- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 6 นี่น่าจะถือว่าเป็น... เรื่องธรรมดาของผู้ชายสินะ?
บทที่ 6 นี่น่าจะถือว่าเป็น... เรื่องธรรมดาของผู้ชายสินะ?
บทที่ 6 นี่น่าจะถือว่าเป็น... เรื่องธรรมดาของผู้ชายสินะ?
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่า การฉวยโอกาสมักไม่มีจุดจบที่ดี
ทว่าคำตำหนิของระบบก็เป็นการบอกกลายๆ ว่าสิ่งที่ซูหยวนทำลงไปเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่กลับเป็นการทำความดีครั้งใหญ่ด้วยซ้ำ ดังนั้นซูหยวนจึงไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไร
แม้ว่าจะไม่สามารถใช้อาหารเดลิเวอรี่ที่ถูกทิ้งนี้ทำภารกิจของระบบให้สำเร็จได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร คืนนี้ค่อยวิ่งงานส่งอาหารเพิ่มอีกสักสองสามรอบก็พอ
ซูหยวนส่ายหน้า เลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วเหยียบกระบี่บินสาธารณะเตรียมจะจากไป
แต่ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีแสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนมาจากที่ไกลๆ ดึงดูดสายตาผู้คน
ซูหยวนมองตามทิศทางที่แสงกระบี่ปรากฏ ก็เห็นหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามหมดจดในชุดเรียบง่าย กำลังพุ่งตรงมายังชุมชนเก่าซอมซ่อแห่งนี้ด้วยท่าทางดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
บนใบหน้าสวยหยกของหญิงสาวฉายแววเย็นชา กลิ่นอายชนิดหนึ่งที่ซูหยวนคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังแผ่ซ่านรอบตัวเธอ
มันคือรังสีอาฆาตของ 'คนทำงาน'
รู้สึกได้เลยว่ารังสีความแค้นนี้สามารถปลุกชีพจอมมารกระบี่ให้ฟื้นคืนชีพได้เป็นสิบตน
และที่ทำให้ซูหยวนประหลาดใจคือ หญิงสาวตรงหน้าดันเป็นคนคุ้นเคยเสียด้วย
เพื่อนร่วมชั้นของเขา ผู้ติดท็อป 3 ของโรงเรียนมัธยมไท่หัว อัจฉริยะอันดับหนึ่งของห้อง และยังเป็นหัวหน้าห้องของซูหยวน... เฉินนั่วยี
ซูหยวนรู้สึกเกรงขามขึ้นมาทันที
นี่คือปีศาจที่มีคะแนนสอบประจำเดือนสูงถึง 685 คะแนน เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีการแบ่งแยกสายพันธุ์กับพวกกากเดนอย่างเขาที่มีคะแนนแค่ 550 คะแนนอย่างชัดเจน!
"แต่ว่าทำไมคุณเฉินถึงมาโผล่ที่ชุมชนเก่าๆ แบบนี้ล่ะ?"
ซูหยวนรู้สึกแปลกใจ
เขาคิดมาตลอดว่าอันดับหนึ่งผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างเธอ อย่างน้อยก็ต้องขับรถหรู อยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ ส่วนบุคลิกเย็นชาที่เฉินนั่วยีแสดงออกในเวลาปกติ ก็ดูไม่ต่างอะไรกับคุณหนูพันล้านในละครทีวี
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เฉินนั่วยีก็เบรกกระบี่บินหยุดกึกอยู่ที่หน้าทางเข้าตึกหนึ่ง ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วบันไดหน้าทางเข้า ดูเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
เมื่อเธอหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ รังสีอำมหิตบนใบหน้าสวยก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น!
ซูหยวน: "......"
ตึกที่เฉินนั่วยีหยุดอยู่นั่น ทำไมมันดูคุ้นๆ จัง?
ถ้าจำไม่ผิด นั่นมันจุดที่เขาเก็บข้าวกล่อง 'พินห่าวฟั่น' ได้ไม่ใช่เหรอ?
อย่าบอกนะว่าเธอกำลังหาข้าวกล่องนั่นอยู่?
หัวใจของซูหยวนกระตุกวูบ เขาเหลือบมองข้าวกล่องพินห่าวฟั่นที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ในน้ำสกปรกในถังขยะแวบหนึ่ง กวาดสายตามองชื่อลูกค้าที่ท้ายใบเสร็จ
'เฉินนั่วยี'
เขารีบชักสายตากลับราวกับถูกไฟดูด
ซี๊ดดด—เหงื่อท่วมหลังแล้วครับพี่น้อง!
ถึงแม้ซูหยวนจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาทำเรื่องดี แต่พอมองดูหญิงสาวที่รังสีฆ่าฟันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อยู่ไม่ไกล เขาก็อดกลัวไม่ได้
ถ้าอันดับหนึ่งผู้ศักดิ์สิทธิ์รู้ว่าคนร้ายคือเขา เขาจะถูกเธอใช้กระบี่ฟันตายคาที่ด้วยความโมโหไหมเนี่ย?
ซูหยวนกลืนน้ำลาย ค่อยๆ ขยับเท้าถอยออกมา เตรียมจะชิ่งหนี
แต่ถ้าอยู่นิ่งๆ ก็คงไม่เป็นไร พอเขาขยับตัวปุ๊บ เฉินนั่วยีก็ตวัดสายตามาทันที พอเห็นหน้าซูหยวน หญิงสาวก็ชะงักไปเล็กน้อย
"หัวหน้าห้อง บังเอิญจังนะครับ..."
เมื่อถูกจับได้ ซูหยวนก็ทักทายอย่างกระอักกระอ่วน
กระบี่บินใต้เท้าของเฉินนั่วยีวูบไหว ร่างของเธอพุ่งมาปรากฏตรงหน้าซูหยวนในพริบตา เสียงเย็นชาดุจน้ำในทะเลสาบฤดูหนาวดังขึ้น:
"ซูหยวน เมื่อกี้เห็นข้าวกล่องวางอยู่หน้าทางเข้าตึกนั้นไหม?"
ซูหยวนเอาตัวบังถังขยะที่มีข้าวกล่องพินห่าวฟั่นทิ้งไว้ อย่างประหม่า ส่ายหน้าแล้วพูดว่า:
"ไม่ได้สังเกตเลยครับ ผมก็เพิ่งมาส่งอาหารที่นี่เมื่อนาทีที่แล้วเอง"
เฉินนั่วยีพยักหน้าเบาๆ รังสีอำมหิตในดวงตายิ่งเข้มข้น:
"ไอ้โจรขโมยข้าวกล่องบัดซบ อย่าให้ฉันจับได้นะ!"
วันนี้เธอถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลาตอนไปทำงานพาร์ทไทม์จนถึงป่านนี้ ทำให้อาหารมาส่งถึงแล้วแต่คนยังไม่กลับ ระหว่างทางก็เปียกฝนจนชุ่ม กะว่ากลับมาจะได้กินข้าวร้อนๆ สักคำ ผลปรากฏว่าข้าวกล่องที่เฝ้ารอกลับถูกคนขโมยไป!
เรื่องน่าหงุดหงิดประดังประเดเข้ามา ทำให้สภาวะจิตใจของเฉินนั่วยีระเบิดตูม!
รังสีฆ่าฟันที่เดือดพล่านทำให้สีหน้าของซูหยวนยิ่งดูไม่เป็นธรรมชาติ
ทั้งที่ตอนเผชิญหน้ากับรปภ.ลุงหวัง เขาสามารถโกหกหน้าตายได้แท้ๆ แต่พอต้องเผชิญหน้ากับอันดับหนึ่งผู้ศักดิ์สิทธิ์ เขากลับมีความเกรงกลัวโดยสัญชาตญาณ
นี่อาจจะเป็นแรงกดดันทางสายเลือดระหว่าง 685 คะแนน กับ 550 คะแนนกระมัง
แถมเรื่องนี้เขาเองก็ผิดเต็มประตู ในเมื่อผู้เสียหายมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ชดเชยให้หน่อยก็แล้วกัน
ซูหยวนเสนออย่างระมัดระวัง:
"หัวหน้าห้อง ข้าวหายไปแล้วก็ช่างมันเถอะ ถ้าตอนนี้หิว งั้นไปหาอะไรกินแถวนี้แก้ขัดด้วยกันไหม?"
เฉินนั่วยีชะงักอีกครั้ง เงยหน้ามองคนตรงหน้า พอสังเกตเห็นความไม่เป็นธรรมชาติบนสีหน้าของซูหยวน เธอก็ถามอย่างสงสัย:
"ทำไมฉันรู้สึกว่านายดูร้อนตัวแปลกๆ? เหมือนไปทำเรื่องไม่ดีมาอย่างนั้นแหละ"
ซูหยวน: ...สัมผัสที่หกของผู้หญิงเหรอ? น่ากลัวชะมัด!
ต้องแถให้รอด!
ในวินาทีวิกฤต สมองของซูหยวนประมวลผลเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พริบตาเดียวก็คิดข้ออ้างได้:
"เอ่อ คือหลักๆ เป็นเพราะเมื่อก่อนเคยเผลอทำเรื่องผิดพลาดน่ะครับ พอเจอหน้าคุณก็เลยรู้สึกผิดเป็นธรรมดา"
สมัยเรียนเขาแอบกินขนม แอบเล่นมือถือมาไม่น้อย พอเจอหัวหน้าห้องจะรู้สึกผิดก็เป็นเรื่องปกติใช่ไหมล่ะ
"เผลอทำเรื่องผิดพลาด?"
พอคำอธิบายที่ไม่มีที่มาที่ไปนี้หลุดออกมา เฉินนั่วยีกลับไม่ได้นึกถึงเรื่องในห้องเรียนเลย แต่ในหัวกลับแวบถึงคอมเมนต์สไตล์กระสุนข้อความ (Danmu) ที่มักจะลอยผ่านตาเวลาดูคลิปสั้นช่วงนี้
*ตอนเด็กๆ เคยทำผิดกับ ***, เมื่อก่อนเคยทำผิดต่อ **.
เรื่องธรรมดาของมนุษย์, เห็นด้วยอย่างยิ่ง, แค่ขยับมือเอง, เข้าใจได้, ไม่เคยได้ยินมาก่อน, เก็บไปรูด, ไม่ใช่แล้วพวก...
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอเคยไปค้นหาดูว่าคอมเมนต์พวกนี้หมายถึงอะไร แล้วประตู่สู่โลกใบใหม่ก็เปิดออก
และตอนนี้ คำพูดทำนองเดียวกันกลับปรากฏขึ้นในชีวิตจริง แถมคู่กรณียังเป็นตัวเธอเอง?!
หัวใจของเฉินนั่วยีเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตในดวงตาลดฮวบลงไปมาก
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างลังเลว่า:
"นี่น่าจะถือว่าเป็น... เรื่องธรรมดาของผู้ชายสินะ?"
ซูหยวน: "???"
สมองค้างไปเต็มๆ สิบวินาที กว่าซูหยวนจะวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างคำพูดของตัวเองกับคำตอบของเฉินนั่วยีได้ ก็ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ไม่ใช่แล้วสาว!
หัวหน้าห้อง คุณดูเรียบร้อยขนาดนี้ ที่แท้ก็ดูคลิปพวกนั้นเหมือนกันเหรอ?
แม่งเอ๊ย ยิ่งอธิบายยิ่งดำมืดเข้าไปใหญ่!
สรุปว่าเธอตีความว่าเป็น 'เรื่องธรรมดาตามธรรมชาติ' สินะ มั่นใจในตัวเองซะด้วย!
แต่จะว่าไปก็ไม่ผิด หญิงสาวตรงหน้าหน้าตาก็... หึหึ!
ซูหยวนจำต้องพูดให้ชัดเจนขึ้น เฉินนั่วยีถึงได้รู้ตัวว่าเธอเข้าใจผิดไปเอง
นั่นทำเอามาดเย็นชาของเธอแทบจะหลุดลุ่ย!
เฉินนั่วยีนะเฉินนั่วยี เธอจะดูคลิปขยะพวกนั้นอีกไม่ได้แล้ว เพราะของพวกนั้นทำให้ความคิดเธอไม่บริสุทธิ์แล้วเนี่ย!
และเพราะการขัดจังหวะของซูหยวน ทำให้เฉินนั่วยีลืมเรื่องข้าวกล่องถูกขโมยไปเสียสนิท
เธอปฏิเสธคำชวนเลี้ยงข้าวของซูหยวนอย่างสุภาพ กล่าวลาแล้วเดินเข้าตึกไป
มองดูแผ่นหลังของหัวหน้าห้องหายไปจากสายตา ซูหยวนก็ถอนหายใจโล่งอกในที่สุด ฝ่าฝนไปส่งอาหารต่อ
ช่วงพลบค่ำ ฝนที่ตกลงมาเพราะมังกรวารีเคลื่อนผ่านได้หยุดลงนานแล้ว ซูหยวนก็เจอกับเหตุการณ์ "อาหารเสียหาย" อีกครั้ง
[ติ๊งต่อง ภารกิจจอมมารมือใหม่เสร็จสิ้น]
[รางวัลภารกิจ "หัวใจมารฟ่านจิ้ง" ถูกส่งมอบแล้ว!]
[ผลของหัวใจมารฟ่านจิ้ง: จิตใจจะบริสุทธิ์ไร้มลทินตลอดกาล เพิ่มสมาธิในการทำสิ่งต่างๆ อย่างมหาศาล!]
ทันทีที่ได้รับหัวใจมารฟ่านจิ้ง ซูหยวนก็รู้สึกว่าจิตใจของเขาสงบนิ่งลงอย่างมาก ความคิดฟุ้งซ่านไร้สาระในหัวถูกปัดเป่าจนหมดสิ้น
สภาวะที่มีสมาธิสูงสุดแบบนี้ แต่ก่อนซูหยวนต้องนั่งสมาธิอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงถึงจะเข้าถึงได้แบบถูๆ ไถๆ
อืม ต่อไปเวลาทำงาน เจ้านายก็ไม่ต้องห่วงว่าผมจะอู้อีกแล้ว
ไอ้ชาติเปรต ระบบนี่กะจะให้เขาเป็นวัวงานทาสงานเต็มตัวเลยใช่ไหม?