เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 214 ภูเขาแบรมเบิล

WS บทที่ 214 ภูเขาแบรมเบิล

WS บทที่ 214 ภูเขาแบรมเบิล


แมงมุมลายพาเมอร์ลินไปยังห้องลับที่ถูกซ่อนไว้อย่างดี ด้านหน้าห้องลับเป็นประตูหินหนากว้างและมีอักษรรูนลึกลับมากมายกระจายอยู่ทั่วประตูหิน

เมอร์ลินเหลือบมองรอบ ๆ ห้องและพบว่ามีวงแหวนเวทย์อยู่ในห้องที่สามารถพาเขาออกจากหอคอยโบราณได้ หลังจากที่เขาฝึกฝนเพลิงวินาศรูปแบบแรกสำเร็จแล้ว เขาจะสามารถเข้าไปในห้องลับและออกจากที่นี่ด้วยวงแหวนเวทย์ได้

เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น เมอร์ลินก็เข้าใจสิ่งที่เขาต้องทำในที่สุด เขาเอื้อมมือออกไปข้างหน้าและเครื่องหมายรูปไฟบนฝ่ามือของเขาก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พลังปีศาจแพนโดร่า เพลิงวินาศ!”

ทันใดนั้น เปลวไฟสีขาวก็พุ่งไปที่ประตูหินหนาและอักษรรูนลึกลับที่ประตูก็ส่องประกายเจิดจ้า แสงล้อมรอบเปลวไฟของเพลิงวินาศ ในที่สุดอักษรรูนก็ผสานเข้ากับเปลวไฟอย่างสมบูรณ์

*ครืน!!*

ประตูหินขนาดใหญ่ค่อย ๆ ยกขึ้น สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า หากไม่มีเพลิงวินาศก็ไม่มีโอกาสที่จะเปิดห้องลับได้

ใบหน้าของเมอร์ลินสพลันว่างขึ้นทันที เมื่อเขามองย้อนกลับไปที่แมงมุมลาย แมงมุมขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ เดินกลับไปยังที่ ๆ ที่มันอยู่ประจำในห้องโถงใหญ่

เขาหันกลับไปมองในห้องลับ มีอักษรรูนที่ซับซ้อนจำนวนมากฝังอยู่บนพื้น ก่อตัวเป็นวงแหวนเวทย์ลึกลับ เมอร์ลินคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี เนื่องจากเขาได้เห็นสิ่งเหล่านี้มากมายในดินแดนมนต์ดำ

ดังนั้น เมอร์ลินจึงยืนบนวงแหวนเวทย์ หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ พลังจิตของเขาได้ส่งเข้าไปในวงแหวนเวทย์อย่างรวดเร็ว

*ชิ้ง*

วงแหวนเวทย์ลึกลับเริ่มเปล่งแสงจ้าที่ล้อมรอบร่างของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว เมอร์ลินสัมผัสได้ถึงแสงที่คุ้นเคย เขารู้ว่าพลังของวงแหวนเวทย์กำลังเริ่มมาที่ตัวเขา

*หวุ่ม!!*

แสงสว่างวาบขึ้นและร่างของเมอร์ลินก็หายไปจากห้องลับ จากนั้นทั้งห้องก็กลับสู่ความเงียบงันดั่งเช่นตอนแรก

“คุณหนู ถ้าท่านไวเคานต์ได้ยินเรื่องพวกเราแอบหนี ดิฉันเกรงว่าท่านจะไม่ยกโทษให้พวกเราง่าย ๆ” สาวใช้ที่สวมชุดเมดสีเทาบอกท่านหญิงนาเวียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างระมัดระวัง

ท่านหญิงนาเวียนสวมชุดสีขาว ผมสีบลอนด์ที่สลวยของเธอถูกมัดอย่างหลวม ๆ สวมหมวกน่ารัก เธอดูสวยและอ่อนเยาว์

“ไม่เป็นไร นี่ครั้งสุดท้ายที่เราแอบหนี เราคงจะไม่โดนลงโทษใช่ไหม” ท่านหญิงนาเวียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ เธอยังเปิดม่านออกและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ด้วยความตื่นเต้น

“คุณหนูจะเปรียบเทียบครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้อย่างไร ท่านไวเคานต์อยากให้คุณหนูแต่งงานกับลูกชายของเคานต์กิออนแต่คุณหนูแอบออกมาในเวลานี้ ดิฉันเกรงว่าท่านไวเคานต์จะส่งคนของเขาไปหาคุณหนูแล้ว…”

สาวใช้ชุดเทารู้จักบุคลิกของท่านหญิงนาเวียนเป็นอย่างดี ดังนั้นเธอจึงรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะกระตุ้นให้เธอกลับมา ณ จุดนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหาวิธีทิ้งสัญลักษณ์ไว้ตลอดการเดินทาง ด้วยวิธีนี้ คนที่ส่งโดยไวเคานต์จะพบพวกเขาได้หากพวกเขาตามหลังสัญลักษณ์พวกนั้นมา

นอกจากนี้ รถม้าไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ท่านหญิงนาเวียนดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย เธอสนใจแต่ทัศนียภาพโดยรอบเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงต้องการให้รถม้าลดความเร็วลงอีกเพื่อให้เธอได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอย่างเต็มที่

“เร็ว ดูนั่นสิ มีคนอยู่ข้างหน้า”

ท่านหญิงนาเวียนเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดดำ เขายืนอยู่ข้างถนนโดยก้มศีรษะลง พวกเขาไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร

พวกเขาอยู่ในป่า เป็นสถานที่รกร้างอย่างแท้จริง เมื่อเห็นคนแปลก ๆ ในสถานที่ดังกล่าวทำให้สาวใช้ตกใจอย่างมาก

“คุณหนู ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่!”

คำพูดของสาวใช้ทำให้ท่านหญิงนาเวียนระวังตัวเช่นกัน แม้ว่าเธอจะกล้าพอที่จะแอบออกจากปราสาทสักสองสามครั้งแต่เธอก็รู้ว่าเธอจะต้องเผชิญอันตรายระหว่างการเดินทาง เหนือสิ่งอื่นใด ชายชุดดำที่แปลกประหลาดคนนี้ให้กลิ่นอายที่ดูเหมือนจะทำให้กระดูกสันหลังของผู้คนหนาวสั่น เขาอาจเป็นอันตรายก็เป็นได้

ดังนั้นความเร็วของรถม้าจึงเพิ่มขึ้นเมื่อพุ่งไปข้างหน้า

*พึ่บ!*

ทันใดนั้น ชายชุดดำที่อยู่ริมถนนก็ยกมือขึ้น ทันใดนั้น ลูกไฟจำนวนมากปรากฏขึ้นจากอากาศบาง ๆ และระเบิดออกตรงด้านหน้ารถม้า

ด้วยเสียงอันดังสนั่นทำให้ท่านหญิงนาเวียนและสาวใช้ของเธอตื่นตระหนก พวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไร

เป็นคนรับใช้ของท่านหญิงนาเวียนที่ขับรถม้า เขามีความรู้มากกว่าท่านหญิงนาเวียนในด้านนี้ หลังจากที่เห็นลูกไฟที่โยนโดยชายชุดดำ คนรับใช้ก็คาดเดาตัวตนของชายคนนั้นได้ทันที ดังนั้นเขาจึงโค้งเคารพชายชุดดำด้วยความเคารพ

“โอ้ ท่านพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาเป็นข้ารับใช้ของบุตรีแห่งไวเคานต์แอนเลสที่นั่งอยู่ในรถม้า ท่านหญิงนาเวียน! เราขอทราบได้ไหมว่าท่านพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ต้องการสิ่งใด”

เมื่อเห็นลูกไฟ คนขับรถม้าก็รู้ทันทีว่าชายชุดดำเป็นนักเวทย์ที่ลึกลับและทรงพลัง เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่แม้แต่ไวเคานต์แอนเลสยังต้องให้เกียรติ

ชายชุดดำคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “ขอแผนที่หน่อย”

คนขับรถม้ารีบหยิบแผนที่ออกมาจากรถและพูดอย่างระมัดระวังว่า “ท่านพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ ขณะนี้เราอยู่ในพื้นที่นอกเขตภายใต้การควบคุมของไวเคานต์แอนเลส”

ชายคนนั้นพยักหน้า จากนั้นตรวจสอบแผนที่อย่างละเอียด

“ที่นี่อยู่ห่างไกลจากเมืองโฟลตติ้งขนาดนี้เลยหรือแถมพื้นที่นี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของเมืองแห่งอัคคีด้วย แถมต้องใช้เวลาสองสามวันกว่าจะไปถึงวงแหวนเวทย์ที่ใกล้ที่สุดของดินแดนมนต์ดำ”

ชายชุดดำขมวดคิ้วและพึมพำเบา ๆ เขาคนนี้คือเมอร์ลินที่เพิ่งออกจากโบราณสถานมาด้วยความช่วยเหลือของวงแหวนเวทย์ ทำให้เขาถูกส่งตัวมายังที่ที่เขาไม่คุ้นเคย

หลังจากตรวจสอบแผนที่แล้ว เมอร์ลินก็พบว่าเขาอยู่ห่างจากเมืองโฟลตติ้งมากเกินไปแถมยังเป็นเขตของเมืองแห่งอัคคีด้วย

เดิมทีเมอร์ลินวางแผนจะฆ่าพ่อมดรีเซนก่อนแต่ต้องใช้เวลาสองสามเดือนกว่าจะถึงเมืองโฟลตติ้งเพราะสถานที่นั้นอยู่ไกลเกินไป

ดังนั้น หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานและในที่สุดเมอร์ลินก็ตัดสินใจกลับไปยังดินแดนมนต์ดำก่อน หลังจากที่เขากลายเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการแล้ว เขาค่อยกลับไปยังเมืองโฟลตติ้งเพื่อไปฆ่าพ่อมดรีเซน

เมอร์ลินตรวจสอบแผนที่สั้น ๆ และพบว่าวงแหวนเวทย์ที่ใกล้ที่สุดต้องใช้เดินทางสองสามวันกว่าจะไปถึงที่นั่น

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เมอร์ลินก็มองไปที่รถม้า แม้ว่าม่านจะถูกปิดอย่างหลวม ๆ แต่พลังจิตของเมอร์ลินก็สามารถระบุได้อย่างง่ายดายว่ามีผู้หญิงเพียงสองคนในรถม้า

“ฉันต้องการให้พวกคุณพาฉันไปที่ภูเขาแบรมเบิล!”

เมอร์ลินพูดด้วยน้ำเสียงไม่สามารถปฏิเสธได้ จากนั้นเขาก็เก็บแผนที่และเข้าไปในรถม้า

ท่านหญิงนาเวียนและสาวใช้ตกใจทันทีที่เมอร์ลินเข้ามา พวกเธอทั้งสองก้มศีรษะลงขณะที่ซุกตัวกันอยู่ที่มุมรถม้า

เมอร์ลินเพียงแค่เหลือบมองพวกเขาและนั่งเงียบ ๆ และไม่ได้พูดอะไร

คนขับรถม้าไม่กล้าต่อต้านคำสั่งของเมอร์ลิน เขาเคยไปเยี่ยมเคานต์กับไวเคานต์แอนเลสมาก่อน ที่นั่น เขาได้เห็นความแข็งแกร่งของพ่อมดลึกลับที่ยืนอยู่ข้างเคานต์ด้วยสายตาของเขาเอง ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา คนขับรถจึงขับรถม้าไปที่ภูเขาแบรมเบิลตามที่เมอร์ลินสั่งแต่โดยดี

ในระหว่างการเดินทาง เมอร์ลินไม่พูดอะไรสักคำ อย่างไรก็ตาม นอกจากการแสดงออกที่เยือกเย็นของเขาแล้ว เมอร์ลินดูเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรผิดปกติ ดังนั้นท่านหญิงนาเวียนจึงค่อย ๆ รวบรวมความกล้าและเริ่มจ้องที่เมอร์ลิน

“ท่านพ่อมด คุณจะปล่อยพวกเราไปเมื่อพวกเราไปถึงภูเขาแบรมเบิลใช่หรือไม่ หรือคุณจะเปลี่ยนเราให้กลายเป็นโฮมุนครุสที่ชั่วร้าย” ท่านหญิงนาเวียนรวบรวมความกล้าและถามเสียงต่ำ

“หืม? คุณรู้เรื่องโฮมุนครึสด้วยเหรอ?” เมอร์ลินลืมตาขึ้นทันใดและจ้องไปที่ท่านหญิงนาเวียน

ท่านหญิงนาเวียนไม่ได้ตื่นตระหนก เธอเพียงพยักหน้าแทน “ครั้งหนึ่งเราเคยเห็นโฮมุนครุสที่น่าเกลียดเดินตามหลังพ่อมด เราได้ยินจากท่านพ่อว่าพ่อมดได้เปลี่ยนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ให้กลายเป็นโฮมุนครุสด้วยวิธีการอันชั่วร้าย”

พ่อของท่านหญิงนาเวียนเป็นไวเคานต์ ดังนั้นเขาจึงเคยเห็นนักเวทย์มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาส่วนใหญ่เป็นพ่อมดพเนจร ทุกวันนี้เหล่านักเวทย์ล้วนเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่เปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นโฮมุนครุสที่น่าสะพรึงกลัว แน่นอนว่านักเวทย์ที่นาเวียนgคยเห็นน่าจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ

เมื่อเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของท่านหญิงนาเวียนและสาวใช้ เมอร์ลินก็ยิ้มและส่ายหัว “ฉันจะไม่เปลี่ยนคุณเป็นโฮมุนครุส หลังจากที่พวกเราไปถึงภูเขาแบรมเบิล ฉันจะปล่อยพวกคุณไป”

ท่านหญิงนาเวียนสังเกตว่าเมอร์ลินไม่ได้ดู ‘น่ากลัว’ เหมือนเมื่อก่อน เธอจึงกล้าหาญขึ้นและเริ่มถามเขาเกี่ยวกับโลกของนักเวทย์

เมอร์ลินค่อนข้างเบื่อหน่ายระหว่างการเดินทางไกล ดังนั้นเขาจึงเลือกเรื่องง่าย ๆ ที่น่าสนใจสองสามเรื่องเพื่อพูดคุยกับนาเวียน เมื่อเห็นนาเวียนและสาวใช้ดูผ่อนคลายมากขึ้น เมอร์ลินก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายเช่นกัน ดูเหมือนว่าเขาจะพบความสงบสุขที่เขาไม่รู้สึกมาเนิ่นนาน

“พ่อมดเมอร์ลิน เกี่ยวกับน้ำยาฟื้นฟูที่ท่านพูดถึง มันช่วยคนให้คงความอ่อนเยาว์ได้จริงหรือ?” ท่านหญิงนาเวียนแสดงความสนใจต่อน้ำยาฟื้นฟูที่เมอร์ลินได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

“ใช่แล้ว หากคุณยังคงใช้น้ำยาฟื้นฟู มันสามารถรักษาความยืดหยุ่นของผิวและความอ่อนเยาว์ ทำให้คุณดูอ่อนกว่าวัยได้” เมอร์ลินมองไปที่นาเวียนด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้น พ่อมดเมอร์ลิน ตอนนี้ท่านมีน้ำยาฟื้นฟูหรือไม่?” นาเวียนรีบถาม

“ฉันไม่มี แต่ถ้าคุณกลายเป็นนักเวทย์ คุณก็สามารถปรุงมันได้”

ทันทีที่เมอร์ลินพูดจบ เขาก็รู้สึกว่ารถม้าค่อยๆ หยุดลง เมื่อนาเวียนต้องการสอบถามเพิ่มเติม คนขับรถม้าพูดเสียงดังว่า "ท่านพ่อมด เรามาถึงภูเขาแบรมเบิลแล้ว"

"ในที่สุดก็ถึงซะที"

เมอร์ลินเหลือบมองแหวนมนต์ดำบนนิ้วของเขาและพยักหน้าเล็กน้อย แหวนมีปฏิกิริยา มันสัมผัสได้ถึงวงแหวนเวทย์ของดินแดนมนต์ดำที่อยู๋ใกล้ ๆ

"ถ้าอย่างนั้น ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณพวกคุณที่พาฉันมาส่งที่นี่"

เมอร์ลินพูดกับนาเวียนและลงรถ ความผันผวนที่รุนแรงขององค์ประกอบลมปรากฏขึ้นรอบตัวเขาและเขาก็หายตัวเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

นาเวียนจ้องไปที่แผ่นหลังของเมอร์ลินอย่างว่างเปล่า ขณะที่สาวใช้เตือนเธอด้วยเสียงต่ำ “คุณหนู พ่อมดเมอร์ลินไปแล้ว เราจะไปที่ไหนกันดี?”

"ที่ไหนเหรอ?"

ใบหน้าของนาเวียนเต็มไปด้วยความสุขเมื่อเธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เร่งรีบ “แน่นอน เราต้องกลับไปหาท่านพ่อ ฉันตัดสินใจที่จะเป็นนักเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ฉันจะทำน้ำยาฟื้นฟู!”

สาวใช้ส่ายหัวเล็กน้อย เมื่อมองดูท่านหญิงนาเวียนที่ตื่นเต้น เธอรู้ว่าการกระทำของหญิงสาวจะทำให้ท่านไวเคานต์ปวดหัวอีกครั้ง...

จบบทที่ WS บทที่ 214 ภูเขาแบรมเบิล

คัดลอกลิงก์แล้ว