- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 494 ประชันคมดาบ PART 2
WS บทที่ 494 ประชันคมดาบ PART 2
WS บทที่ 494 ประชันคมดาบ PART 2
“ดีมาก ทีนี้ พวกคุณทั้งคู่ก็สามารถประลองกันได้”
จอมเวทย์ยาโต้ขยายนิ้วและพลังธาตุลมลมก่อตัวเป็นวงแหวนวงกลมในห้องโถงอย่างรวดเร็ว ล้อมรอบเมอร์ลินและแอเชอร์ไว้ภายใน
นี่คือพลังของแม็กซิมของจอมเวทย์ยาโต้ แม็กซิมที่จอมเวทย์ยาโต้รวบรวมไว้คือแม็กซิมแห่งลม ดังนั้นจึงเสียงหวีดแหลมของพายุเฮอริเคนดังอยู่เบา ๆ
จอมเวทย์ในตำนานสามารถรวมแม็กซิมหลายอันเข้าด้วยกันแต่แม็กซิม หนึ่งอันอาจมีพลังแฝงบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น แม็กซิมแห่งลมได้บรรจุแม็กซิมเฮอริเคน, แม็กซิมทอนาโดและอื่น ๆ
แม็กซิมทุกอันมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง แม็กซิมบางอันมีความรุนแรงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ในขณะที่แม็กซิมบางอันมีความยืดหยุนอย่างอิสระ
แน่นอนว่า โดยทั่วไปแล้วแม็กซิมอันเดียวกันจะมีกำลังเท่ากัน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือพลังแฝงที่อยู่ภายใน
เมอร์ลินกับแอเชอร์ต่างก็ถูกห้อมล้อมด้วยพลังของแม็กซิม มันช่วยป้องกันคาถาของพวกเขาไม่ให้รั่วไหลออกมาและสร้างความเสียหายในวงกว้าง
แอเชอร์คงท่าทางที่สง่างาม เขาไม่รีบร้อนที่จะโจมตี เขายิ้มให้เมอร์ลินแทน “พ่อมดเมอร์ลิน คุณเป็นแขกของพวกเรา ดังนั้นคุณสามารถเริ่มก่อนได้”
“พ่อมดแอเชอร์ พลังเวทย์ของฉันค่อนข้างแข็งแกร่ง คุณแน่ใจเหรอว่าอยากให้ฉันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน?”
เมอร์ลินถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
แอเชอร์ดูเหมือนจะไม่คำนึงถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง เขาพยักหน้า “พ่อมดเมอร์ลิน คุณไม่ต้องกังวลไป คาถาป้องกันของฉันแข็งแกร่งกว่าที่คุณคิด แม้ว่าฉันจะต้องเผชิญกับคาถาระดับแปดหรือเก้าสูงสุดเหล่านั้น ฉันมั่นใจว่าฉันสามารถอดทนได้ชั่วขณะหนึ่ง”
เห็นได้ชัดว่าแอเชอร์มีความสามารถในการป้องกันที่แข็งแกร่ง ดังนั้นเมอร์ลินจึงไม่ลังเลอีกต่อไป
*หวู่ม...*
ทันใดนั้น พายุรุนแรงก็เริ่มพัดรอบ ๆ และสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือพายุนี้มีริ้วอากาศสีขาว
นี่คือมวลไอเย็นที่สามารถแช่แข็งทุกสิ่งได้! คาถาที่เมอร์ลินใช้นั้นเป็นการผสมผสานระหว่างคาถาธาตุลมกับน้ำแข็ง ดังนั้นพายุที่รุนแรงจึงถูกกระจายไปด้วยคลื่นลมหนาว ทุกที่ที่พายุพัดผ่าน ผลึกน้ำแข็งหนา ๆ เริ่มปรากฏขึ้น
สีหน้าของแอเชอร์เปลี่ยนไปอย่างมาก แม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าคาถาป้องกันของเขาสามารถต้านทานนักเวทย์ระดับเก้าทั่วไปได้และจะสามารถทนต่อคาถาระดับเก้าได้ชั่วขณะหนึ่ง...
ตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญกับพายุรุนแรงที่มาพร้อมกับลมหนาว ลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีก็ผุดขึ้นในหัวใจของเขา
‘มันให้ความรู้สึกอันตรายเช่นนี้ได้อย่างไร? เดี๋ยวนะ พวกมันเป็นเวทมนตร์ธาตุลมกับน้ำแข็งนี่นา เวทมนต์ทั้งสองสามารถผสานกันได้งั้นเหรอ?’
ความคิดผุดขึ้นในใจของแอเชอร์อย่างรวดเร็ว ‘คาถาผสาน! พวกมันเป็นคาถาธาตุลมกับน้ำแข็งเท่านั้น นั่นไม่ใช่การหลอมรวมคาถาของจอมเวทย์ใช่หรือไม่? มันเป็นความสำเร็จที่ทำได้โดยนักเวทย์ระดับเก้าและจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เริ่มผสานคาถาของพวกเขาเท่านั้น’
มีระดับที่แตกต่างกันระหว่างนักเวทย์ระดับเก้าและหนึ่งในจุดที่แตกต่างคือการผสานคาถา!
ผู้ที่ทำเช่นนั้นได้จะถือว่าเป็นนักเวทย์ระดับเก้าขั้นสูงสุดและมีโอกาสที่จะกลายเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงพลัง!
*แคร่ก*
พายุรุนแรงสลับกับระเบิดที่เยือกเย็นซึ่งโหมกระหน่ำและทำให้แอเชอร์แข็งตัวทันที อย่างไรก็ตาม มีแสงสีเหลืองซีดล้อมรอบร่างกายของเขา มันเป็นคาถาระดับเจ็ดของเขาที่มีพลังปีศาจแพนร่า แบบหลอมรวม
ยิ่งกว่านั้น เมอร์ลินยังสามารถสัมผัสได้ว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมด เป็นไปได้ว่า เขายังมีอุปกรณ์เวทมนต์อีกด้วย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่แอเชอร์มั่นใจมากว่าเขาสามารถต่อสู้กับนักเวทย์ระดับเก้าได้ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพราะเขามีอุปกรณ์เวทมนต์ แบบเสริมพลังควบคู่ไปกับคาถาที่มีพลังมหาศาลของเขาและยังมีพลังปีศาจแพนโดร่า แบบหลอมรวม มันก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจของเขาให้มากขึ้นไปอีก
ผลึกน้ำแข็งหนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง การผสานระหว่างเวทย์มนตร์ธาตุน้ำแข็งและลมได้เพิ่มพลังของคาถาขึ้นหลายเท่า แต่ก็ยังเป็นเพียงคาถาผูกมัด ดังนั้น เขาไม่ได้ต้องการเอาชนะแอเชอร์และเพียงแค่จับเขาอยู่กับที่เท่านั้น
“คาถาผสาน พลังนั้นค่อนข้างน่าประทับใจ เพียงคาถานี้เพียงอย่างเดียวก็เทียบได้กับนักเวทย์ระดับแปดขั้นสูงได้! ไม่น่าแปลกใจที่คุณได้เป็นศิษย์ของจอมเวทย์โมแกน ดีมาก ฉันค้นหามาเป็นเวลานานแล้วแต่ยังไม่พบคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียมกันเช่นคุณ”
เมื่อดูคาถาที่เมอร์ลินปล่อยออกมา แอเชอร์ดูเหมือนจะตื่นเต้นมาก เมอร์ลินเป็นเพียงนักเวทย์ระดับห้าแต่สามารถระเบิดพลังอันทรงพลังออกมาได้ นี่คืออัจฉริยะตัวจริงที่มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าแอเชอร์
ในมิติยาโต้ แอเชอร์แทบไม่เคยพบกับอัจฉริยะอื่นที่สามารถแข่งขันกับเขาได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นอัจฉริยะที่เท่าเทียมอย่างเมอร์ลิน ทำให้เขาตื่นเต้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องรอยของธาตุไฟจาง ๆ เริ่มผันผวนตามร่างกายของเขาและค่อย ๆ เผาไหม้แรงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อละลายผลึกน้ำแข็งออกไป
เมอร์ลินหรี่ตาลง เขาบรรลุเป้าหมายในการผูกมัดแอเชอร์สำเร็จแล้ว ตอนนี้ การโจมตีปิดฉากของเขาจะเป็นการผสานระหว่างคาถาสายฟ้าและคาถาไฟ
*บูม!*
ที่ครึ่งบนของห้องโถง สายฟ้าได้ปรากฏขึ้น ในเวลาเดียวกัน เมอร์ลินยื่นนิ้วออกและเปลวไฟขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นจากอากาศบาง ๆ และเริ่มเชื่อมโยงกับสายฟ้า ในที่สุดพวกมันก็ผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
*พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ*
ภายในเปลวเพลิง ได้ยินเสียงฟ้าร้องที่ชัดเจน ทั้งสองเป็นคาถาโจมตีที่ทรงพลังมาก ดังนั้นพลังที่เกิดขึ้นซึ่งเกิดจากการผสานก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนหวาดกลัว
ในตอนแรก เมื่อเวทมนตร์ธาตุลมและน้ำแข็งผสานเข้าด้วยกัน ใบหน้าของจอมเวทย์ยาโต้ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่การจ้องมองของเขายังคงค่อนข้างผ่อนคลาย เขายังยกย่องเมอร์ลินเบา ๆ ให้กับจอมเวทย์โมแกน เพราะเมื่อพวกเขาอยู่ในระดับของเมอร์ลิน พวกเขาคงไม่สามารถบรรลุถึงระดับนั้นได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวทมนตร์ธาตุไฟและสายฟ้าผสานเข้าด้วยกัน การจ้องมองของจอมเวทย์ยาโต้ก็ไม่ผ่อนคลายอีกต่อไป ในทางกลับกัน สีหน้าของเขาตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม เขารู้ดีถึงความสามารถของแอเชอร์และพลังโจมตีจากการผสานเวทย์มนตร์ธาตุสายฟ้าและไฟของเมอร์ลิน มันมากเกินกว่าที่เขาจะสามารถจินตนาการถึงขอบเขตของมันได้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จอมเวทย์ยาโต้ก็ทำหน้าบูดบึ้งใส่จอมเวทย์โมแกน
“โมแกน ตอนนี้ฉันคงดูเหมือนคนโง่สำหรับคุณแน่ ๆ ก่อนหน้านี้ที่ฉันภูมิใจมากที่ได้รับแอเชอร์เป็นศิษย์ของฉัน ส่วนคุณมีศิษย์ที่ยอดเยี่ยมแต่ยังคงเงียบเฉย ไม่เพียงแต่เขาจะเป็นนักเวทย์หกธาตุที่หายากเท่านั้นแต่เขายังสามารถผสานคาถาได้อีกด้วย อย่างน้อยที่สุด ในอนาคตเมื่อเขากลายเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ เขาไม่ควรพบกับปัญหาใหญ่ใด ๆ ถ้าเขารวบรวมแม็กซิมและกลายเป็นตำนานได้ เขาก็จะเป็นหนึ่งในตำนานระดับแนวหน้า!”
คำพูดของจอมเวทย์ยาโต้ทำให้ใบหน้าของจอมเวทย์โมแกนเผยรอยยิ้มออกมา เขาพอใจกับเมอร์ลินมากจริง ๆ ตามคุณสมบัติของเมอร์ลิน ไม่ว่าจะเป็นจอมเวทย์ในตำนานคนใดก็ต้องให้ความสนใจในตัวเขา
ตอนนี้ จอมเวทย์ยาโต้ก็ให้ความสนใจเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาว่าเมอร์ลินเป็นศิษย์ของจอมเวทย์โมแกน เขาทำได้เพียงส่ายหัวด้วยความสิ้นหวัง การประลองครั้งนี้ไม่มีความหมายอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม จอมเวทย์ยาโต้ไม่ได้หยุดเมอร์ลิน มันคงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับแอเชอร์ที่จะต้องพบกับความพ่ายแพ้บางอย่าง
เปลวเพลิงผสมกับสายฟ้าปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วต่อหน้าแอเชอร์ ตอนนี้เขาถูกผลึกน้ำแข็งจับไว้ชั่วคราว ทำได้เพียงเฝ้าดูการระเบิดของสายฟ้าและเปลวไฟต่อหน้าต่อตาเขาเอง
*บูม!*
ภายใต้การชี้นำของพลังจิตของเมอร์ลิน เปลวเพลิงและสายฟ้าก็ระเบิดในทันที พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคาถาผสานคือการระเบิดซึ่งสามารถปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างคาดไม่ถึง
ผลกระทบอันทรงพลังเกือบจะทำลายคาถาป้องกันของแอเชอร์ แม้มันจะเพิ่มประสิทธิภาพด้วยอุปกรณ์เวทมนต์ แต่ก็ไร้ประโยชน์ที่จะต้านทานคาถาผสานอันทรงพลังเช่นนี้ อันที่จริง มันเกือบจะฉีกแอเชอร์ออกจากกัน
อย่างไรก็ตาม แม็กซิมแห่งลมที่อยู่โดยรอบ มันได้เข้ามาห่อหุ้มแอเชอร์ในทันที มันไม่เกรงกลัวต่อพลังที่น่าเกรงขามจากเปลวไฟและสายฟ้า พวกมันไม่สามารถส่งผลกระทบต่อแม็กซิมแห่งลมได้
เมอร์ลินเหลือบมองที่จอมเวทย์ยาโต้ จากนั้นถอยหลังหนึ่งก้าวและถอนคาถาของเขา
จอมเวทย์ยาโต้โบกมืออีกครั้งและแม็กซิมแห่งลมที่ล้อมรอบพวกเขาหายไป ทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ทางด้านแอเชอร์ เขาดูหน้าซีดเล็กน้อย
จอมเวทย์ยาโต้ตะโกนเสียงดังใส่พ่อมดแอเชอร์ “แอเชอร์ คุณแพ้แล้ว! ตอนนี้ คุณควรตระหนักว่าคุณยังขาดในหลาย ๆ ด้านและยังห่างไกลจากความแข็งแกร่งที่แท้จริง!”
สีหน้าของแอเชอร์ฉายแววตื่นตระหนก นับตั้งแต่เขากลายเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด ควบคู่ไปกับอุปกรณ์เวทมนต์ของเขา เขาสามารถยืนหยัดต่อสู้กับนักเวทย์ระดับเก้าได้ เขาไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เขาไม่มีโอกาสตอบโต้ก่อนจะพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง
ในท้ายที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะการแทรกแซงของจอมเวทย์ยาโต้ เวทมนตร์ผสานของเมอร์ลินอาจฆ่าเขาไปแล้ว สิ่งนี้ทำให้แอเชอร์หวาดกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเผชิญความตายอย่างใกล้ชิด
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง แอเชอร์ก็เงยหน้าขึ้นในที่สุด เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ มองไปที่เมอร์ลินและพูดว่า
“พ่อมดเมอร์ลิน คุณชนะแล้ว คุณคืออัจฉริยะตัวจริง! อาจารย์ยาโต้พูดถูก มีภูเขาที่สูงกว่าเสมอ ก่อนหน้านี้ ฉันหยิ่งเกินไปในมิติยาโต้… อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าฉันยอมรับความพ่ายแพ้ ฉันจะลองผสานคาถาด้วยและถ้าฉันทำสำเร็จ ฉันจะกลับมาท้าทายคุณอีกครั้ง!”
จิตวิญญาณการต่อสู้ที่แข็งแกร่งแวบวาบอยู่ในดวงตาของพ่อมดแอเชอร์ ดูเหมือนว่าวิญญาณของเขาจะไม่ถูกเมอร์ลินบดขยี้
เมอร์ลินยิ้ม พรสวรรค์ของแอเชอร์จัดว่าไม่เลว อันที่จริงค่อนข้างดีกว่าเมอร์ลิน ยกเว้นว่าเขาไม่ได้ผสานคาถา ยิ่งไปกว่านั้น ทัศนคติที่น่าชื่นชมของแอเชอร์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้จะพ่ายแพ้ แต่เขาไม่ยอมแพ้และมีความกล้าหาญและกำลังใจที่จะพัฒนาตนเองต่อไปรวมทั้งท้าทายเมอร์ลินอีกครั้ง
ด้วยทัศนคติที่น่าชื่นชม ตราบใดที่ไม่มีการรบกวนโดยไม่คาดคิด เขาไม่น่าจะมีปัญหาในการเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่
“ฮ่าฮ่า ไม่เลว แอเชอร์ คุณมีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ฉันมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับคุณแต่ไม่จำเป็นสำหรับคุณที่จะลองผสานคาถา สิ่งที่คุณควรทำตอนนี้คือมุ่งมั่นที่จะเป็นนักเวทย์ระดับเก้าโดยเร็วที่สุด จากนั้นพยายามรวมโครงสร้างคาถาของคุณทันที เมื่อเวทมนตร์ทั้งหมดของคุณหลอมรวมกันและคุณกลายเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ คุณจะกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดจอมเวทย์โดยทันที!”
แม้ว่าแอเชอร์จะพ่ายแพ้แต่จอมเวทย์ยาโต้ก็พอใจกับทัศนคติของแอเชอร์มาก ด้วยทัศนคติและจิตวิญญาณการต่อสู้แบบนี้ควบคู่ไปกับคำแนะนำของจอมเวทย์ยาโต้ แอเชอร์จะกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
ส่วนในการเป็นตำนาน แม้แต่ตำนานอันสูงส่งก็ไม่กล้าอ้างว่าพวกเขาสามารถเลี้ยงดูใครบางคนให้กลายเป็นจอมเวทย์ในตำนานได้ การเกิดของทุกตำนานต้องการโอกาสและความอุตสาหะอันยิ่งใหญ่ คำแนะนำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรวมแม็กซิมได้อย่างง่ายดาย
มีอัจฉริยะมากมายในหมู่นักเวทย์แต่ในหมู่จอมเวทย์ก็ยังหาได้ยากยิ่ง
*ครืน!*
ในขณะนี้ ประตูปราสาทก็เปิดออกและชายสวมเสื้อคลุมยาวสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องโถง