เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 500 สถานศักดิ์สิทธิ์

WS บทที่ 500 สถานศักดิ์สิทธิ์

WS บทที่ 500 สถานศักดิ์สิทธิ์


ในถ้ำที่ลึกและมืดสนิทไม่มีใครเห็นมือของตัวเอง นอกจากนี้ อากาศค่อนข้างชื้นและมีตะไคร่น้ำอยู่บนผนังถ้ำ ดูเหมือนว่าไม่มีใครเข้ามาเป็นเวลานานมากแล้ว

ถึงแม้ว่าข้างนอกจะแห้งและร้อนแต่ก็มีลมพัดเย็น ๆ ในถ้ำ

แดมซีให้ฟิวรี่นำข้างหน้า ไม่เพียงแต่เขาจะมีคาถาป้องกันอันทรงพลัง แต่เขายังมีอุปกรณ์เวทมนต์แบบเสริมพลังอีกด้วย มันจะปลอดภัยที่สุดที่จะให้เขาตั้งรับในแนวหน้า

ถัดมาคือจีอาโด้และแดมซีโดยมีเมอร์ลินอยู่ด้านหลัง พวกเขาจัดประเภทเมอร์ลินว่าอ่อนแอที่สุดไปเป็นที่เรียบร้อยและเขาก็เป็นเหมือน ‘ภาระ’

อย่างไรก็ตาม แม้จะมี ‘ภาระ’ แต่แดมซีก็ไม่ปริปากบ่นเลยและถือว่าเมอร์ลินเป็นสหายที่แท้จริง สิ่งนี้ทำให้เมอร์ลินนึกย้อนไปในตอนที่เขาอยู่ในป้อมอูดอนบนหมู่เกาะเคิร์ดมันสลา

เมื่อเขาอยู่ในป้อมอูดอน เมอร์ลินรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง

“ทุกคน ระวังตัวด้วย ยิ่งเราเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ ความอันตรายจะมากขึ้นเรื่อย ๆ และเราก็ต้องพร้อมที่จะใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเราต่อจากนี้!”

แดมซีเป็นผู้นำที่มีความสามารถ โดยได้รวมทีมเล็ก ๆ ไว้อย่างสมบูรณ์ ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาเกือบจะถึงจุดสูงสุดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนที่คาถาพลังจิตของทั้งสามนั้นได้รวมกัน มันก่อให้เกิดพลังที่ไม่ธรรมดา

นี่เป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการเป็นผู้ใช้พลังจิต พวกเขาสามารถใช้คาถาพลังจิตร่วมกัน ทวีคูณพลังของเวทย์มนตร์จนน่าสะพรึงกลัว

ถึงแม้ว่าผู้ใช้พลังจิตเพียงคนเดียวจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับจอมเวทย์ในตำนานได้

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้พลังจิตสิบคนขึ้นไปรวมพลังกันเพื่อร่ายคาถาพลังจิต พวกเขาอาจจะสามารถต่อสู้กับจอมเวทย์ในตำนานได้

ถึงอย่างนั้น นี่เป็นเพียงสมมุติฐานเท่านั้น แล้วอีกอย่างผู้ใช้พลังจิตขั้นสูงค่อนข้างหายาก แม้จะอยู่ในมิติต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ไม่มีการรับประกันว่าจะมีผู้ใช้พลังจิตเพียงคนเดียวปรากฏขึ้น การพบผู้ใช้พลังจิตขั้นสูงหนึ่งคนว่ายากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการรวมตัวให้ครบสิบคนเลย

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นโดยอ้อมว่าหากผู้ใช้พลังจิตเข้าร่วมกองกำลังเพื่อปลดปล่อยคาถาพลังจิตออกมา ก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาจะมีพลังมากเพียงใด

“ก๊าซ...”

ทันใดนั้น ในถ้ำที่มืดสนิท ก็มีเสียงแปลก ๆ พวกเขาสามารถรับรู้ได้ว่ามีวิญญาณที่เหมือนค้างคาวที่แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้ วิญญาณเหล่านี้ดูเหมือนจะตรวจพบเมอร์ลินและคนอื่น ๆ และบินเข้าหากลุ่มอย่างชั่วร้าย

“พายุพลังจิต!”

ทั้งสามได้ประสานพลังในการร่ายพายุพลังจิต ต้องบอกว่าพลังของพายุพลังจิตนั้นน่าเกรงขามอย่างแท้จริง มีผลอย่างอัศจรรย์ต่อวิญญาณเหล่านี้ ไม่ว่าจะไปที่ใด วิญญาณก็ถูกปราบอย่างเรียบร้อย เหลือเพียงประกายไฟสีขาวที่ส่องประกายระยิบระยับในความมืดราวกับละอองดวงดาว

แดมซีหันกลับมาและยิ้มให้เมอร์ลิน “พ่อมดเมอร์ลิน การดูดซับประกายไฟสีขาว มันจะขึ้นอยู่กับความสามารถของเราแต่ละคน ดังนั้นคุณสามารถดูดซับได้เต็มที่โดยไม่ต้องห่วงพวกเรา!”

จากนั้น แดมซีและคนอื่น ๆ ก็พากันเข้าไปในถ้ำและเริ่มดูดซับประกายไฟสีขาวที่ทิ้งไว้เบื้องหลังความมืดมิด

เมอร์ลินยิ้ม เขารู้ว่าวิญญาณเหล่านี้ถูกแดมซีและอีกสองคนฆ่าตาย เป็นเรื่องยากพอที่จะอนุญาตให้เมอร์ลินดูดซับประกายไฟสีขาวได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ ในส่วนของเขา

อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินไม่ได้ทำอะไรในทันทีแต่ยักไหล่แทน โดยพูดกับไดอามอสว่า

“ไปเถอะ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะรับได้มากแค่ไหน”

ด้วยสภาวะกึ่งหลับไหล จู่ ๆ ไดอามอสก็กระโดดเข้าไปในถ้ำ จากนั้นมันก็จัดเรียงวงแหวนเวทย์และเริ่มดูดซับประกายไฟสีขาวอย่างดุเดือด ความเร็วของมันเร็วยิ่งกว่าแดมซีและอีกสองคนอย่างชัดเจน

มีวิญญาณวิญญาณในถ้ำนี้มากขึ้น ดังนั้นจึงมีประกายไฟสีขาวเหลืออยู่มากมาย หลังจากผ่านไปสักพัก เมอร์ลินจึงเริ่มดูดซับประกายไฟสีขาว ดวงใจแห่งจิตของเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบถึงขีดจำกัด

เมื่อดวงใจแห่งจิตของเมอร์ลินถึงขีดจำกัดแล้ว เขาจะต้องยกระดับให้ทะลวงขึ้นสู่ระดับแปด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาได้ควบแน่นดวงใจแห่งจิตอย่างต่อเนื่อง การทะลุผ่านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เขาต้องใช้พลังจิตซึ่งมีขนาดใหญ่ถึงขีดสุดในการระเบิดภายในดวงใจแห่งจิต ด้วยเหตุนี้คอขวดของดวงใจแห่งจิตจะ ‘ระเบิด’ และทะลวงไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

...

ในห้องใต้ดินอันมืดมิดที่มืดมิด แสงเทียนอันเจิดจ้าส่องแสงสว่างไปทั่วห้อง ห้องลับนี้ดูเหมือนสุสานมากกว่าและมีคนในชุดแปลก ๆ อยู่ข้างใน

บุคคลเหล่านี้สวมเสื้อผ้าป่านหยาบและหมวกสีดำซึ่งซ่อนใบหน้าเอาไว้

*ครืน...*

มีเทียนจำนวนมากจุดขึ้นในห้องลับ ทันใดนั้น ราวกับสายลมได้พัดผ่านไป เทียนจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มดับลงเรื่อย ๆ บนแท่นสูง บุคคลที่สวมชุดดำมีใบหน้าสูงวัยมองดูเทียนที่ดับแล้วด้วยท่าทางมึนงง

ไม่นานความโกรธก็เข้าครอบงำใบหน้าของชายชราชุดดำและเขาพูดอย่างเฉียบขาดว่า

“กลุ่มนักเวทย์พวกนั้นอีกแล้ว! ครั้งสุดท้ายที่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงพลังเข้ามา ด้วยพลังของเขา เราจึงมองข้ามเรื่องนี้ไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจากภายนอกและส่งผลให้การตื่นขึ้นของเทพแห่งนภาได้รับผลกระทบ

แต่ตอนนี้ กลุ่มนักเวทย์กลุ่มเล็ก ๆ กล้าที่จะมาที่นี่ เราปล่อยให้พวกเขาเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เราได้วางวิญญาณจำนวนมากไว้ในถ้ำเพื่อซ่อนพลังของเทพแห่งนภา หากพวกเขากำจัดวิญญาณทั้งหมด พลังของเทพแห่งนภาจะกระจายไปทั่วทุกจุด มันจะทำให้ยาโต้รู้ตัวและจะสร้างปัญหามาให้เรา”

หลังจากหยุดชั่วครู่ จิตสังหารก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายชราชุดดำในขณะที่เขาพูดเบา ๆ ว่า

“เอทรู โอเมียร์ พวกคุณทั้งสองศรัทธาในเทพแห่งนภาเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ตอนนี้ถึงเวลาพิสูจน์ศรัทธาของพวกคุณแล้ว! ไปสังหาร นักเวทย์ที่บุกเข้ามาในสถานศักดิ์สิทธิ์ของเราโดยไม่ได้รับอนุญาตซะ พวกเขาเป็นเพียงผู้ใช้พลังจิตเท่านั้น ฉันจะสวดอ้อนวอนให้เทพแห่งนภาคุ้มให้การคุ้มครองพวกคุณ พลังจิตของพวกเขาจะไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกคุณมากนัก”

นักเวทย์สองคนที่ถูกชายชราชุดดำเรียกหาได้แลกเปลี่ยนสายตากันและพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาเป็นนักเวทย์ที่อยู่จุดสูงสุดของระดับแปด แต่เนื่องจากพวกเขาไม่มีความหวังที่จะก้าวหน้าต่อไป พวกเขาจึงเลือกที่จะติดตามเทพแห่งนภาเพื่อรับพลังมหาศาล ดังนั้นพวกเขาจึงศรัทธาในเทพแห่งนภา มีนักเวทย์มากมายเช่นพวกเขาที่เส้นเดินทางเส้นทางนี้

ต่อจากนั้น ชายชราชุดดำก็คุกเข่าลงกับพื้นและเริ่มสวดมนต์ไปที่กำแพงในห้องลับที่ใสราวกับกระจก หลังจากที่เขาเริ่มสวดมนต์ แสงสีขาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทั่วร่างกายของเขา

แม้ว่าแสงสีขาวจะเลือนรางแต่ก็ทำให้คน ๆ หนึ่งรู้สึกหวาดกลัวอย่างไร้จุดสิ้นสุด เอทรูและโอเมียร์จ้องไปที่แสงสีขาว ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นความกระตือรือร้น นี่คือพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาแสวงหา ด้วยศรัทธาในปัจจุบัน พวกเขาไม่มีทางติดต่อกับเทพแห่งนภาได้ นับประสาได้รับการสนับสนุนจากพลังงานศักดิ์สิทธิ์

*พรึ่บ*

ทันใดนั้น ชายชราชุดดำก็ชี้ด้วยนิ้วเดียว ทันใดนั้น ลำแสงสีขาวสองลำก็พุ่งเข้าหาเอทรูและโอเมียร์ตามลำดับ มันเข้าไปในร่างกายของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ไม่ได้รู้สึกอะไรราวกับว่าไม่มีอะไรผิดปกติเลย

ชายชราชุดดำยืนขึ้นและจ้องมองที่เอทรูและโอเมียร์

“เอาล่ะ เทพแห่งนภาได้ให้การสนับสนุนพวกคุณแล้ว คุณจะไม่ได้รับผลกระทบจากคาถาพลังจิตของนักเวทย์พวกนั้นอีกต่อไป ตามความสามารถของคุณ หากไม่มีคาถาพลังจิต มันก็น่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณที่จะจัดการกับพวกมัน”

เอทรูและโอเมียร์พยักหน้าและพูดพร้อมกัน “เราจะสังหารพวกนักเวทย์ที่เข้ามาบุกรุก เพื่อรักษาความปลอดภัยของสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เอาไว้!”

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงหันกลับมาอย่างรวดเร็วและหายตัวไปจากห้องลับไป

...

“ครึ่งวิญญาณตัวนั้นช่างน่าประทับใจจริง ๆ จำนวนของประกายไฟสีขาวที่พวกเราดูดซับนั้นไม่มากเท่ากับครึ่งวิญญาณของพ่อมดเมอร์ลินเลย”

ใบหน้าของพ่อมดฟิวรี่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเมื่อเขามองย้อนกลับไปที่ไดอามอสบนไหล่ของเมอร์ลิน

แต่ละคนมีวิธีการดูดซับประกายไฟสีขาวของตัวเอง แต่พวกเขาจะเปรียบเทียบกับเจ้าแมวดำที่ใช้วงแหวนเวทย์เพื่อกลืนโดยตรงได้อย่างไร? ถึงจะรวมกันสามคน มันก็ไม่เท่ากับที่เจ้าแมวดำดูดซับเพียงตัวเดียว

เมอร์ลินได้แต่ยิ้มอย่างเขินอาย โดยไม่ไม่พูดอะไร

“เอาล่ะ เราจะไปต่อแล้ว”

แดมซีโบกมือและทั้งกลุ่มก็เริ่มเดินลึกเข้าไปในถ้ำ โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งพวกเขาไปลึกเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งต้องเจอกับวิญญาณมากขึ้นเท่านั้นและพวกมันก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย ดังนั้น แดมซีและคนอื่น ๆ จึงระมัดระวังในการก้าวต่อไป

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงส่วนลึกของถ้ำ พวกเขาใกล้จะถึงส่วนที่ลึกที่สุดของถ้าแล้ว พวกเขาเคยได้ยินจากจอมเวทย์ออสไซกล่าวว่ามีวิญญาณที่ทรงพลังอยู่ที่ชั้นสุดท้ายซึ่งเทียบได้กับนักเวทย์ที่อยู่จุดสูงสุดของระดับแปด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องระมัดระวังและรอบคอบให้ดี

"เดี๋ยวนะ? ทำไมถึงไม่มีพวกวิญญาณตรงนี้?”

เมื่อแดมซีและคนอื่น ๆ ก้าวเข้าไป พวกเขาพบว่าถ้ำนี้ว่างเปล่า ไม่เห็นมีวิญญาณที่น่าเกรงขามที่พวกเขาจินตนาการไว้เลย

“ทำไมถึงไม่มีอะไรเลย?”

แดมซีขมวดคิ้วของเธอ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเพียงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องและเพิ่มการระวังตัวมากขึ้น

เมอร์ลินสังเกตสภาพแวดล้อมของเขา เห็นได้ชัดว่าเมื่อไม่นานมานี้ ยังมีวิญญาณอยู่ในบริเวณนี้ พลังพิเศษของวิญญาณยังคงอยู่ในอากาศ แสดงว่าพวกมันต้องจากที่ตรงนี้ไปเมื่อไม่นานมานี้

ด้วยวิญญาณจำนวนมากที่จากไป พวกมันไม่สามารถออกจากถ้ำได้ มิฉะนั้น เมอร์ลินและคนอื่น ๆ จะต้องเจอพวกมันไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เห็นวิญญาณใด ๆ เลย คำอธิบายมีเพียงอย่างเดียวก็คือว่าวิญญาณเหล่านี้ได้เข้าสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำไปแล้ว

บางทีอาจมีบางอย่างที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในถ้ำ ทำให้วิญญาณเหล่านี้ออกจากพื้นที่นี้และเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุด ทันทีที่เธอพิจารณาเรื่องนี้ แดมซีก็ไม่ลังเลอีกต่อไปและพูดอย่างระมัดระวังว่า

“บางทีวิญญาณอาจเข้าไปในชั้นที่ลึกที่สุด เราจะไปกันต่อแต่เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น ฉันรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังรอพวกเราอยู่”

แม้ว่าแดมซีจะคาดเดาได้ว่าวิญญาณเหล่านั้นได้ย้ายไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำแล้ว พวกเขายังคงต้องระมัดระวัง มีบางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับวิญญาณซึ่งไม่ใช่ข่าวดีสำหรับพวกเขา

พวกเขาพร้อมที่จะมุ่งหน้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำ ทันใดนั้น ก็มีเงาจากด้านในถ้ำ ปรากฏบุคคลลึกลับสองคนก็เดินออกไปอย่างช้า ๆ

“พวกแกบังอาจมาบุกรุกสถานศักดิ์สิทธิ์ พวกแกต้องตาย!”

ร่างหนึ่งมีเสียงแหบแห้งซึ่งน้ำเสียงเผยให้เห็นถึงจิตสังหารอันอันเยือกเย็น

จบบทที่ WS บทที่ 500 สถานศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว