เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 570 เม็ดยาตรึงอสูร

MDB ตอนที่ 570 เม็ดยาตรึงอสูร

MDB ตอนที่ 570 เม็ดยาตรึงอสูร


สัตว์ปีศาจตนนั้นดูหวาดกลัว เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีทางชนะได้ เขาจึงพยายามหลบหนีออกไปด้วยความกลัวอีกครั้ง

เขาไม่ใช่คนโง่

ดาบวายุแปดทิศคือท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของเขา ทว่าหลินจินกลับไม่จำเป็นต้องขยับตัวแม้แต่น้อยเพื่อสลายมัน การโจมตีที่รุนแรงถึงเพียงนี้กลับไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนบนผิวหนังของหลินจินได้แม้แต่น้อย นั่นเป็นหลักฐานชัดเจนถึงช่องว่างของพลังของพวกเขา

เมื่ออีกฝ่ายกลายเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันชนะได้ มี่เพียงการหนีเท่านั้นที่จะทำให้เขามีชีวิตรอด

น่าเสียดายที่เพียงแค่ก้าวเดียว หลินจินก็สามารถครอบคลุมระยะทางได้ไกลถึงร้อยฟุต และขวางทางสัตว์ปีศาจตนนั้นได้อีกครั้ง

“ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าคงยอมแพ้ไปแล้ว เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปจากช้าได้หรอก” หลินจินกล่าวด้วยความหวังดี

ปีศาจเพียงพอนเข้าใจคำพูดของหลินจิน เขาฉลาดพอที่จะไม่โจมตีอีกต่อไป ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าเขาจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา มนุษย์ตรงหน้าก็หยุดการโจมตีของเขาได้โดยไม่ต้องขยับกล้ามเนื้อแม้แต่น้อย หากเขายังคงฝืนต่อสู้ต่อไป เขาคงจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่แน่

ทันใดนั้น ลมก็หยุดลงและทรายก็ตกลงสู่พื้นดิน

หัวหน้าหมู่บ้านและลูกน้องยังคงซ่อนอยู่ในระยะไกล แต่พวกเขาก็ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน

บางคนต้องการทำเช่นนั้น แต่หัวหน้าของพวกเขาห้ามไว้ เมื่อถูกถามว่าทำไม หัวหน้าหมู่บ้านก็เอาแต่เงียบและมุ่งความสนใจไปที่สถานการณ์ข้างหน้าด้วยแววตาที่เป็นประกาย

ในขณะเดียวกัน ปีศาจเพียงพอนก็รู้สึกกดดันอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินจิน เขาทำท่าเลียนแบบมนุษย์ กำหมัดและแสดงความเคารพก่อนจะพูดว่า

“ข้าชื่อหวงฉี หนึ่งในเจ็ดสิบสองขุนพลใต้บัญชาของเจ้าแห่งถ้ำวายุทมิฬ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าเป็นใครกันแน่ และเหตุใดเจ้าจึงกล้ามาขัดขวางกิจการของถ้ำวายุทมิฬเช่นนี้?”

แม้เขาจะยอมจำนน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมจะทิ้งคำเตือนให้หลินจิน

สรุปแล้ว เจ้าตัวแสบก็พูดโดยนัยว่า 'ฉันได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่แข็งแกร่ง ดังนั้นคุณควรจะระวังตัวไว้เสียดีกว่า'

เมื่อได้ยินอย่างนี้ มันก็ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของหลินจินมากขึ้น

ในอดีต สัตว์ปีศาจที่หลินจินเผชิญหน้าล้วนเป็นหมาป่าโดดเดี่ยว ตัวอย่างเช่น ฮูหยู่เจินแห่งภูเขาชางเหลียง แม้แต่เต่าดำแห่งอาณาจักรเกลียวสวรรค์ก็ดูเหมือนจะไม่ชอบทำงานเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเช่นกัน

หลินจินไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบกับกลุ่มสัตว์ปีศาจที่ฝึกฝนตนเองอยู่ในทวีปอาริด สิ่งนี้หาได้ยากยิ่ง เพราะโดยทั่วไปแล้ว สัตว์ปีศาจแทบไม่เคยร่วมมือกันเลย

จากคำพูดของหวงฉี หลินจินพอจะจับต้นชนปลายได้ว่าถ้ำวายุทมิฬแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเขาเพียงลำพัง หากแต่เต็มไปด้วยสหายและผู้ติดตามอีกมากมาย เขาสรุปได้อย่างคร่าว ๆ ว่าภายในถ้ำมีหัวหน้าหนึ่งตน และขุนพลอีกเจ็ดสิบสองตน นั่นย่อมหมายความว่าสัตว์ปีศาจในถ้ำวายุทมิฬจะต้องมีอยู่เป็นจำนวนมากแน่นอน

หลินจินรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

บางที... การเดินทางมายังทวีปอาริดในครั้งนี้อาจช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ของเขาได้มากยิ่งขึ้น

และที่สำคัญ… เขาต้องการบันทึกสัตว์ปีศาจทุกตนที่ได้พบ ลงในพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษให้ครบถ้วนสมบูรณ์

ยิ่งไปกว่านั้น หลินจินก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ภัณฑารักษ์ของเขายังไม่มีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองเลย ตอนที่เขาอยู่ในอาณาจักรเกลียวสวรรค์ และค้นพบพลังของเต่าดำที่แข็งแกร่งเกินคาด เขาก็ตัดสินใจในทันทีว่า จะต้องหาคู่หูระดับสูงที่เทียบเท่ากันมาให้ภัณฑารักษ์มาให้ได้

ด้วยเหตุนี้ ภัณฑารักษ์จะมีคนให้พึ่งพาได้ระหว่างการต่อสู้

แน่นอนว่า… สัตว์ปีศาจนั้นแตกต่างจากสัตว์วิเศษโดยสิ้นเชิง การควบคุมพวกมันจึงเป็นเรื่องยากยิ่ง

แต่โชคดีที่หลินจินมีแนวคิดบางอย่างที่เขาอยากทดลอง

เขาเพิ่งค้นพบว่า โรงโม่อาหารสัตว์ของพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษมีสูตรยาลับเฉพาะสำหรับสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ และด้วยความรู้เหล่านั้น หลินจินจึงสามารถประดิษฐ์ ‘เม็ดยาตรึงอสูร’ ขึ้นมาได้สำเร็จ

ในความเห็นของหลินจิน สิ่งของชิ้นนี้เปรียบเสมือนเครื่องรางชีวิตและความตายของเทียนซานถงเหล่า[1] ซึ่งสามารถควบคุมผู้อื่นด้วยวิธีการที่โหดร้าย แม้ว่าเทคนิคนี้จะโหดร้ายเล็กน้อย แต่ก็รับประกันผลลัพธ์ได้

ด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่ภัณฑารักษ์จะได้รับความช่วยเหลือที่ทรงพลังเท่านั้น แต่เขายังสามารถช่วยให้โลกรักษาความยุติธรรมได้ด้วยการกำจัดสัตว์ปีศาจที่เป็นอันตรายเหล่านี้ออกไป เหมือนกับการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ไม่นานมานี้ หลินจินได้ใช้เวลาที่โรงโม่อาหารสัตว์เพื่อปรุง ‘เม็ดยาตรึงอสูร’ ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ยาเม็ดนี้จำเป็นต้องให้เป้าหมายรับประทานทุก ๆ หนึ่งร้อยวัน หากพลาดไปแม้แต่วันเดียว ฤทธิ์ของยาจะถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้เป้าหมายต้องทนทุกข์ทรมานอย่างถึงขีดสุด จนถึงขั้นแสวงหาความตาย เนื่องจากวิญญาณของสัตว์ปีศาจจะถูกผนึกไว้ และร่างของมันก็จะกลายเป็นหินในที่สุด

เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น วิญญาณของสัตว์ปีศาจจะถูกทรมานชั่วนิรันดร์ด้วยความเจ็บปวดจากการไม่สามารถตายได้

มันอำมหิตเกินกว่าที่มนุษย์พึงกระทำต่อกัน ทว่าหลินจินกลับไม่ลังเลที่จะใช้มัน เขาเห็นว่าสำหรับสัตว์ปีศาจที่ชั่วร้าย การใช้วิธีเช่นนี้ก็นับว่าเหมาะสมแล้ว

ตามที่เขากล่าวไว้ นี่ไม่ใช่เพียงแค่การควบคุม แต่เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลง โดยใช้วิธีการบังคับให้สัตว์ปีศาจละทิ้งด้านมืดของตน และเดินบนหนทางแห่งความดี

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หลินจินก็เหลือบสายตามองไปยังหวงฉี สิ่งมีชีวิตตรงหน้าเป็นสัตว์ปีศาจระดับสามที่ผ่านการขัดเกลากล่องเสียงมาอย่างประณีต จนสามารถพูดภาษามนุษย์ได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ทักษะการแปลงร่างของเขานั้นยังไม่ดีนัก ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงมีรูปร่างเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ที่แปลกประหลาด

หลินจินก้าวเข้าไปหาหวงฉีทีละก้าว ขณะที่ฝ่ายหลังถอยหนีด้วยแววตาหวาดหวั่น พลังโลหิตสีแดงฉานไหลเวียนพลุ่งพล่านไปทั่วร่างของหลินจิน และด้วยการสนับสนุนจากสัตว์เลี้ยงตัวที่สองของเขาอย่างปีศาจโลหิต เขาก็สามารถเอื้อมมือไปคว้าคอหวงฉีไว้ได้อย่างง่ายดาย

ฝ่ายหลังสูงกว่าหลินจินครึ่งหัว แต่เขาไม่สามารถดิ้นรนจากเงื้อมมือของหลินจินได้เลย

“อ้าปากซะ!”

หลินจินกำคอของหวงฉีแน่นขึ้น หวงฉีได้แค่กรีดร้อง และจำต้องอ้าปาก

หลินจินใส่เม็ดยาตรึงอสูรลงไป

“กลืนมันเข้าไป!” หลินจินสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาใช้เม็ดยาตรึงอสูร

สัตว์ปีศาจระดับสามอย่างหวงฉีไม่มีทางต้านทานหลินจินได้เลย เมื่อหลินจินบังคับให้เขากลืนเม็ดยาลงไปจนสำเร็จ เขาจึงคลายมือออกจากลำคอของอีกฝ่าย ทันใดนั้น หวงฉีก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัว

“จะ... เจ้ากินอะไรมาให้ข้ากิน!?”

แทนที่จะพูดอ้อมค้อม หลินจินบอกหวงฉีถึงผลของยา

“จากนี้ไป ชีวิตของเจ้าเป็นของข้าแล้ว!”

ดวงตาของหวงฉีเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก จากนั้น เขาก็หันหลังเพื่อวิ่งหนี

เขาไม่เชื่อเรื่องนี้

หลินจินร่ายคาถาและพึมพำเบา ๆ หวงฉีซึ่งยังไปไม่ไกลก็เกร็งตัว และล้มลงกับพื้น ไม่เพียงแต่เขาจะเป็นอัมพาตเท่านั้น แต่ยังถูกโจมตีด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะชา ราวกับว่ามีเข็มนับพันเล่มแทงเข้าไปในร่างกายของเขา ความรู้สึกนั้นน่ากลัวมากจนหวงฉียอมแพ้ทันที

เมื่อกี้หลินจินลองร่ายคาถาเปิดใช้งานเม็ดยาตรึงอสูร และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง

แน่นอน เม็ดยานี้ยังไม่สมบูรณ์แบบนัก มันยังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องซ่อนอยู่

แม้หลินจินจะไม่เอ่ยถึงรายละเอียดเหล่านั้น แต่ก็ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่ามันคืออะไรบ้าง

ทางด้านหวงฉี เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง และไม่กล้าต่อต้านอีกต่อไป ท้ายที่สุดแล้ว เขาจะต้องทนทุกข์ทรมาน และเขาไม่อยากเผชิญกับสิ่งนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

ภายในบ้านไม้ร้างหลังหนึ่งในหมู่บ้านกระทิง หัวหน้าหมู่บ้านและลูกน้องของเขากำลังทำความสะอาดบ้าน ในขณะที่หลินจินกำลังนั่งกินองุ่นอยู่ที่มุมหนึ่ง

องุ่นเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษประจำท้องถิ่น แม้ว่าทวีปอาริดจะแห้งแล้ง และแทบไม่มีฝนตก แต่พื้นที่รอบ ๆ โอเอซิสต่าง ๆ ก็มีความอุดมสมบูรณ์มาก เนื่องจากสภาพอากาศที่นี่ องุ่นเหล่านี้จึงมีรสหวานและมีกลิ่นหอม

หมู่บ้านกระทิงมีของพวกนี้อยู่มากมาย และยังถือว่าเป็นของที่ดีที่สุดที่พวกเขาเสนอได้ด้วย

ในที่สุด หลินจินก็ได้เห็นผู้หญิงและเด็ก ๆ ที่หัวหน้าพูดถึง แต่ละคนดูผอมแห้งและขาดสารอาหารจนหลินจินลืมไปเลยว่าพวกเธอพยายามปล้นเขาก่อนหน้านี้

“บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่อันตรายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ควรซ่อนตัวในที่ปลอดภัยไปก่อน”

หลินจินมีแผนอยู่ในใจ แต่ไม่ว่าเขาจะวางแผนอย่างไร เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนองเลือดได้ หากคนธรรมดาเหล่านี้ยังอยู่ พวกเขาอาจโดยลูกหลงได้ ดังนั้นคำแนะนำของเขาที่ให้พวกเขาออกไปจึงทำขึ้น เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขา

หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้าและสั่งให้คนสองสามคนพาผู้หญิงและเด็กออกไป ระหว่างนั้น เขากับผู้ชายที่แข็งแกร่งกว่าอีกสองสามคนก็อยู่ต่อ

พวกเขามาหาหลินจินแล้วคุกเข่าลง

“ท่านชาย พวกเราทุกคนล้วนแต่เป็นอันธพาลที่นี่ และเคยล่วงเกินท่านชายมาแล้ว ท่านไม่เพียงแต่ไม่ตำหนิพวกเราเท่านั้น แต่ท่านยังให้อสูรวายุเหลืองมาปกป้องพวกเราเป็นครั้งคราวด้วย เราจะไม่มีวันลืมพระคุณของท่าน ท่านคงมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องทำที่นี่ ข้า หนิวปี่ อาจจะไม่ใช่คนเก่งนัก แต่ข้าอยากเสนอความช่วยเหลือให้ท่าน”

เมื่อพูดจบ เขาก็เอาหน้าผากกระแทกพื้น

ผู้ชายที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขาก็ทำเช่นเดียวกัน

หลินจินจ้องมองเจ้านายด้วยท่าทางตกใจ เขาครุ่นคิดว่า ‘เขาเป็นคนฉลาดไม่เบาเลยทีเดียว’

คนธรรมดาทั่วไปคงหนีเอาตัวรอดไปให้ไกลที่สุดเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ดูเหมือนว่าหนิวปี่จะมองการณ์ไกลกว่าใคร โดยตัวเขาคิดจะหาประโยชน์จากสถานการณ์นี้...

[1] เป็นตัวละครจากนิยายกำลังภายในเรื่อง "8 เทพอสูรมังกรฟ้า" ของ กิมย้ง

จบบทที่ MDB ตอนที่ 570 เม็ดยาตรึงอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว