- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 35 ตำนานการพ่ายแพ้ที่เร็วที่สุดของตัวร้าย!
บทที่ 35 ตำนานการพ่ายแพ้ที่เร็วที่สุดของตัวร้าย!
บทที่ 35 ตำนานการพ่ายแพ้ที่เร็วที่สุดของตัวร้าย!
ท่าทีอันกระตือรือร้นของหลี่เจิ้งซิง ทำเอาซูหยวนตั้งตัวไม่ติด
เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า คุณชายตัวร้ายคนนี้จะมาไม้ไหน? มีตัวร้ายแบบนายด้วยเหรอ?
ตัวร้ายควรไปทบทวนตัวเองหน่อยไหม?
ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสีหน้าประหลาดๆ ของซูหยวน หลี่เจิ้งซิงจึงยอมปล่อยมือซูหยวนที่กุมไว้แน่น แล้วพูดด้วยท่าทีผ่อนคลายว่า:
"ฉันล่ะกลัวแทบตายว่าเฉินนั่วยีจะยอมทำตามแผนคลุมถุงของตาแก่เฉินไปสอบเข้าพรรคเต๋าดาราจริงๆ ในเมื่อเธอมีแฟนแล้ว ฉันก็วางใจได้เปลาะหนึ่ง"
"อะแฮ่ม"
ซูหยวนเตือน:
"ฉันกับหัวหน้าห้องเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนกัน นายอย่าเข้าใจผิด"
"อ้อ งั้นเหรอ งั้นฉันเสียมารยาทไปสินะ"
หลี่เจิ้งซิงทำท่าเข้าใจ แต่พอมองทั้งสองคนที่ยืนชิดกันอย่างจริงจัง ก็ยังพูดว่า:
"ต่อให้พวกนายจะไม่มีอะไรกันจริงๆ แต่ตาแก่เฉินคงจะเข้าใจผิดไปแล้วล่ะ"
ซูหยวน: "อันนี้พูดถูก"
เฉินนั่วยีขมวดคิ้วเล็กน้อย มองหลี่เจิ้งซิงที่โผล่มาก็ทำตัวประหลาดๆ ถามเสียงเย็น:
"ไม่ทราบว่าสหายเต๋าหลี่มาที่นี่มีธุระอะไร?"
แม้เฉินนั่วยีจะไม่อยากยุ่งกับคุณชายใหญ่ตระกูลหลี่คนนี้อยู่แล้ว แต่เธอก็รู้สึกได้ไวๆ ว่าตัวเองดูเหมือนจะโดนอีกฝ่ายรังเกียจเข้าให้แล้ว
ทำเอาหงุดหงิดชะมัด พนักงานคอลเซ็นเตอร์ก็มีอารมณ์นะเว้ย!
ได้ยินดังนั้น หลี่เจิ้งซิงก็หุบยิ้ม สีหน้าจริงจังขึ้น พูดอย่างหนักแน่นว่า:
"คุณหนูเฉิน ผมเดาว่าคุณคงไม่พอใจกับแผนการเกี่ยวดองของตระกูลเฉินและตระกูลหลี่ใช่ไหม?"
เฉินนั่วยีพยักหน้า
หลี่เจิ้งซิงถอนหายใจ:
"ผมรู้ข่าวนี้ก่อนคุณไม่กี่วัน เลยไปสืบดูเป็นพิเศษ พบว่าคุณสนิทกับนักเรียนชายที่มีปูมหลังธรรมดาคนหนึ่ง ผมก็เดาว่าคงเกิดละครฉาก 'ม่านประเพณี' (เหลียงซานปั๋วกับจูอิงไถ) ขึ้นแน่ๆ"
"แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณอาจจะยังไม่ถึงขั้นที่ผมจินตนาการ แต่ก็คงไม่ต่างกันมาก"
"พวกคุณอาจจะมองว่าผมเหมือน 'หม่าเหวินไฉ' ในนิทาน แต่จริงๆ แล้ว... ผมเองก็มี 'ม่านประเพณี' ในแบบของผมเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวเหมือนกัน"
"ดังนั้นในสายตาผม พวกคุณต่างหากที่เป็นหม่าเหวินไฉ"
ได้ยินถึงตรงนี้ ซูหยวนและเฉินนั่วยีก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
"สรุปคือนายแอบชอบผู้หญิงบ้านๆ ธรรมดา แล้วครอบครัวไม่ยอมรับงั้นสิ?"
ซูหยวนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
บทแม่งกลายเป็นแนวท่านประธานจอมเผด็จการขึ้นมาทันที
หลี่เจิ้งซิงรีบแย้ง: "เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น พวกนายไม่เข้าใจเธอหรอก!"
ซูหยวน: "..."
โอ้โห กลิ่นน้ำเน่ายิ่งแรง!
"เอาเป็นว่าที่ผมมาครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกจุดยืน ผมคิดว่าเราร่วมมือกันได้ ช่วยกันทำลายแผนการเกี่ยวดองของตระกูลซะ"
หลี่เจิ้งซิงพูดอย่างจริงจัง
"ตกลง!" เฉินนั่วยีพยักหน้าโดยไม่ลังเล "ทั้งฉันและซูหยวนจะไม่สอบเข้าพรรคเต๋าดารา เรื่องนี้วางใจได้"
"ได้ยินแบบนี้ผมก็วางใจ"
หลี่เจิ้งซิงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะเตือนว่า:
"แต่แค่นี้ยังไม่พอ พวกคุณยังต้องพยายามพัฒนาฝีมือให้มาก เพื่อให้มีอำนาจต่อรองหลังสอบเสร็จ จะได้ไม่โดนมือมืดของตระกูลเฉินและตระกูลหลี่แทรกแซง"
"ถ้าผลสอบของพวกคุณแซงหน้าผมไปได้ ก็จะดีที่สุด"
เฉินนั่วยีได้ยินดังนั้น ประกายความมุ่งมั่นฉายชัดในดวงตา:
"เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว"
ซูหยวนไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจก็แอบบ่นอุบ
ตามบทคุณชายตัวร้ายที่นายน้อยหลี่ได้รับ คนที่ใช้โปรอย่างเขา ยังไงก็ต้องแซงหน้าอีกฝ่ายได้ในช่วงไคลแมกซ์ของเรื่องอยู่แล้วบักหรรม
เห็นท่าทีมั่นใจของทั้งคู่ คุณชายใหญ่หลี่ก็เลิกคิ้ว กอดอกยิ้ม:
"ในเมื่อทั้งสองมั่นใจขนาดนี้ งั้นผมจะบอกคะแนนของผมให้ทราบ พวกคุณจะได้วางแผนแซงผมได้แม่นยำขึ้น"
เขาพูดเสียงเรียบ:
"ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมเย่าซิง อันดับหนึ่งของเมืองไท่หัว"
"ในการสอบเดือนที่แล้ว คะแนนวิชาทั่วไป 150 คะแนน, วิชาตบะ 150 คะแนน, วิชาพลศึกษา 150 คะแนน, วิชาวิทยายุทธ์ 150 คะแนน, วิชาภาษาโบราณ 75 คะแนน, วิชาจิตแห่งเต๋า 72 คะแนน คะแนนรวมทุกวิชา 747 คะแนน"
"อันดับ... ที่หนึ่งของโรงเรียนเย่าซิง"
"เนื่องจากโรงเรียนที่ผมเรียนเป็นโรงเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองไท่หัว ผมจึงเป็นอันดับหนึ่งของเมือง และเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่แข็งแกร่งที่สุดในไท่หัวทางอ้อม"
ซูหยวน, เฉินนั่วยี: "..."
นี่มันเทพ... ไม่สิ มหาเทพ!
สองคนที่เมื่อกี้ยังมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะโค่นล้มคุณชายตัวร้าย ตอนนี้กลับมายืนกอดกันตัวสั่นงันงก
อ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง แถมยังกินจุอีกต่างหาก
หลี่เจิ้งซิงยิ้มมุมปากอย่างภูมิใจเล็กน้อย พูดว่า:
"พวกคุณไม่ต้องกดดันไป ผมได้คะแนนเต็ม 5 จาก 6 วิชา แค่เพราะผมมีความสามารถรอบด้านกว่าหน่อย"
"จริงๆ ยังมีอัจฉริยะอีกหลายคนที่เก่งกว่าผมในบางวิชา เพียงแต่คะแนนเต็มมันตันแค่ 150 เท่านั้นเอง"
"แน่นอน ถึงผมจะไม่ได้เดินไปจนสุดทางในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ถ้าจะเอารากวิญญาณก็มี จะเอาเส้นลมปราณพลังก็มี จะเอากายเทพกำเนิดก็มีหมด"
"ต่อให้ในวิชาใดวิชาหนึ่งผมจะสู้พวกอัจฉริยะร้อยปีมีหนไม่ได้ แต่ก็ไม่ห่างกันมาก ถ้าวัดความสามารถโดยรวมแล้ว อันดับหนึ่งของเมืองอย่างผมก็ถือว่าสมศักดิ์ศรีอยู่"
ซูหยวน, เฉินนั่วยี: "..."
อ่านว่าถ่อมตัว แต่เขียนว่าขี้โม้สินะ!
โอเคๆ ใหญ่จริงครับพรี่ นายรีบกลับไปเถอะ!
ซูหยวนรีบไล่แขก อยู่กับคนที่มีทั้งพรสวรรค์และความพยายามแบบนี้ เขาที่เป็นพวกใช้โปรโกงรู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มหลัง
"นายชื่อซูหยวนใช่ไหม จากนี้ไปเราก็ถือเป็นสหายร่วมอุดมการณ์แล้ว มีเรื่องอะไรอย่าแบกไว้คนเดียว โทรหาผมได้เลย"
หลี่เจิ้งซิงทิ้งช่องทางติดต่อให้ซูหยวน แล้วหันหลังเตรียมจะจากไป
มองดูแผ่นหลังของอีกฝ่าย ซูหยวนใจหายวาบ
เดี๋ยวนะ! หลี่เจิ้งซิงเทพขนาดนี้ เขาจะเอาอะไรไปชนะ 'อัจฉริยะผู้รันทด' คนนี้ได้ล่ะ? นี่หมายความว่าภารกิจระบบอาจจะไม่สำเร็จไปอีกหลายเดือน หรือหลายปีเลยงั้นเหรอ?
เรื่องแบบนั้นไม่เอานะ!
"สหายเต๋าโปรดช้าก่อน!"
เห็นหลี่เจิ้งซิงกำลังจะขึ้นเรือเหาะ ซูหยวนรีบตะโกนเรียกไว้
"มีปัญหาอะไรอีกเหรอ?"
หลี่เจิ้งซิงหันกลับมาด้วยความสงสัย
ซูหยวนเงียบ อั้นไว้นานถึงครึ่งนาทีก่อนจะยกมือขึ้น:
"มาเป่ายิ้งฉุบกันสักตามั้ย?"
หลี่เจิ้งซิง: "...หา?"
สิบวินาทีต่อมา กรรไกรที่หลี่เจิ้งซิงออก ก็ปะทะเข้ากับค้อนของซูหยวน
"ฉันแพ้แฮะ"
หลี่เจิ้งซิงผายมือ ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าจู่ๆ ซูหยวนจะขอเป่ายิ้งฉุบไปทำไม
"โอเคๆ ไม่มีอะไรแล้ว สหายเต๋าหลี่เชิญตามสบาย ไม่ส่งนะ"
หลังจากส่งหลี่เจิ้งซิงที่ยังงงเป็นไก่ตาแตกกลับไปแล้ว ซูหยวนก็หันมามองหน้าต่างระบบตรงหน้า
[ภารกิจเพิ่งประกาศไปแค่สิบนาทีเจ้าก็ทำสำเร็จแล้วงั้นรึ? ฮัสกี้ เจ้านี่มัน! สมกับที่เป็นว่าที่จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เคยรอชำระแค้นข้ามคืนจริงๆ!]
ระบบพอได้แล้ว! แกเป็นระบบนะ ไม่ใช่เครื่องผลิตมุกแป้ก!
ซูหยวนหมดแรงจะตบมุกแล้ว
[ความคืบหน้าภารกิจ: เอาชนะอัจฉริยะฝ่ายธรรมะ (1/1)]
[ภารกิจ: อัจฉริยะผู้รันทด (เสร็จสิ้น)]
[รางวัลภารกิจ: เปลี่ยนชะตา *1 (ส่งมอบแล้ว)]
[เปลี่ยนชะตา: เมื่อใช้ จะสามารถใช้วิชามาร 'ดัชนีลิขิต ' ได้หนึ่งครั้งโดยไม่มีข้อจำกัด และสามารถแก้ไขข้อความใน 'ชะตาประจำวัน' ของเป้าหมายได้ในระดับหนึ่ง]
เห็นคำอธิบายรางวัลภารกิจนี้ ดวงตาของซูหยวนเบิกกว้างขึ้นมาทันที!