เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 477 ปราสาทเจิดจรัส PART 1

WS บทที่ 477 ปราสาทเจิดจรัส PART 1

WS บทที่ 477 ปราสาทเจิดจรัส PART 1


*บูม!*

รูปปั้นแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและมีประกายสีเงินปรากฏข้างในรูปปั้น มีวิญญาณสีเงินบินออกมา มันเป็นร่างจิตของเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย อย่างไรก็ตาม ร่างจิตนี้ไม่แข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป มันดูนอ่อนแอเป็นอย่างมาก

เมอร์ลินรู้ว่าข้างหลังเขา พ่อมดดาร่ากำลังเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง พ่อมดดาร่าไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเทพเจ้า นั่นคือเหตุผลที่เมอร์ลินเสนอตัวที่จะโจมตีครั้งสุดท้าย เขาหวังว่าจะได้รับความเป็นเทพเจ้าโดยไม่ต้องแบ่งใคร

*ปัง!*

ทั้งสายฟ้าและไฟล้อมรอบร่างจิตของเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย แม้ว่าพลังทั้งสองจะรุนแรงแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรร่างจิต

ตราบใดที่ยังมีความศรัทธา เทพเจ้าก็ไม่มีทางดับสิ้นไป!

เมอร์ลินตระหนักดีถึงลักษณะเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของเหล่าทวยเทพ ดังนั้นเมื่อร่างจิตของเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายถูกไฟและสายฟ้ากลืนเข้าไป เขาจึงรอจนกว่าร่างจิตนั้นเกือบจะมอดไหม้ เมื่อร่างจิตอยู่ในสภาวะอ่อนแอที่สุดแล้ว เขาก็จะเอื้อมมือออกไปคว้ามันมา

ในขณะนั้น ความเป็นเทพเจ้านั้นอ่อนแอมาก ในช่วงเวลาหนึ่ง เทพเจ้าผู้ชั่วร้ายสามารถพึ่งพาความเป็นเทพเจ้าเพื่อฟื้นฟูได้

“ความเป็นเทพเจ้า ความเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง!”

เมอร์ลินตื่นเต้นมาก นี่คือความเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง เช่นเดียวกับสายใยแห่งเทพเจ้าที่เขาได้รับในดินแดนอันรุ่งโรจน์ ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้ เขาได้ในปริมาณที่มากขึ้น มันเป็นกลุ่มก้อนของความเป็นเทพเจ้า แทนที่จะเป็นเพียงแค่สายใยเพียงเส้นเดียว

เมอร์ลินโชคดีมากที่ได้รับความเป็นเทพเจ้านี้ หากเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายสามารถรวมร่างเป็นร่างจริงและพึ่งพาความเป็นเทพเจ้านี้ได้แล้ว เมอร์ลินก็คงไม่สามารถโจมตีร่างของเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายได้หากไม่ได้ทำให้ความเป็นเทพเจ้าหมดอำนาจก่อน ด้วยวิธีนี้เขาจะไม่สามารถได้รับความเป็นเทพเจ้าที่สมบูรณ์

ย้อนกลับไปในตอนนั้น เมื่อจอมเวทย์ในตำนานต่อต้านเทพธิดาน้ำแข็งที่มีความเป็นเทพเจ้าจำนวนมาก พวกเขาทำได้เพียงพึ่งพาพลังแห่งการปราบปรามเป็นระยะเวลาไม่รู้จบจนกว่าพลังแห่งศรัทธาจะถูกตัดออกและขับไล่เหล่าทวยเทพไปสู่ความตายอย่างช้า ๆ

*หวู่ม*

เมอร์ลินคว้าเทพเจ้าและโยนมันเข้าไปในแหวนของเขาทันที เมื่อเขาหันกลับมา พ่อมดดาร่าดูเหมือนจะไม่พบสิ่งผิดปกติ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแทน

“ฮ่าฮ่า ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ ไปกันเถอะ เทพเจ้าผู้ชั่วร้ายตายแล้ว ทำลายวิหารแห่งนี้ให้สิ้นซากเพื่อที่เราจะมีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ศาลาส่องแสง”

พ่อมดดาร่าหัวเราะเมื่อเขาและเมอร์ลินออกจากวิหาร จากนั้นเขาก็ร่ายเพลิงดาราและเผาวิหาร ไฟที่โหมกระหน่ำเข้าลุกลามวิหารขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว

หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมอร์ลินและพ่อมดดาร่าจึงเดินทางกลับมายังเมืองดาร่า

ภายในเมืองดาร่า เมอร์ลินและพ่อมดดาร่าอยู่ในห้องลับ พ่อมดดาร่าหยิบผลึกความทรงจำออกมา ผลึกความทรงจำเหล่านี้มีค่ามาก แต่เพื่อประโยชน์ของภารกิจนี้ พ่อมดดาร่าได้เตรียมพวกมันเอาไว้

“พ่อมดเมอร์ลิน ผลึกความทรงจำนี้บรรจุกระบวนการทั้งหมดที่เราทำลายวิหาร คุณไม่ต้องกังวลไป สิ่งนี้จะถูกส่งไปในนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ภายในปราสาทเจิดจรัสและมีเพียงนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์คนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ทางปราสาทเจิดจรัสก็ไม่สนใจ

ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์เวทมนต์ของฉัน มันเป็นที่ต้องการของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่แต่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในปราสาทเจิดจรัสจะไม่มีเจตนาร้ายใด ๆ ภารกิจทั้งหมดถูกส่งให้กับจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่เสมอมาและหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร”

สิ่งที่พ่อมดดาร่านั้นต้องการจะสื่อชัดเจนมาก บางฉากในผลึกความทรงจำอาจเปิดเผย ‘ความลับ’ ของทั้งคู่แต่นักเวทย์ที่รับผิดชอบการส่งภารกิจดูเหมือนจะปกป้อง ‘ความลับ’ ของพวกเขาอย่างแน่วแน่และมีนักเวทย์หลายคนส่งผลึกความทรงจำนี้ไปจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปหลายปี ‘ความลับ’ ของนักเวทย์เหล่านั้นก็ไม่รั่วไหล สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่านักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ผู้นี้ในปราสาทเจิดจรัสสามารถเชื่อถือได้มากเพียงใด

พ่อมดดาร่าต้องการถามความเห็นของเมอร์ลินในเรื่องนี้ เพราะท้ายที่สุด ‘ความลับ’ ของเมอร์ลินก็ดูจะยิ่งใหญ่กว่าอุปกรณ์เวทมนต์ของเขาเสียอีก

เมอร์ลินนิ่งครู่หนึ่ง ‘ความลับ’ ของเขาคือการที่เขาเป็นนักเวทย์จากสวรรค์ แต่จากฉากในผลึกความทรงจำ มันไม่ได้เปิดเผยสิ่งนั้น อย่างมากที่สุด ดูเหมือนว่าเขาจะผิดปกติเล็กน้อย ท้ายที่สุดเขาเป็นเพียงนักเวทย์ระดับสี่ แม้ว่าเขาจะสร้างคาถาระดับห้าได้ส่วนหนึ่ง พวกเขาก็คงมองว่าเมอร์ลินยังเป็นเพียงนักเวทย์ระดับห้าเท่านั้น

สิ่งที่เขากังวลก็คือดวงตาแห่งความมืด บางทีพ่อมดดาร่าคงไม่รู้เรื่องพลังปีศาจแพนโดร่า แบบพิเศษแต่ไม่ใช่กับจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในปราสาทเจิดจรัส หากพวกเขาออกจากมิตินี้และข้ามผ่านแดนว่างเปล่ามาก่อน พวกเขาก็อาจจะเคยได้ยินตำนานของดวงตาแห่งความมืดมาแล้วก็ได้

ท้ายที่สุด ดวงตาแห่งความมืดมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ย้อนกลับไปในสมัยนั้น มีตำนานอันสูงส่งเพียงไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นคือมหาจอมเวทย์แห่งความมืดที่สร้างพลังปีศาจแพนโดร่าอันทรงพลังนี้ ดังนั้นนักเวทย์ที่ทรงพลังหลายคนจึงทิ้งตำนานไว้เบื้องหลัง

หากนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ในปราสาทเจิดจรัสรู้เรื่องดวงตาแห่งความมืดแล้ว เมอร์ลินก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย

“พ่อมดดดาร่า นักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ในปราสาทเจิดจรัส พวกเขาได้ละทิ้งโลกนี้ไปแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย?”

เมอร์ลินถามเสียงจริงจัง เขาไม่ได้พูดถึงมิติเพราะพ่อมดดาร่าอาจไม่รู้ว่ามิติคืออะไร

สายตาของพ่อมดดาร่าดูแปลกไปเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่บ้าง เขาก็พูดว่า “พ่อมดเมอร์ลิน คุณหมายถึงออกจากมิตินี้หรือไม่? ที่จริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องระวังตัวกับเรื่องนี้มากนัก จอมเวทย์โมแกนไม่เหมือนเทพเจ้าที่มองว่าเราเป็นคนโง่เขลา จอมเวทย์โมแกนเป็นคนใจกว้างมาก เขาบอกนักเวทย์ทุกคนว่าโลกของเราเป็นเพียงมิติเดียวจากหลายร้อยมิติ นอกจากสวรรค์แล้ว ยังมีมิติและโลกอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนที่คล้ายกับเรา”

“เมื่อมีใครคนหนึ่งกลายเป็นสมาชิกของปราสาทเจิดจรัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาสามารถออกจากมิตินี้และไปไกลกว่าสรวงสวรรค์…

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ฉันรู้ นักเวทย์ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบภารกิจมักจะอยู่ในปราสาทเจิดจรัสและไม่เคยออกจากมิตินี้”

เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดหวังว่าจอมเวทย์โมแกนจะใจกว้างและไม่ได้ปิดบังอะไรเลย ช่างต่างจากเทพเจ้าที่หลอกลวงผู้คนในมิตินี้

แม้ว่าจอมเวทย์โมแกนจะเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อบางส่วนและวาดภาพเทพเจ้าในมิตินี้ให้กลายเป็นเทพเจ้าที่มีความชั่วร้ายโดยสิ้นเชิง แต่จอมเวทย์โมแกนได้ถ่ายทอดเวทมนตร์ ศาสตร์การปรุงยาและการเล่นแร่แปรธาตุต่าง ๆ เมื่อมาถึงมิตินี้ เขาพัฒนามิตินี้อย่างรวดเร็วและทำให้มันกลายเป็นมิติของนักเวทย์ที่เฟื่องฟู

บางที นี่อาจเป็นจุดประสงค์ทั่วไปที่นักเวทย์ออกจากดินแดนอันรุ่งโรจน์และมุ่งหน้าไปยังมิติต่าง ๆ นับร้อยนับพัน มันคือการพัฒนามิติต่าง ๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นมิติของนักเวทย์ที่เฟื่องฟู

“งั้น พ่อมดเมอร์ลิน คุณตัดสินใจแล้วเหรอยัง? เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในผลึกความทรงจำได้ มิฉะนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับจากปราสาทเจิดจรัส! หากเราต้องการคุณสมบัติในการเข้าสู่ศาลาส่องแสง เราต้องส่งผลึกความทรงจำนี้ไปยังปราสาทเจิดจรัส เมื่อถึงเวลา ทางปราสาทเจิดจรัสจะส่งนักเวทย์ไปที่วิหารของเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเพื่อตรวจสอบ”

ผลึกความทรงจำไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากพวกเขาต้องการเข้าไปในศาลาส่องแสง พวกเขาจะต้องส่งผลึกความทรงจำ สิ่งเดียวที่ช่วยให้เมอร์ลินตัดสินใจส่งผลึกความทรงจำนี้ก็คือนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ที่ดูแลภารกิจไม่เคยออกจากมิตินี้

หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน ในที่สุดเมอร์ลินก็ตัดสินใจ ถึงแม้ว่าการส่งผลึกความทรงจำอันนั้นมันจะมีความเสี่ยงแต่เขาก็อยากไปที่นั่นอยู่ดี

“ไปที่ปราสาทเจิดจรัสและส่งผลึกความทรงจำนี้ให้พวกเขา”

พ่อมดดาร่าดีใจมาก เขานำเมอร์ลินและออกจากเมืองดาร่าทันที

จบบทที่ WS บทที่ 477 ปราสาทเจิดจรัส PART 1

คัดลอกลิงก์แล้ว