- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 26 ระดับการตกต่ำ 100%
บทที่ 26 ระดับการตกต่ำ 100%
บทที่ 26 ระดับการตกต่ำ 100%
ซูหยวนใช้มีดเฉือนเนื้อชิ้นขนาดเท่าฝ่ามือลงมาจากท้องของห่านย่างอย่างระมัดระวัง
เมื่อปลายมีดสัมผัสกับหนังห่านสีแดงพุทราที่เป็นมันวาว แทบไม่ต้องออกแรง หนังห่านก็แตกออกดัง กรุบ เผยให้เห็นรอยแยก พร้อมกับกลิ่นหอมที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมทะลักออกมาจากใต้หนัง
ด้วยความที่กลิ่นหอมนั้นรุนแรงเกินไป ทันทีที่ซูหยวนแล่เนื้อห่านลงมาได้เพียงชิ้นเดียว คนทั้งครัวหลังก็มารุมล้อมกันหมดแล้ว
"เสี่ยวซู นี่ฝีมือย่างห่านของเธอเหรอ?"
เชฟหลีจ้องมองหนังห่านที่ดูราวกับอำพันในจานกระเบื้องขาว และเนื้อห่านใต้หนังที่ดูชุ่มฉ่ำนุ่มนวลด้วยความตกตะลึง
เขาเคยทำงานในโรงแรมระดับห้าดาวในตัวเมือง เคยเห็นฝีมือของปรมาจารย์ย่างเป็ดผู้มีระดับพลังขั้นสร้างรากฐานมาก่อน และเมื่อดูจากหน้าตาของห่านย่างตัวนี้ ฝีมือการย่างของซูหยวนกลับไม่ด้อยไปกว่าปรมาจารย์ท่านนั้นเลย!
"ลุงหลี ลองชิมรสชาติดูก่อนครับ"
ซูหยวนแบ่งเนื้อห่านในจานออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วยื่นตะเกียบให้เชฟหลี
เชฟหลีมีสีหน้าเคร่งขรึม คีบเนื้อห่านชิ้นหนึ่งเข้าปาก หลับตาลงและค่อยๆ ลิ้มรสอย่างละเอียด
ซูหยวนและเฉินนั่วยีต่างก็หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากคอหอยในวินาทีนั้น
รสชาติของห่านย่างดีหรือไม่ดี จะเป็นตัวกำหนดรายได้ของพวกเขาในอนาคตอีกยาวไกล จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร
แต่ทว่าหลังจากเชฟหลีกินเนื้อห่านเข้าไป เขากลับนิ่งสนิทเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ ไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย
อย่าว่าแต่ซูหยวนเลย แม้แต่คนอื่นๆ ในครัวก็เริ่มร้อนใจ
อร่อยหรือไม่อร่อยก็พูดมาสักคำสิเว้ย!
ผ่านไปครู่ใหญ่ เชฟหลีถึงค่อยลืมตาขึ้น จ้องมองซูหยวนด้วยสีหน้าจริงจังและเอ่ยเสียงเย็นชา:
"ไอ้หนู ฉันมีเรื่องคอมเพลนอาหารของเธออย่างมาก"
ซูหยวน: "......"
เฉินนั่วยีและคนอื่นๆ ในครัวต่างก็ชะงักไปพร้อมกัน
หมายความว่ายังไง?
หรือว่าห่านย่างตัวนี้แค่ดูดีแต่ไม่อร่อยเลย?
ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนงุนงง วินาทีถัดมา ความเย็นชาบนใบหน้าของเชฟหลีก็ละลายหายไปราวกับหิมะต้องแสงอาทิตย์ เผยให้เห็นรอยยิ้ม:
"เพราะเธอควรจะมาสมัครงานตั้งแต่ตอน ม.4 ไม่ใช่เพิ่งมาเอาป่านนี้"
ซูหยวน: "......"
สรุปคือ ตาลุงหลีดูรายการ Hell's Kitchen มากไปใช่ไหม?
พูดได้ดี มีความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ แต่คราวหลังอย่าพูดอีกนะ
"งั้นลุงหลี พวกเราสองคนเข้าทำงานได้แล้วใช่ไหมครับ?"
ซูหยวนถามอย่างระมัดระวัง
เชฟหลี: "เรื่องเข้าทำงานไม่มีปัญหา แต่เรื่องค่าตอบแทนฉันต้องคุยกับพวกเธอสองคนให้ดีก่อน"
"เสี่ยวซู ยังไงก็เธอเป็นพาร์ตไทม์ เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ก้นครัวตลอดทั้งวันเหมือนพวกเรา ดังนั้นเธอเตรียมจะแบ่งเวลาส่วนหนึ่งของทุกวันมาทำของย่างใช่ไหม?"
ซูหยวนพยักหน้า
เชฟหลี: "ด้วยฝีมือการย่างของเธอ ดีพอที่จะได้รับค่าตอบแทนระดับหัวหน้าเชฟ ซึ่งหัวหน้าเชฟของโรงอาหารเราเงินเดือนประมาณห้าหมื่นหยวน"
"แต่เพราะพวกเธอสองคนเป็นพาร์ตไทม์ เงินเดือนห้าหมื่นคงให้ไม่ได้ แต่ถ้าจะคิดเป็นชั่วโมงละร้อยสองร้อย ก็ดูจะเอาเปรียบพวกเธอไปหน่อย ดังนั้นฉันคิดว่าพวกเธอใช้วิธี 'ส่วนแบ่ง' น่าจะดีกว่า"
"ส่วนแบ่ง?"
"พูดง่ายๆ ก็คือ หลังจากพวกเธอทำของย่างเสร็จ โรงอาหารจะรับผิดชอบการขาย ทุกครั้งที่ขายของย่างได้หนึ่งที่ พวกเธอจะได้ส่วนแบ่งกำไรจากจานนั้น"
"ยิ่งขายได้มาก พวกเธอก็ยิ่งได้เงินมาก แต่ถ้าอาหารขายไม่ออก พวกเธอก็จะไม่ได้เงินเท่าไหร่"
"จะเลือกวิธีนี้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเธอมีความมั่นใจในสินค้าของตัวเองแค่ไหนแล้วล่ะ"
ได้ยินดังนั้น ซูหยวนและเฉินนั่วยีหันมามองตากัน ต่างคนต่างคีบเนื้อห่านขึ้นมาชิมอีกครั้ง
ความมั่นใจพุ่งทะลุปรอททันที!
"ลุงหลี พวกเราเลือกส่วนแบ่งครับ แต่ห่านย่างหนึ่งที่ขายเท่าไหร่ และเราจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่ ต้องกำหนดให้ชัดเจนก่อน"
ซูหยวนถูมือ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์เงินหยวนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
หลังจากเจรจากันอย่างดุเดือดอยู่ครึ่งชั่วโมง ในที่สุดตัวเลขส่วนแบ่งที่ชัดเจนก็เคาะออกมา
ต้นทุนทุกอย่างในการทำห่านเกล็ดมังกรให้เป็นห่านย่างหนึ่งตัวอยู่ที่ประมาณหกพันหยวน
แต่ห่านเกล็ดมังกรตัวใหญ่มาก พอทำสุกแล้วก็ได้น้ำหนักกว่าร้อยจิน (50 กิโลกรัม) สามารถแบ่งขายได้เป็นร้อยที่ ราคาขายต่อจานคือ... 120 หยวน!
ราคาไม่ถูก แต่นี่คือสัตว์วิญญาณระดับขั้นขัดเกลาพลังปราณ 6-7 สำหรับผู้ฝึกตนแล้วถือเป็นของบำรุงชั้นยอด ราคานี้ถือว่ายุติธรรมแล้ว
และทุกครั้งที่ขายห่านย่างได้หนึ่งที่ ซูหยวนจะได้ส่วนแบ่ง 12 หยวน!
นั่นหมายความว่า ถ้าขายหมดหนึ่งตัว เขาจะได้กำไร 1,200 หยวน ถ้าขายได้วันละตัว เดือนหนึ่งเขาก็จะทำเงินได้กว่าสามหมื่นหยวน!
และสิ่งที่ต้องแลกมาก็แค่ซูหยวนต้องใช้เวลาหลังเลิกเรียนวันละสองชั่วโมงกว่ามาหลอมศพ... แค่กๆ มาย่างห่าน
แน่นอนว่านี่เป็นแค่สถานการณ์ในอุดมคติ เมนูในโรงอาหารมีการหมุนเวียนบ่อย นักเรียนก็มีวันหยุดสุดสัปดาห์และวันปิดเทอม ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับนักเรียนแล้ว 120 หยวนไม่ใช่เงินน้อยๆ คงกินทุกวันไม่ได้
ความเป็นไปได้ที่สามสี่วันจะขายไม่ออกเลยสักตัวก็มีอยู่
"ในฐานะเมนูใหม่ของโรงอาหาร พรุ่งนี้ห่านย่างเกล็ดมังกรจะลดราคาครึ่งหนึ่ง แน่นอนว่าส่วนแบ่งของเธอไม่ลดนะ เสี่ยวซู เธอจะทำเงินก้อนโตได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพรุ่งนี้แล้วล่ะ"
เชฟหลียิ้มตาหยีพลางกล่าว
"ในเมื่อรสชาติห่านย่างที่ผมทำไม่มีปัญหา งั้นก็ต้องขายออกแน่นอนครับ!"
ซูหยวนมองสัญญาที่เซ็นเสร็จเรียบร้อยด้วยความมั่นใจ
เชฟหลีเลิกคิ้วเล็กน้อย:
"มั่นใจเกินไปไม่ใช่เรื่องดีนะ ไม่แน่ว่านักเรียนอาจจะไม่ซื้อก็ได้"
ซูหยวนตอบอย่างมั่นใจ:
"ลุงหลีวางใจเถอะครับ ในเมื่อผมกล้ามาสมัคร ก็เตรียมตัวทำกำไรเต็มร้อยไว้แล้ว ผมไม่ได้มั่นใจแค่เทคนิคการย่าง แต่เรื่องจะขายห่านย่างตัวนี้ออกไปยังไง ผมก็มีทีเด็ดเหมือนกัน"
"พรุ่งนี้ให้ผมรับผิดชอบแผนกขายห่านย่างเถอะครับ รับรองว่าจะทำให้ลุงหลีได้เปิดหูเปิดตาแน่นอน!"
เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยมของซูหยวน เชฟหลีก็เดาได้ว่าซูหยวนคงมีแผนสำรองอยู่จริงๆ จึงหัวเราะ:
"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้แผนกขายห่านย่างก็ยกให้เธอดูแล"
จากนั้น ซูหยวนก็นำห่านย่างไปแขวนผึ่งลมไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเทในครัว กำชับคนในครัวว่าห้ามสับห่านเด็ดขาด ก่อนจะพาเฉินนั่วยีออกจากโรงอาหาร
อพาร์ตเมนต์เฟยยวิ๋น
ทั้งสองเปลี่ยนเป็นชุดรปภ. แล้วเริ่มเข้าเวร
"หัวหน้าห้อง เราตกลงกันล่วงหน้าก่อนนะ เรื่องส่วนแบ่งห่านย่าง เราแบ่งกันคนละครึ่ง"
ซูหยวนดูค่า 'ระดับการตกต่ำ' ของเฉินนั่วยีในหน้าต่างระบบ พลางกล่าวขึ้น
เฉินนั่วยีได้ยินดังนั้นก็ตกใจ รีบโบกมือปฏิเสธ:
"ไม่ๆ ห้าสิบ-ห้าสิบมันมากไป ตอนทำห่านย่างฉันไม่ได้ทำอะไรเลย แค่เป็นลูกมือหยิบจับนิดหน่อย แบ่งให้ฉัน 20 % ก็พอแล้ว"
ซูหยวนยิ้มส่ายหน้า:
"หัวหน้าห้อง เธอคิดแบบนั้นไม่ได้ ถึงตอนนี้ฉันจะเป็นคนทำ แต่พอเธอเรียนรู้จนทำเป็น ฉันก็จะปล่อยงานนี้ให้เธอทำแล้วไง"
"ถึงตอนนั้นคนที่ต้องวุ่นวายหน้าหลังก็คือเธอ ฉันแค่นั่งกินแรงเฉยๆ เธอรับ 50 % ยังถือว่าน้อยไปเลยด้วยซ้ำ"
"เพราะงั้นรายได้ก่อนหน้านี้ ถือเป็นการชดเชยล่วงหน้าสำหรับเธอในอนาคต เธอห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"
เฉินนั่วยีอึ้งไป ไม่คิดว่าซูหยวนจะมองการณ์ไกลขนาดนี้
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ:
"งั้น... งั้นฉันฟังนาย"
และในวินาทีที่เฉินนั่วยีตอบตกลง สตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะผู้ซึ่งถูกกัดกร่อนจากการเข้าร่วมและเรียนรู้วิชาหลอมศพอยู่แล้ว ในการตัดสินของระบบ เธอก็ได้ตกต่ำลงไปอีกขั้นเพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ
เสียง "ติ๊ง" อันไพเราะดังขึ้นในหัวของซูหยวน
[ระดับการตกต่ำ(100%/100%)]
[ภารกิจ: บริวารคนแรก (สำเร็จแล้ว)]
[รางวัลภารกิจ: เส้นลมปราณห้วงอันธการ* (ส่งมอบแล้ว)]
(*เปลี่ยนจากสายวิชาเป็นเส้นลมปราณครับ เพื่อให้สอดคล้องกับตอนต่อไป)