เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 : ร่างกายขั้น 8

ตอนที่ 35 : ร่างกายขั้น 8

ตอนที่ 35 : ร่างกายขั้น 8


ต๋วนเค่อปรากฏตัวในสวนใหญ่ที่ถูกสร้างอย่างปราณีต นางข้ามลำธารและแม่น้ำไปที่ตำหนักที่อยู่สุดสายปลายสวน ดวงตานางมองหาผู้เป็นปู่แต่ก็ไม่เห็นเขาอยู่ใกล้ ๆ

เมื่อปู่มิได้อยู่ด้านนอก นางจึงเดินขึ้นบันไดตำหนักเข้าทางประตูคู่สองบาน ด้านในตำหนักนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราจนแม้กระทั่งวังราชายังต้องอับอาย

ต๋วนเค่อเดินไปทางซ้ายเข้าสู่ห้องตำราขนาดยักษ์ มีตำราเกินกว่าจะนับได้ในห้องตำรานี้ พร้อมกับม้วนคีมภีร์จำนวนมาก แผ่นไม้ไผ่บันทึกข้อความ และแผ่นหยกที่เก็บไว้ในหลายชั้น

ที่กลางห้องตำราจะมีโต๊ะและเก้าอี้ไม่กี่ตัว โต๊ธและเก้าอี้ไม่ได้หรูหราหรือเลอค่าไม่เหมือนกับส่วนอื่นในตำหนัก มันกลับดูเรียบง่ายอย่างที่จะเห็นได้ตามบ้านคนธรรมดา ต๋วนเค่อเดินไปที่โต๊ะและพบว่าปู่ของนางนั่งอยู่บนเก้าอี้

ชายชรากำลังอ่านตำราที่ดูเก่าแก่จนแทบจะขาดได้ในทุกเมื่อ ตำราเล่มนี้เก่าแก่เสียหาย แต่ชายชราก็ยังคงเปิดหน้าตำราได้อย่างไม่มีปัญหา เมื่อต๋วนเค่อเดินมาที่ด้านข้างปู่ จิงเหว่ยก็พูดโดยไม่ละสายตาของตำรา

“เจออะไรไหม?”

ต๋วนเค่อขยับมือแทบคำตอบปู่ ศพสัตว์สอบสองตัวปรากฏออกมา สัตว์พวกนี้มีทั้งสัตว์ป่าดุร้ายและสัตว์อสูร แม้ว่าจะประกอบไปด้วยสัตว์ที่ต่างชนิดและมีสภาพร่างกายต่างกัน พวกมันก็มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือพวกมันมีสีดำสนิทและปล่อยพลังที่ทำให้ตกใจออกมา

ต๋วนเค่อเรียกกล่องที่ดูเหมือนทำจากแก้วมาอย่างระมัดระวัง ในกล้องนั้นมีก้อนกลมสีดำสนิทขนาดเท่าผลส้มเก็บเอาไว้ สิ่งนี้ปล่อยพลังแบบเดียวกันแต่ยิ่งใหญ่กว่า อย่างน้อยก็เป็นพลังที่มากกว่าพลังจากซากสัตว์เกินกว่า 10 เท่า

จิงเหว่ยหันมองกล่องแก้วในมือต๋วนเค่อ

“อืม เป็น ‘สิ่งนั้น’ จริง ๆ ด้วย”

จิงเหว่ยพูด

“ข้าเจอสิบสองตัวนี้ในป่าเหนือ พวกมันส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในป่าลึก แต่บางตัวก็อยู่ที่ป่ารอบนอกด้วย มีหนึ่งตัวแทบจะอยู่ที่ชายป่า”

ต๋วนเค่อพูด

ต๋วนเค่อเงียบไปและรอให้ปู่วิเคราะห์ซากสัตว์ทั้งหมด จิงเหว่ยมองดูรอบ ๆ เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงจนสุดท้ายก็มาที่กล่องแก้ว

“เจ้าเจอชิ้นส่วนของ ‘สิ่งนั้น’ มาจากไหน?”

จิงเหว่ยถามต๋วนเค่อ

“ข้าเจอที่กลางป่าเหนือ มันอยู่ในบ่อน้ำเล็กและทำให้น้ำปนเปื้อน”

ต๋วนเค่อตอบ

“บ่อน้ำนั่นคงเป็นที่มาของการกลายพันธุ์ ไม่มีร่องรอยอื่นใช่หรือไม่?”

จิงเหว่ยถาม

“ใช่ น่าจะไม่มีแล้ว ข้าหาร่องรอยอื่นไม่เจอเลย”

ต๋วนเค่อตอบ

จิงเหว่ยพยักหน้ารับคำ

“ทำลายซะ”

จิงเหว่ยประกาศ

ต๋วนเค่อไม่พูดสักคำเดียวก่อนจะชี้ก้อนดำในกล่องแก้วจากนั้นมันก็เริ่มลุกไหม้ มันไหม้อยู่หนึ่งนาทีจากนั้นก็ไม่เหลือแม้กระทั่งเถ้าถ่าน

เมื่อก้อนดำถูกทำลาย เขาหันมามองหลานสาว

“เด็กคนนั้นกลับมารึเปล่า?”

“เขากลับาถึงก่อนข้า ข้าให้เนื้อขั้น 9 กับเขาไป แล้วเขาก็ไม่ได้ขอเงินค่าวัตถุดิบด้วย”

ต๋วนเค่อตอบและหยุดนิ่งไป

จิงเหว่ยเลิกคิ้ว

“เขาอยากได้อาวุธแทนค่าวัตถุดิบ ข้าให้เขาเลือกอาวุธจากร้าน เขาเลือกอาวุธไปหลายชนิดเลย”

ต๋วนเค่อพูดเสริม

จิงเหว่ยนั่งบนเก้าอี้เอามือลูบคาง เขาคิดครู่หนึ่งก่อนจะถาม

“เขาไม่ตอบดาบสั้นรึ?”

“เขาชอบดาบนะท่านปู่ เขาบอกว่าอยากได้อาวุธเผื่อไว้ใช้ตอนที่ทำดาบสั้นหายในระหว่างการต่อสู้”

ต๋วนเค่อตอบ

“ทำไมถึงตอบด้วยเหตุผลแบบนั้นกันนะ?”

จิงเหว่ยถามด้วยความสงสัย

ต๋วนเค่อยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูด

“ดาบสั้นของท่านปู่ได้ลิ้มรสโลหิตคนอีกแล้ว หลังจากหลายสิบปี”

“เพราะสังหารครั้งแรกแล้วงั้นรึ? เร็วกว่าที่ข้าคิดเสียอีก แต่ก็ดีที่เขาจะได้ประสบการณ์โดยเร็วและยังได้เรียนรู้จากมันด้วย”

จิงเหว่ยพูดด้วยความคิดถึงอดีตในแววตา

.

.

.

หลินมู่กำลังลากเลื่อนที่เต็มไปด้วยอาวุธและเนื้อสัตว์ เขาใช้เวลา 20 นาทีในการออกจากเมืองก่อนที่จะเก็บทุกอย่างในแหวนได้ เมื่อทุกอย่างเก็บไว้ในแหวนแล้ว หลินมู่ก็รีบวิ่งไปจนถึงกระท่อม

เมื่อมาถึงกระท่อม เขาเรียกอาวุธใหม่ทั้งหมดที่ซื้อมา เขาอยากจะหยิบจับมันทุกชิ้นเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย

‘ข้าต้องฝึกอาวุธพวกนี้ด้วย’

หลินมู่คิดขณะที่กวัดแกว่งขวาน

เขาฝึกการใช้อาวุธเป็นเวลาสามชั่วโมงจนกระทั่งอาทิตย์ตกดิน แม้ว่าหลินมู่จะไม่ได้รับการฝึกฝนที่ดีสำหรับอาวุธแต่ละชนิด แต่เขาก็ยังคงพยายามทำตามสิ่งที่เคยเห็นคนอื่นทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นทหารในเมืองหรือนายพราน

หลินมู่เริ่มฝึกหมัดทลายศิลาก่อนจะทำอาหารด้วยเนื้อสัตว์ใหม่ที่ได้มาวันนี้ กลิ่นหอมของเนื้อขั้น 9 นั้นรัญจวนใจยิ่งกว่าเนื้อใดที่เขาเคยลิ้มลองมา เมื่อได้ที่แล้วเขาก็กินมันอย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อจบมื้ออาหาร หลินมู่นั่งสมาธิท่องบทสงบใจ พลังชีวิตหนาแน่นแพร่กระจายจากท้อง พลังค่อย ๆ กระจายไปทั่วร่างและดูดซับผ่านผิวหนังกับกล้ามเนื้อ พร้อมด้วยพลังส่วนเล็กน้อยที่ดูดซับไปสู่สายโลหิต

45 นาทีต่อมาพลังชีวิตยังคงไม่หยุดดูดซับและหลินมู่ก็รู้สึกว่าผิวหนังของเขาอิ่มไปด้วยพลังชีวิตแล้ว

‘ผิวหนังข้าดูดซับพลังชีวิตไม่ได้อีกแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องเป็นขั้น 8’

หลินมู่ตัดสินใจ

หลินมู่เพ่งสมาธิกับพลังชีวิตที่กำลังเข้าสู่เส้นเลือด พลังชีวิตส่งคลื่นเบาบางออกมา เขาเพ่งอยู่กับคลื่นเบาบางนั้นและพยายามทำให้มันมากขึ้น เขาพยายามประยุกต์ใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้หมัดทลายศิลาและตั้งใจให้พลังชีวิตเพิ่มขึ้น

เขาไม่สำเร็จในครั้งแรก หลินมู่ทำขั้นตอนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งเหมือนกับเขื่อนที่ล้นแตก พลังชีวิตที่เอ่อล้นในกระเพาะได้ถาโถมออกมาในทีเดียวและดูดซับไปที่เส้นเลือด ความรู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าลัดวงจรแล่นผ่านเส้นเลือดและเขาก็ทะลวงพลังเป็นขั้น 8

“เย้ ในที่สุดก็สำเร็จ!”

หลินมู่อุทานและกระโดดโลดเต้นด้วยความสุข

การมีร่างกายขั้น 8 นั้นเหมือนกับคอขวด เมื่อมีพลังขั้นนี้แล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย กล้ามเนื้อที่บ่มเพาะมาตั้งแต่ขั้นต้นจะแข็งแกร่งและทนทานขึ้น แต่พวกมันมิอาจแสดงพลังออกมาได้เต็มที่เพราะมันมีโลหิตหล่อเลี้ยงไม่พอ

เช่นเดียวกับผิวหนังที่ขั้นกลางบ่มเพาะมา เมื่อกลายเป็นขั้น 8 แล้วเส้นเลือดจะไหลเวียนโลหิตที่มากพอให้กับกล้ามเนื้อและผิวหนังได้

ผู้ที่บ่มเพาะร่างกายมาจนถึงขั้นสูงนั้นจะปล่อยพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า และมีความคล่องแคล่วว่องไวที่เหนือกว่า

‘ข้าจะทำอะไรได้บ้างนะ’

หลินมู่คิด

หลินมู่เริ่มออกวิ่งและพบว่าเขาวิ่งได้เร็วกว่าเดิมสองเท่า เขาเรียกหินก้อนใหญ่ออกมาจากแหวนและมันก็ตกลงกับพื้น เขาพยายามยกมันแต่ก็ทำไม่ได้เพราะมันหนักเกินไปสำหรับเขา จากนั้นหลินมู่ก็ลองดันมันและเขาก็ดันได้ด้วยการออกแรง

“อย่างน้อยข้าก็ดันมันได้แล้ว”

หลินมู่คิดออกมาเป็นเสียงและเช็ดเหงื่อบนคิ้ว

‘ลองหมัดทลายศิลาดีกว่า’

หลินมู่คิด

หลินมู่ตั้งท่าเตรียมปล่อยหมัดและใช้วิชาปราณ เมื่อลมหายใจผสานเข้ากันแล้วเขาก็เริ่มฝึกหมัด ทันทีที่ปราณกับหมัดเข้ากันอย่างสมบูรณ์ เขาใช้หมัดทลายศิลา คลื่นพลังเข้าสู่แขนขวาและเริ่มหมุนวนเป็นวายุที่มั่นคง หลินมู่ปล่อยหมัดไปข้างหน้า ลมกระหน่ำรุนแรงพุ่งตรงไปสั่นสะเทือนต้นไม้และพุ่มไม้ ใบไม้ร่วงหล่นจากต้นเสียงลมหวนดังไปทั่ว

หลินมู่ใช้วิชาหมัดทลายศิลาได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 35 : ร่างกายขั้น 8

คัดลอกลิงก์แล้ว