- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 488 ผู้ปล้นสะดม PART 1
WS บทที่ 488 ผู้ปล้นสะดม PART 1
WS บทที่ 488 ผู้ปล้นสะดม PART 1
ท้องฟ้ากระจ่างแสงแดดส่องจ้า บนนั้นมีกระแสน้ำวนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นและช่องว่างกว้างก็ปรากฏขึ้นในกระแสน้ำวน มันขยายขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังจะฉีกท้องฟ้าทั้งหมดออกจากกัน
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?"
“ใครบังอาจมาร่ายมนตร์เหนือปราสาทเจิดจรัส?”
นักเวทย์ระดับเก้าสองสามคนตื่นตัวในทันที การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ย่อมไม่ใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติอย่างแน่นอน มันต้องเป็นเวทมนต์ของใครบางคน ยิ่งกว่านั้นพลังของคาถานี้เหนือจินตนาการของพวกเขามาก แม้แต่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ทั่วไปก็ไม่สามารถร่ายคาถาที่มีพลังมหาศาลเช่นนี้ได้
กระแสน้ำวนนั้นดูค่อนข้างเล็กบนท้องฟ้า อันที่จริง มันกว้างใหญ่กว่าพันไมล์และมันก็ยังคงกว้างขึ้นอีกเรื่อย ๆ ไม่มีใครรู้ว่ามันจะส่งผลร้ายอะไร
แม้แต่มิติก็ถูกฉีกออกจากกัน นี่แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่ฝีมือนักเวทย์ธรรมดา!
“ฮึ่ม! จอมเวทย์ในตำนานต่างถิ่น แกกำลังยั่วยุฉัน จอมเวทย์โมแกนอย่างนั้นหรือ!? แกลืมข้อตกลงแห่งตำนานที่ตั้งขึ้นโดยจอมเวทย์อาร์เคนไปแล้วหรือไง?”
ทันใดนั้น เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากปราสาทเจิดจรัส หลังจากนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า จ้องมองอย่างเย็นชาที่กระแสน้ำวนยักษ์ด้านบน นั่นคือจอมเวทย์โมแกน!
หัวใจของเมอร์ลินสั่นไหว จากคำพูดของจอมเวทย์โมแกนเผยให้เห็นว่าการปรากฏตัวของกระแสน้ำวนที่แปลกประหลาดนี้เป็นฝีมือของจอมเวทย์ในตำนานอีกคนที่พยายามเจาะเข้ามาในมิติแห่งนี้
มิติส่วนใหญ่สามารถรองรับจอมเวทย์ในตำนานได้เพียงคนเดียว หากมีจอมเวทย์ในตำนานเข้าสู่มิติที่มีจอมเวทย์ในตำนานอยู่แล้ว พวกเขาจะกลายเป็นผู้บุกรุก
นี่เป็นการยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง โดยทั่วไปแล้ว หากจอมเวทย์ในตำนานที่เดินทางผ่านแดนว่างเปล่าพบมิติ พวกเขาควรตรวจสอบก่อนเพื่อดูว่ามันถูกครอบครองโดยจอมเวทย์ในตำนานหรือไม่?
ถ้าไม่มีก็แสดงว่าเป็นมิติที่ไม่มีเจ้าของ ในกรณีนั้น จอมเวทย์ในตำนานสามารถใช้ทุกวิธีในการกำจัดผู้ปกครองในนั้นเพื่อครอบครองมิติที่เป็นของตัวเอง
หากใครยังคงเข้าสู่มิติแม้ว่าจะมีจอมเวทย์ในตำนานดูแลมันอยู่ มันก็เทียบเท่ากับการยั่วยุและฝ่ายที่ถูกยั่วยุจะไม่มีทางยอมแน่นอน
สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขา จอมเวทย์ในตำนานอีกคนได้เข้าสู่มิตินี้อย่างโจ่งแจ้งซึ่งเป็นความผิดที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งอาจนำไปสู่สงครามระหว่างจอมเวทย์ในตำนานทั้งสองก็เป็นได้
“ข้อตกลงแห่งตำนาน? แน่นอนฉันรู้แต่มันเป็นเพียงข้อตกลงปากเปล่าเท่านั้น มันไม่ใช่สัญญา ฮิฮิ ไม่ว่าจะเป็นมิติแห่งใด มันจะต้องเป็นของนักเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุด!”
จากกระแสน้ำวนมีเสียงหัวเราะเย็น ๆ ซึ่งดูเหมือนจะไม่สนใจฟังคำเตือนของจอมเวทย์โมแกนเลย
“มีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะสามารถครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ!”
จอมเวทย์โมแกนหรี่ตาลงเล็กน้อยและจิตสังหารก็กระจายไปทั่วร่างกายของเขา เขาดูแลมิตินี้มาหลายปีแล้วและไม่เคยมีผู้บุกรุกมาก่อน
แม้ว่าจอมเวทย์ในตำนานจะผ่านเข้ามา พวกเขาก็มาถึงด้วยความเป็นมิตร พวกเขาไม่ได้เข้ามาบุกรุกและเต็มใจที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงแห่งตำนาน
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าจอมเวทย์ในตำนานคนนี้ตั้งใจที่จะบุกเข้าไปในมิติในฐานะผู้บุกรุก เนื่องจากเป็นกรณีนี้ จอมเวทย์โมแกนจึงไม่จำเป็นต้องอดทน เขาก็ได้เดินทางผ่านมิติต่าง ๆ เช่นกันและต่อสู้กับเทพเจ้ามากมาย ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวการต่อสู้
*พรึ่บ*
จอมเวทย์โมแกนยกมือขึ้นและท้องฟ้าทั้งหมดดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว
*แคร่ก*
ทันทีที่แสงสีขาวปรากฏขึ้น ท้องฟ้าก็เริ่มกลายเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ในตอนแรก เมอร์ลินไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ในไม่ช้าแม็กซิมแห่งน้ำแข็งในร่างกายของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างกระสับกระส่ายและพลังธาตุน้ำแข็งที่อยู่รอบ ๆ ก็พุ่งขึ้นอย่างดุเดือดและรวมตัวกันบนท้องฟ้า แม้แต่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถระดมพลังธาตุน้ำแข็งได้
โครงสร้างคาถาธาตุน้ำแข็งในร่างกายของเมอร์ลินสั่นเล็กน้อยและเขาต้องระงับพวกมันโดยใช้พลังจิตของเขา นี่เป็นเพียงร่องรอยของอำนาจของแม็กซิม เป้าหมายที่แท้จริงของจอมเวทย์โมแกนคือจอมเวทย์ในตำนานที่บุกรุกอยู่บนท้องฟ้า
เนื่องจากเมอร์ลินและนักเวทย์ระดับเก้าหรือจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่คนอื่น ๆ อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ จอมเวทย์โมแกนจึงไม่สามารถออกแรงได้อย่างเต็มที่ หากเขาเปิดใช้งานเต็มกำลัง มันจะทำให้โครงสร้างคาถาในร่างกายของพวกเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
นี่คือจอมเวทย์ในตำนานที่สร้างแม็กซิมซึ่งมีความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งคล้ายกับของเทพเจ้าที่สามารถทำลายมิติทั้งหมดได้ ก่อนหน้านี้
เมอร์ลินได้รับแม็กซิมแห่งน้ำแข็งและอีกสองแม็กซิมที่ไม่มีเจ้าของ แม็กซิมดูเหมือนจะไม่มีพลังมากนัก แต่ถ้าจอมเวทย์ในตำนานรวมแม็กซิมและใช้มันเพื่อโจมตี พวกมันอาจนำมาซึ่งความหายนะได้
ตัวอย่างเช่น จอมเวทย์โมแกนได้ควบแน่นแม็กซิมแห่งน้ำแข็ง ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถผนึกมิติทั้งหมดให้ถูกฝังทุกคนให้อยู่ใต้ชั้นผลึกน้ำแข็งหนาได้
ส่วนจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้มีพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ นี่เป็นพลังที่เทียบเท่ากับ ‘เทพเจ้า’ และเป็นเหตุผลหลักที่จอมเวทย์ในตำนานสามารถต่อสู้กับเทพเจ้าได้
เมื่อรวบรวมแม็กซิมสำเร็จ พวกเขาสามารถสั่งการพลังธาตุของมิติทั้งหมดได้
แสงสีขาวบนท้องฟ้าเป็นพลังของแม็กซิมแห่งน้ำแข็งของจอมเวทย์โมแกน เมื่อมันถูกปลดปล่อยมา ท้องฟ้าก็กลายเป็นน้ำแข็งทันที กระแสน้ำวนที่มีขนาดเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับช่องว่างมิติขนาดใหญ่ถูกแช่แข็งโดยจอมเวทย์โมแกนอย่างง่ายดาย
"จงพังทลาย!"
จอมเวทย์โมแกนกล่าวเบา ๆ ทันใดนั้น กระแสน้ำวนก็แตกเป็นเสี่ยงๆ และช่องว่างเชิงพื้นที่ที่ตามมาก็หายไปเช่นกัน ท้องฟ้ากลับสู่ความสว่างดังเช่นก่อนหน้านี้
“นี่คือพลังของแม็กซิมแห่งน้ำแข็งของคุณสินะ ยังไงก็ตาม ถ้านั่นคือพลังทั้งหมดที่คุณมี นั่นก็แสดงว่าคุณยังไม่แข็งแกร่งมากพอ”
เสียงของจอมเวทย์ในตำนานลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง ช่องว่างมิติขนาดใหญ่แยกท้องฟ้าอีกครั้งราวกับว่ามันเป็นสัตว์ร้าย ปากของ ‘สัตว์ร้าย’ นี้ดูเหมือนจะกัดจอมเวทย์โมแกน
"อืม? ช่างเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมมากมายจริง ๆ!”
ดวงตาของจอมเวทย์โมแกนเปล่งประกายด้วยพลังอันเข้มข้น แม้เขาจะเห็นว่าช่องว่างมิติขนาดมหึมากำลังเข้ามาหาเขา แต่จอมเวทย์โมแกนก็ไม่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย เขาชี้เบา ๆ และพลังธาตุน้ำแข็งที่ไม่มีที่สิ้นสุดมาบรรจบกันและกลายเป็นสัตว์ร้ายแห่งน้ำค้างแข็งซึ่งคำรามบนท้องฟ้า สัตว์ร้ายตัวนี้เริ่มต่อสู้กับ ‘ปากยักษ์’ ที่เกิดจากช่องว่างมิติ
*หวู่ม*
ร่างของจอมเวทย์โมแกนเลือนหายไปและเขาก็บินไปที่แดนว่างเปล่าทันที เขาไม่ต้องการทำสงครามในมิติ แม้ว่าการต่อให้นี้อาจทำให้เขาได้เปรียบ แต่การต่อสู้ระหว่างจอมเวทย์ในตำนานทั้งสองก็มีแนวโน้มที่จะทำลายมิติ จอมเวทย์โมแกนไม่เต็มใจที่จะสร้างความเสียหายให้กับมิตินี้ ดังนั้นเขาจึงรีบไปที่แดนว่างเปล่าทันที
ไม่นานท้องฟ้าก็ฟื้นคืนความสงบ จอมเวทย์โมแกนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทางด้านเมอร์ลิน เขารู้สึกร้อนรน การหายไปของจอมเวทย์โมแกน มันทำให้เขารู้สึกอึดอัด
เมอร์ลินรู้ว่าจอมเวทย์โมแกนต้องต่อสู้กับจอมเวทย์ในตำนานคนนั้นอย่างแน่นอน
คน ๆ นั้นสามารถบุกรุกเข้าไปในมิตินี้ได้เช่นนี้ แสดงว่าเขาต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือเจ้าของมิติเดิม เมอร์ลินค่อนข้างกังวลอยู่ลึก ๆ
ในท้ายที่สุด จอมเวทย์โมแกนไม่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นจอมเวทย์ในตำนานที่ทรงพลังเป็นพิเศษ เขาเป็นจอมเวทย์ในตำนานธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
*หวู่ม หวู่ม*
ทันใดนั้น จอมเวทย์กริตต์ก็โผล่ขึ้นมาบนท้องฟ้า ตามมาด้วยนักเวทย์ที่ไม่รู้จักสองสามคนตามหลังเขา พวกเขามาพร้อมกับความผันผวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่
สีหน้าของจอมเวทย์กริตต์ดูเคร่งขรึม ในขณะที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำว่า
“มิติถูกบุกรุกโดยผู้บุกรุกแต่จอมเวทย์โมแกนจัดการกับมันเป็นการส่วนตัว ทุกท่านอย่าวิตกไป กลับไปยังที่ของคุณและอย่าออกจากปราสาทเจิดจรัสโดยไม่ได้รับอนุญาต!”
จอมเวทย์กริตต์รับผิดชอบกิจการภายในของปราสาทเจิดจรัสทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงยังคงเป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพในปราสาทเจิดจรัส
ทันทีที่เขาพูดจบ นักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ที่อยู่รายล้อมทั้งหมดก็ออกไปเพื่อกลับเข้าไปในปราสาทเจิดจรัส
เมอร์ลินกำลังจะจากไปแต่เขาถูกจอมเวทย์กริตต์หยุดไว้ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาว่า
“พ่อมดเมอร์ลิน จอมเวทย์โมแกนเพิ่งส่งข้อความมาให้ฉัน ท่านบอกว่าให้ไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะเขาสามารถจัดการกับจอมเวทย์ในตำนานคนนี้ได้”
เมอร์ลินพยักหน้า ดูเหมือนว่าจอมเวทย์โมแกนจะค่อนข้างมั่นใจ บางทีจอมเวทย์ในตำนานคนนั้นอาจจะไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น ไม่อย่างนั้น เขาคงจะไม่เข้ามาหยั่งเชิงแบบนี้ ถ้าเขาแข็งแกร่งจริง ๆ เขาคงจะเข้ามาในมิติโดยตรงและขับไล่จอมเวทย์โมแกนออกไปทันที
กระแสน้ำวนก่อนหน้าและช่องว่างมิติเป็นเพียงการตรวจสอบอย่างรอบคอบของจอมเวทย์ในตำนานคนนั้น
“งั้นฉันกลับไปที่พักก่อนนะ”
เมอร์ลินไม่ได้วางแผนที่จะไปที่ศาลาส่องแสงอีกต่อไป แต่เขากลับกลับไปที่อาคารหลังเล็กแทน เขาเชื่อว่าเมื่อจอมเวทย์โมแกนกลับมา เขาจะเรียกเมอร์ลินเข้าพบทันที
หลังจากเมอร์ลินหันหลังเดินจากไป ด้านข้างจอมเวทย์กริตต์ จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่มองไปที่ร่างที่จากไปของเมอร์ลินและพูดเบา ๆ ว่า
“จอมเวทย์กริตต์ นั่นคือศิษย์ของจอมเวทย์โมแกนที่เพิ่งรับเข้ามางั้นหรือ? เขาสามารถเอาชนะหุ่นเชิดขั้นสามได้ในตอนที่เขาเป็นเพียงนักเวทย์ระดับห้าเท่านั้น ช่างน่าประทับใจจริง ๆ แม้แต่ศิษย์สามคนก่อนหน้าของจอมเวทย์โมแกนก็ยังไม่เก่งกาจเท่านี้”
“ท่านจอมเวทย์โมแกนไม่เคยมองอะไรพลาด เอาล่ะ เราจะต้องทำให้ปราสาทเจิดจรัสกลับมาเป็นปกติ การคงอยู่ของปราสามเจิดจรัสเท่านั้นที่จะทำให้หยุดมิติจากการตกอยู่ในความโกลาหลได้”
จอมเวทย์กริตต์เหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขารู้ว่าไม่ว่าความสงบสุขภายใต้ท้องฟ้านี้จะยังคงอยู่ได้นานแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับว่าจอมเวทย์โมแกนจะสามารถหยุดจอมเวทย์ในตำนานคนนั้นได้หรือไม่?
ถ้าเขาไม่สามารถหยุดจอมเวทย์ในตำนานคนนั้นได้ ทั้งมิติจะต้องเผชิญกับความหายนะ
...
ในห้วงความมืดของแดนว่างเปล่า ไม่มีพลังธาตุ ไม่มีที่ช่องว่างมิติและไม่มีแม้แต่เวลา นักเวทย์ทั้งสองกำลังเผชิญหน้าในแดนว่างเปล่าแห่งนี้
“ตามข้อตกลงแห่งตำนาน มิตินี้อยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน หากแกต้องการเข้ามา แกจะต้องขออนุญาตจากฉัน มิฉะนั้นแกจะได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้บุกรุก!”
จอมเวทย์โมแกนจ้องมองที่นักเวทย์สวมชุดคลุมสีน้ำเงิน เขาเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก
อย่างไรก็ตามนักเวทย์ชุดสีน้ำเงินดูจะไม่สนใจ เขาหัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น
“ข้อตกลงแห่งตำนาน มันก็แค่ข้อตกลงไม่ใช่สัญญาผูกมัด ฮิฮิ ฉันไม่ต้องการมิติของคุณ ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือใช้ต้นกำเนิดแห่งลมของมิติของคุณ บางทีต้นกำเนิดแห่งลมของมิติอาจทำให้ฉันสามารถรวบรวมแม็กซิมแห่งลมได้!”
ใบหน้าของโมแกนเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่นักเวทย์ชุดสีน้ำเงินพูด สิ่งที่เขาคาดไว้ก็กลายเป็นจริง นักเวทย์ชุดน้ำเงินคนนี้เป็นผู้ปล้นสะดม
“แกเป็นผู้ปล้นสะดมสินะ!”
ใบหน้าของโมแกนมืดลงและตื่นตัวทันที ในบรรดาจอมเวทย์ในตำนาน ผู้ปล้นสะดมมีชื่อเสียงที่ไม่ดี ไม่มีจอมเวทย์ในตำนานคนใดที่เป็นเจ้าของมิติต้องการเจอผู้ปล้นสะดมเหล่านี้
ผู้ปล้นสะดมจะไปในทุก ๆ มิติเพื่อเอาจุดกำเนิดพลังธาตุของมิติเพื่อนำหลอมรวมกลายเป็นแม็กซิม แม้ว่านี่จะเป็นทางลัดในการสร้างแม็กซิม แต่มันจะทำให้เกิดความเสียหายที่ร้ายแรงกับมิติ มันอาจทำให้ลดขนาดมิติทำลายมันและเปลี่ยนเป็นมิติที่รกร้างโดยไม่มีพลังธาตุเลย
ดังนั้นผู้ปล้นสะดมจึงเป็นที่เกลียดชังของนักเวทย์เกือบทุกคน อย่างไรก็ตามผู้ปล้นสะดมเหล่านี้แต่ละคนมีปัญหาและยากที่จะจัดการ โมแกนไม่คาดคิดว่าเขาจะพบกับผู้ปล้นสะดม
“ดูเหมือนว่าฉันจะต้องเอาจริงสินะ!”
ดวงตาของโมแกนหรี่แคบลงเล็กน้อย เขาตัดสินใจแล้วเพื่อหยุดยั้งผู้ปล้นสะดมไม่ให้ก้าวเข้าไปในมิติของเขา