เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 : จองห้องพักและซื้ออาวุธเพิ่ม

ตอนที่ 34 : จองห้องพักและซื้ออาวุธเพิ่ม

ตอนที่ 34 : จองห้องพักและซื้ออาวุธเพิ่ม


ต๋วนเค่อนิ่งเงียบไป และจิงเหว่ยก็หยุดคิดเช่นกัน ทั้งสองนิ่งงันไปนานหนึ่งก้านธูปจนกระทั่งจิงเหว่ยพูดออกมา

“เด็กคนนั้นอยากได้อะไรจากซากเจ้านี่รึ?”

จิงเหว่ยถาม

ต๋วนเค่อหยุดเงียบและมองปู่ของนาง

“เขาอยากขายวัตถุดิบจากซากของมันและเก็บเนื้อไว้กับตัว”

ต๋วนเค่อตอบ

“อืม เจ้าให้เนื้อเขาไม่ได้ เราไม่รู้ว่าเนื้อจะส่งผลอย่างไร แล้วถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูด เราต้องสืบให้มากกว่านี้”

จิงเหว่ยพูด

“ข้าควรทำอย่างไรรึท่านปู่?”

ต๋วนเค่อถาม

จิงเหว่ยคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

“หาเนื้อสัตว์ที่มีพลังเท่ากันให้เขา ส่วนค่าวัตถุดิบ เจ้าคิดเอาก็แล้วกัน‘

“ย่อมได้ ท่านปู่ ข้าจะทำตามท่านบอก”

ต๋วนเค่อตอบ

จิงเหว่ยหันหลังเดินไปทางตำหนัก เมื่อถึงประตูตำหนักเขาก็หยุดและพูด

“ชำระล้างซากหมาป่านั่นและใช้มันสืบหาร่องรอยใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นมา เราไม่อยากให้เรื่องปีก่อนซ้ำรอย”

ต๋วนเค่อไม่พูดและเพียงแค่พยักหน้ารับ จิงเหว่ยเข้าสู่ตำหนักและหายลับสายตาไป เมื่อรู้ว่าต้องทำเช่นใด นางโบกมือให้ซากหมาป่าลอยขึ้นมา จากนั้นจึงขยับมือและค่ายกลขนาดเล็กก็ปรากฏเหนือซากหมาป่า

เพลิงค่อย ๆ ลุกไหม้จากซากหมาป่าและค่ายกลก็เริ่มเคลื่อนไหว

“ชำระล้าง!”

ต๋วนเค่อตะโกน

ซากหมาป่าลุกไหม้กลายเป็นแอ่งโลหิต เมื่อทั้งตัวกลายเป็นโลหิตแล้ว ต๋วนเค่อโยนศิลาเล็กสี่ก้อนขนาดเท่าไข่มุกลงไป มันเริ่มหมุนวนรอบแอ่งโลหิต หินหมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนแอ่งโลหิตหมุนเช่นกัน

หลังจากห้านาที ศิลาทั้งสี่ก็หยุดหมุนและแอ่งโลหิตได้กลายเป็นหินอ่อนสีแดงเข้ม ต๋วนเค่อเรียกศิลาทั้งสี่กลับและเก็บหินอ่อนสีแดงที่ลอยอยู่กลางอากาศ

เมื่อทำขั้นตอนทุกอย่างจบ ต๋วนเค่อดีดนิ้วและปรากฏตัวในห้องหลังร้าน นางเดินออกมาจากประตูและโบกมือปิดการทำงานของค่ายกลที่ประตู จากนั้นก็ออกจากร้านและเห็นเลื่อนที่ดูไม่ค่อยสวยงามจอดอยู่ นางไม่สนใจเลื่อนและมองรอบ ๆ หาคน เมื่อไม่เห็นผู้ใดอยู่ใกล้ ๆ นางก็ดึงยันต์กระดาษออกมาฉีก

ทันทีที่ยันต์กระดาษขาดครึ่ง ต๋วนเค่อก็มีร่างกายโปร่งใสจนกระทั่งมองไม่เห็นในที่สุด ต๋วนเค่อที่ล่องหนเรียกตอบออกมาลอยข้างหน้านาง นางกระโดดขึ้นดาบและบินไปทางป่าเมืองเหนือ

ต๋วนเค่อบินในความเร็วที่ถ้าหากมองนางเห็น นางจะกลายเป็นภาพเบลอในสายตาผู้คน นางถึงป่าลึกในไม่กี่นาที นี่คือพื้นที่ที่สัตว์อสูรอาศัยอยู่มาก ไม่มีนายพรานคนใดกล้ามาไกลถึงเพียงนี้ มีเพียงผู้บ่มเพาะพลังหยิบมือเดียวเท่านั้นที่จะรอดจากส่วนนี้ของป่าได้ ที่นี่นั้นมีเรื่องคำถามและโหยหวนของสัตว์จำนวนมหาศาล ป่านั้นมืดและหนาแน่น แสงแดดแทบจะส่องทะลุไม่พ้นร่องใบไม้

ต๋วนเค่อบินทั่วป่าและส่งสัมผัสจิตค้นหาสัตว์ที่มีร่างกายขั้น 9 ซึ่งนางหาเจอในเวลาเพียงวินาทีเดียว นางไม่แม้แต่ลงพื้นและขยับนิ้วมือเท่านั้น มีดปราณจิตขนาดเท่าฝ่ามือได้ก่อตัวบนอากาศ

นางชี้ไปยังตำแหน่งที่สัตว์ตัวนั้นอยู่และมีดปราณจิตก็พุ่งไปข้างหน้า ไม่มีเสียงร้องของสัตว์ดังออกมาในตอนที่ต๋วนเค่อปล่อยมีดปราณจิตออกไป มีดปราณจิตย้อนกลับมาในอีกห้าวินาทีพร้อมกับซากสัตว์ที่ขนาดพอ ๆ กับหมาป่าเล็กที่หลินมู่นำมา

ต๋วนเค่อโบกมือและซากสัตว์ก็ถูกชำแหละในวินาทีเดียว นางเก็บเนื้อไว้ในสมบัติเก็บของและหยิบแผ่นไม้ออกมา แผ่นไม้นั้นเป็นทรงกลมและมีร่องวงกลมตรงกลาง

ต๋วนเค่อเรียกหินอ่อนสีแดงเข้มที่นางชำระล้างจากศพหมาป่าเล็กของหลินมู่และวางในร่องกลมบนแผ่นไม้

เมื่อหินอ่อนสีแดงถูกวางลงบนแผ่นไม้กลม มันก็เริ่มเปล่งแสง แผ่นไม้ลอยจากมือต๋วนเค่อไปยังทิศทางหนึ่งและต๋วนเค่อบินตามไป

หลินมู่ไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นและกำลังตามหาโรงเตี๊ยมในเมืองอยู่ เขาถามโรงเตี๊ยมเกือบครึ่งเมืองและยังหาห้องพักไม่ได้ เขายืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมอีกแห่งในตอนนี้ ที่นี่ตั้งอยู่ใกล้กับทางออกเมืองและมีคุณภาพที่แย่กว่าโรงเตี๊ยมก่อนหน้า

“ข้าจะหาห้องจากที่นี่ได้ไหมนะ”

หลินมู่พูดกับตัวเองและเดินผ่านประตูโรงเตี๊ยม

เขาเดินไปที่โต๊ะรับแขกและพูดกับเสมียนที่นั่งอยู่

“มีห้องว่างสำหรับหน้าหนาวหรือไม่?”

หลินมู่ถาม

เสมียนมองหลินมู่ด้วยรอยยิ้มสุภาพ

“ใช่ เรามีห้องว่างอยู่ แต่ต้องจ่ายมัดจำและจะเข้าพักได้อีกในห้าวันนับจากวันนี้”

เสมียนตอบ

หลินมู่คิดว่าเสมียนจะปฏิเสธ เขาจึงดีใจเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำตอบ เขาไม่ใส่ใจเรื่องที่เขาจะต้องรออีกห้าวันเพื่อพักในห้องหรือเรื่องที่ต้องจ่ายมัดจำล่วงหน้าเลย

“ข้าขอจองห้องนั้นก็แล้วกัน ทั้งหน้าหนาวเลย”

หลินมู่พูดด้วยความมั่นใจ

เสมียนพยักหน้าและลงทะเบียนให้เขา

“จ่ายสามเหรียญทองแล้วข้าจะลงชื่อให้”

เสมียนพูด

หลินมู่หยิบ 3 เหรียญทองที่เตรียมไว้ล่วงหน้าและยื่นให้เสมียน

“เจ้าชื่ออะไรรึ?”

เสมียนถามและจุ่มพู่กันลงในน้ำหมึก

“ข้าชื่อหลินมู่”

เสมียนหยิบแผ่นป้ายไม้เล็ก ๆ ที่มีชื่อโรงเตี๊ยมสลักเอาไว้ออกมา มันเขียนว่า ‘โรงเตี๊ยมลมเหนือ’ หลินมู่รับแผ่นไม้และเก็บไว้ในกระเป๋า

“อีกห้าวันให้ใช้แผ่นป้ายนั้นบอกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ เขาจะพาไปที่ห้องพักให้”

เสมียนอธิบาย

หลินมู่พยักหน้ารับและหันหลังออกจากโรงเตี๊ยม

‘ข้าต้องกลับไปที่ร้าน เกือบสามชั่วโมงครึ่งแล้วที่ข้าออกมา ต๋วนเค่อบอกให้กลับในสามชั่วโมง นางน่าจะพร้อมแล้ว’

หลินมู่คิด

หลินมู่เดินกลับไปที่ร้านใน 10 นาทีและเห็นว่าเลื่อนของเขายังอยู่ที่ข้างร้าน

“คงไม่มีใครคิดจะขโมยเลื่อนกระจอก ๆ ที่ข้าทำสินะ”

หลินมู่พูดอย่างอารมณ์ดี

เขาดันประตูที่ส่งเสียงดังลั่นตอนเปิดออกและเข้าไปในร้าน เขาเดินไปที่โต๊ะขายและกำลังจะสั่นกระดิ่งแต่ประตูร้ายก็เปิดพอดี หลินมู่หันไปมองและเห็นว่าต๋วนเค่อเดินเข้ามาในร้าน

‘หา ทำไมนางอยู่ข้างนอกล่ะ?’

หลินมู่คิดในใจ

“ข้าจะไปเอาเนื้อมา เจ้ารอที่นี่”

ต๋วนเค่อพูดกับหลินมู่พร้อมเดินผ่านเขาไปที่ประตูหลังโต๊ะขาย

นางกลับมาในอีกหนึ่งนาทีพร้อมกับถุงที่ดูอัดแน่น นางวางถุงบนโต๊ะและทำท่ามือให้หลินมู่ นางพูด

“นี่เนื้อของเจ้า ส่วนเรื่องเงิน…”

แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ หลินมู่ก็พูดแทรกนาง

“อืมม แทนที่จะเป็นเงิน ข้าอยากได้อาวุธน่ะ”

หลินมู่พูด

“อยากได้อาวุธเพิ่มรึ? ได้ดาบนั่นไปแล้วยังไม่พอใจรึไง?”

ต๋วนเค่อถาม

“ไม่เลย ข้าชอบดาบนั่นมาก ข้าแค่อยากได้อาวุธเพิ่มในตอนที่ข้าทำมันหายตอนที่ต่อสู้หรืออะไรแบบนั้น แล้วข้าก็อยากเรียนรู้วิธีใช้อาวุธอย่างอื่นด้วย”

หลินมู่อธิบาย

ต๋วนเค่อพยักหน้าพูด

“ได้สิ เลือกดูในร้านเลย อยากได้อะไรเจ้าก็หยิบไป ถ้าอยากให้ประเมินดี ๆ ก็ต้องจ่ายเพิ่ม”

หลินมู่เดินรอบร้านและหยิบอะไรก็ตามที่เขาชอบ สุดท้ายเขาก็เลือกของมา 12 ชิ้นจากร้าน เขาวางทั้งหมดที่โต๊ะขาย น้ำหนักของอาวุธทั้งหมดนั้นไม่ทำให้หลินมู่ที่มีร่างกายขั้น 6 รู้สึกหนักอีกแล้ว

อาวุธที่เขาเลือกนั้นมีหลากหลายประเภท เขาเลือกสนับมือต่อสู้หนึ่งคู่ ดาบยาว ดาบบางเล่มเล็ก ดาบธรรรมดา ขวานใหญ่ ขวานเล็ก โล่เล็ก โล่ใหญ่ หอก และมีดที่ไม่เหมือนกันอีกสามเล่ม

ต๋วนเค่อแปลกใจเล็กน้อยกับอาวุธหลากหลายชนิดแต่ก็ไม่แสดงออกทางสีหน้า

“แค่นี้รึ?”

ต๋วนเค่อถาม

“ใช่แล้ว ทั้งหมดราคาเท่าไหร่?”

หลินมู่ถาม

“น่าจะราคาใกล้เคียงกับวัตถุดิบที่เจ้าเอามาขายนั่นแหละ”

ต๋วนเค่อตอบ

หลินมู่พยักหน้าด้วยความดีใจและรวบกองอาวุธทั้งหมดบนโล่ใหญ่ก่อนจะวางไว้บนเลื่อนนอกร้าน จากนั้นก็แบกถุงเนื้อออกจากร้านไป ต๋วนเค่อมองดูเขาเดินออกไปด้านนอก

‘เด็กนั่นก็โง่อยู่ไม่ใช่รึไง? ไม่ถามราคาของที่เอามาขายด้วยซ้ำ’

ต๋วนเค่อพูดกับตัวเองก่อนจะโบกมือผนึกประตูด้วยค่ายกล

จากนั้นนางก็เข้าประตูข้างหลังโต๊ะขายออกจากร้านไป

จบบทที่ ตอนที่ 34 : จองห้องพักและซื้ออาวุธเพิ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว