- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 58 ของของเฮียหยวนนี่มันดีย์เกินไปแล้ว!
บทที่ 58 ของของเฮียหยวนนี่มันดีย์เกินไปแล้ว!
บทที่ 58 ของของเฮียหยวนนี่มันดีย์เกินไปแล้ว!
หยางเหวินเทาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของวิทยาลัยเทคนิคอาชีวศึกษาไท่หัว
แม้ว่าจะเรียนอยู่ในวิทยาลัยอาชีวะ แต่เขาเชื่อว่าผลงานด้านกีฬาของเขานั้นเทียบเท่ากับนักศึกษามหาวิทยาลัยหลายๆ คนได้เลย
นี่คือความมั่นใจในฐานะนักกีฬาโควต้าพิเศษ และยังเป็นแก่นแห่งเต๋าของเขาอีกด้วย
แต่ไม่นานมานี้ เขาได้เจอกับเรื่องน่าปวดหัวเรื่องหนึ่ง
ที่โรงยิมที่เขาไปเป็นประจำ ปรากฏว่ามีนักกีฬาคนหนึ่งที่มีทั้งพละกำลัง ความอดทน และความว่องไวเหนือกว่าเขาทุกด้าน
ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังมีวุฒิการศึกษาที่สูงกว่านักศึกษาอาชีวะอย่างเขาอีกด้วย
ตั้งแต่เรื่องการศึกษาไปจนถึงความสามารถส่วนตัว หยางเหวินเทาถูกบดขยี้อย่างยับเยิน
ทำให้ทุกครั้งที่เขาเจอนักศึกษาคนนั้นที่โรงยิม เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกต่ำต้อย
และในขณะที่เขากำลังท้อแท้ หวงเซิง ลูกน้องของเขาซึ่งแขนพันผ้าพันแผลและเฝือกไว้ ก็มาหาเขาเพื่อขอให้เขาไปสั่งสอนนักเรียนคนหนึ่งที่มารังแกเขา
สำหรับหวงเซิงที่เป็นน้องคนนี้ หยางเหวินเทาดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีเสมอมา
ดังนั้นเขาจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ไปดักรอที่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมไท่หัวทันที
แล้วเขาก็ได้พบกับฝันร้ายตลอดชีวิต!
ซูหยวน!
จอมมารผู้นี้หน้าหนาใจดำ พอเจอกันก็มาหลอกลวง ลอบโจมตี ใช้พลังเหนือธรรมชาตินั่นปรับความไวของร่างกายเขาให้สูงขึ้นเป็นร้อยเท่า ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงทันที
คุกเข่าก็คุกเข่าไปสิ อย่างมากก็ค่อยไปเอาคืนทีหลัง
แต่ซูหยวน เจ้าปีศาจตนนี้กลับให้เขาและลูกน้องของเขากินยาเม็ดที่ไม่รู้จักส่วนผสม!
เขาเห็นกับตาว่าหลังจากที่ลูกน้องของเขากินยาเม็ดสองเม็ดนั้นเข้าไป ร่างกายก็ผอมลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า และพอเห็นอาหารก็อาเจียนออกมา ในไม่ช้าก็ผอมแห้งเหลือแต่กระดูก
แต่เมื่อพาลูกน้องไปตรวจที่โรงพยาบาล กลับตรวจไม่พบอะไรเลย ทำได้เพียงให้น้ำเกลือเพื่อประคองชีวิตไว้
ส่วนเขา แม้จะถูกป้อนยาเม็ดสีน้ำเงินแค่เม็ดเดียว แต่ก็ถูกความหิวโหยที่ไม่สิ้นสุดครอบงำ
เขากินอาหารที่ซื้อมาให้น้องจนหมด แต่ก็ยังไม่พอ เลยไปถล่มร้านบุฟเฟ่ต์อีกมื้อหนึ่ง ถึงจะพอระงับปีศาจที่ชื่อว่าความหิวโหยนั้นได้
จากนั้น สภาพจิตใจของเขาก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และโหยหาการปลดปล่อย
เขาราวกับถูกมนต์สะกด กล้ามเนื้อเข้าควบคุมสมอง ทิ้งน้องที่ยังอยู่โรงพยาบาลไว้ แล้ววิ่งไปที่โรงยิม เริ่มยกเวทเพื่อระบายอารมณ์ที่พลุ่งพล่านนั้น
บังเอิญในตอนนั้นเอง นักศึกษาที่เคยทำให้เขารู้สึกกดดันก็อยู่ที่โรงยิมด้วย
เขาคิดว่าตัวเองจะต้องถูกนักศึกษาคนนั้นกดดันในทุกๆ ด้านเหมือนเคย แต่เมื่อได้ประลองฝีมือกันจริงๆ เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า ตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
พละกำลัง ความอดทน ความว่องไว ทุกปัจจัยที่สำคัญที่สุดในกีฬานั้น เขาเหนือกว่านักศึกษาคนนั้นไปแล้ว!
เขาเห็นกับตาว่าอีกฝ่ายก้มหน้าลงอย่างต่ำต้อย
คู่แข่งถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า ทำให้หยางเหวินเทารู้สึกราวกับได้ดื่มสุราชั้นเลิศ จิตใจล่องลอยไปหมด
เขาอยากให้ความฝันอันแสนหวานนี้คงอยู่ตลอดไปเหลือเกิน!
แต่หลังจากกินยาเม็ดสีน้ำเงินนั้นไปได้สองชั่วโมง เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า นอกจากสมรรถภาพทางร่างกายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแล้ว ทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
เมื่อไม่มีพลังฟื้นฟูและจิตใจที่กระปรี้กระเปร่าจากยาเม็ดสีน้ำเงิน เขาก็ไม่สามารถยกน้ำหนักเท่าเดิมได้อีกต่อไป และปฏิกิริยาตอบสนองก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
ถามหน่อยเถอะว่า คนที่ได้ลิ้มรสชัยชนะและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว จะยอมกลับไปเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?
เพียงเวลาไม่ถึงวัน ความปรารถนาในยาเม็ดสีน้ำเงินของหยางเหวินเทาก็พุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะบ้าคลั่ง
ขอแค่ได้กินอีกสักเม็ด เขาทำได้ทุกอย่าง!
แน่นอนว่า ยกเว้นคณิตศาสตร์ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้
โชคดีที่ขณะที่เขากำลังไถวิดีโอเล่นไปเรื่อยเปื่อย เขาก็ได้เห็นไลฟ์สดของหยินชีเยว่ และเห็นซูหยวนที่กำลังไลฟ์สดอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียนมัธยมไท่หัว
หยางเหวินเทาไม่ลังเลแม้แต่น้อย คว้าตัวน้องที่ยังให้น้ำเกลืออยู่แล้วรีบวิ่งไปที่ประตูโรงเรียน รอจนกระทั่งซูหยวนเดินออกมา
เขาต้องการขอยาเม็ดเทวะนั้นอีกครั้ง เพื่อจะได้สัมผัสกับความรู้สึกสุดยอดที่ราวกับขึ้นสวรรค์นั้นอีกครั้ง
ส่วนผลข้างเคียงของยาเม็ดสีน้ำเงินน่ะเหรอ?
หมอก็ตรวจแล้วไม่ใช่เหรอ? ตรวจไม่พบอะไรเลย! มันคนละเรื่องกับยาต้องห้ามสำหรับบำเพ็ญกายบางชนิดเลย!
แล้วเรื่องราวก็กลายเป็นอย่างที่ทั้งสามคนเห็น
เฉินนั่วยีและหยินชีเยว่มองหยางเหวินเทาที่น้ำมูกน้ำตาไหลพราก เหมือนกับตัวละครบางตัวในภาพยนตร์เรื่อง "เกมคนเหนือคม" หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ก็หันไปมองซูหยวนด้วยสายตาแปลกๆ
เฉินนั่วยีนึกถึงยาเม็ดสีน้ำเงินที่ซูหยวนป้อนให้อีกฝ่ายเมื่อวานนี้ทันที
การที่หยางเหวินเทากลายเป็นแบบนี้ ยาเม็ดสีน้ำเงินต้องเป็นต้นเหตุอย่างแน่นอน
และยาที่สามารถทำให้คนกลายเป็นสภาพที่ไม่ใช่คน ไม่ใช่ผีแบบนี้ได้ ในความเข้าใจของเฉินนั่วยีมีเพียงประเภทเดียวเท่านั้น
“ซู... ซูหยวน”
เสียงของเด็กสาวสั่นเทาด้วยความกลัว:
“นายคงไม่ได้... ถึงกับไปขายของแบบนั้นเพื่อหาเงินหรอกนะ นั่นมันเป็นเรื่องที่แตะต้องไม่ได้เลยนะ!”
เมื่อเห็นเฉินนั่วยีตกใจขนาดนี้ ซูหยวนเข้าใจได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ
เรื่องนี้ซูหยวนได้แต่พูดว่า เขาก็ไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องของหวงเซิงจะกลายเป็นแบบนี้เพราะยาเม็ดพัฒนากายเหมือนกัน!
จริงอยู่ที่ตอนแรกที่ป้อนยาเม็ดสีน้ำเงินให้อีกฝ่าย ก็เพื่อหวังให้อีกฝ่ายติดใจในรสชาติ หลังจากได้ลิ้มรสความสุดยอดแล้ว จะได้กลับมาซื้อซ้ำอีก เพื่อขยายช่องทางการขาย
แต่ถึงอย่างงั้นธุรกิจที่ตัวเขาทำก็เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายนะ!
พี่ชาย พรี่จะเลิกคุกเข่าได้ไหม?
ถ้าเรื่องนี้ถูกไลฟ์สดออกไป ผมไม่เสียชื่อเสียง ก็คงไม่วายถูกตีตราว่าเป็นพวกมารร้ายหรอกเหรอ?
ช่วยไม่ได้ ซูหยวนจึงต้องรีบเตะคนออกไป แล้วอธิบายว่า:
“หัวหน้าห้องเธอเข้าใจผิดแล้ว ยาเม็ดสีน้ำเงินนั่นก็แค่ยาบำเพ็ญกายสูตรลับของตระกูลฉันเท่านั้นเอง เขาแค่ต้องการจะมาซื้อยาบำเพ็ญกายจากฉัน”
ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเฉินนั่วยีค่อยๆ จางหายไป
ดวงตางดงามของเธอปรากฏแววสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย
ส่วนหยางเหวินเทาก็พยักหน้าอย่างสุดกำลัง:
“ใช่ ใช่ ใช่! เฮียช่วยขายยาเม็ดสีน้ำเงินนั้นให้ผมสักสองสามเม็ดเถอะนะครับ ราคาแล้วแต่เฮียจะกำหนดเลย!”
ซูหยวนพูดเรียบๆ:
“ผมก็ตั้งใจจะขายยานี้อยู่แล้ว พี่ลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ เถอะ”
หยางเหวินเทาดีใจจนเนื้อเต้น รีบลุกขึ้นยืน แล้วทำท่าทางประจบประแจงอยู่ข้างๆ ซูหยวน
“ซูหยวน แล้วเขาเป็นอะไรไป?”
หยินชีเยว่ชี้ไปที่หวงเซิงที่ถูกทุกคนมองข้าม ซึ่งตอนนี้ผอมแห้งเหลือแต่กระดูกและใกล้จะหมดลมหายใจ
ซูหยวนเหลือบมองหวงเซิงแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างใจเย็น:
“ไม่มีอะไร เขาแค่กินยาลับบำเพ็ญกายกับยาลับลดความอ้วนของผมเข้าไปพร้อมกันแค่นั้นเอง”
“ยาลับลดความอ้วนของผมจะทำให้คนกินข้าวไม่ลง ส่วนยาลับบำเพ็ญกายจะดูดซับสารอาหารจำนวนมากเพื่อใช้ในการพัฒนาร่างกาย”
“เมื่อไม่สามารถรับสารอาหารจากภายนอกได้ เจ้านี่ก็เลยผอมลง แต่จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต อีกไม่กี่วันก็หายดีเอง”
หยินชีเยว่: “...”
เธอรู้สึกมานานแล้วว่าซูหยวนมีอะไรบางอย่างไม่ปกติ
หลังจากเห็นสภาพของหวงเซิง เธอก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ซื่อสัตย์และอ่อนโยนของซูหยวนนั้น ซ่อนไว้ซึ่งความอาฆาตมาดร้ายที่ลึกล้ำ ราวกับเป็นจอมมารโดยแท้!
แต่ว่า คนคนนี้ก็ดีกับเพื่อนของเขาอยู่เหมือนกัน มีเขาคอยปกป้องนั่วยีอยู่ คงไม่มีใครกล้ามารังแกเธอได้
[ค่าความรู้สึกดีๆ +5]
มุมปากของซูหยวนกระตุกเล็กน้อย หยินชีเยว่มักจะเพิ่มค่าความรู้สึกดีๆ ให้กับเขาในมุมมองที่แปลกประหลาดอยู่เสมอ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งคิดเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำธุรกิจหาเงิน
เขาหันไปมองลูกพี่ลูกน้องของหวงเซิง เผยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษสง:
“ผมเป็นคนทำธุรกิจที่ซื่อตรงเสมอ ยาเม็ดสีน้ำเงินเม็ดละสองพันหยวนก็พอแล้ว พี่ว่าไง?”