- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 20 ชะตาลิขิต【จมดิ่งสู่ห้วงอันธการตลอดกาล】!
บทที่ 20 ชะตาลิขิต【จมดิ่งสู่ห้วงอันธการตลอดกาล】!
บทที่ 20 ชะตาลิขิต【จมดิ่งสู่ห้วงอันธการตลอดกาล】!
สี่สิบห้านาทีต่อมา
“แม่งเอ๊ย ย่างจนมือจะหงิกแล้ว”
ซูหยวนนวดข้อมือที่ปวดเมื่อย มองดูเด็กสาวตรงหน้าที่กระเพาะเหมือนหลุมดำ ยังคงยัดเนื้อย่างและอาหารหลักสารพัดชนิดเข้าปากไม่หยุด
เขาอยากถอนคำพูดที่กำชับเรื่องหลักการกินบุฟเฟต์เมื่อกี้จริงๆ
ค่าพลังระดับปีศาจแบบนี้กินอะไรก็คุ้มทุนแน่นอน ไม่ต้องเนิร์ฟหน่อยเหรอ?
“เฮ้ยๆ เธออย่ากินกระดูกเข้าไปสิ!”
พอเห็นเฉินนั่วยีเคี้ยวซี่โครงหมูติดกระดูกจนละเอียดแล้วกลืนลงไป ซูหยวนรีบดึงกระดูกที่เหลือครึ่งหนึ่งออกจากปากเด็กสาว
“ทำไมล่ะ? กระดูกก็น่าจะกินได้นี่”
เฉินนั่วยีเคี้ยวเศษกระดูกจนแก้มตุ่ย ถามเสียงอู้อี้:
“ฉันหาข้อมูลในเน็ตมา เขาบอกกินกระดูกเยอะๆ ช่วยเสริมแคลเซียม แถมจากประสบการณ์การกินข้าวของฉัน ในบรรดาของที่กินได้ กระดูกทำให้อิ่มท้องที่สุด”
ประสบการณ์บ้าบออะไรวะนั่น? นี่เมื่อก่อนเธอกรอบถึงขั้นต้องแทะกระดูกกินเลยเหรอ?
ซูหยวนพูดไม่ออกจริงๆ เขาอยากรู้มากว่าตอนที่บ้านเพิ่งล้มละลาย เฉินนั่วยีรอดชีวิตมาได้ยังไง
แต่ช่างเถอะ ยังไงผู้ฝึกตนกินกระดูกเข้าไปก็คงไม่ท้องอืดหรอก ปล่อยนางไปเถอะ
เขาคีบเนื้อย่างร้อนๆ จากเตา จิ้มน้ำจิ้มแล้วยัดเข้าปาก รสชาติความอร่อยอบอวลไปทั่วปากก่อนจะกลืนลงท้อง
“แปลกแฮะ ทำไมฉันรู้สึกอิ่มแล้วเนี่ย”
ซูหยวนลูบท้องตัวเอง เขาก็ยังไม่ได้กินเท่าไหร่เลย น้อยกว่าปกติด้วยซ้ำ
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกขาดทุน ยังเหลือเวลากินอีกตั้งชั่วโมงกว่า แต่ดันอิ่มซะแล้ว? ถ้าเขามียาสีน้ำเงินสักเม็ดนะ...
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆ พนักงานเข็นรถเก็บจานก็เดินผ่านไป บนรถนอกจากจานใช้แล้วกองโต ยังมีเศษอาหารเหลือทิ้งอีกเพียบ
แสงสว่างวาบขึ้นในหัวซูหยวน ในเมื่อเขาใช้วิชามาร · ดัชนีวิญญาณ สกัดเม็ดยาสีน้ำเงินจากเศษอาหารโรงอาหารได้ งั้นจะทำแบบเดียวกันกับเศษอาหารในร้านบุฟเฟต์ได้ไหม?
คิดได้ดังนั้น ซูหยวนรีบกวาดตามองผังร้านบุฟเฟต์อย่างรวดเร็ว อาศัยประสบการณ์จากการเป็นไรเดอร์ ไม่นานก็ระบุตำแหน่งประตูหลังร้านได้
“ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บ เธอปิ้งกินเองไปก่อนนะ”
ซูหยวนบอกกล่าว หลบสายตาพนักงานและกล้องวงจรปิด เดินผ่านช่องทางพนักงานไปยังประตูหลังร้านอย่างเงียบเชียบ ตรงนั้นมีถังใส่เศษอาหารเต็มปรี่วางอยู่หลายถัง ยังไม่ทันได้เอาไปทิ้ง
ขอดูด!
อาศัยจังหวะปลอดคน ซูหยวนใช้วิชามาร · ดัชนีวิญญาณทันที
จุดแสงจำนวนมากพุ่งออกมาจากเศษอาหาร รวมตัวกันเป็นเม็ดยาสีเหลืองเข้มสองเม็ดตกลงในมือซูหยวน พร้อมคำอธิบายยาปรากฏขึ้นบนหน้าจอระบบ
【เม็ดยาสีเหลืองที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ: เมื่อกินเข้าไปจะเพิ่มความรู้สึกอิ่มท้องอย่างมาก สูงสุดนานถึงหนึ่งสัปดาห์โดยไม่ต้องกินอาหาร ผลข้างเคียงคือเมื่อเห็นอาหารมันๆ จะเกิดความรู้สึกรังเกียจโดยสัญชาตญาณ จนกว่ายาจะหมดฤทธิ์】
ซูหยวน: “...”
ไอ้เปรต ยาบ้านี่ทำไมสรรพคุณมันสวนทางกับความคิดฉันวะ?
นี่มันยาอดอาหารชัดๆ!
เดี๋ยวนะ! ไม่ถูก!
ขณะที่ซูหยวนกำลังก่นด่าในใจ เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
สรรพคุณของเม็ดยาที่สกัดด้วยวิชามาร · ดัชนีวิญญาณ จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมของสิ่งที่สกัดมา
งั้นที่เม็ดยาสีเหลืองนี่เพิ่มความอิ่ม ก็แปลว่าในเศษอาหารร้านบุฟเฟต์พวกนี้มีส่วนผสมที่ทำให้อิ่มท้องอยู่เพียบงั้นสิ?
“มิน่าฉันกินไม่เท่าไหร่ก็จุกแล้ว”
หน้าซูหยวนดำทะมึน
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือมารยังมีมารจริงๆ! เขาอุตส่าห์หาช่องทางแย่งคูปองส่วนลดมาได้ แต่ทางร้านก็มีวิธีป้องกันไม่ให้ขาดทุนเหมือนกัน!
งั้นคำถามคือ การปรากฏตัวของเม็ดยาสีน้ำเงิน หมายความว่าอาหารในโรงอาหารมีส่วนผสมที่ทำให้หัวแหลมจริงๆ เหรอ?
ซูหยวนตกอยู่ในห้วงความคิด
จนกระทั่งพนักงานคนหนึ่งเข็นรถเก็บจานมาที่ประตูหลังแล้วทักเขา เขาถึงได้สติกลับมา
ซูหยวนกดความฟุ้งซ่านในใจลง บอกว่าตัวเองจะไปห้องน้ำแล้วหลงทาง จากนั้นก็รีบไปทำท่าทำทางเข้าห้องน้ำ แล้วกลับมาที่โต๊ะอาหาร
มองดูเนื้อย่างที่ไหม้เกรียมเป็นถ่านบนเตา เฉินนั่วยีทำท่าเหมือนเด็กทำความผิด ก้มหน้าพูดว่า:
“ฉันพยายามพลิกเนื้อแล้วนะ แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะไหม้เร็วขนาดนี้”
ซูหยวนถอนหายใจ พูดว่า:
“หัวหน้า พนักงานร้านปิ้งย่างไม่ได้เป็นกันง่ายๆ นะ วางไว้ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
หลังจากเปลี่ยนตะแกรงย่าง ซูหยวนก็ไม่สนใจเรื่องคุ้มทุนไม่คุ้มทุนแล้ว เขาตั้งใจย่างเนื้อให้เฉินนั่วยีกิน จนครบสองชั่วโมง ถึงได้เดินออกจากร้านท่ามกลางใบหน้าดำทะมึนของเจ้าของร้าน
แต่ซูหยวนไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินนั่วยีที่มีค่าพลังระดับปีศาจขนาดนี้ วันนี้พวกเขาสองคนคงโดนทางร้านสั่งสอนบทเรียนราคาแพงไปแล้ว
เดินออกจากร้านก็เป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว เวลานี้พอกลับไปงีบได้นิดหน่อย แล้วก็ต้องตื่นไปโรงเรียน
ยังไงซะ ผู้ฝึกตนจะนอนหรือไม่นอนก็ไม่ต่างกัน ซูหยวนตัดสินใจว่าจะเริ่มเคี่ยวเข็ญสตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะคนนี้ นั่นก็คือการติวหนังสือ
ขอถามหน่อย พวกคุณเคยเห็นเมืองไท่หัวตอนตีสามไหม?
จริงสิ นี่ก็ขึ้นวันใหม่แล้ว ลองเช็คชะตาชีวิตของเฉินนั่วยีอีกรอบดีกว่า เผื่อจะเกี่ยวข้องกับการเรียนของเขา
คิดได้ดังนั้น ซูหยวนก็ใช้วิชามาร · ดัชนีลิขิต ตรวจสอบชะตาชีวิตของเฉินนั่วยีในวันนี้ทันที
จากนั้น เขาก็เห็นตัวอักษรสีดำทมิฬขนาดใหญ่ลอยอยู่บนหัวเด็กสาว!
【จมดิ่งสู่ห้วงอันธการตลอดกาล (ยังไม่เกิดผล)】
???
ไม่ใช่แล้วพวก
ชะตาชีวิตมันรีเฟรชทุกวันไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสขนาดนี้?
วันเดียวก็ตกต่ำถึงขีดสุดเลยเหรอ? มันไม่เร็วไปหน่อยรึไง
ใครทำ? ใครทำวะ?
ฉันถามแกหน่อยว่าใครมันจะไปทำให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะตกต่ำจนกู่ไม่กลับได้ภายในวันเดียว?
คงไม่ใช่ฉันหรอกนะ!
ซูหยวนอยากจะปฏิเสธว่าการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเฉินนั่วยีไม่เกี่ยวกับเขา แต่ทว่า... โรงเรียนมัธยมไท่หัว นอกจากเขาที่เป็นจอมมารแล้ว ยังมีจอมมารคนอื่นอีกเหรอ?
ต่อให้มี ก็คงโดนพ่อราชามังกรของเธอเก็บไปก่อนจะได้เข้าใกล้เฉินนั่วยีแล้วมั้ง
พูดอีกอย่างก็คือ คนที่จะโดนพ่อราชามังกรของเฉินนั่วยีเชือดทิ้ง ก็คือเขา ซูหยวน!
ซูหยวนตัวสั่นงันงก
แต่ในตอนนั้นเอง ระบบเจ้ากรรมดันส่งเสียง【ติ๊ง】ดังขึ้นมา
【จากการแอบดูชะตาชีวิตของผู้อื่น ทำให้ล่วงรู้ชะตากรรมของตนเอง เจ้าค้นพบด้วยความยินดีปรีดาว่า ภายในหนึ่งวัน ค่าความตกต่ำของสตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะจะพุ่งทะยานจาก 20% ไปถึง 100% และไม่มีวันหวนคืนกลับได้อีก!】
ขอโทษที ฉันไม่ยินดีปรีดาเลยสักนิด มีแต่ตื่นตระหนกโว้ย
【เรื่องราวชั่วร้ายและน่ารังเกียจแบบใดกัน ที่ทำให้นางจมดิ่งสู่ห้วงอันธการตลอดกาล? เบื้องหน้าห้วงอันธการที่ตัดสินชะตากรรม สตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะจะขัดขืนโดยไม่รู้ตัว เพื่อดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการตกต่ำที่น่าสิ้นหวังนี้ และเจ้าจะชักนำนางไปสู่จุดจบเช่นนั้นได้อย่างไร?】
【ภารกิจจอมมารจำกัดเวลาถูกกระตุ้น】
【ภารกิจ: บริวารคนแรก (กำลังดำเนินการ)】
【ในฐานะจอมมารที่มีคุณภาพ เจ้าควรมีบริวารผู้ภักดีนับไม่ถ้วน จงเปลี่ยนสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้ตกต่ำให้กลายเป็นบริวารผู้คลั่งไคล้คนแรกของเจ้าซะ!】
【ความคืบหน้าภารกิจ: ค่าความตกต่ำ: (20%/100%)】
【รางวัลภารกิจ: สายวิชาห้วงอันธการ】*
【ระยะเวลาภารกิจ: ภายในวันนี้】
โอ้โฮ งานเข้าชิ้นใหญ่แล้วไง
(*ชื่อยังไม่แน่นอนนะครับ)