- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 445 นักเวทย์อันดับหนึ่ง
WS บทที่ 445 นักเวทย์อันดับหนึ่ง
WS บทที่ 445 นักเวทย์อันดับหนึ่ง
“แบมมู!”
สัญญาในมือของเมอร์ลินก็ลอยขึ้นไปในอากาศ หลังจากที่พลังจิตของเมอร์ลินผันผวน กระดาษสัญญาก็เริ่มปล่อยคลื่นลึกลับที่แผ่ออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว
พลังแห่งสัญญาเป็นพลังลึกลับที่ไม่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ แม้แต่จอมเวทย์ในตำนานก็ยังไม่สามารถอธิบายพลังของสัญญาได้อย่างชัดเจน
“นายท่าน ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ?”
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงตื่นเต้นของแบมมูก็ดังขึ้น เขาไม่ได้รับข่าวใด ๆ จากเมอร์ลินเป็นเวลานานแล้ว อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินสามารถได้ยินอารมณ์ที่แตกต่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเสียงตื่นเต้นของเขา
เมอร์ลินพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมแบมมูถึงแสดงท่าทีเช่นนี้ แบมมูไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าการที่เมอร์ลินจะไม่ปรากฏตัวขึ้นอีก นั่นเป็นเพราะภาระพันธะของสัญญาทาสเท่านั้นที่ทำให้เขาต้องเชื่อฟังคำสั่งของเมอร์ลิน
“ใช่ ฉันกลับมาแล้ว! ฉันมีงานให้คุณทำ คุณต้องพาตระกูลวิลสันทั้งหมดมาที่วงแหวนเวทย์ของดินแดนมนต์ดำ จากนั้น พวกเราจะอพยพไปพร้อมกับดินแดนมนต์ดำเพื่อไปยังทุ่งหิมะเหมันต์”
วัตถุประสงค์หลักของเมอร์ลินคือมอบหมายภารกิจให้แบมมูนำตระกูลวิลสันไปที่ทุ่งหิมะเหมันต์พร้อมกับดินแดนมนต์ดำ
สาเหตุอันเนื่องมาจาก ตัวเขามีความแค้นส่วนตัวระหว่างและพวกออสมู โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไคลส์ ถ้าวันหนึ่งไคลส์ตัดสินใจที่จะปลดปล่อยความโกรธของเขาไปที่ตระกูลวิลสัน เมอร์ลินจะต้องอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิตที่เหลือของเขา
ดังนั้น เมอร์ลินจึงตัดสินใจย้ายตระกูลวิลสันไปพร้อมกับดินแดนมนต์ดำ
"อะไรนะ? ดินแดนมนต์ดำกำลังอพยพด้วยงั้นเหรอ? นายท่าน สถานการณ์ตอนนี้ช่างวุ่นวายจริง ๆ แต่ตระกูลวิลสันไม่เคยถูกโจมตีใด ๆ ภายใต้การคุ้มครองของข้า ตรงกันข้าม ภรรยาทั้งสองของท่านได้ให้กำเนิดบุตรชายสองคน นายท่าน ข้าขอแสดงความยินดีด้วย!"
เสียงของแบมมูทำให้เมอร์ลินตกตะลึงเล็กน้อย เขานึกขึ้นได้ทันทีว่าแอวริลกับเชอรีสตั้งท้องอีกครั้งก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากตระกูลวิลสัน มันก็ผ่านเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้นพวกเธอจึงต้องคลอดลูกไปนานแล้ว
เมื่อคิดถึงเชอรีสกับแอวริลก็ทำให้เมอร์ลินเผยรอยยิ้มที่หาดูได้ยากออกมา
“แบมมูเตรียมตัวให้พร้อม คุณต้องพาทุกคนจากตระกูลวิลสันมาที่นี่อย่างปลอดภัย ตกลงมั้ย?”
“นายท่าน โปรดวางใจ ข้าจะพาทุกคนในตระกูลวิลสันไปพบกับท่านที่ดินแดนมนต์ดำอย่างปลอดภัย”
ต่อจากนั้น เมอร์ลินก็เก็บสัญญาไว้ เมอร์ลินจะไม่กังวลมากนักเมื่อมาถึงมือแบมู งานของแบมมูทำอย่างพิถีพิถันมาโดยตลอด ถ้าไม่นับเรื่องทำตัวเป็นอันธพาลเที่ยวไปแย่งชิงหินธาตุจากพ่อมดพเนจรคนอื่น ๆ เขาก็ถือว่าทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาก
หลังจากพูดคุยกับแบมมูเสร็จ เมอร์ลินก็พิจารณาอย่างรอบคอบ ตอนนี้ทั้งเรื่องเกี่ยวกับดินแดนมนต์ดำและตระกูลวิลสันได้รับการคลี่คลายแล้ว ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือรอสิบวันจนกว่าพวกเขาจะออกเดินทางไปยังทุ่งหิมะเหมันต์
ในสิบวันนี้ ถึงแม้จะมีอะไรเกิดขึ้น มันจะไม่เป็นอะไรที่ร้ายแรง หลังจากสิบวันนี้พวกเขาจะต้องระมัดระวังอย่างมากตลอดการเดินทางไปยังทุ่งหิมะเหมันต์ ระยะเวลาของการเดินทางจะเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด หากพวกเขาถูกสกัดกั้น อาจเกิดความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ แม้ว่าในที่สุดพวกเขาจะไปถึงทุ่งหิมะเหมันต์ก็ตาม
ณ ตอนนี้ พลังของเมอร์ลิน นับว่ามีอานุภาพมากทีเดียว พลังจิตของเขาบรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับหกแล้วและเดอะเมทริกซ์สร้างคาถาระดับห้าใหม่สี่คาถาแล้ว ก่อนหน้านี้เขาไม่มีเวลาสร้างโครงสร้างคาถาเพราะเขากำลังรีบกลับไปที่ดินแดนมนต์ดำ
ตอนนี้เขามีเวลาว่างพอสมควรแล้ว เขาจึงสามารถเริ่มสร้างโครงสร้างคาถาระดับห้าได้
เมอร์ลินจะไม่สามารถสร้างโครงสร้างคาถาได้มากมายภายในสิบวัน มากที่สุดที่เขาสามารถทำได้คือสองคาถาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงต้องพิจารณาว่าคาถาใดจะส่งผลกระทบที่สำคัญที่สุดต่อการอพยพไปทุ่งหิมะเหมันต์ในอีกสิบวันข้างหน้า
“รูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืดกำลังใช้พลังของแม็กซิมแห่งสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง ถ้าฉันเสริมพลังเวทย์ธาตุมืดเข้าไป มันจะลดการใช้พลังงานของแม็กซิมเล็กน้อยและเพิ่มการควบคุมดวงตาแห่งความมืดได้”
เมอร์ลินนึกถึงคาถาธาตุมืดทันที เนื่องจากภัยคุกคามจากดวงตาแห่งความมืด เมอร์ลินจึงตัดสินใจลงมือเริ่มต้นกระบวนการสร้างคาถาทันที ถ้ายิ่งทำสำเร็จเร็วขึ้นเมื่อไหร่ เขาจะสามารถควบคุมรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืดได้มากขึ้นและหยุดกังวลเกี่ยวกับการกลืนกินของมัน
ในอดีต พ่อมดลีโอพบข้อบกพร่องในดวงตาแห่งความมืดตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มฝึกฝนมัน และแม้แต่น้ำตาแห่งเทพเจ้าก็ไม่สามารถเอาชนะข้อบกพร่องนั้นได้
อาจเป็นเพราะพ่อมดลีโอไม่โชคดีเช่นกัน ถ้าพ่อมดเลโอได้พบความศักดิ์สิทธิ์ บางทีมันอาจจะเพียงพอแล้วที่จะเอาชนะข้อบกพร่องและให้โอกาสเขาในการเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด ถ้าลีโอสามารถเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดได้ เขาจะสามารถควบคุมรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืดได้อย่างสมบูรณ์และจะไม่ตายจากการกลืนกินของมัน
ดวงตาแห่งความมืดของเมอร์ลินถูกส่งผ่านมาถึงเขาโดยพ่อมดลีโอ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องฝึกฝนมันตั้งแต่แรก แน่นอนว่า เขาสามารถหลีกเลี่ยงข้อบกพร่องใด ๆ ในร่างกายของเขาได้
ดังนั้น ตราบใดที่เมอร์ลินมีพลังจิตเพียงพอและได้รับคาถาระดับเจ็ดใหม่ เขาจะสามารถกลายเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดได้ เขาจะไม่เป็นเหมือนพ่อมดลีโอที่ติดอยู่ที่ระดับหก
หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน ในที่สุด เมอร์ลินก็เลือกที่จะเริ่มสร้างคาถาธาตุมืดระดับห้า
“เดอะเมทริกซ์ นำคาถาธาตุมืดระดับห้าที่สร้างขึ้นใหม่ขึ้นมา!”
เมอร์ลินเปิดใช้งานเดอะเมทริกซ์และเริ่มออกคำสั่ง คาถาธาตุมืดระดับห้าใหม่เริ่มปรากฏขึ้นต่อหน้าเมอร์ลินทีละอัน
ครั้งสุดท้ายที่ใช้แม็กซิมแห่งน้ำแข็งทำให้เมอร์ลินได้รับคาถาทั้งหมดสี่คาถา ได้แก่ธาตุมืด, ไฟ, ดินและลม ตามลำดับ ธาตุพวกนี้ได้รับเลือกให้สร้างก่อนเพราะพวกธาตุเหล่านี้มีพลังปีศาจแพนโดร่า แบบหลอมรวม
เมื่อเมอร์ลินตัดสินใจสร้างคาถาธาตุมืดก่อน ปกติเขาจะเลือกคาถาที่เข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับห้า มันมีช่องว่างที่กว้างมาก เมื่อเทียบกับคาถาธาตุมืดก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงไม่ง่ายที่จะบรรลุความเข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้าไม่ใช่เพราะเดอะเมทริกซ์อันทรงพลังที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงหลังจากดูดซับพลังงานของแม็กซิม มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะได้มาซึ่งคาถาที่เข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
คราวนี้มีเพียงสามคาถาระดับห้าเท่านั้นที่เข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังจากตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เมอร์ลินก็เลือกคาถาธาตุมืดมาหนึ่งอัน
จากนั้น ก็ได้เวลาจำลองโครงสร้างคาถาในจิตใต้สำนึกของเขา กระบวนการนี้เมอร์ลินทำจนชำนาญแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากระดับของเมอร์ลินเพิ่มขึ้น โครงสร้างคาถาของเขาก็เริ่มซับซ้อนมากขึ้น ก่อนหน้านี้ เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการจำลองคาถาในจิตใต้สำนึกแต่ตอนนี้ เขาต้องใช้เวลาสองสามวันในการดำเนินการให้เสร็จสิ้น
ดังนั้น การจำลองโครงสร้างคาถาจึงเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม มันไม่เสี่ยงเกินไป ถึงจะหยุดชะงักระหว่างการจำลองแต่เขาก็สามารถลองใหม่อีกครั้งได้
เมอร์ลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ และระดมพลังจิตจำนวนมหาศาล จากนั้นจึงเริ่มจำลองโครงสร้างคาถาระดับห้า
เวลาผ่านไปและหลังจากนั้นประมาณสามหรือสี่วัน เมอร์ลินก็ลืมตาขึ้นทันใด แม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูอ่อนล้าแต่ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้า
*บูม*
พลังธาตุมืดที่เข้มข้นนับไม่ถ้วนเริ่มพุ่งเข้ามาหาเมอร์ลินในทันที แม้ว่าหอคอยนักเวทย์ในดินแดนมนต์ดำจะถูกประดับด้วยอักษรรูน แต่ก็ไม่ได้ขวางกั้นการเข้ามาของพลังธาตุ ในทางตรงกันข้าม หอคอยของเขาดึงดูดพลังธาตุต่าง ๆ ได้เล็กน้อย
ดังนั้น ธาตุแห่งความมืดที่รวมตัวกันโดยมีเมอร์ลินเป็นจุกศูนย์กลาง พลังธาตุมืดที่พุ่งเข้ามานั้น มันมากจนปกคลุมท้องฟ้าเกือบครึ่งเป็นสีดำ นักเวทย์หลายคนในดินแดนมนต์ดำกำลังจ้องมองที่ยอดหอคอยของเมอร์ลินด้วยปากที่เปิดกว้าง
พวกเขาสามารถสัมผัสได้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในคลื่นของพลังธาตุมืดนั้นต้องเป็นพลังที่น่าเกรงขาม
“ออร่ามันช่างน่ากลัวอะไรอย่างนี้! ใครกันที่สร้างคาถานี้ขึ้นมา?”
“นั่นคือหอคอยของพ่อมดลีโอ ตั้งแต่พ่อมดลีโอเสียชีวิตไป พ่อมดเมอร์ลินเป็นเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ที่นั่น พ่อมดเมอร์ลินเพิ่งกลับมาที่หอคอยเมื่อสองสามวันก่อน งั้นแสดงว่าเขาเป็นคนสร้างคาถาอย่างงั้นเหรอ?”
“ฉันคิดว่าคุณพูดถูก มีพ่อมดแห่งความมืดเพียงไม่กี่คนในดินแดนมนต์ดำและเมอร์ลินเป็นหนึ่งในนั้น เขายังเป็นพ่อมดธาตุมืดที่ทรงพลังมากอีกด้วย ฉันยังได้ยินมาว่าพ่อมดลีโอได้ส่งต่อดวงตาแห่งความมืดให้เมอร์ลิน”
“พ่อมดเมอร์ลิน? พวกคุณทุกคนคงยังไม่รู้ พ่อมดเมอร์ลินคนปัจจุบันค่อนข้างแข็งแกร่งและเป็นผู้อาวุโสลำดับที่สี่ที่ทรงพลังในดินแดนมนต์ดำ สถานะของเขาเป็นที่นับถืออย่างสูงและความสามารถของเขาอาจแข็งแกร่งกว่าพ่อมดลีโอ เขาเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของดินแดนมนต์ดำอย่างแท้จริง นักเวทย์หกธาตุนั้นไม่ธรรมดาเลย ในเวลาเพียงไม่กี่ปี เขาได้เติบโตขึ้นอย่างมาก…”
ขณะที่ดินแดนมนต์ดำกำลังเตรียมการสำหรับการอพยพ ข่าวของเมอร์ลินได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อาวุโสลำดับที่สี่ก็ค่อย ๆ กระจายไปอย่างช้า ๆ โดยปกติมีเพียงนักเวทย์ระดับเจ็ดขึ้นไปเท่านั้นที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อาวุโส ในขณะที่เมอร์ลินกลายเป็นผู้อาวุโสคนที่สี่โดยอาศัยความสามารถของเขาล้วน ๆ
อันที่จริงในตอนนั้น พ่อมดลีโอก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้อาวุโสของดินแดนมนต์ดำเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พ่อมดลีโอไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธข้อเสนอพวกนี้ไป
*หวู่ม*
ในอากาศ ร่างที่ดูเคร่งขรึมปรากฏขึ้น
“พ่อมดซีมัวร์ พ่อมดเมอร์ลินจริง ๆ แล้วอยู่ที่ระดับใด? เป็นไปได้อย่างไรที่การสร้างคาถาสามารถกระตุ้นเหตุการณ์ดังกล่าวได้? ยิ่งกว่านั้น ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวไม่เหมือนกับคาถาระดับห้าเลย…”
ร่างทั้งสามที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าคือนักเวทย์ระดับแปดทั้งสามรวมถึงพ่อมดซีมัวร์ พวกเขายังเป็นเพียงนักเวทย์ระดับแปดเพียงสามคนที่เหลืออยู่ในดินแดนมนต์ดำ
พ่อมดซีมัวร์สูดหายใจเข้าลึก ๆ และสีหนเช้าปั้นยากก็ปรากฏขึ้น แต่ว่าดวงตาของเขาจะเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
“ฉันได้ยินมาว่าในยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของเหล่านักเวทย์ นักเวทย์ที่มีพรสวรรค์บางคนสามารถได้รับคาถาใหม่ด้วยตัวเองตั้งแต่ระดับสี่เป็นต้นไป นักเวทย์ประเภทนั้นได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าเกรงขามที่สุด”
“พ่อมดซีมัวร์ คุณกำลังจะบอกว่า พ่อมดเมอร์ลินกำลังสร้างคาถาใหม่ที่สร้างขึ้นเอง!?”
เมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อมดซีมัวร์กล่าว นักเวทย์ระดับแปดอีกสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็สูดอากาศอึกใหญ่ ในฐานะนักเวทย์ระดับแปด พวกเขารู้ดีว่าการสร้างคาถาใหม่เป็นเรื่องยากเข็ญเพียงใด
พวกเขาเคยช่วงเวลาในการเลื่อนระดับหกมาหลายร้อยปีแล้วและมันต้องอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างลึกซึ้งเพื่อที่จะสร้างคาถาระดับเจ็ด ความจริงที่ว่าเมอร์ลินสร้างคาถาใหม่ในตอนนี้ มันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่แม้แต่จะจินตนาการได้
ระดับของคาถา มันจะมีแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละระดับและมักจะสะท้อนถึงความห่างชั้นกันในพลังเวทย์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคาถาที่สร้างขึ้นเองใหม่นั้นเข้ากันได้กับนักเวทย์อย่างสมบูรณ์ มันจึงไม่สามารถวัดได้ในแง่ของระดับ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมอร์ลินได้ละทิ้งขอบเขตของนักเวทย์ธรรมดาไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงไม่สามารถวัดระดับของคาถาธรรมดาได้อีกต่อไป มิเช่นนั้น จะอธิบายได้อย่างไรว่าเมอร์ลิน ผู้ซึ่งเป็นนักเวทย์ระดับสี่ เขากลับสามารถต่อสู้กับนักเวทย์ระดับแปดได้
แน่นอนว่า เมอร์ลินอาศัยดวงตาแห่งความมมืดเพื่อให้สามารถต่อสู้กับพ่อมดระดับแปดได้แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความสามารถของเมอร์ลินนั้นทรงพลังมากพอที่จะต่อสู้กับพ่อมดระดับเจ็ดที่ทรงพลังได้
ตอนนี้ ในการสร้างคาถาระดับห้า ความสามารถของเมอร์ลินจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญเช่นนี้ การเพิ่มความสามารถนี้จะเป็นประโยชน์ต่อดินแดนมนต์ดำโดยตรง
“เอาล่ะ ออกไปเฝ้านอกหอคอยเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาขัดขวางพ่อมดเมอร์ลินกันดีกว่า!”
ขณะที่พวกเขาพูด พ่อมดซีมัวร์และนักเวทย์ระดับแปดอีกสองคนก็บินไปที่หอคอยของเมอร์ลินและวางตำแหน่งตัวเองในทุกทิศทาง พวกเขาล่องลอยไปในอากาศอย่างเงียบ ๆ และร่ายคาถาเพื่อปกป้องหอคอยอย่างแน่นหนา
เมอร์ลินน่าจะเป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ของดินแดนมนต์ดำที่ได้รับการคุ้มกันโดยนักเวทย์ระดับแปดสามคน นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเมอร์ลินได้รับการยกย่องจากพ่อมดซีมัวร์มากเพียงใด เพราะมีเพียงพ่อมดซีมัวร์เท่านั้นที่รู้ว่า เมอร์ลินน่ากลัวเพียงใด
ด้วยพลังของตัวเมอร์ลินและความช่วยเหลือจากดวงตาแห่งความมืด เมอร์ลินสามารถกลายเป็นพ่อมดอันดับหนึ่งอย่างแท้จริงในดินแดนมนต์ดำได้เลย!