- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 447 การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ PART 2
WS บทที่ 447 การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ PART 2
WS บทที่ 447 การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ PART 2
“พ่อมดเมอร์ลิน!”
เจ้าแมวดำ ไดอามอสส่ายหางเบา ๆ การเคลื่อนไหวของมันดูสง่างามมาก เหมือนกับขุนนางที่มีการศึกษาที่ดี
ไดอามอสที่คงอยู่ในดินแดนมนต์ดำมาเป็นเวลานาน ตอนนี้มันได้ปรากฏตัวบนอากาศ มันมองเมอร์ลินด้วยสายตาลึกลับ จากนั้น แสงสีเขียวแปลก ๆ เริ่มส่องแสงจากตาแมวและมันก็พูดว่า
“พ่อมดเมอร์ลิน ดินแดนมนต์ดำกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติและทุกคนต้องอพยพละทิ้งถิ่นฐาน นายท่านได้ทิ้งคำสั่งไว้ให้ข้าในตอนนั้นว่า หากดินแดมนต์ดำเข้าสู่วิกฤติ จงทิ้ง ‘เชื้อไฟ’ ไว้เบื้องหลัง!
“‘เชื้อไฟ’?”
เมอร์ลินมองดูเจ้าแมวดำ ไดอามอสอย่างสงสัย เป็นที่เข้าใจได้ค่อนข้างชัดเจว่าจอมเวทย์ฟิเดลจะทิ้งคำสั่งดังกล่าวไว้เบื้องหลัง ท้ายที่สุดแล้ว ดินแดนมนต์ดำถูกสร้างขึ้นโดยจอมเวทย์ฟิเดลจึงไม่มีใครอยากให้มรดกของพวกเขาหมดไป ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าด้วยตัวเขาเอง
ถึงดินแดนมนต์ดำกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติแต่มันเพียงแค่อพยพออกไปและยังไม่เสี่ยงต่อการล่มสลาย
ดูเหมือนว่าไดอามอสจะมองเห็นผ่านความคิดของเมอร์ลิน มันพูดด้วยสีหน้าว่างเปล่าว่า
“ใช่ เราจำเป็นต้องทิ้ง ‘เชื้อไฟ’ ไว้เบื้องหลัง เมื่อนายท่านของข้าพูดว่า 'วิกฤติ' เขาหมายถึงเมื่อดินแดนมนต์ดำเผชิญกับภัยคุกคามที่เราไม่อาจก้าวผ่านไปได้ซึ่งจะทำลายรากฐานของเรา! แม้ว่าพวกเจ้าจะเพียงอพยพออกไป แต่จริง ๆ แล้ว พวกเจ้าได้ละทิ้งรากฐานของเจ้า ตามคำสั่งของนายท่าน สิ่งนี้เป็นไปตามนิยามของ 'วิกฤติ' ของนายท่าน ดังนั้นข้าจึงจำเป็นทิ้ง ‘เชื้อไฟ’ สำหรับดินแดนมนต์ดำ เนื่องจากเจ้าเป็นคนเดียวที่สามารถทะลวงผ่านชั้นเจ็ดของหอคอยรูนและได้รับแก่นแท้แห่งรูนของนายท่าน เจ้าจึงบรรลุข้อกำหนดของ 'เชื้อไฟ' นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าจะพาเจ้าไป”
"พาฉันไป? หมายความว่าคุณสามารถออกจากวงแหวนเวทย์ได้อย่างงั้นหรือ?”
เมอร์ลินยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเจ้าแมวดำ ไดอามอสจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งจอมเวทย์ฟิเดลอย่างสมบูรณ์และจะไม่ยืดหยุ่นกับมันได้
ไดอามอสไม่สนใจที่จะทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของดินแดนมนต์ดำแต่มันได้ข้อสรุปโดยพิจารณาจากความ 'ว่างเปล่า' ของดินแดนมนต์ดำซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของ 'วิกฤติ' ตามที่กำหนดโดยจอมเวทย์ฟิเดล
นอกจากนี้ ไดอามอสยังระบุเมอร์ลินว่าเป็น 'เชื้อไฟ' ของดินแดนมนต์ดำด้วยเช่นกันซึ่งสำหรับเมอร์ลิน เขาไม่รู้ว่ามันหใยความว่าอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ไดอามอสควรจะเป็นวิญญาณของวงแหวนเวทย์ในดินแดนมนต์ดำและเป็นเสาหลักของวงแหวนเวทย์ ดังนั้นมันจึงไม่ควรแยกจากกัน
“ตามคำสั่งของนายท่าน เจ้าเป็น ‘เชื้อไฟ’ ของดินแดนมนต์ดำ ข้าจะพาเจ้าไป…”
เสียงของไดอามอสค่อย ๆ จมลงลึกและก่อนที่เมอร์ลินจะถามคำถามอื่น ดินแดนมนต์ดำทั้งหมดก็เริ่มสั่นสะเทือนราวกับว่าเกิดแผ่นดินไหว
เสียงดังก้องกังวานไปทั่วดินแดนมนต์ดำ จู่ ๆ เมอร์ลินก็ค้นพบว่ามีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่พื้นของดินแดนมนต์ดำและพลังธาตุต่าง ๆ บนท้องฟ้าก็ปะปนกันไปอย่างวุ่นวาย
ที่ตั้งของดินแดนมนต์ดำมีอยู่จริงบนเกาะลึกลับแห่งหนึ่งในทะเล ในขณะนี้ คลื่นขนาดใหญ่เริ่มซัดเข้าหาพวกเขา เกือบจะจมลงไปทั่วทั้งดินแดนมนต์ดำ พายุพัดโหมกระหน่ำจากทุกทิศทุกทาง
"เกิดอะไรขึ้น?"
“ทำไมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในดินแดนมนต์ดำ?”
"ทุกคนรีบออกไปจากดินแดนมนต์ดำเร็วเข้า!”
นักเวทย์ที่เหลืออยู่ในดินแดนมนต์ดำต่างตื่นตระหนกและดูเหมือนจะตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดินแดนมนต์ดำ
ที่แห่งนี้ไม่เคยประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้มาก่อน แม้จะอยู่บนเกาะก็ตาม ไม่ว่าลมและคลื่นรอบเกาะจะใหญ่แค่ไหน ดินแดนมนต์ดำก็ไม่เคยได้รับผลกระทบจากพวกมัน เพราะได้รับการปกป้องโดยวงเวทย์รูน
แม้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นแต่ดินแดนมนต์ดำจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เนื่องจากวงแหวนเวทย์ ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมา ดูเหมือนว่าวงแหวนเวทย์ที่คอยปกป้องดินแดนมนต์ดำ ทั้งหมดได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
*หวู่ม!*
ร่างของพ่อมดซีมัวร์ปรากฏในดินแดนมนต์ดำ เขาเพ่งสายตาไปที่ความโกลาหลครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในดินแดนมนต์ดำ เขายื่นมือออกไปและรูนบางอันก็ส่องเข้ามา
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมันไม่ทำงาน? ตอนนี้ฉันยังใช้พลังของวงแหวนเวทย์ไม่ได้แล้ว…”
ในฐานะผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งของดินแดนมนต์ดำ พ่อมดซีมัวร์เคยเปิดใช้งานพลังของวงแหวนเวทย์ของดินแดนมนต์ดำมาก่อน อย่างไรก็ตาม เขาค้นพบว่าเขาไม่สามารถเปิดใช้งานได้แม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของพลังของวงแหวนเวทย์ในตอนนี้
แรงสั่นสะเทือนทั่วทั้งดินแดนมนต์ดำเริ่มรุนแรงมากขึ้น พ่อมดซีมัวร์มองดูนักเวทย์ที่เหลืออยู่ในดินแดนมนต์ดำ ด้วยโบกมืออันใหญ่โต เขาได้นำนักเวทย์เหล่านี้และออกจากดินแดนมนต์ดำไปพร้อม ๆ กัน
สำหรับเมอร์ลินที่อยู่ในดินแดนมนต์ดำ พ่อมดซีมัวร์ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเขาแม้แต่น้อย แรงสั่นสะเทือนในดินแดนมนต์ดำอาจดูน่ากลัวสำหรับนักเวทย์ทั่วไปแต่มันไม่เป็นอันตรายต่อเมอร์ลิน
ไม่มีใครรู้ว่าขณะนี้ เมอร์ลินติดอยู่ในวงแหวนเวทย์อันทรงพลังที่ร่ายโดยไดอามอสเพื่อกักขังตัวเขาไว้
เมอร์ลินได้ลองใช้คาถาเพื่อทำลายมันด้วยกำลังแล้ว แต่มันก็ไม่บุบสลายแม้แต่นิดเดียว แม้แต่รูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืดก็ไม่สามารถทะลวงผ่านวงแหวนเวทย์ที่กักขังเขาไว้ได้
“แก่นแท้แห่งรูน!”
จากนั้น เมอร์ลินก็เปิดใช้งานแก่นแท้แห่งรูนแต่ดูเหมือนว่าแม้แต่แก่นแท้แห่งรูนก็ยังไม่สามารถทำลายวงแหวนเวทย์นี้ได้
สีหน้าของเมอร์ลินซีดเผือดในทันใด เขารู้ว่าเขาถูกไดอามอสขังไว้โดยไม่มีทางหนีออกไปได้เลย
ไดอามอสเฝ้าดูพื้นดินของดินแดนมนต์ดำที่กำลังพังสลาย มันดูไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของมันสงบ ในขณะที่มันพูดเบา ๆ ว่า
“เจ้าควรหยุดดิ้นรนได้แล้ว เจ้าไม่มีทางทำลายวงแหวนเวทย์นี้ได้ เนื่องจากพลังของมันรวบรวมจากวงแหวนเวทย์ซึ่งครอบคลุมดินแดนมนต์ดำ แม้แต่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังต้องโจมตีมันเป็นเวลานานก่อนที่จะทำลายมันได้สำเร็จ นอกจากนี้ ในฐานะ ‘เชื้อไฟ’ แห่งดินแดนมนต์ดำ เจ้าจะไม่ตกอยู่ในอันตรายใด ๆ ทั้งหมดที่ข้าทำคือพาเจ้าออกไปตามคำสั่งของนายท่าน…”
“ท่านจะพาฉันไปไหน?”
เมอร์ลินถามช้า ๆ เมื่อเขาสงบลงและควบคุมอารมณ์ที่ปั่นป่วนของเขาได้
“ออกไปจากดินแดนอันรุ่งโรจน์!”
หลังจากที่ไดอามอสพูดจบ แถวของอักษรรูนหนาทึบก็เริ่มปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขา จากนั้นรัศมีอันเจิดจ้าก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและก่อตัวเป็นแสงทรงพุ่ม
แสงอันกว้างใหญ่ปกคลุมทั่วดินแดนมนต์ดำ พื้นดินเปิดออกทั้งหมด หินธาตุจำนวนมากเริ่มโผล่ออกมาจากใต้ดินและกองรวมกันเป็นภูเขา แม้ว่าเมอร์ลินจะครอบครองความมั่งคั่งมากเพียงใดแต่ก็ยังห่างไกลจากภูเขาหินธาตุเหล่านี้ นี่คือความมั่งคั่งที่แท้จริงและเป็นรากฐานที่แท้จริงของดินแดนมนต์ดำ
อย่างไรก็ตาม หินธาตุจำนวนมากนี้ถูกซ่อนอยู่ในใต้ดินของดินแดนมนต์ดำซึ่งไม่มีใครรู้เลยยกเว้นไดอามอส
“หินธาตุที่นายท่านทิ้งไว้ให้ถูกใช้เพื่อให้พลังงานแก่วงเวทย์รูน มีเพียงนายท่านเท่านั้นที่สามารถใช้งานภูเขาหินธาตุทั้งหมดได้…”
น้ำเสียงของไดอามอสนั้นสะเทือนอารมณ์มาก เห็นได้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับดินแดนมนต์ดำ มันเกือบจะทำลายรากของมันจนหมดสิ้น ทั้งหมดนี้เกิดจากไดอามอส
*ครืน*
ภูเขาหินธาตุเริ่มลุกไหม้อย่างดุเดือด ก่อตัวเป็นพลังงานธาตุที่บริสุทธิ์ที่สุดและถูกแสงจากท้องฟ้าขนาดใหญ่ดูดกลืน แสงนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากวงแหวนเวทย์ลึกลับแต่ทรงพลัง
พลังพิเศษเริ่มปรากฏขึ้นและทั้งดินแดนมนต์ดำเริ่มพังทลาย ห้วงอากาศเริ่มบิดเบี้ยวและหอคอยในดินแดนมนต์ดำก็พังทลายลงมา ดินแดนมนต์ดำถูกทำลายจนเกือบหมด กลายเป็นซากปรักหักพัง
*บูม!*
ในที่สุด วงแหวนเวทย์ลึกลับก็รวมตัวกันเป็นลำแสงที่พุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า มันปกคลุมเมอร์ลินและดึงเขาเข้าไปในก้อนเมฆในทันที ภายในทะเลเมฆ เมอร์ลินมองเห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นประตูมิติขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยความลึกลับไม่รู้จบ
*หวู่ม!*
เมอร์ลินและเจ้าแมวดำต่างก็ถูกลำแสงขนาดใหญ่พาเข้าไปในประตูมิติและหายตัวไปโดยสมบูรณ์ ในเวลาเดียวกัน ภูเขาหินธาตุในเดินแดนมนต์ดำก็อันตรธานหายไปและเกาะที่เป็นที่ตั้งของดินแดนมนต์ดำก็จมลงสู่ก้นทะเล
สีหน้าของพ่อมดซีมัวร์มืดลงเมื่อเขายืนอยู่ภายในดินแดนมนต์ดำ เขาได้เห็นลำแสงขนาดมหึมาที่พาเมอร์ลินออกไปและได้เห็นการพังทลายของดินแดนมนต์ดำตั้งแต่ต้นจนจบ
มีเพียงพ่อมดซีมัวร์เท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับดินแดนมนต์ดำ!
“ฉันไม่สามารถปล่อยให้พ่อมดคนอื่น ๆ รู้ว่าดินแดนมนต์ดำถูกทำลายลงไปแล้ว แม้ว่าฉันจะต้องบอก ฉันก็ต้องรอจนกว่าพวกเราจะตั้งรกรากได้อย่างปลอดภัยในทุ่งหิมะเหมันต์…ส่วนพ่อมดเมอร์ลิน ฉันสงสัยว่าการพังทลายของดินแดนมนต์ดำนั้นเชื่อมโยงกับคุณหรือไม่ รือไม่นตหมันต์ ะเกาะที่เปิติลึก ไดอามอสแต่ฉันหวังว่า คุณจะปลอดภัยและกลับมาหาพวกเราโดยเร็ว…”
พ่อมดซีมัวร์จ้องมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าลำบากใจ ลำแสงพุ่งตรงไปยังประตูมิติและเขาเห็นว่ามันเป็นเส้นทางไปยังที่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่รู้จัก
ยิ่งกว่านั้น มันคือประตูมิติที่ทำให้หินธาตุจำนวนมากจนเกือบเท่าภูเขาหายไป มันจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ธรรมดาได้อย่างไร?
ความเป็นไปได้ที่เมอร์ลินจะกลับมาเกือบจะเป็นศูนย์ ในฐานะผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งของดินแดนมนต์ดำ พ่อมดซีมัวร์จะต้องทำให้สถานการณ์มีเสถียรภาพในขณะนี้ ชะตากรรมของดินแดนมนต์ดำทั้งหมดอยู่บนบ่าของเขา…
“เอาล่ะ ได้เวลาออกเดินทางแล้ว!”
สายตาของพ่อมดซีมัวร์เริ่มเย็นลงเมื่อเขามองดูดินแดนมนต์ดำเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของห้วงความคิดถึงปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา จากนั้นเขาก็ก้าวผ่านวงแหวนเวทย์และจากไป
…
ภายในห้วงทางเดินที่มืดสนิท เมอร์ลินสามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากทุกทิศทุกทางราวกับพยายามจะบดขยี้เขาให้เป็นฝุ่นผง โชคดีที่วงแหวนเวทย์ที่ล้อมรอบเขา มันทำหน้าที่ปกป้องเขาไว้
อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินยังสามารถสัมผัสได้ว่าพลังของวงแหวนเวทย์กำลังหมดลงอย่างรวดเร็ว พลังของมันหายไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถโผล่ออกมาจากห้วงมิตินี้ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่?
ไดอามอสก็อยู่ในวงแหวนเวทย์ด้วยเช่นกันแต่ดวงตาของมันปิดลง ในขณะที่เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพลังของวงแหวนเวทย์เอาไว้
*แคร่ก*
ในที่สุด รอยร้าวก็ปรากฏขึ้น วงแหวนเวทย์ที่สามารถต้านทานการโจมตีของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ มันกลับไม่สามารถทนต่อแรงกดดันในห้วงมิติได้อีกต่อไป
หลังจากการเกิดขึ้นของรอยแตกในครั้งแรก รอยร้าวเริ่มปรากฏขึ้นบนวงแหวนเวทย์มากขึ้นเรื่อย ๆ มันบ่งบอกว่าวงแหวนเวทย์นี้กำลังจะแตก
“แย่แล้ว! วงแหวนเวทย์ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้อีกต่อไป!”
ไดอามอสลืมตาขึ้น น้ำเสียงของเขายังคงสั่นเครือ วงแหวนเวทย์แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีเมื่อมันพูดจบ ความกดดันที่น่ากลัวมุ่งตรงมาที่เมอร์ลินทันที
แรงกดดันนี้ดูเหมือนว่ามันจะบดขยี้ให้เมอร์ลินกลายเป็นฝุ่นผง
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่วงแหวนเวทย์แตกและเมอร์ลินไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้อีกต่อไป แสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นที่ส่วนท้ายของห้วงทางเดิน
เมอร์ลินและไดอามอสรวบรวมกำลังทั้งหมดของพวกเขาและกระโดดขึ้นไปบนแสงสีขาว จากนั้น พวกเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย