรสักอย่างจริงๆ ก็ได้
ไท่ป๋ายเทียนจีเห็นสีหน้าของเหล่าผู้บริหารก็รู้ทันทีว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ จึงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า:
“เมื่อกี้ซูหยวนไม่ได้โกง แต่เขาใช้เทคนิคสองอย่าง”
“อย่างแรก คือเคล็ดวิชาต่อสู้ที่เขาใช้ตอนแข่งขันประลองยุทธ์ ซึ่งสามารถดูดซับอารมณ์ด้านลบมาเสริมพลังให้ตัวเอง ทำให้เขามีแรงปะทะกับจินฮ่าวได้หนึ่งกระบวนท่า”
“ส่วนอีกอย่างคือภาวะ 'คนกระบี่รวมเป็นหนึ่ง' ซึ่งทำให้กระบี่ชื่อหยวนแสดงอานุภาพเกินขีดจำกัดของอาวุธมาตรฐานออกมา”
เหล่าผู้บริหารร้องอ๋ออย่างเข้าใจ
แต่ทันใดนั้นครูคนหนึ่งก็จับจุดสังเกตได้
“เดี๋ยวนะ คนกระบี่รวมเป็นหนึ่ง? หมายถึงคนกระบี่รวมเป็นหนึ่งแบบที่ผมเข้าใจหรือเปล่า?”
พอพูดจบ ผู้บริหารทุกคนก็ได้สติ หันขวับกลับไปมองซูหยวนในหน้าจอใหญ่ด้วยความตกตะลึง
คนกระบี่รวมเป็นหนึ่งไม่ใช่แก่นแท้แห่งวิถีกระบี่หรอกหรือ? ว่ากันว่ามีเพียงผู้ฝึกกระบี่ที่เลี้ยงกระบี่มานานหลายปี และมีจิตสื่อถึงกันกับกระบี่บินคู่กายเท่านั้นถึงจะมีโอกาสเข้าสู่สภาวะนี้ได้!
ซูหยวนมันเคยฝึกกระบี่ด้วยเหรอ ถึงขั้นบรรลุคนกระบี่รวมเป็นหนึ่งได้?
นี่มันโคตรจะน่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าใช้โปรแกรมโกงซะอีก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไท่ป๋ายเทียนจีเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
พูดตามตรง เขาเองก็ช็อกกับสิ่งที่ซูหยวนทำ!
เพียงแต่เพราะครั้งก่อนที่โดนขโมยกระบี่ชื่อหยวนไป เขาเคยเห็นความเข้ากันได้กับสมบัติวิเศษที่แปลกประหลาดของซูหยวนมาแล้ว จึงไม่แสดงอาการเสียกิริยาออกมา
คำว่า 'คนกระบี่รวมเป็นหนึ่ง' ในปากของไท่ป๋ายเทียนจี แน่นอนว่าหมายถึงผลลัพธ์ 'จิตแห่งศาสตราปิติยินดี' ที่เกิดจากวิชามาร · ดัชนีศาสตรา
และสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ ซูหยวนไม่ได้แค่ทำให้กระบี่ชื่อหยวนปลาบปลื้ม แต่ยังใช้วิชามาร · ดัชนีศาสตรา ปั่นหัว (PUA) ใส่กระบี่ยักษ์ของจินฮ่าว จนทำให้มันตกอยู่ในสภาวะ 'จิตวิญญาณศาสตราหดหู่' อีกด้วย
เมื่อฝ่ายหนึ่งเพิ่ม ฝ่ายหนึ่งลด ผลก็คือเขาฟันอาวุธของจินฮ่าวขาดในกระบี่เดียว
การต่อสู้หลังจากนั้น ไม่มีความตื่นเต้นให้ลุ้นอีกต่อไป
แม้จินฮ่าวจะเป็นเด็กเก่งที่มีระดับพลังสูงกว่าซูหยวนมาก แต่ในเมื่อ 'ยาวกว่าหนึ่งนิ้ว ก็ได้เปรียบหนึ่งส่วน' ยิ่งไปกว่านั้นซูหยวนยังสามารถปล่อยพลังวิญญาณแห่งห้วงอันธการผ่านกระบี่ชื่อหยวนได้
ขอแค่กระบี่ชื่อหยวนแตะโดนตัวจินฮ่าวแค่นิดเดียว พลังวิญญาณแห่งห้วงอันธการก็จะเหมือนหนวดในถ้ำลึก ชอนไชเข้าไปในร่างกายของจินฮ่าว
ตัดขาดประสาทสัมผัส? ไม่! มันเพิ่มความไวต่อความรู้สึกของร่างกายอย่างมหาศาลต่างหาก!
และเนื่องจากผลของยาเม็ดสีเหลืองและสีน้ำเงิน จินฮ่าวจึงลงสนามมาพร้อมกับสถานะ 'หิวโหย' อยู่แล้ว
ลำไส้ กระเพาะและกล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาหิวกระหายอย่างหนัก พอความไวต่อความรู้สึกพุ่งสูงขึ้น การเคลื่อนไหวก็เชื่องช้าและไร้เรี่ยวแรงไปในทันที
“ซูหยวน! ครั้งนี้ฉันยอมแพ้!”
จินฮ่าวที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและหมดแรง ฝืนพยุงตัวขึ้น ในวินาทีก่อนจะพ่ายแพ้ เขากลับฮึดสู้ด้วยความห้าวหาญ ชี้หน้าด่าซูหยวนว่า:
“อย่างมากก็แค่ตาย พอออกจากแดนมายาไท่ซู ป๋าก็ยังเป็นชายชาตรีเหมือนเดิม!”
“ออกไปแล้วฉันจะให้คนตรวจสอบแกให้ละเอียด ว่าแกโกงการสอบมั้ย!”
ฟังคำพูดที่ดูไม่กลัวตายและองอาจของจินฮ่าว ซูหยวนเอียงคอเล็กน้อย:
“แค่ตายงั้นเหรอ? ขอโทษทีนะ ความปรารถนานี้ของนายคงเป็นจริงไม่ได้แล้วล่ะ”
ได้ยินน้ำเสียงที่ราบเรียบดั่งบึงลึก จินฮ่าวชะงัก ในใจบังเกิดความหนาวเหน็บขึ้นมา
“แก... แกหมายความว่ายังไง...”
ยังไม่ทันที่เขาจะถามจบ แสงกระบี่สีแดงฉานก็วาบผ่าน ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าหัวของตัวเองหลุดออกจากบ่า ลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้า
“อะไรกัน ก็ตายอยู่ดีนี่หว่า? เกือบโดนไอ้เด็กซูหยวนขู่จนกลัวซะแล้ว”
ในชั่วขณะที่สติกำลังจะดับวูบ จินฮ่าวแค่นหัวเราะในใจ
แต่ทว่าในขณะที่หัวของเขากำลังร่วงลงมา มันกลับไม่ได้ตกถึงพื้น แต่ถูกซูหยวนยื่นมือมารับไว้
สายตาของทั้งสองสบกัน
จากนั้น จินฮ่าวก็ต้องมองด้วยความสยดสยอง เมื่อเห็นซูหยวนแสยะยิ้มประหลาด หยิบตะปูไม้ตัวหนึ่งออกมา จ่อไปที่กระหม่อมของเขา แล้วตอกลงไปอย่างแรง!
“นึกไม่ถึงว่าซูหยวนจะสังหารจินฮ่าวที่มีพลังชั้น 9 ด้วยพลังเพียงชั้น 6 สมกับเป็นอันดับหนึ่งจากการแข่งขันประลองยุทธ์”
บนอัฒจันทร์ ผู้อำนวยการจางโหย่วเต๋อถอนหายใจด้วยความชื่นชม
จริงๆ แล้วหลังจากพวกนักเรียนย้ายเข้ามา จางโหย่วเต๋อก็กังวลมาตลอดว่าเด็กพวกนี้จะมาแย่งซีนนักเรียนโรงเรียนตัวเอง
แบบนั้นต่อให้โรงเรียนไท่หัวทำผลงานในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ดี คนอื่นก็จะมองว่าไม่ใช่ความดีความชอบของโรงเรียนไท่หัว
การที่ซูหยวนเอาชนะจินฮ่าวได้อย่างง่ายดาย ทำให้ตาแก่ดีใจมาก
“จินฮ่าวอยู่ห้องห้าใช่ไหม ตอนนี้เขาน่าจะออกจากแดนมายาแล้ว ไปรับเขาหน่อย อย่าให้เด็กมีปมในใจ”
จางโหย่วเต๋อบอกกับครูประจำชั้นห้องห้า
ครูรับคำ แต่พอมองไปที่แคปซูลล็อกอินของจินฮ่าว เขาก็ต้องชะงัก
“ผอ. ครับ จินฮ่าวยังไม่ออฟไลน์”
ครูประจำชั้นห้องห้าทำหน้างง
“อะไรนะ? หรือว่าเขาไม่ได้ตายในแดนมายา?”
จางโหย่วเต๋อและเหล่าผู้บริหารหันกลับไปมองหน้าจอของซูหยวนอีกครั้ง
ปรากฏว่าตอนนี้หน้าจอเต็มไปด้วยภาพเซ็นเซอร์แบบโมเสก เห็นแค่ซูหยวนกำลังทำอะไรบางอย่างยุกยิกกับร่างของจินฮ่าวที่นอนอยู่บนพื้น
สำหรับการมีโมเสกขึ้นมา ผู้บริหารโรงเรียนไม่ได้แปลกใจมากนัก
เพราะนี่เป็นกลไกความเป็นส่วนตัวในแดนมายาไท่ซู
ผู้เล่นที่เข้าไปในแดนมายาสามารถขอก็การปกป้องความเป็นส่วนตัวได้เมื่อใช้วิชาลับเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับของวิชารั่วไหลออกไป
แสดงว่าซูหยวนกำลังใช้วิชาลับบางอย่างกับจินฮ่าว จนเป็นเหตุให้จินฮ่าวล็อกเอาท์ไม่ได้?
แต่นี่มันวิชาลับบ้าอะไรเนี่ย?