เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 อย่างนี้เรียกว่าเดินเอาหน้ามารับตีนรึเปล่า?

บทที่ 62 อย่างนี้เรียกว่าเดินเอาหน้ามารับตีนรึเปล่า?

บทที่ 62 อย่างนี้เรียกว่าเดินเอาหน้ามารับตีนรึเปล่า?


หลังจากปรุงยาเม็ดสีน้ำเงินเสร็จ ซูหยวนก็กลับไปที่โรงอาหารโรงเรียนไท่หัวที่ปิดบริการแล้ว เพื่อเริ่มไลฟ์สดกับเฉินนั่วยีและหยินชีเยว่

แต่หลังจากไลฟ์มาหลายวัน แม้แต่ซูหยวนเองก็เริ่มจะหมดมุกแล้ว

ยังดีที่มีสองสาวงามอย่างหยินชีเยว่และเฉินนั่วยีมาช่วยดึงดูดสายตา ไม่งั้นยอดคนดูคงร่วงกราว

ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังขยันขันแข็งขายของอยู่นั้น ก็มีคอมเมนต์เอฟเฟกต์พิเศษจากผู้ใช้ชื่อว่า ‘แม่มดหงหรู’ ลอยผ่านหน้าจอ

“พวกคุณทำห่านย่างดูน่าอร่อยมาก มาจัดการวัตถุดิบขั้นสร้างรากฐานที่บ้านฉันหน่อยได้ไหม?”

เห็นคอมเมนต์นี้ ซูหยวนชะงักไปนิดนึง ก่อนจะตอบว่า:

“ทางเรายังไม่เคยจัดการวัตถุดิบระดับสร้างรากฐานมาก่อน อาจจะทำได้ไม่ดี แล้วก็ยังไม่มีแผนจะรับงานทำห่านนอกสถานที่...”

แต่ยังพูดไม่ทันจบ ก็มียานรบจำลองสุดอลังการ รายละเอียดสมจริง วิ่งผ่านหน้าจอไลฟ์สด!

ทันทีที่ยานรบปรากฏ ยอดคนดูในไลฟ์ก็พุ่งกระฉูด คอมเมนต์คำว่า ‘เชี่ย’ เต็มหน้าจอ!

ซูหยวนและสองสาวถึงกับอ้าปากค้าง

ไลฟ์มาตั้งนาน พวกเขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าราคาของขวัญในไลฟ์นั้นแบ่งเกรดยังไง

ยานรบลำนี้ คือของขวัญที่แพงที่สุดในแอปเมี่ยวอินไลฟ์ (เวอร์ชั่นขัดเกลาพลังปราณ) ‘ยานพิฆาตดารา’ มูลค่าสูงถึงสองแสน!

ต่อให้โดนแพลตฟอร์มหักไปครึ่งหนึ่ง สตรีมเมอร์ก็ยังได้รับเงินก้อนโตถึงหนึ่งแสนเต็มๆ!

นี่ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ!

อย่างน้อยเจ้าลัทธิชีเยว่ที่มีแฟนคลับกว่าสองแสนคน ก็ยังไม่เคยเห็นใครเปย์หนักขนาดนี้มาก่อน

หลังจากตะลึงอยู่พักใหญ่ จนโดนคอมเมนต์ในช่องแชตเตือนสติรัวๆ ทั้งสามคนถึงได้สติกลับมา รีบขอบคุณแม่ยกที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งคนนั้นทันที

ชื่อบัญชีนั้นก็คือ “แม่มดหงหรู” ที่เพิ่งพิมพ์มาเมื่อกี้นั่นเอง!

จากนั้น บนหน้าจอก็มีข้อความจากแม่มดหงหรูลอยมาเรียบๆ ว่า:

“ยานพิฆาตดารานี่ให้พ่อครัวคนเดียวนะ จะมาไหม?”

“ไม่มีปัญหา! รบกวนคุณลูกค้าส่งโลเคชั่นมาทางหลังไมค์ด่วนเลยครับ! ผมจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”

ซูหยวนตอบรับโดยไม่ลังเล

ล้อเล่นน่า นั่นมันเงินหนึ่งแสนเหนาะๆ นะเฮ้ย! ป๋าว่าไงผมก็ว่างั้นแหละ!

ก็แค่ไปทำห่านถึงบ้าน อย่าว่าแต่ทำห่านเลย ให้ไปเป็ด (หมายถึงทำเป็ดย่าง) ก็ยังได้!

ส่วนเรื่องจัดการวัตถุดิบระดับสร้างรากฐาน?

ลำพังตัวคนเดียวเขาอาจจะเอาไม่อยู่ แต่บ้านแม่ยกกระเป๋าหนักขนาดนี้ จะไม่มีผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานสักคนสองคนมาช่วยกดวัตถุดิบให้นิ่งๆ เชียวเรอะ?

ขอแค่เงินถึง ปัญหาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

ไม่นาน บัญชีของหยินชีเยว่ก็ได้รับข้อความจากแม่มดหงหรู

ทั้งสามคนอ่านข้อความ นอกจากที่อยู่ซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่เจริญที่สุดของเมืองไท่หัวแล้ว ยังระบุเจาะจงมาด้วยว่าต้องให้ซูหยวนไปคนเดียว

“ซูหยวน นายจะไปคนเดียวจริงๆ เหรอ? จะไม่อันตรายเหรอ”

เฉินนั่วยีเป็นกังวล

ซูหยวนคิดแล้วตอบว่า:

“ไม่น่ามีอะไรหรอก คนดูในไลฟ์ตั้งเยอะแยะเป็นพยาน ต่อให้เป็นขาใหญ่มีเงินแค่ไหนก็คงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม”

“พอไปถึงที่แล้วฉันจะส่งข้อความมาบอกพวกเธอ หรือไม่ก็เปิดไลฟ์สดเลย”

“อีกอย่างยังมีพวกเธออยู่ข้างนอก ถ้ามีอะไรผิดปกติก็แจ้งตำรวจได้ทันที”

เฉินนั่วยีฟังเหตุผลแล้วก็พยักหน้า วางใจลงเปราะหนึ่ง

ซูหยวนอธิบายสถานการณ์ให้คนดูในไลฟ์ฟังอีกรอบ แล้วขนเครื่องปรุงสำหรับหลอมศพ... เอ้ย สำหรับทำห่านย่างใส่กระเป๋า มุ่งหน้าไปยังบ้านของแม่ยกสายเปย์ทันที

ก่อนไปเขายังไม่ลืมโฆษณาช่องของตัวเอง บอกว่าเดี๋ยวอาจจะใช้ไอดีตัวเองไลฟ์สด ได้ยอดคนติดตามเพิ่มมาอีกเพียบ

......

ใจกลางเมืองไท่หัว บนเพนต์เฮาส์ของคอนโดหรู ไท่ป๋ายอวี่ซีกอดมือถือยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองดูวิวเมืองยามค่ำคืน ดวงตาสีทองฉายแววคาดหวังลางๆ

ไท่ป๋ายเทียนจีที่นั่งจิบชาอย่างผ่อนคลายอยู่ในห้องรับแขก มองลูกสาวตัวเองแล้วพูดอย่างจนใจว่า:

“อวี่ซี พ่อครัวแบบไหนกันที่ค่าตัวตั้งสองแสน? ต่อให้เป็นเชฟระดับมิชลินขั้นสร้างรากฐานราคานี้ก็เกินไปนะ”

“แล้วทำไมเราต้องเตรียมวัตถุดิบเองอีกล่ะ ลูกแน่ใจนะว่าไม่ได้โดนหลอก?”

ไท่ป๋ายอวี่ซีตอบโดยไม่หันกลับมามอง:

“พ่อวางใจเถอะค่ะ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน”

ไท่ป๋ายเทียนจี: “......”

คิดว่าพ่อเชื่อเรอะ?

สิบห้านาทีต่อมา รปภ.ที่แจ้งไว้ล่วงหน้าก็ส่งสัญญาณมาบอกว่า พ่อครัวมาถึงแล้ว

ไท่ป๋ายอวี่ซีขยับเท้าเล็กๆ ขาวผ่อง วิ่งตึกตั่กๆ ไปที่หน้าประตู ยืนรอด้วยสีหน้าตื่นเต้น

เสียงกริ่งประตูดังติ๊งต่อง ไท่ป๋ายอวี่ซีรีบเปิดประตูทันที

“ชะ... ใช่บ้านแม่มดหงหรูไหมครับ?”

ทันทีที่ประตูเปิด ซูหยวนก็ถามด้วยความประหม่า

เขาเพิ่งเคยมาคอนโดหรูระดับนี้เป็นครั้งแรก

รปภ.ที่ทำงานในตึกหรูแบบนี้ ล้วนเป็นบรรพจารย์วงการ รปภ. ระดับสร้างรากฐาน สามารถกดหัวไรเดอร์ส่งอาหารได้ทุกคน

แน่นอนว่าคนใหญ่คนโตที่อยู่ที่นี่คงไม่สั่งเดลิเวอรี่มากินหรอก

แต่พอถามจบ ซูหยวนก็พบว่าตรงหน้าไม่มีใครเลย

เขาชะงักไปนิดนึง ค่อยๆ เลื่อนสายตาลงต่ำ จนสบเข้ากับสายตาของโลลิผมขาว

ไท่ป๋ายอวี่ซียิ้มมุมปากแบบเด็กเปรตเมสุกาคิ

ซูหยวน: “......”

สรุปเธอคือแม่มดหงหรูเรอะ?

แม่มดน่ะใช่ แต่ถามหน่อยเถอะว่าส่วนไหนที่ดูเป็น ‘หงหรู’ (ผู้คงแก่เรียน)?

เสียความรู้สึกว่ะ!

จะฟ้องข้อหาฉ้อโกงดีไหม!

แต่ยังไงก็ตาม คนตรงหน้าก็คือแม่ยกที่เปย์ให้ตั้งสองแสน จะให้เสียมารยาทเพราะเป็นคนกันเองไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น... ซูหยวนสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจางๆ ที่แผ่ออกมาจากห้องรับแขก! รู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงข้างหลัง!

นั่นคือจิตสังหารจากคุณพ่อตานั่นเอง!

“เอ่อ อวี่ซี ถ้าหนูอยากให้พี่ทำห่านย่างให้กิน ก็บอกกันตรงๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องเปย์เงินตั้งเยอะแยะให้เปลืองเลย”

ซูหยวนหัวเราะแห้งๆ

ในใจแอบคิดว่า ถ้าอยากจะให้เงินจริงๆ โอนเข้าบัญชีส่วนตัวตอนเจอกันก็ได้ จะได้ไม่ต้องโดนหัก ได้มาอีกตั้งแสนนึง

ไท่ป๋ายอวี่ซีทำหน้าบึงตึงเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า:

“พี่ชาย ไหนเราตกลงกันแล้วว่าจะคบกันไงคะ แต่ตั้งแต่แยกกันคราวนั้น พี่ก็ไม่มาหาหนูอีกเลย”

“ทุกคืนหนูได้แต่มองพี่สวีตกับผู้หญิงอื่นในไลฟ์ ปล่อยให้หนูนอนเหงาอยู่คนเดียว”

“พี่ชาย หรือพี่ลืมคำสัญญาใต้แสงจันทร์ของเราไปแล้วคะ?”

ซูหยวน: “......”

เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างแข็งทื่อ ก็เห็นไท่ป๋ายเทียนจีปรากฏตัวขึ้นที่โถงทางเดินเงียบเชียบราวกับภูตผี ใบหน้าดำทะมึนราวกับก้นหม้อ

หยุดพูดเดี๋ยวนี้!

ขืนเธอพูดต่อ ฉันคงได้ตายคาที่ตรงนี้แน่

เราไปมีคำสัญญากันตอนไหนฮะ?

เมื่อก่อนดูไม่ออกเลยนะว่าเธอเป็นคนแบบนี้ หน้าตาก็น่ารักทำไมใส่ร้ายเก่งกว่าไอ้ระบบเฮงซวยนั่นอีก?

“เอ่อ ท่านเซียนไท่ป๋าย ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”

ซูหยวนกัดฟันจะแก้ตัว

แต่ยังไม่ทันได้พูด ไท่ป๋ายอวี่ซีก็หันขวับไปถลึงตาใส่พ่อตัวเอง:

“พ่อทำอะไรน่ะ? พ่อทำพี่ซูหยวนกลัวหมดแล้ว!”

ไท่ป๋ายเทียนจี: “......”

ภายใต้สายตากดดันของลูกสาว สีหน้าของยอดคนระดับจินตันก็อ่อนลงอย่างรวดเร็ว

แต่ซูหยวนกลับยิ่งลนลานหนักกว่าเดิม

เขารู้สึกว่าภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของไท่ป๋ายเทียนจีนั้น ซุกซ่อนความโกรธเกรี้ยวลึกๆ ที่พร้อมจะระเบิดออกมาเหมือนภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น

จบบทที่ บทที่ 62 อย่างนี้เรียกว่าเดินเอาหน้ามารับตีนรึเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว