เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 559 เนื้อหาของอักษรภาพ

MDB ตอนที่ 559 เนื้อหาของอักษรภาพ

MDB ตอนที่ 559 เนื้อหาของอักษรภาพ


โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง หลินจินรีบทำความเคารพเจ้าหน้าที่ตัวน้อยก่อนจะเปิดหนังสืออักษรภาพของเต้าจวินขึ้นมาอย่างใจร้อน

เจ้าหน้าที่ตัวน้อยไม่ได้รู้สึกตกใจกับการกระทำของเขาเลย ครั้งสุดท้ายที่หลินจินไปเยี่ยมชมพระราชวัง เขารู้แล้วว่าหลินจินสามารถบอกได้ว่าเขาเป็นใคร ตอนนี้ที่อาจารย์ของหลินจินมาเยี่ยมที่นี่แล้ว ภัณฑารักษ์ในตำนานที่สามารถทำให้วัดต้าหลัวต้องยอมจำนน เป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะไม่รู้ตัวตนของเขา?

เมื่อเป็นกรณีดังกล่าว เขาจึงแสดงความเคารพต่อภัณฑารักษ์อีกครั้ง

แทนที่จะจากไป เจ้าหน้าที่ตัวน้อยยืนอยู่ข้าง ๆ หลินจิน และสายตาของเขาจดจ้องไปที่หนังสือ

เช่นเดียวกับเฟิงจวินหวู่ เขาเองก็อยากรู้อยากเห็นเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ตัวน้อยเคยพบกับเต้าจวินมาก่อน และเขารู้ว่าเต้าจวินมีความสามารถเพียงใดหลังจากที่ได้รู้จักกัน อักษรภาพโบราณนี้ต้องมีความลับบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อซ่อนอยู่แน่นอน

บางที มันอาจจะเป็นวิธีการบ่มเพาะที่ซ่อนอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า แม้เขาจะทุ่มเทเวลาและความพยายามในการค้นคว้ามานานหลายปี กลับไม่มีความก้าวหน้าที่ชัดเจนสักที

ตอนนี้ ภัณฑารักษ์กำลังอ่านอักษรภาพโบราณ และดูเหมือนจะสามารถเข้าใจมันได้ เขาคงจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปอย่างแน่นอน

หลินจินไม่ได้สนใจเฟิงจวินหวู่กับเจ้าหน้าที่ตัวน้อยที่อยู่ที่นั่น เขาค่อย ๆ เปิดหนังสือออกและถ้อยคำที่เขาคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา

อักษรภาพของเต้าจวิน

แท้จริงแล้ว หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของเต้าจวิน เพราะเนื้อหาภายในเต็มไปด้วยคำศัพท์ที่หลินจินรู้จักดีจากบ้านเกิดของเขาเท่านั้น

ในไม่ช้า หลินจินก็จมอยู่กับมันอย่างลึกซึ้ง หนังสืออักษรภาพของเต้าจวินไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะบรรจุข้อมูลที่หลินจินกำลังแสวงหาอยู่

มันยังมีสิ่งที่เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พบอีกด้วย

ยิ่งหลินจินอ่านมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงใหลมากขึ้นเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัวน้อยกับเฟิงจวินหวู่เกิดความวิตกกังวลมากขึ้น

ทั้งคู่สงสัยในความสามารถของภัณฑารักษ์ที่สามารถอ่านข้อความแปลก ๆ บนอักษรภาพของเต้าจวินได้

ความสงสัยของพวกเขากัดกินพวกเขาอย่างไม่ลดละ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าภัณฑารักษ์สามารถเข้าใจอักษรภาพได้ มิฉะนั้น เขาคงไม่จดจ่อกับมันมากขนาดนี้ อักษรภาพเหล่านี้ไม่มีใครสามารถปลอมแปลงได้ และไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วย

ความจริงที่ว่าภัณฑารักษ์สามารถอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ทำให้พวกเขาเกิดความอยากรู้ และกลายเป็นความคันที่ไม่อาจทนทานได้

ทว่า หลินจินกลับไม่ได้สังเกตเห็นอากัปกิริยาของพวกเขาแม้แต่น้อย

เนื่องจากเนื้อหาในอักษรภาพของเต้าจวินมีข้อมูลที่น่าในใจมากเกินไป

นี่คืออัตชีวประวัติของเต้าจวิน ชายคนนี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาเองให้ผู้อ่านฟัง

คงไม่มากเกินไปที่จะบอกว่าเต้าจวินเขียนได้ดีเยี่ยม อัตชีวประวัติเล่มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนนิยายแฟนตาซีมากกว่าไดอารี่ เพราะเต็มไปด้วยส่วนที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงส่วนที่น่ากลัวด้วย

เช่นเดียวกับที่หลินจินสงสัย ซึ่งเขาได้รับการยืนยันแล้วว่าเต้าจวินก็เป็นผู้ข้ามมิติผู้โชคร้ายเช่นเดียวกับเขา

แม้ว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้พบกับเต้าจวินเป็นการส่วนตัว แต่หลินจินก็รู้สึกเชื่อมโยงกับชายคนนี้

นี่คือเสน่ห์ของบ้านเกิด

เช่นเดียวกับเขา เต้าจวินเป็นบุคคลที่ไม่มีใครรู้จักเมื่อเขามาที่โลกนี้เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ด้วยความช่วยเหลือของพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษ เขาจึงถูกกำหนดให้มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นเดียวกับหลินจิน

อันที่จริง นั่นก็เป็นหนึ่งในข้อสงสัยของหลินจินเช่นกัน ซึ่งอักษรภาพของเต้าจวินได้ช่วยยืนยันความสงสัยส่วนใหญ่ของเขาไปเป็นเรียบร้อย

สิ่งนี้ทำให้หลินจินสนใจที่จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เต้าจวินเคยทำในภายหลัง

ความจริงแล้ว หลินจินรู้สึกว่าเขากำลังเดินตามเส้นทางเดียวกันกับที่เต้าจวินเคยทำ หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ในเวลาเพียงไม่กี่ปี เขาจะกลายเป็นยอดฝีมือในตำนานเช่นเดียวกับเต้าจวินในอดีต หรืออาจจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเขาก็เป็นได้

แต่ถึงกระนั้น คนอย่างเต้าจวินก็ยังต้องตายในที่สุด

นั่นทำให้เขารู้สึกแย่เป็นอย่างมาก อักษรภาพโบราณนี้ถูกเขียนขึ้นในช่วงเวลาที่เต้าจวินใกล้จะสิ้นลมหายใจ และจากลายเส้นที่ปรากฏ หลินจินสัมผัสได้ถึงความไม่เต็มใจอย่างยิ่งของเต้าจวินที่จะยอมรับความตายของตนเอง

ด้วยเหตุผลบางประการ หลินจินรู้สึกราวกับว่าเขากำลังมองเข้าไปในกระจก รู้สึกเหมือนว่าเขาจะทำซ้ำการเดินทางของเต้าจวินอีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่า หลินจินไม่คาดหวังให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าโอกาสที่ได้รับในชีวิตครั้งนี้เป็นของล้ำค่าที่เขาต้องใช้ให้เต็มที่ โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนอมตะแล้ว เขาตั้งใจจะค้นคว้าและฝึกฝนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อจะได้ตามรอยเต้าจวินที่ได้บรรลุความเป็นอมตะไปแล้ว

ทว่าไม่นานหลังจากที่เต้าจวินบรรลุอมตะ ขณะที่เขากำลังมุ่งหน้าจะกำจัดมารร้ายอย่างปรมาจารย์เซว่เปา กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเขาเผลอปล่อยออร่าของอมตะออกมาโดยไม่ตั้งใจ และออร่าที่เขาเผลอปล่อยออกมานั้นก็ได้ดึงดูดอสูรกลืนกินระดับเก้าให้ปรากฏตัวขึ้นมา...

แม้ว่าเต้าจวินจะแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับมันได้ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากศึกนี้ เนื่องจากแกนกลางของเขาได้รับความเสียหาย อายุขัยของเขาจึงลดลงอย่างมาก และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็เสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

หลินจินรู้ว่าเขาอาจกำลังเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน แต่ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น

ในภาพวาดอสูรกลืนกินอมตะของเต้าจวิน เขากล่าวว่าการจะยืนหยัดต่อสู้กับสัตว์ร้ายตัวนี้ ความเป็นอมตะนั้นไม่เพียงพอ บุคคลนั้นควรมีสัตว์เลี้ยงระดับเก้าด้วย

นั่นคือคำเตือนที่เต้าจวินทิ้งไว้ข้างหลัง

หลินจินรู้สึกว่าเขาควรจะทำอย่างนั้นในอนาคต ตอนนี้เสี่ยวฮั่วอยู่ระดับห้าแล้ว เขาต้องคิดหาวิธีที่จะช่วยให้มันเลื่อนขึ้นไประดับหก

สำหรับคนอื่น ๆ การเลื่อนระดับห้าเป็นระดับหกอาจเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับหลินจิน

แม้ว่ามันจะค่อนข้างท้าทาย แต่ก็ยังมีหนทางที่จะทำให้มันเป็นจริงได้

ไม่เพียงเท่านั้น อักษรภาพโบราณของเต้าจวินยังมีข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย นอกเหนือจากอัตชีวประวัติของเขา มันยังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อน ๆ ของเขาในสมัยนั้นและรวมถึงศัตรูของเขาด้วย

อีกทั้งยังบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเต้าจวินกันคนรักของเขาด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ารำคาญใจสำหรับหลินจิน

เนื่องจากหลินจินจดจ่ออยู่กับหนังสือเล่มนี้มาก เขาจึงไม่รู้ว่าตนใช้เวลาอ่านหนังสือไปมากเพียงใด

พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วตั้งแต่เขาเริ่มอ่านหนังสือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งเฟิงจวินหวู่กับเจ้าหน้าที่ตัวน้อยต่างพยายามอดทนกับความวิตกกังวลของตนเอง

ทั้งสองมั่นใจว่าภัณฑารักษ์สามารถเข้าใจอักษรภาพได้ จึงมีความคิดจะเอ่ยถาม แต่เมื่อเห็นว่าเขากำลังจดจ่ออยู่กับมันเพียงใด ก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสมที่จะรบกวนหรือแสดงความต้องการออกไปในเวลานั้น

ชั่วโมงเหล่านี้ถูกใช้ไปกับความทุกข์ทรมาน

ในระหว่างนั้น เฟิงจือซานกับเฟิงจือเฉียนก็เข้ามาแสดงความเคารพ จริง ๆ แล้วพวกเขาเข้ามาเยี่ยมเพียงเพราะได้ยินว่าภัณฑารักษ์มาถึงแล้ว

แต่น่าเสียดาย เฟิงจวินหวู่ไม่ได้สนใจพวกเขาเลย

เฟิงจวินหวู่ผ่านประสบการณ์ในการรับมือกับผู้คนมานับไม่ถ้วน เขาย่อมรู้ทันว่าแท้จริงแล้วลูกชายของตนกำลังวางแผนสิ่งใด เวลานี้เขากำลังร้อนรนไม่ต่างจากแมวบนหลังคาสังกะสีที่ร้อนระอุ เขาจึงไม่มีเวลาจะมาใส่ใจกับเรื่องของพวกเขา ดังนั้น การตอบสนองเพียงอย่างเดียวของเขาคือออกคำสั่งให้ทั้งสองรออยู่ข้างนอก

ถึงจะว่าอย่างนั้น เฟิงจวินหวู่เองก็ต้องเป็นฝ่ายรอเช่นกัน

เฟิงจวินหวู่เริ่มเข้าใจได้ช้า ๆ ว่าเขาประเมินเวลาที่ภัณฑารักษ์ใช้ในการอ่านหนังสือต่ำเกินไป

หนังสือเล่มนี้มีตัวอักษรมากกว่าหมื่นตัว รวมถึงความลับของพิพิธภัณฑ์และห้องโถงเยี่ยมชม รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสาวกทั้งหกคนของเขาด้วย

แค่ส่วนที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์กับความลับของห้องโถงเยี่ยมชมก็กินเวลาของหลินจินไปมากทีเดียว เขาทุ่มเทความสนใจให้กับส่วนเหล่านี้เป็นอย่างมาก และเขาเสี่ยงเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ด้วยจิตวิญญาณของเขาเพื่อพิสูจน์ข้อเขียนเหล่านั้น

นั่นทำให้มันกินเวลาไปมากเลยทีเดียว

เขาไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเข้าสู่ภาวะสมาธิ ซึ่งกินเวลาติดต่อกันถึงสองวัน

เฟิงจวินหวู่คงอยู่ได้ไม่ถึงสองวัน เขาเข้านอนแล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตัวน้อยอยู่เฝ้าดูแลแขกของพวกเขา เจ้าหน้าที่ตัวน้อยนั้นเป็นสัตว์ปีศาจ เต่าดำ ดังนั้นเขาจึงสามารถสังเกตเห็นสภาวะสมาธิของภัณฑารักษ์ได้ นี่เป็นสาเหตุที่เขาละเว้นจากการรบกวนเขา ไม่เพียงเท่านั้น เขายังห้ามไม่ให้คนอื่นอย่างเฟิงจวินหวู่รบกวนภัณฑารักษ์อีกด้วย

คนอื่นอาจไม่ทราบว่าภัณฑารักษ์อยู่ในสภาวะใดแต่เขารู้

ครืน...

 

ในระหว่างนั้นเอง ชาวเมืองเกลียวสวรรค์กลับพบเจอสิ่งที่น่าประหลาดใจ วันนี้ควรจะเป็นวันที่ท้องฟ้าสดใส แดดจ้า แต่มันกลับมืดครึ้มอย่างคาดไม่ถึง

สายตาของพวกเขากำลังจับจ้องไปยังเมฆดำทะมึนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากขอบฟ้าอย่างเงียบงัน

มีห่านป่าจำนวนหนึ่งบินอยู่บนท้องฟ้า เมื่อห่านเหล่านั้นบังเอิญสัมผัสกับหมอกสีเทา เลือดของห่านเหล่านั้นก็ถูกดูดจนแห้งทันที และซากศพที่เหี่ยวเฉาของห่านเหล่านั้นก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า

ทุกที่ที่หมอกสีเทาเคลื่อนไป ออร่าแห่งความตายก็จะติดตามมา และฆ่าทุกสิ่งที่สัมผัส...

จบบทที่ MDB ตอนที่ 559 เนื้อหาของอักษรภาพ

คัดลอกลิงก์แล้ว