เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 438 มุ่งตรงสู่ดินแดนมนต์ดำ PART 1

WS บทที่ 438 มุ่งตรงสู่ดินแดนมนต์ดำ PART 1

WS บทที่ 438 มุ่งตรงสู่ดินแดนมนต์ดำ PART 1


กำลังโหลดไฟล์

แสงสีแดงเลือดเรืองรองอย่างต่อเนื่อง จากรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืด มันได้ควบคุมพลังธาตุของพ่อมดซีเชลล์ทำให้ฝ่ายหลังไม่สามารถร่ายคาถาบทใดได้เลยแม้แต่บทเดียว

นักเวทย์ที่ถูกปลดความสามารถในการร่ายเวทย์มนตร์ไป มันก็ไม่แตกต่างจากคนธรรมดา!

“จงแผดเผา!”

เมอร์ลินเห็นว่าดวงตาแห่งความมืดได้เข้าควบคุมพลังธาตุของพ่อมมดซีเชลล์ได้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เมอร์ลินจึงร่ายเพลิงแผดเผาอย่างรวดเร็ว

เปลวไฟที่โหมกระหน่ำทันทีเริ่มลุกไหม้อย่างดุเดือด ไฟสีขาวซีดล้อมรอบตัวซีเชลล์ นักเวทย์ระดับแปดซึ่งเป็นอัจฉริยะจากออสมูถูกไฟเผาเป็นเถ้าถ่าน

“ดวงตาแห่งความมืดนั้นทรงพลังจริง ๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม้แต่ ไคลส์ที่หยิ่งผยองก็ยังพ่ายแพ้…”

เมื่อมองไปที่เปลวเพลิงอันรุนแรงที่พลุ่งพล่าน สีหน้าของพ่อมดซีเชลล์ดูเหมือนจะสงบอย่าง่นาประหลาดใจ ท่าทางของเขานิ่งสงบ ยกเว้นแววตาแปลก ๆ ที่มุมตาของเขา

*หวู่ม*

ทันใดนั้น สายตาของเมอร์ลินก็แหลมขึ้นเล็กน้อยเพราะเขาเห็นเงาสีดำที่ดูเหมือนจะ ‘แยกออก’ จากตัวของพ่อมดซีเชลล์ ยิ่งกว่านั้นเงานี้ดูเหมือนจะเหมือนกับพ่อมดซีเชลล์เพียงแต่มันถูกปกคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้าในพลังธาตุมืดที่เข้มข้น

ทันทีที่เงาดำปรากฏขึ้น พ่อมดซีเชลล์ก็ถอยหนีอย่างเงียบ ๆ ดวงตาแห่งความมืดและเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงได้ล้อมรอบเงาสีดำในทันทีและทำให้มันเหลือเพียงเถ้าถ่าน

“ร่างแห่งความมืด? ฉันไม่คิดว่าจะมีคนที่สามารถสร้างหุ่นเชิดที่เป็นประกอบขึ้นมาจากพลังธาตุได้…”

เมอร์ลินพึมพำด้วยเสียงต่ำ เขาสัมผัสได้ว่าพ่อมดซีเชลล์หนีไปแล้ว สิ่งที่ถูกทำให้เป็นเถ้าถ่านเป็นเพียงร่างแห่งความมืด

ร่างแห่งความมืดเป็นหุ่นเชิด การสร้างมันเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก แม้แต่ในยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของนักเวทย์ มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถสร้างหุ่นเชิดแบบเดียวกับร่างแห่งความมืดได้

อย่างไรก็ตาม พ่อมดซีเชลล์ทำได้และไม่มีใครรู้ว่าเขามีร่างแห่งความมืดกี่ตัว ทว่ามีเพียงร่างแห่งความมืดเพียงตัวเดียวที่ช่วยชีวิตเขาได้ ทำให้เขาสามารถหลบหนีจากการสังหารของเมอร์ลินได้

เมื่อพ่อมดซีเชลล์หนีไปได้ ไม่มีร่องรอยของเขาเหลืออยู่เลย แม้แต่พลังจิตของเมอร์ลินก็ไม่มีทางจับเขาได้ พ่อมดซีเชลล์หนีออกไปไกลในพริบตา ในฐานะพ่อมดระดับแปดแห่งออสมู นี่เป็นเรื่องปกติที่เขามีเล่ห์เหลี่ยมบางอย่างซึ่งเขาจะไม่เปิดเผยอย่างง่ายดาย

พ่อมดระดับแปดสองคนที่พ่อมดลีโอเคยกำจัดไปในตอนนั้น พวกเขาด้อยกว่าซีเชลล์มาก

นี่เป็นครั้งแรกที่เมอร์ลินพลาดท่าในขณะที่ใช้รูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืด ถึงดวงตาแห่งความมืดจะทรงพลังมากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถจัดการศัตรูทุกคนได้

"พวกเราหนีเร็ว!"

เมื่อเห็นว่าพ่อมดซีเชลล์หนีไปแล้ว สีหน้าของนักเวทย์ที่มากับเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขารับรู้ถึงภัยคุกคามและต้องการหนีทันที

อย่างไรก็ตาม คราวนี้ เมอร์ลินไม่ยอมให้เหยื่อหนีรอดไปอีกเป็นครั้งที่สอง ทันทีที่นักเวทย์ทั้งสองเคลื่อนไหว ความหนาวเหน็บก็ลงมาบนพวกเขา แสงเรืองรองส่องประกายระยิบระยับไม่ขาดสาย นี่คือพลังของนครเกล็ดน้ำแข็งของเมอร์ลิน

"จงผนึก!"

นครเกล็ดน้ำแข็งเป็นพลังปีศาจแพนร่าแบบพิเศษ แม้หนึ่งในสามรูปแบบของมันอาจจะไม่สามารถควบคุมนักเวทย์ระดับแปดได้แต่ไม่ใช่สำหรับนักเวทย์ระดับเจ็ด นอกเหนือจากผู้ที่มีพลังปีศาจแพนโดร่าแบบพิเศษ เกือบทั้งหมดพบว่าเป็นการยากที่จะต่อต้านการปราบปรามของนครเก็ดน้ำแข็ง

ด้วยเหตุนี้ นักเวทย์สองคนนี้ที่ไม่สามารถขยับตัวได้ภายใต้การปราบปรามของนครเกล็ดน้ำแข็ง พวกเขาทำได้เพียงมองดูอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเมอร์ลินชี้ไปทางพวกเขาและพวกเขาก็จมอยู่ในเปลวเพลิงสีขาวซีด

ทั้งคู่กำลังต่อสู้ดิ้นรนเฮือกสุดท้าย แต่ภายใต้การปราบปรามของนครเกล็ดน้ำแข็งและเพลิงแผดเผาอันน่าสะพรึงกลัว มันไม่มีประโยชน์อะไรแม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักเวทย์อัจฉริยะแห่งออสมูก็ตาม

บางทีพวกเขาไม่เคยคิดว่าเป็นอัจฉริยะของออสมู อย่างพวกเขาจะถูกปราบปรามอย่างสมบูรณ์โดยไร้แรงที่จะต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อยและอีกอย่าง เมอร์ลินไม่ใช่นักเวทย์ระดับเจ็ดด้วยซ้ำ!

ตอนนั้นเองที่ทั้งคู่ดูเหมือนจะตระหนักว่าออสมูไม่สามารถรวมอัจฉริยะทุกคนได้ นอกจากออสมูแล้วยังมีนักเวทย์ที่ทรงพลังมากมายอยู่ข้างนอก

ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็กลายเป็นเถ้าถ่านในเปลวเพลิงสีขาวซีด จากนั้นเมอร์ลินก็คลายนครเกล็ดน้ำแข็ง เออร์นี่ วัตสันและหุ่นเชิดหมายเลขสามบินไปเคียงข้างเมอร์ลินในเวลาต่อมา

“นายท่าน แล้วพวกเขาล่ะขอรับ?”

การจ้องมองของเออร์นี่มุ่งไปที่ตระกูลนักเวทย์ที่อยู่ด้านล่างซึ่งกำลังจ้องมองท้องฟ้าอย่างโง่เขลา การต่อสู้ขนาดมหึมาระหว่างเมอร์ลินกับซีเชลล์และพลังที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขาม มันเกือบจะทำให้พวกเขาไม่สามารถหายใจได้ราวกับว่าพวกเขากำลังถูกกดดันจากแรงปะทะอันมหาศาล

หลังจากที่เมอร์ลินได้กำจัดนักเวทย์ระดับเจ็ดสองคนออกจากออสมูอย่างง่ายดาย เมื่อถึงจุดนั้น นักเวทย์จากตระกูลมิลล์จำนวนมากดูเหมือนติดอยู่ในความฝันที่ค่อนข้างจะคาดเดาไม่ได้

"พวกเขา? ไม่จำเป็นต้องสนใจพวกเขา เราจะออกเดินทางทันที!”

เมอร์ลินแสดงสีหน้าสงบ แม้ว่าเขาจะเอาชนะซีเชลล์และฆ่าสมาชิกสองคนของออสมูได้ แต่หัวใจของเขาก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล ดูเหมือนว่าในที่สุด ออสมูจะเอาชนะในสงครามระหว่างออสมูกับโลกนักเวทย์ทางใต้ได้

นอกจากนี้ ออสมูยังทำการสังหารหมู่ตระกูลนักเวทย์อย่างโหดเหี้ยม บางทีหากกำจัดตระกูลนักเวทย์หมดแล้ว องค์กรนักเวทย์ก็อาจจะเป็นเป้าหมายต่อไปของพวกเขา

ดินแดนมนต์ดำดูเหมือนจะมีความเสี่ยง เมอร์ลินต้องรู้ว่าดินแดนมนต์ดำตอนนี้เป็นอย่างไร ดังนั้น หลังจากที่เขาสลายนครเกล็ดน้ำแข็ง เขาก็ไม่สนใจกับตระกูลมิลล์อีกต่อไป ร่างของเขาส่องประกายอย่างรวดเร็วผ่านท้องฟ้าขณะที่เขาจากไป

หลังจากที่เห็นว่าเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ออกไปแล้ว นักเวทย์จากตระกูลมิลล์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นออซมูหรือเมอร์ลินและกลุ่มของเขา พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ตระกูลมิลล์สามารถต่อสู้ได้เลย

“หัวหน้าตระกูล เราจะทำอย่างไรดี?

นักเวทย์หลายคนหันความสนใจไปที่หัวหน้าตระกูล

หัวหน้าตระกูลของตระกูลมิลล์มองไปยังทิศทางที่เมอร์ลินจากไปอย่างแน่วแน่ ต่อจากนั้น หัวหน้าตระกูลก็พูดพร้อมกับกัดฟันแน่นว่า

“แม้ว่าออสมูจะไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับเราในตอนนี้ แต่โลกนักเวทย์ทางใต้ตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความโกลาหล ด้วยนิสัยของออสมู พวกเขาจะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะความพ่ายแพ้ครั้งนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ พ่อมดซีเชลล์นั้นยังไม่ตาย! ดังนั้นเราต้องอพยพออกจากโลกนักเวทย์ทางใต้ นี่เป็นแผนที่ดีที่สุดที่เรามีในตอนนี้!”

"อพยพ? เราต้องออกจากที่นี่จริง ๆ เหรอ?”

พ่อมดหลายคนค่อนข้างเศร้า ตระกูลมิลล์อยู่ที่เชิงเขายอดเขาเสียดนภามานานหลายศตวรรษ ตอนนี้พวกเขาต้องอพยพออกไปและย้ายถิ่นฐานของพวกเขา นักเวทย์หลายคนไม่เต็มใจจะทำอย่างนั้น

แต่ไม่มีใครคัดค้านข้อเสนอนี้เพราะนี่เป็นทางเลือกเดียวของพวกเขา เมื่อพิจารณาถึงสภาพที่วุ่นวายของโลกนักเวทย์ทางใต้ในปัจจุบัน

การย้ายถิ่นฐานของตระกูลมิลล์เป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบของความโกลาหลในโลกนักเวทย์ทางใต้

สงครามระหว่างสามองค์กรขนาดใหญ่และออสมูได้สิ้นสุดลงด้วยความพ่ายแพ้ขององค์กรทั้งสามของ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความโกลาหลในโลกนักเวทย์ทางใต้…

ในท้องฟ้าแจ่มใส แดดส่องจ้า ร่างสองสามร่างกำลังบินเหนือป่า แล่นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่เมอร์ลินออกจากยอดเขาเสียดนภา เขาไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว นอกจากกังวลเกี่ยวกับสถานะของดินแดนมนต์ดำแล้ว เมอร์ลินกำลังตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของแม็กซิมแห่งสายฟ้าในตัวเขา

เขาได้ปลดปล่อยรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมือและต่อสู้กับซีเชลล์และได้รับชนะมาแต่เขาได้จ่ายหนักกับชัยชนะในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดลงของแม็กซิมแห่งสายฟ้าจากปกติไป 2-3 เท่า

นอกจากนี้ยังมีพลังงานเชิงลบบางอย่างที่มีอิทธิพลต่อเมอร์ลินอย่างร้ายกาจ นี่ไม่ใช่สิ่งที่แม็กซิมจะหยุดได้เพราะพลังงานเชิงลบที่ค่อนข้างคลุมเครือเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการกลืนกินของดวงตาแห่งความมืด มันเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงดวงตาแห่งความมืด ทางแก้มีเพียงอย่างเดียวก็คือพลังจิตของเมอร์ลินต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เขาจึงจะไม่ได้รับผลกระทบจากพลังงานเชิงลบเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม พลังจิตในปัจจุบันของเมอร์ลินอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับหกเท่านั้น มันยากมากที่จะไปถึงระดับเจ็ด ระดับเจ็ดเป็นเหมือนประตูขนาดใหญ่ที่ยากจะเปิดออก

“พลังจิตของฉันเพียงพอที่จะสนับสนุนการสร้างคาถาระดับห้าสี่คาถา ดังนั้น แม้ว่าฉันจะใช้แม็กซิมแห่งสายฟ้าเพื่อให้ได้คาถาระดับห้าสองขั้นสุดท้าย ฉันก็ยังไม่ได้เป็นนักเวทย์ดระดับห้าอยู่ดี!”

เมอร์ลินรู้ดีว่าเขาเคยใช้แค่แม็กซิมแห่งน้ำแข็งเพื่อสร้างคาถาระดับห้าทั้งสี่ แม้ว่าพลังจิตในปัจจุบันของเมอร์ลินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้น แต่เขาจะไม่สามารถกลายเป็นนักเวทย์ระดับห้าได้

นอกจากนี้ ท่ามกลางความโกลาหลในโลกนักเวทย์ทางตอนใต้ คู่ต่อสู้ทั้งหมดที่เมอร์ลินกำลังจะเผชิญหน้าคือเหล่านักเวทย์ที่ทรงพลังจากออสมูซึ่งแข็งแกร่งกว่าพ่อมดซีเชลล์มาก ตัวเขาในตอนนี้ยังมีพลังไม่เพียงพอที่จะต่อกรพวกเขา

“ตอนนี้ฉันทำได้แค่กลับไปที่ดินแดนมนต์ดำเท่านั้นและดูว่าสถานการณ์ที่นั่นเป็นอย่างไร ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป!”

เมอร์ลินไม่ได้ตั้งใจจะหยุดสร้างคาถา ถ้าเขาต้องการสร้างคาถาระดับห้าในตอนนี้ มันจะต้องใช้เวลามากพอสมควร ด้วยความโกลาหลในโลกนักเวทย์ทางใต้ เมอร์ลินจึงไม่มีเวลามากพอที่จะสร้างพวกมัน

ในตอนนี้ ลำดับความสำคัญของเขาคือการรีบกลับไปที่ดินแดนมนต์ดำและดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ท้ายที่สุดแล้ว เมอร์ลินก็ยังคงเป็นสมาชิกของดินแดนมนต์ดำ!

...

ในป่าทึบบนภูเขา ร่างสี่ร่างก็ร่อนลงมา มันคือกลุ่มของเมอร์ลิน

เมอร์ลินมองไปรอบ ๆ แล้วเขาก็เอื้อมมือออกไปและโบกมือ สายลมบางเบาพัดผ่านมา พัดใบไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้น เผยให้เห็นพื้นผิวสีดำที่กว้างและเปียกชื้น

บนพื้นผิวนี้ วงแหวนเวทย์ลึกลับปรากฏขึ้น ดูเหมือนไม่ได้ใช้มานานแล้ว เมอร์ลินค้นพบสิ่งนี้ผ่านแก่นแท้แห่งรูน มันคือวงเวทย์รูนที่ใกล้ที่สุดของดินแดนมนต์ดำ

ด้วยวงแหวนเวทย์นี้ เมอร์ลินสามารถกลับไปยังดินแดนมนต์ดำได้ อย่างไรก็ตาม เออร์นี่ วัตสันและหุ่นเชิดหมายเลขสามไม่มีทางตามเมอร์ลินเพื่อเข้าไปข้างในได้ เนื่องจากพวกเขาไม่มีแหวนมนต์ดำ พวกเขาจึงทำได้แค่รอข้างนอก

“รอที่นี่และอย่าจากไปไหน อีกสักพักฉันจะคิดหาวิธีพาพวกคุณเข้าไป!”

เมอร์ลินให้คำสั่งนี้แก่เออร์นี่และคนอื่น ๆ จากนั้นเขาก็ยื่นฝ่ามือออกมา แหวนมนต์ดำบนนิ้วของเขาเริ่มเรืองแสงในทันทีพร้อมกับรัศมีอันลึกลับ

วงแหวนเวทย์บนพื้นเปิดใช้งานโดยแหวนมนต์ดำและมีอักษรรูนจำนวนมากล้อมรอบตัวเมอร์ลิน

*หวู่ม*

หลังจากนั้น ลำแสงสีขาวก็ส่องผ่านพวกเขาและร่างของเมอร์ลินก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ด้วยวงแหวนเวทย์ของดินแดนมนต์ดำ เขาถูกส่งกลับไปยังที่ตั้งของดินแดนมนต์ดำแล้ว

จบบทที่ WS บทที่ 438 มุ่งตรงสู่ดินแดนมนต์ดำ PART 1

คัดลอกลิงก์แล้ว