เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 : ทดสอบพลังใหม่

ตอนที่ 38 : ทดสอบพลังใหม่

ตอนที่ 38 : ทดสอบพลังใหม่


ในที่สุดส่วนที่สองของพระสูตรเก้าจิตเทพก็ถูดปลดออก บทสวดลึกลับของพระสูตรพรากดวงใจนั้นสลักแน่นในใจหลินมู่ เมื่อเสียงสวดดังสะท้อนในใจเขา ความเจ็บปวดก็เสียดแทงเข้ามาด้วย

สำหรับหลินมู่ ทุกวินาทีที่ผ่านไปไม่ต่างจากหนึ่งวันเต็ม กว่าทุกอย่างจะจบลงหลินมู่ก็ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว เพราะความเจ็บปวดสุนแสนจะทานทนนั้นได้ปล้นเอาสัมผัสเวลาเขาไปด้วย

เมื่อความเจ็บปวดเบาบางลง หลินมู่ได้เห็นว่าแท่นบูชาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด มันยังคงกระเพื่อมพลังอยู่แต่ก็มิได้เข้มข้นอย่างเดิมแล้ว เขารู้สึกว่าต้องแตะแท่นบูชาอีกครั้งแรกยื่นมือไป

หลินมู่เตรียมใจรับความเจ็บปวดที่อาจจะมาถึง แต่ก็มิได้เจอกับความเจ็บปวด มันกลับเป็นคลื่นพลังอ่อนโยนอย่างมากที่ถูกปล่อยออกมาจากแท่นบูชาและไหลเข้าสู่แหวนลึกลับก่อนจะส่งตรงมาที่ศีรษะของหลินมู่ เมื่อพลังเข้ามาแล้ว ข้อมูลใหม่ก็ได้เกิดขึ้นในใจเขา

มีอยู่สองสิ่งที่เขาได้รับรู้ นั่นคือพลังใหม่ เป็นพลังที่เรียกว่า ‘พริ้วไหว’ และ ‘ก้าวพริบตา’ หลินมู่รู้ว่าเป็นแหวนที่ส่งต่อข้อมูลของความสามารถเหล่านี้มาให้เขาและบอกเขาว่ามันคือพลังภายในที่มาจากตัวแหวนเอง

“ทำไมข้าถึงเพิ่งได้พลังมาตอนนี้ไม่ใช่ตั้งแต่แรกล่ะ? หรือว่าจะเป็นเพราะปราณจิต?”

หลินมู่สงสัย

หลังจากได้พลังมาแหวนก็สั่นอีกครั้ง มันพาหลินมู่ออกจากกระท่อม เขามองรอบ ๆ และยืนยันตำแหน่งของตัวเอง หลินมู่ได้เจอกับเรื่องราวน่าตกตะลึงมามากจนเกินไปแล้วในวันนี้เขาจึงท่องบทสงบใจอีกครั้งเพื่อตั้งสติ

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง หลินมู่จึงได้สรุปเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

“ข้าได้พระสูตรพรากดวงใจและแหวนก็ถ่ายทอดพลังที่ชื่อพริ้วไหวกับก้าวพริบตากับข้า”

หลินมู่สรุปทั้งหมดในประโยคเดียว

สิ่งแรกที่หลินมู่ต้องการจะทดสอบก็คือพระสูตรพรากดวงใจ เขาอยากจะลองดูว่ามันเปรียบเทียบกับพระสูตรสงบใจอย่างไรและมันจะช่วยให้เขาบ่มเพาะพลังได้อย่างไร ในการทดสอบ หลินมู่นั่งสมาธิและเริ่มท่องบทพรากดวงใจ

บทพรากดวงใจนั้นแตกต่างจากบทสงบใจ ขณะที่บทสงบใจนั้นทำให้เขารู้สึกสงบขึ้น แต่บทพรากดวงใจนั้นทำให้จิตใจของเขาว่างเปล่า

ถ้าหากจะให้อธิบายความรู้สึกของหลินมู่อย่างใกล้เคียงที่สุดก็คือ ไม่มีอะไรเลย เขารู้สึกตัดขาดจากทุกสิ่ง เขาไม่รู้สึกถึงความปรารถนาใดและอารมณ์ทุกสิ่ง เขาเพ่งสมาธิกับพลังชีวิตในร่างกายและพบว่ามันยังคงเดิม มันมิได้เพิ่มการรับรู้ของเขาเหมือนกับบทสงบใจ

หลินมู่ลองสัมผัสปราณจิตในตันเถียน ก่อนหน้านี้เขาสามารถควบคุมปราณจิตด้วยความช่วยเหลือของบทสงบใจแต่มิอาจรับรู้ได้ว่าปราณจิตที่เขามีในตันเถียนนั้นมีมากเท่าใด แต่เมื่อเขาใช้บทพรากดวงใจ เขาจึงได้รู้ว่าในตันเถียนของเขานั้นมีปราณจิตอยู่เพียงห้าในร้อยส่วนเท่านั้น

เขาพยายามนับจำนวนเสี้ยวปราณจิตที่มีและประเมินว่ามีราว 100 เสี้ยว เขามิอาจนับจำนวนที่จัดเจนได้เพราะปราณจิตนั้นผสมและหลอมรวมเข้าด้วยกัน

‘ในตันเถียนข้ามีพลังแค่ห้าส่วนสินะ หมายความว่าข้ายังเก็บเสี้ยวปราณจิตได้ 2,000 เสี้ยว’

หลินมู่คิด

หลังจากนี้ เขาพยายามควบคุมเสี้ยวปราณจิตและทำมันได้อย่างสำเร็จ เขาลองต่อไปและควบคุมปราณจิตให้ขยับไปที่เส้นปราณ เขาใช้ความคิดและเสี้ยวปราณจิตก็เข้าสู่เส้นปราณแรก

การทำให้ปราณจิตเข้าสู่เส้นปราณนั้นเป็นส่วนที่ยากสำหรับหลินมู่ และเมื่อมันอยู่ในเส้นปราณมันก็มีทางเดียวให้ไปต่อ หลังจากควรคุมได้แล้ว เสี้ยวปราณจิตก็ได้ไหลเวียนเป็นครั้งแรก

หลังจากหลินมู่ทำให้ปราณไหลเวียนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เขารู้สึกได้ถึงรูขุมขนของร่างกายที่เปิดออก พลังจำนวนน้อยถูกดูดซับมาจากอากาศและชำระล้างเป็นเสี้ยวปราณจิตใหม่ที่ไหลลงไปสู่ตันเถียน

‘นี่น่ะรึวิธีการบ่มเพาะพลัง?’

หลินมู่ถามตัวเอง

หลินมู่นั้นไม่รู้เลยว่าเขาเพิ่งจะทำสิ่งที่ทำให้ผู้บ่มเพาะพลังคนอื่นตกตะลึงหากพวกเขาได้รู้ เขาได้ชำระล้างปราณจิตโดยที่ไม่มีตำราบ่มเพาะพลังเลย แม้ว่ามันจะเป็นจำนวนน้อยและเทียบไม่ได้กับประสิทธิภาพของวิชาบ่มเพาะพลังก็ตาม ความสำเร็จเดียวของเขาก็ทำให้โลกต้องสั่นคลอนแล้ว

หลินมู่หยุดท่องบทพรากดวงใจและลุกขึ้น เมื่อผลของบทพรากดวงใจหายไปทุกความรู้สึกก็กลับมา ตอนนี้เขาจึงได้เข้าใจว่าการหลีกเลี่ยงความรู้สึกทั้งหมดนั้นมีผลอย่างไร

‘ความรู้สึกนี้ หรือการไม่มีอยู่ มันมิอาจบรรยายได้เลบย’

หลินมู่คิดกับตัวเองด้วยใบหน้าที่ดูสับสน

ต่อมาหลินมู่นั้นอยากจะทดสอบสองพลังใหม่ที่ถูกถ่ายทอดมาจากแหวน เขารับรู้โดยสัญชาตญาตว่าต้องใช้พลังอย่างไร พลังแรกที่หลินมู่ทดสอบก็คือพลังที่ชื่อว่า ‘พริ้วไหว’

เขารู้วิธีใช้ของมันแต่ไม่รู้ว่าผลของมันเป็นเช่นใด เขาอยากจะทดลองด้วยตัวเองเพื่อให้เข้าใจมัน ดังนั้นหลินมู่จึงถอนหายใจเข้าลึกและใช้พลัง เสี้ยวปราณจิตของเขาพุ่งออกจากตันเถียนเข้าสู่แหวนด้วยตัวเอง

หลังจากปราณจิตถูกแหวนดูดกลืนไปแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งทำให้หลินมู่สับสนว่าเขาทำผิดพลาดหรือไม่ เขาลองอีกครั้งและเสี้ยวปราณจิตก็ถูกดูดกลืนไปและไม่ได้ผลอะไรกลับมา เขาลองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะสำเร็จจนกระทั่งเขาสังเกตเห็นมือของตัวเองในตอนที่ใช้พลัง

หลินมู่สังเกตว่าในทุกครั้งที่เขาใช้พลังพริ้วไหว มือของเขาจะจางหายไปครู่หนึ่ง เพื่อทดสอบสิ่งที่ตัวเองคิด เขาลองอีกครั้งและเห็นว่ามันเป็นเรื่องจริง ครั้งต่อมาเขาก็พบว่ามิใช่แค่มือของเขาที่จางหายไป แต่เป็นทั้งตัวของเขาที่จางหาย

หลินมู่บรรลุในทันทีและนึกถึงตอนที่ต่อสู้ครั้งแรกกับโจรสองคน สิ่งที่คล้ายกันเคยบเกิดขึ้นมาก่อน การโจมตีของโจรสองคนนั้นได้ผ่านร่างกายของเขาราวกับผ่านอากาศธาตุ

“มันเป็นพลังที่ช่วยชีวิตข้าในตอนนั้น”

หลินมู่อุทาน

เขาอยากจะทดสอบพลังต่อไป เขาจับโต๊ะด้วยมือและใช้พลังพริ้วไหว ทันทีที่เขาใช้พลัง มือของหลินมู่ทะลุผ่านโต๊ะราวกับมันเป็นอากาศ หลินมู่อึ้งมองมือของตัวเอง เขาลองอีกด้วยหลายสิ่งหลายอย่างและพบว่ามันทำงานเหมือนเดิม

แต่ขณะที่ทดสองนั้น เขาก็ได้พบขีดจำกัดของพลัง พลังนั้นทำให้ร่างกายของเขาจับต้องไม่ได้หนึ่งวินาทีและกลับมาเป็นเหมือนเดิม มันทำให้มือของเขาทะลุผ่านของที่บางอย่างเช่นโต๊ะได้ แต่มิอาจทะลุผ่านกำแพงกระท่อม หรือมิอาจทะลุพื้นได้ หินก้อนเล็กหรือก้อนดินหนึ่งกำมือร่วงผ่านมือของเขาในตอนที่ใช้พลัง แต่เขาไม่สามารถล้วงมือผ่านพื้นดินได้

‘แต่ถ้าขีดจำกัดของพลังขึ้นอยู่กับความหนาของสิ่งของ แล้วข้าหลบขวานของโจรนั่นได้ยังไง?’

หลินมู่สงสัยเป็นอย่างมาก

หลินมู่คิดต่อไปไม่นานและรู้ว่ามันอาจจะมีปัจจัยอื่นที่มีผลกับพลัง เขาเรียกดาบสั้นและถือมันไว้ในมือขณะที่ใช้พลังพริ้วไหว เขาคิดว่าดาบจะหลุดออกจากมือเขาแต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น จากนั้นเขาก็ถือด้านแบนไร้คมวางไว้บนมือซ้าย และฟันดาบ ครั้งนี้ดาบทะลุผ่านมือซ้ายไปแต่ดาบก็ยังอยู่ในมือขวาของเขา

‘ความหนาของวัตถุและความเร็วที่ร่างกายข้าขยับเป็นตัวตัดสินว่าพลังจะได้ผลหรือไม่สินะ’

หลินมู่สรุปและแอบลำพองใจอยู่ภายใน

จนถึงตอนนี้ เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าเขาใช้ปราณจิตไปเกือบจะหมดตันเถียนแล้ว มันทำให้เขารู้ตัวว่าใช้พลัง ‘พริ้วไหว’ ไปมากมายเพียงใด เขาใช้หนึ่งเสี้ยวปราณจิตต่อการใช้พลังหนึ่งครั้ง ดังนั้นเขาในตอนนี้จะใช้มันได้ร้อยครั้งก่อนที่จะต้องหยุดพัก

‘สงสัยข้าต้องทดสอบพลังต่อไปในวันพรุ่งนี้แล้ว’

หลินมู่คิด

หลังจากทดลองทั้งหมดจบ หลินมู่เหนื่อยล้าและง่วงนอน เขาเอนกายบนเตียงและหลับไป แต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้เข้าสู่ห้วงหลับใหลและผลอยหลับไปตามปกติ

จบบทที่ ตอนที่ 38 : ทดสอบพลังใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว