เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 ของของเฮียหยวนนี่มันดีย์เกินไปแล้ว!

บทที่ 58 ของของเฮียหยวนนี่มันดีย์เกินไปแล้ว!

บทที่ 58 ของของเฮียหยวนนี่มันดีย์เกินไปแล้ว!


หยางเหวินเทาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของวิทยาลัยเทคนิคอาชีวศึกษาไท่หัว

แม้ว่าจะเรียนอยู่ในวิทยาลัยอาชีวะ แต่เขาเชื่อว่าผลงานด้านกีฬาของเขานั้นเทียบเท่ากับนักศึกษามหาวิทยาลัยหลายๆ คนได้เลย

นี่คือความมั่นใจในฐานะนักกีฬาโควต้าพิเศษ และยังเป็นแก่นแห่งเต๋าของเขาอีกด้วย

แต่ไม่นานมานี้ เขาได้เจอกับเรื่องน่าปวดหัวเรื่องหนึ่ง

ที่โรงยิมที่เขาไปเป็นประจำ ปรากฏว่ามีนักกีฬาคนหนึ่งที่มีทั้งพละกำลัง ความอดทน และความว่องไวเหนือกว่าเขาทุกด้าน

ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังมีวุฒิการศึกษาที่สูงกว่านักศึกษาอาชีวะอย่างเขาอีกด้วย

ตั้งแต่เรื่องการศึกษาไปจนถึงความสามารถส่วนตัว หยางเหวินเทาถูกบดขยี้อย่างยับเยิน

ทำให้ทุกครั้งที่เขาเจอนักศึกษาคนนั้นที่โรงยิม เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกต่ำต้อย

และในขณะที่เขากำลังท้อแท้ หวงเซิง ลูกน้องของเขาซึ่งแขนพันผ้าพันแผลและเฝือกไว้ ก็มาหาเขาเพื่อขอให้เขาไปสั่งสอนนักเรียนคนหนึ่งที่มารังแกเขา

สำหรับหวงเซิงที่เป็นน้องคนนี้ หยางเหวินเทาดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีเสมอมา

ดังนั้นเขาจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ไปดักรอที่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมไท่หัวทันที

แล้วเขาก็ได้พบกับฝันร้ายตลอดชีวิต!

ซูหยวน!

จอมมารผู้นี้หน้าหนาใจดำ พอเจอกันก็มาหลอกลวง ลอบโจมตี ใช้พลังเหนือธรรมชาตินั่นปรับความไวของร่างกายเขาให้สูงขึ้นเป็นร้อยเท่า ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงทันที

คุกเข่าก็คุกเข่าไปสิ อย่างมากก็ค่อยไปเอาคืนทีหลัง

แต่ซูหยวน เจ้าปีศาจตนนี้กลับให้เขาและลูกน้องของเขากินยาเม็ดที่ไม่รู้จักส่วนผสม!

เขาเห็นกับตาว่าหลังจากที่ลูกน้องของเขากินยาเม็ดสองเม็ดนั้นเข้าไป ร่างกายก็ผอมลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า และพอเห็นอาหารก็อาเจียนออกมา ในไม่ช้าก็ผอมแห้งเหลือแต่กระดูก

แต่เมื่อพาลูกน้องไปตรวจที่โรงพยาบาล กลับตรวจไม่พบอะไรเลย ทำได้เพียงให้น้ำเกลือเพื่อประคองชีวิตไว้

ส่วนเขา แม้จะถูกป้อนยาเม็ดสีน้ำเงินแค่เม็ดเดียว แต่ก็ถูกความหิวโหยที่ไม่สิ้นสุดครอบงำ

เขากินอาหารที่ซื้อมาให้น้องจนหมด แต่ก็ยังไม่พอ เลยไปถล่มร้านบุฟเฟ่ต์อีกมื้อหนึ่ง ถึงจะพอระงับปีศาจที่ชื่อว่าความหิวโหยนั้นได้

จากนั้น สภาพจิตใจของเขาก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และโหยหาการปลดปล่อย

เขาราวกับถูกมนต์สะกด กล้ามเนื้อเข้าควบคุมสมอง ทิ้งน้องที่ยังอยู่โรงพยาบาลไว้ แล้ววิ่งไปที่โรงยิม เริ่มยกเวทเพื่อระบายอารมณ์ที่พลุ่งพล่านนั้น

บังเอิญในตอนนั้นเอง นักศึกษาที่เคยทำให้เขารู้สึกกดดันก็อยู่ที่โรงยิมด้วย

เขาคิดว่าตัวเองจะต้องถูกนักศึกษาคนนั้นกดดันในทุกๆ ด้านเหมือนเคย แต่เมื่อได้ประลองฝีมือกันจริงๆ เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า ตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

พละกำลัง ความอดทน ความว่องไว ทุกปัจจัยที่สำคัญที่สุดในกีฬานั้น เขาเหนือกว่านักศึกษาคนนั้นไปแล้ว!

เขาเห็นกับตาว่าอีกฝ่ายก้มหน้าลงอย่างต่ำต้อย

คู่แข่งถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า ทำให้หยางเหวินเทารู้สึกราวกับได้ดื่มสุราชั้นเลิศ จิตใจล่องลอยไปหมด

เขาอยากให้ความฝันอันแสนหวานนี้คงอยู่ตลอดไปเหลือเกิน!

แต่หลังจากกินยาเม็ดสีน้ำเงินนั้นไปได้สองชั่วโมง เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า นอกจากสมรรถภาพทางร่างกายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแล้ว ทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม

เมื่อไม่มีพลังฟื้นฟูและจิตใจที่กระปรี้กระเปร่าจากยาเม็ดสีน้ำเงิน เขาก็ไม่สามารถยกน้ำหนักเท่าเดิมได้อีกต่อไป และปฏิกิริยาตอบสนองก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

ถามหน่อยเถอะว่า คนที่ได้ลิ้มรสชัยชนะและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว จะยอมกลับไปเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?

เพียงเวลาไม่ถึงวัน ความปรารถนาในยาเม็ดสีน้ำเงินของหยางเหวินเทาก็พุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะบ้าคลั่ง

ขอแค่ได้กินอีกสักเม็ด เขาทำได้ทุกอย่าง!

แน่นอนว่า ยกเว้นคณิตศาสตร์ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้

โชคดีที่ขณะที่เขากำลังไถวิดีโอเล่นไปเรื่อยเปื่อย เขาก็ได้เห็นไลฟ์สดของหยินชีเยว่ และเห็นซูหยวนที่กำลังไลฟ์สดอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียนมัธยมไท่หัว

หยางเหวินเทาไม่ลังเลแม้แต่น้อย คว้าตัวน้องที่ยังให้น้ำเกลืออยู่แล้วรีบวิ่งไปที่ประตูโรงเรียน รอจนกระทั่งซูหยวนเดินออกมา

เขาต้องการขอยาเม็ดเทวะนั้นอีกครั้ง เพื่อจะได้สัมผัสกับความรู้สึกสุดยอดที่ราวกับขึ้นสวรรค์นั้นอีกครั้ง

ส่วนผลข้างเคียงของยาเม็ดสีน้ำเงินน่ะเหรอ?

หมอก็ตรวจแล้วไม่ใช่เหรอ? ตรวจไม่พบอะไรเลย! มันคนละเรื่องกับยาต้องห้ามสำหรับบำเพ็ญกายบางชนิดเลย!

แล้วเรื่องราวก็กลายเป็นอย่างที่ทั้งสามคนเห็น

เฉินนั่วยีและหยินชีเยว่มองหยางเหวินเทาที่น้ำมูกน้ำตาไหลพราก เหมือนกับตัวละครบางตัวในภาพยนตร์เรื่อง "เกมคนเหนือคม" หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ก็หันไปมองซูหยวนด้วยสายตาแปลกๆ

เฉินนั่วยีนึกถึงยาเม็ดสีน้ำเงินที่ซูหยวนป้อนให้อีกฝ่ายเมื่อวานนี้ทันที

การที่หยางเหวินเทากลายเป็นแบบนี้ ยาเม็ดสีน้ำเงินต้องเป็นต้นเหตุอย่างแน่นอน

และยาที่สามารถทำให้คนกลายเป็นสภาพที่ไม่ใช่คน ไม่ใช่ผีแบบนี้ได้ ในความเข้าใจของเฉินนั่วยีมีเพียงประเภทเดียวเท่านั้น

“ซู... ซูหยวน”

เสียงของเด็กสาวสั่นเทาด้วยความกลัว:

“นายคงไม่ได้... ถึงกับไปขายของแบบนั้นเพื่อหาเงินหรอกนะ นั่นมันเป็นเรื่องที่แตะต้องไม่ได้เลยนะ!”

เมื่อเห็นเฉินนั่วยีตกใจขนาดนี้ ซูหยวนเข้าใจได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ

เรื่องนี้ซูหยวนได้แต่พูดว่า เขาก็ไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องของหวงเซิงจะกลายเป็นแบบนี้เพราะยาเม็ดพัฒนากายเหมือนกัน!

จริงอยู่ที่ตอนแรกที่ป้อนยาเม็ดสีน้ำเงินให้อีกฝ่าย ก็เพื่อหวังให้อีกฝ่ายติดใจในรสชาติ หลังจากได้ลิ้มรสความสุดยอดแล้ว จะได้กลับมาซื้อซ้ำอีก เพื่อขยายช่องทางการขาย

แต่ถึงอย่างงั้นธุรกิจที่ตัวเขาทำก็เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายนะ!

พี่ชาย พรี่จะเลิกคุกเข่าได้ไหม?

ถ้าเรื่องนี้ถูกไลฟ์สดออกไป ผมไม่เสียชื่อเสียง ก็คงไม่วายถูกตีตราว่าเป็นพวกมารร้ายหรอกเหรอ?

ช่วยไม่ได้ ซูหยวนจึงต้องรีบเตะคนออกไป แล้วอธิบายว่า:

“หัวหน้าห้องเธอเข้าใจผิดแล้ว ยาเม็ดสีน้ำเงินนั่นก็แค่ยาบำเพ็ญกายสูตรลับของตระกูลฉันเท่านั้นเอง เขาแค่ต้องการจะมาซื้อยาบำเพ็ญกายจากฉัน”

ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเฉินนั่วยีค่อยๆ จางหายไป

ดวงตางดงามของเธอปรากฏแววสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย

ส่วนหยางเหวินเทาก็พยักหน้าอย่างสุดกำลัง:

“ใช่ ใช่ ใช่! เฮียช่วยขายยาเม็ดสีน้ำเงินนั้นให้ผมสักสองสามเม็ดเถอะนะครับ ราคาแล้วแต่เฮียจะกำหนดเลย!”

ซูหยวนพูดเรียบๆ:

“ผมก็ตั้งใจจะขายยานี้อยู่แล้ว พี่ลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ เถอะ”

หยางเหวินเทาดีใจจนเนื้อเต้น รีบลุกขึ้นยืน แล้วทำท่าทางประจบประแจงอยู่ข้างๆ ซูหยวน

“ซูหยวน แล้วเขาเป็นอะไรไป?”

หยินชีเยว่ชี้ไปที่หวงเซิงที่ถูกทุกคนมองข้าม ซึ่งตอนนี้ผอมแห้งเหลือแต่กระดูกและใกล้จะหมดลมหายใจ

ซูหยวนเหลือบมองหวงเซิงแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างใจเย็น:

“ไม่มีอะไร เขาแค่กินยาลับบำเพ็ญกายกับยาลับลดความอ้วนของผมเข้าไปพร้อมกันแค่นั้นเอง”

“ยาลับลดความอ้วนของผมจะทำให้คนกินข้าวไม่ลง ส่วนยาลับบำเพ็ญกายจะดูดซับสารอาหารจำนวนมากเพื่อใช้ในการพัฒนาร่างกาย”

“เมื่อไม่สามารถรับสารอาหารจากภายนอกได้ เจ้านี่ก็เลยผอมลง แต่จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต อีกไม่กี่วันก็หายดีเอง”

หยินชีเยว่: “...”

เธอรู้สึกมานานแล้วว่าซูหยวนมีอะไรบางอย่างไม่ปกติ

หลังจากเห็นสภาพของหวงเซิง เธอก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ซื่อสัตย์และอ่อนโยนของซูหยวนนั้น ซ่อนไว้ซึ่งความอาฆาตมาดร้ายที่ลึกล้ำ ราวกับเป็นจอมมารโดยแท้!

แต่ว่า คนคนนี้ก็ดีกับเพื่อนของเขาอยู่เหมือนกัน มีเขาคอยปกป้องนั่วยีอยู่ คงไม่มีใครกล้ามารังแกเธอได้

[ค่าความรู้สึกดีๆ +5]

มุมปากของซูหยวนกระตุกเล็กน้อย หยินชีเยว่มักจะเพิ่มค่าความรู้สึกดีๆ ให้กับเขาในมุมมองที่แปลกประหลาดอยู่เสมอ

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งคิดเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำธุรกิจหาเงิน

เขาหันไปมองลูกพี่ลูกน้องของหวงเซิง เผยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษสง:

“ผมเป็นคนทำธุรกิจที่ซื่อตรงเสมอ ยาเม็ดสีน้ำเงินเม็ดละสองพันหยวนก็พอแล้ว พี่ว่าไง?”

จบบทที่ บทที่ 58 ของของเฮียหยวนนี่มันดีย์เกินไปแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว