- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 63 ความหมายของชีวิตคืออะไรกันนะ?
บทที่ 63 ความหมายของชีวิตคืออะไรกันนะ?
บทที่ 63 ความหมายของชีวิตคืออะไรกันนะ?
ณ เวลานี้ ความคิดของซูหยวนมีอยู่อย่างเดียว—รีบทำห่านให้เสร็จ แล้วรีบชิ่ง
หลังจากโดนยัยเด็กเปรตปั่นหัวมาหลายรอบ ตอนนี้เขาคงกลายเป็นหนามยอกอกของว่าที่อาจารย์อย่างไท่ป๋ายเทียนจีไปแล้วเรียบร้อย
ถ้าได้เข้าห้องเรียนพิเศษเมื่อไหร่ คงโดนเรียกไป ‘อบรม’ ทุกวันแน่!
“ผู้บรรลุไท่ป๋าย* วัตถุดิบที่จะให้ผมจัดการอยู่ที่ไหนครับ?”
ซูหยวนส่งข้อความบอกเฉินนั่วยีว่าอยู่ที่บ้านผู้บรรลุไท่ป๋ายไม่ต้องเป็นห่วง แล้วถามอย่างระมัดระวัง
(ในต้นฉบับจีนคือ ไท่ป๋ายเจิ้นเหริน เจิ้นเหรินแปลตรงๆคือคนจริง แต่ในบริบทเซียนจะคล้ายๆ ยอดเซียน / ผู้บรรลุเต๋า / ผู้วิเศษ ผมเลยขอแปลเป็นผู้บรรลุแทนคำว่า เซียน เฉยๆแล้วกันครับ)
ยังไม่ทันที่ไท่ป๋ายเทียนจีจะพูด ไท่ป๋ายอวี่ซีก็ยกมือขึ้น:
“ข้อนี้หนูตอบได้ เดี๋ยวหนูจะพาพี่ชายไปเอง”
พูดจบ โลลิผมขาวก็ซอยเท้าสั้นๆ วิ่งตึกตั่กๆ นำไปทางห้องครัว
มองตามหลังโลลิไป ซูหยวนไม่กล้าหันกลับไปมองข้างหลัง ได้แต่รีบเดินตามไป
แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนมีสายตาคมกริบไล่ตามหลังมาติดๆ
เมื่อมาถึงห้องครัวที่กว้างขวางและสะอาดสะอ้าน ซูหยวนก็ต้องสะดุ้งโหยงกับวัตถุดิบสองอย่างที่วางอยู่
อย่างแรกคือหนูอ้น ตัวเบ้อเริ่ม สูงเกือบครึ่งคน ขนเป็นมันวาว ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์
แม้จะเป็นแค่หนูอ้น แต่กลับแผ่กลิ่นอายดุร้ายของสัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานออกมา เป็นตัวตนที่น่ากลัวชนิดที่ตบซูหยวนตายได้ในทีเดียว
สัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานไม่ได้ราคาถูกเหมือนระดับขัดเกลาพลังปราณ
ระดับขัดเกลาพลังปราณยังพอเพาะเลี้ยงเชิงอุตสาหกรรมได้ ราคาหน้าฟาร์มเลยกดลงมาเหลือตัวละไม่กี่พัน ให้เนื้อเป็นร้อยโล แต่ระดับสร้างรากฐานทำแบบนั้นไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรชนิดไหน พอทะลวงเข้าขั้นสร้างรากฐานได้ ความยากในการเลี้ยงดูจะพุ่งสูงปรี๊ด
ในสมัยโบราณ สัตว์อสูรขั้นสร้างรากฐานก็คือราชาปีศาจที่ยึดครองภูเขาลูกย่อมๆ ได้เลย
สัญชาตญาณที่สืบทอดมายาวนาน ทำให้สัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานแทบทุกตัวมีนิสัยหวงถิ่น
ต่อให้เป็นยุคเกษตรกรรมเซียนสมัยใหม่ ก็ทำได้แค่เลี้ยงแบบปล่อย ไม่สามารถเลี้ยงแบบโรงงานได้
ดังนั้นสัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานชั้นต้น แม้จะเป็นแค่หนูอ้นที่ให้เนื้อน้อย ราคาก็ปาเข้าไปแสนกว่าแล้ว
และหนูอ้นตรงหน้าซูหยวน ไม่ใช่แค่ชั้นต้น แต่เป็นถึงราชาปีศาจชั้นปลาย!
ราคาตลาดน่าจะเฉียดล้าน! เท่ากับรายได้ครึ่งปีของผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานที่เป็นมนุษย์เงินเดือน!
แต่แล้ว ซูหยวนก็พบความจริงอันน่าทึ่งว่า รายได้ต่อเดือนของเขาดันซื้อราชาปีศาจขั้นสร้างรากฐานได้ซะงั้น เจ๋งเป้งไปเลยแฮะ
นี่แหละข้อดีของโลกเซียนยุคใหม่ที่ยึดถือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ต่อให้เป็นราชาปีศาจขั้นสร้างรากฐาน มูลค่าและกำลังการผลิตก็ยังเทียบไม่ได้กับมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง
สิทธิมนุษยชนอยู่เหนืออำนาจทั้งปวง
ยกตัวอย่างง่ายๆ หมูป่าตัวหนึ่งขวิดนักศึกษาจบใหม่ตายได้ง่ายๆ แต่นักศึกษาจบใหม่ทำงานเดือนเดียวก็ซื้อหมูป่าได้ทั้งตัว
ความสัมพันธ์ระหว่างซูหยวนกับราชาปีศาจสร้างรากฐาน ถึงจะต่างจากนักศึกษากับหมูป่าหน่อย แต่ก็คล้ายๆ กัน
ยิ่งไปกว่านั้น แม้พลังกายเพียวๆ ของซูหยวนจะสู้ราชาปีศาจไม่ได้ แต่ขอแค่มีสมบัติเวทสายโจมตี ยิงปืนใหญ่เวทมนตร์อัดเข้าไป ต่อให้มาสิบตัวก็ร่วง
แต่พูดก็พูดเถอะ เจ้าหนูอ้นยักษ์ขั้นสร้างรากฐานชั้นปลายตัวนี้ สำหรับซูหยวนที่มีแค่มือเปล่า ถือว่าเป็นภัยคุกคามขั้นสุดยอด
ทว่า เจ้าหนูอ้นตัวนี้ ทั้งที่ไม่ได้ถูกขังในกรง ไม่ได้ถูกผนึกพลังตบะ แต่กลับไม่มีความดุร้ายเลยสักนิด
มันกลับขดตัวสั่นงันงกอยู่ที่มุมห้อง เหมือนเป็นโรคฮีทสโตรก ไม่มีความน่าเกรงขามของราชาปีศาจเหลืออยู่เลย
ส่วนสาเหตุน่ะเหรอ ก็มาจากวัตถุดิบอีกอย่างในห้องครัวนั่นแหละ
มันคืองูขาวตัวยาวกว่าสิบเมตร เกล็ดขาวราวหิมะ กำลังนอนขดตัวพักผ่อนอย่างเกียจคร้านอยู่บนพื้น
งูขาวตัวนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ดูจากตบะน่าจะถึงขั้นสร้างรากฐานระดับสูงสุด!
บวกกับเรื่องงูแพ้ทางหนู... เอ้ย หนูแพ้ทางงู เจ้าหนูอ้นตัวจ้อยจะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้
ที่ซูหยวนตกใจ ก็เพราะในครัวดันมีทั้งงูทั้งหนูอยู่ด้วยกันนี่แหละ
มองดูวัตถุดิบสองอย่างนี้ ซูหยวนถึงกับพูดไม่ออก
คนรวยนี่สรรหาแต่เรื่องจริงๆ เป็ดไก่ปลาเนื้อดีๆ ไม่กิน ดันจะมากินหนูกับงู
แต่ยังไงซะเขาก็เป็นป๋าเจ้าของเงิน ต่อให้ลำบากแค่ไหนเราก็ต้องทำให้ได้
เขาหันไปมองโลลิผมขาว: “อวี่ซี หนูจะกินตัวไหนก่อน?”
พอได้ยินคำถาม ไท่ป๋ายอวี่ซีก็ชะงัก
แล้วภายใต้สายตาตกตะลึงของซูหยวน ยัยหนูโลลิก็เริ่มเบะปาก ดวงตาสีทองคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
ซูหยวน: “......”
เฮ้ยเจ๊! ไหนว่าเป็นคาแรกเตอร์เด็กเปรตจอมป่วนไม่ใช่เหรอ! ไหงจู่ๆ ร้องไห้เฉย?
ปุจฉา: ทำลูกสาวผู้บรรลุระดับจินตันร้องไห้ต่อหน้าพ่อเขา ต้องทำยังไงดี?
ขอคำตอบออนไลน์ ด่วนมาก!
และก็เป็นไปตามคาด เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายซูหยวนราวกับภูตผี
แต่พอซูหยวนค่อยๆ หันไปมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ กลับพบว่าไท่ป๋ายเทียนจีไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองเท่าไหร่
เขากลับมองไปที่งูขาวตัวนั้นด้วยแววตาเศร้าสร้อย แล้วค่อยๆ อธิบายว่า:
“ซูหยวน ไป๋หลิงไม่ใช่วัตถุดิบ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงคู่กายของอวี่ซี”
“ตอนเด็กๆ ยัยหนูเคยเจออันตรายครั้งหนึ่ง ได้ไป๋หลิงช่วยเอาไว้ แต่ไป๋หลิงก็บาดเจ็บสาหัสจนรักษาไม่หาย อายุขัยใกล้จะหมดแล้ว”
ไท่ป๋ายเทียนจีถอนหายใจ:
“หนูอ้นตัวนี้ซื้อมาให้ไป๋หลิงกิน แต่ไป๋หลิงอาการทรุดหนักจนกินอะไรไม่ลงแล้ว”
ซูหยวนเงียบกริบ
เขาเงยหน้ามองงูขาวที่ชื่อไป๋หลิงอีกครั้ง
บนเกล็ดสีขาวดุจหยกนั้น ขอบเกล็ดเริ่มมีสีซีดขาวผิดปกติ
เพราะอีกฝ่ายเป็นสัตว์อสูรขั้นสร้างรากฐานชั้นสูงสุด ซูหยวนจึงมองไม่เห็นชะตาชีวิตของมัน นอกจากจะใช้โควตา “แก้ไขชะตา” ที่มีแค่ครั้งเดียว
แต่ถึงไม่ดูก็รู้ว่า พลังชีวิตของไป๋หลิงเปรียบเหมือนเทียนไขท่ามกลางสายลม อยู่ได้อีกไม่กี่วันแน่
เฮ้อ รู้งี้ไม่น่าปากเสียเลย
ซูหยวนรู้สึกผิด
แต่คำพูดที่หลุดปากไปแล้วย่อมเรียกคืนไม่ได้ ซูหยวนได้แต่ทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตั้งใจจะจัดการเจ้าหนูอ้นตัวนี้ให้ดีที่สุด เพื่อปลอบประโลมจิตใจอันบอบช้ำของโลลิผมขาว
แต่ในขณะที่ซูหยวนกำลังจะลงมือกับหนูอ้น เสียงเล็กๆ ของไท่ป๋ายอวี่ซีก็ดังขึ้นมาอย่างเยือกเย็น:
“พี่ชาย ความหมายของชีวิตคืออะไรกันแน่คะ?”
ซูหยวนหันขวับ!
เขามองโลลิผมขาวด้วยความสยอง เห็นเพียงเธอที่ก้มหน้าลง ผมยาวสีขาวบดบังใบหน้า แผ่รังสีห้ามเข้าใกล้ออกมารอบตัว
เชี่ย! เชี่ย!
นี่มันบทพูดเข้าสู่ด้านมืดอะไรฟะเนี่ย?
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นธาตุแท้ของไท่ป๋ายอวี่ซี ซูหยวนก็รู้สึกว่ายัยหนูนี่แปลกๆ มีความชั่วร้ายแฝงอยู่
ตัวแค่นี้แต่มีพลังระดับฆ่าเด็กม.ปลายอย่างเขาได้ในพริบตา อนาคตข้างหน้าขีดจำกัดคงประเมินค่าไม่ได้
ถ้าเธอเดินในเส้นทางธรรมะก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเข้าสู่วิถีมารจริงๆ...
คงกลายเป็นนางมารร้ายที่แท้ทรูแน่นอน
และตอนนี้ จุดเปลี่ยนที่จะทำให้ยัยหนูเข้าสู่ด้านมืดก็มาถึงแล้ว ถ้างูขาวที่โตมาด้วยกันตายไป เธอจะสวมบทโอโรจิมารุเลยไหมเนี่ย?
แล้วตูจะโดนจับบูชายัญไหม?
ซูหยวนอยากให้สิ่งที่ตัวเองเดาเป็นเรื่องผิด แต่เสียง “ติ๊งต่อง” ที่ดังขึ้นข้างหู กลับทำให้หัวใจของซูหยวนดิ่งวูบลงไปอีก!
【เจ้าได้เป็นสักขีพยานแห่งประวัติศาสตร์!】
【ยอดอัจฉริยะฝ่ายธรรมะผู้มีพรสวรรค์สะท้านภพ กำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างธรรมะและอธรรมเนื่องจากเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่!】
【ในวินาทีนี้ เจ้าเพียงแค่ต้องทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ผลักดัน’ ออกแรงผลักเบาๆ ก็สามารถชักนำให้ว่าที่ผู้นำฝ่ายธรรมะในอนาคต หันเข้าสู่วิถีมารได้อย่างสมบูรณ์ เจ้ารู้สึกยินดีปรีดาและตื่นเต้นจนตัวสั่น!】
ไอ้ระบบเฮงซวย... ครั้งนี้ฉันหวังจริงๆ ว่าแกแค่ล้อเล่นนะเว้ย.