- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 40 ไม่จริง! ที่แกสมคบคิดด้วยนี่มันพรรคมารจริงๆ เหรอวะ!
บทที่ 40 ไม่จริง! ที่แกสมคบคิดด้วยนี่มันพรรคมารจริงๆ เหรอวะ!
บทที่ 40 ไม่จริง! ที่แกสมคบคิดด้วยนี่มันพรรคมารจริงๆ เหรอวะ!
อะไรนะ? ฉู่หลานซีสมคบคิดกับพรรคมาร!
ซูหยวนตกตะลึง!
หรือว่าเจ้านั่นก็ไปเป็น รปภ. เหมือนกัน?
แต่ไม่นาน ซูหยวนก็ปัดความคิดนี้ตกไป
อย่าเพิ่งพูดถึงว่าทำไมลูกคนรวยอย่างฉู่หลานซีถึงต้องลดตัวไปเป็น รปภ. เหมือนเขาเลย ต่อให้มันไปเป็น รปภ. จริงๆ ก็ไม่น่าจะนำพาโอกาสวาสนาอะไรมาให้เขาได้หรอกมั้ง?
ดังนั้น "การสมคบคิดกับกองกำลังฝ่ายมาร" ในปากของระบบ ต้องหมายถึงอาชีพอื่นที่ระบบมันทึกทักเอาเองว่าเป็นฝ่ายมารแน่ๆ
เช่น... ผับ? ร้านเกม? หรือวงดนตรี?
สรุปก็คือสถานที่ที่เกี่ยวกับความบันเทิงเริงรมย์นั่นแหละ
จากการที่ซูหยวนเข้าใจระบบอย่างถ่องแท้ ไอ้ระบบหัวโบราณทึ่มทื่อที่คิดว่าเขาทะลุมิติไปอยู่ยุคโบราณนี่ มองสถานบันเทิงผ่อนคลายพวกนี้เป็นศัตรูคู่อาฆาตทั้งนั้น
แต่ต่อให้เป็นสถานบันเทิงพวกนี้ แล้วมันจะเอาวาสนาอะไรมาให้เขาได้ล่ะ?
ซูหยวนคิดไม่ตก เลยหันขวับไปมองหนุ่มหล่อหน้าสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ
วิชามาร·ดัชนีลิขิต ถูกเรียกใช้อย่างเงียบเชียบ
แทนที่จะมานั่งเดาให้ปวดหัว สู้แอบส่องชะตาชีวิตวันนี้ของฉู่หลานซีไปเลยดีกว่า เผื่อจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์
วินาทีต่อมา เหนือศีรษะของอีกฝ่ายก็ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่ที่มีหมอกสีชมพูลอยวนเวียนอยู่
พอมองดูดีๆ ซูหยวนแทบจะนึกว่าตัวเองตาฝาด!
[ขโมยบุปผาเด็ดดม (ยังไม่บังเกิดผล)]
นี่คือชะตาชีวิตวันนี้ของฉู่หลานซี
เชี่ย!
ชะตาของไอ้ฉู่หลานซีมันไม่ปกติ ไม่ปกติแบบเต็มสิบให้เก้าเลยว่ะ!
ซูหยวนสายตาเคร่งขรึม กวาดมองสำรวจมันตั้งแต่หัวจรดเท้า
อืม เมคอัพหล่อเหลา บุคลิกดูนุ่มนวล ผิวขาวเนียน หุ่นก็ดี เป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินจริงๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาจากเพื่อนโต๊ะข้างๆ ฉู่หลานซีที่นั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างมาตลอดก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก ขยับตัวนั่งตรงโดยอัตโนมัติ
เขากระแอมเบาๆ หันมาสบตากับสายตาจับผิดของซูหยวน แล้วพูดเสียงเย็นชาว่า:
"ไอ้ลูกชาย มองหน้าหาพ่อทำไม? ยืมตังค์ไม่มีให้หรอกนะ!"
ซูหยวนหรี่ตา เตรียมจะถามตรงๆ ว่าแอบมีใครซ่อนไว้หรือเปล่า
แต่คำพูดจ่ออยู่ที่ปาก จู่ๆ ในใจก็เกิดความคิดบางอย่าง จึงเปลี่ยนเรื่องคุย:
"ไอ้หลาน สองวันนี้กูไม่เห็นมึงมากินห่านย่างฝีมือกูเลย คืนนี้กูจะย่างตัวใหม่ที่โรงอาหาร มึงจะมากินร้อนๆ สักหน่อยไหม?"
ดวงตาของฉู่หลานซีเป็นประกายวูบหนึ่ง แต่แล้วก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ:
"เหอะ! ผ่านไปตั้งสองวันเพิ่งจะมานึกถึงกูเหรอ?"
"ไอ้หยวน แกมันรวยแล้วนี่! ไม่เห็นหัวพ่อคนนี้แล้วมั้ง"
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจอย่างบอกไม่ถูก
"อย่าพูดมาก! จะแดกไม่แดก!"
"แดก"
หนึ่งชั่วโมงหลังเลิกเรียน ซูหยวนแล่ห่านย่างเกล็ดมังกรที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ออกมาหนึ่งจาน แล้วจัดการมื้อเย็นร่วมกับฉู่หลานซีและเฉินนั่วยี
"ไอ้หลานเอ๊ย ลำบากมึงต้องมารอห่านย่างของกูตั้งนาน ฝีมือกูเป็นไงบ้าง?"
ซูหยวนถามยิ้มๆ
"ต้องยกให้เลย"
ฉู่หลานซียกนิ้วโป้งให้
แต่ทันใดนั้น เขาก็กระชับเสื้อผ้าเข้าหาตัวเหมือนกลัวหนาว สีหน้าฉายแววระแวดระวัง:
"ไอ้ลูกชาย เมื่อก่อนทำไมพ่อไม่เคยเห็นเอ็งเอาอกเอาใจขนาดนี้? จู่ๆ มาทำดีด้วยแบบนี้ กูรู้สึกขนลุกชอบกลว่ะ"
ซูหยวนสีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงยิ้มแย้มพูดว่า:
"คิดมากไปได้ เมื่อก่อนมึงเลี้ยงข้าวกูบ่อยๆ กูเลี้ยงคืนสักมื้อจะเป็นไรไป"
"จริงสิ จำได้ว่ามึงมีธุระต้องออกไปข้างนอกทุกคืนไม่ใช่เหรอ? คืนนี้มีธุระด้วยหรือเปล่า?"
ฉู่หลานซีตบหน้าผากเบาๆ:
"ถ้ามึงไม่พูดกูคงลืมไปแล้ว นี่ก็จะสองทุ่มแล้ว กูมีธุระต้องไปทำจริงๆ"
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นลาทั้งสองคน แล้วรีบเดินออกจากโรงอาหารไป
พอลับหลังคน ซูหยวนก็หุบยิ้มทันที กระซิบกับเด็กสาวข้างกาย:
"หัวหน้าห้อง ฉันสังเกตเห็นลางๆ ว่าช่วงนี้ไอ้ฉู่อาจจะไปยุ่งเกี่ยวกับของที่ไม่ควรยุ่ง ฉันอยากจะแอบตามไปดูหน่อยว่ามันเรื่องอะไรกันแน่"
ดวงตาคู่สวยของเฉินนั่วยีฉายแววประหลาดใจ แล้วตอบทันที:
"ฉันไปด้วย ถ้าเจอคนไม่ดีจริงๆ จะได้ช่วยกันดูแล"
ซูหยวนไม่ปฏิเสธ นี่คือเหตุผลที่เขาบอกเรื่องนี้กับเฉินนั่วยี
ถึงเด็กมัธยมปลายอย่างพวกเขา เจอผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานสักคนก็คงโดนตบยับ แต่เฉินนั่วยียังมีสถานะคุณหนูตระกูลเฉินอยู่นะ
ซูหยวนไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลเฉินจะไม่ส่งคนมาแอบคุ้มกันเธอ
ถ้าเจออันตรายเข้าจริงๆ คนของตระกูลเฉินลงมือ ก็คงพาหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
แน่นอน ความเป็นไปได้ที่จะเจออันตรายมีน้อยมาก
ก็นะ สันดานของระบบใครๆ ก็รู้ เป็นพวกชอบพาดหัวข่าวเวอร์ๆ เรียกแขกตลอด
ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งเจอเรื่องโลลิผมขาวเมื่อตอนเที่ยง เขาคงไม่เกิดความคิดระแวงอะไรหรอก
กลัวว่าจะคลาดกัน ทั้งสองรีบบอกกล่าวคนในครัวแล้วออกเดินทางทันที พอถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นฉู่หลานซีกำลังเดินทอดน่องออกไป
พอพ้นประตูโรงเรียน ก็เห็นอีกฝ่ายเรียกกระบี่บินที่เปล่งประกายระยิบระยับออกมา แล้วเหาะขึ้นฟ้าไป
"แม่งเอ้ย ไอ้พวกบ้านรวย"
ซูหยวนมองกระบี่บินสั่งทำพิเศษสุดเท่นั่นด้วยความอิจฉา แล้วรีบสแกนกระบี่บินสาธารณะกับเฉินนั่วยี ไล่ตามฉู่หลานซีไป
ถ้าพูดถึงสมรรถนะของกระบี่บิน กระบี่สาธารณะเทียบไม่ติดกระบี่สั่งทำของฉู่หลานซีเลยสักนิด โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานพอดี การจราจรทั้งบนฟ้าและบนดินค่อนข้างติดขัด ทั้งสองจึงตามหลังฉู่หลานซีไปได้อย่างไม่ยากเย็น
ทั้งสองบินตามฉู่หลานซีมาสิบกว่ากิโลเมตร มาถึงย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในเมืองไท่หัว
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แสงไฟนีออนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังปราณส่องสว่างทั่วทั้งถนนราวกับกลางวัน ผู้คนเดินขวักไขว่ คึกคักมีชีวิตชีวา
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งอาหารที่วิ่งไปทั่วเมือง ซูหยวนย่อมไม่ตื่นตาตื่นใจกับถนนที่หรูหรานี้ และเกาะติดฉู่หลานซีที่เดินแทรกตัวไปในฝูงชนอย่างไม่คลาดสายตา
หลังจากเลี้ยวซ้ายทีขวาที ทั้งเขาและเฉินนั่วยีก็มาโผล่ที่ตรอกเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
ทั้งสองชะโงกหน้ามองอยู่ที่ปากตรอกอยู่นาน พอเห็นฉู่หลานซีมุดหายเข้าไปลึกในตรอก ก็หันมามองหน้ากัน
ซูหยวนงง: "ในย่านการค้ามีตรอกเล็กๆ แบบนี้ด้วยเหรอ ตอนฉันส่งอาหารทำไมไม่เคยมาเลย"
เฉินนั่วยีพูดด้วยความกังวล:
"พวกเราจะเข้าไปไหม? ฉันรู้สึกว่าในตรอกนั่นไม่ดีเท่าไหร่เลย เพื่อนฉู่อาจจะถูกข่มขู่ให้เข้าไปก็ได้"
ซูหยวนเริ่มลังเล
บ้าเอ๊ย ทั้งที่ชีวิตและการเรียนที่ผ่านมาก็ผ่อนคลายสบายๆ มาตลอด ทำไมจู่ๆ เรื่องอันตรายถึงดาหน้าเข้ามาในวันเดียวกันแบบนี้วะ?
แกคงไม่ได้สมคบคิดกับพรรคมารของจริงหรอกนะ ฉู่หลานซี!
และในขณะที่ซูหยวนกำลังลังเล ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็เดินจ้ำอ้าวตรงมาทางปากตรอก
ซูหยวนและเฉินนั่วยีรีบแกล้งทำเป็นคนเดินผ่านทาง ถอยออกมาห่างๆ แล้วสังเกตผู้มาใหม่
นั่นคือสาวสวยสไตล์คนเมืองที่สวมหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดดทั้งที่ดึกดื่น แต่ยังคงแผ่ออร่าสูงส่งออกมา
เธอเดินมาถึงปากตรอก มองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ พอแน่ใจว่าไม่มีใครสังเกต ก็มุดหายเข้าไปในตรอกอย่างรวดเร็ว
ซูหยวนและเฉินนั่วยีที่เห็นเหตุการณ์: "..."
หลังจากเงียบกันไปนานสองนาน เฉินนั่วยีถึงได้พูดหน้าแดงๆ ว่า:
"ซูหยวน ฉากแบบนี้ ฉันเหมือนเคยเห็นในละครทีวีนะ"
"ไอ้ฮัสกี้หลาน ไอ้เวรนี่!"
ซูหยวนกัดฟันกรอด
ตรอกมืดสลัว ชะตาชีวิต 'ขโมยบุปผาเด็ดดม' ลูกค้าที่แอบมาหายามวิกาล... องค์ประกอบครบเกินไปแล้ว
สรุปว่าไอ้สิ่งที่มึงสมคบคิดด้วยนี่มันคือพรรคมารจริงๆ สินะ!
พรรคมารที่ว่านี่ชื่อ 'พรรคเริงรมย์' ด้วยไหม?!
แล้วไอ้ระบบเวร ทำไมมึงถึงคิดว่าที่อโคจรแบบนี้จะเป็นโอกาสวาสนาของฉันได้ฟะ?