เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 163 พ่อมดเฮกฮาร์

WS บทที่ 163 พ่อมดเฮกฮาร์

WS บทที่ 163 พ่อมดเฮกฮาร์


เคานต์เซลินจ้องมองไปที่เมอร์ลิน เขารู้ว่าจะต้องบอกความจริงทุกอย่าง หากต้องการความช่วยเหลือของเมอร์ลิน เขาได้พูดช้า ๆ ว่า “อย่างที่ท่านเมอร์ลินคาดเดาไว้ ถึงเมืองเลบิสจะมีกองกำลังที่แข็งแกร่งแต่กองกำลังของเมืองปรากาซก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น สิ่งที่ข้ากังวลจริง ๆ ก็คือนักเวทย์ที่ลองการ์ดีคัดเลือกมา หนึ่งในนักเวทย์ของเขาเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งที่ทรงพลังซึ่งข้าวางแผนที่จะใช้พ่อมดแบฺร์สในการต่อกรกับพ่อมดคนนั้น”

หลังจากที่กล่าวจบ เขาก็จ้องมองไปยังเมอร์ลิน เขายังรู้สึกเสียดายที่เขาต้องเสียกำลังพลที่สำคัญไป

“นักเวทย์ระดับหนึ่งงั้นเหรอ?”

เมอร์ลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ว่ามีความแตกต่างระหว่างนักเวทย์ระดับหนึ่งกับนักเวทย์ระดับเริ่มต้นมีสูงมาก

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สามารถจัดการนักเวทย์ระดับหนึ่งอย่างพ่อมดวิกซ่าได้ด้วยมือของเขา

ดังนั้นเมอร์ลินจึงไม่สนใจพ่อดมดพเนจรทั่วไป แม้เขาคนนั้นจะเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งก็ตาม

ในระหว่างหนึ่งปีที่เข้าร่วมดินแดนมนต์ดำ ความสามารถของเมอร์ลินพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ความรู้และประสบการณ์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

เขายังได้พบอัจฉริยะมากมายที่นั่น นั่นทำให้เขาไม่สนใจพ่อมดพเนจรระดับหนึ่งหรือระดับสองอีกต่อไป

“ฉันจะเป็นคนจัดการนักเวทย์ระดับหนึ่งนั่งเอง!!” เขากล่าวอย่างสงบ

เคานต์เซลินเต็มไปด้วยความปิติยินดี ในความเป็นความจริงในส่วนลึกในใจเขายังกังขาในความแข็งแกร่งของพ่อมดแบร์สแต่ไม่ใช่กับเมอร์ลิน เขามั่นใจว่าเมอร์ลินต้องรับมือกับนักเวทย์ระดับหนึ่งได้แน่นอน

หากไม่มีนักเวทย์ระดับหนึ่ง เขาก็ไม่กลัวการโจมตีของกองกำลังเมืองเลบิส

หลังจากนั้น เมอร์ลินได้ขอตัวออกจากปราสาท เขาตรงไปที่รถม้าของเขา เมอร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ไปที่บ้านของพ่อมดฮิลล์”

จากนั้นรถม้าได้เคลื่อนตัวออกช้า ๆ

...

ในห้องโถงอันกว้างขวางของเคานต์ลองการ์ดี ท่านเคานต์กำลังเดินไปเดินมาด้วยท่าทีที่กระสับกระส่ายอย่างชัดเจน

สาเหตุที่เป้นเช่นนี้เป็นเพราะข้อมูลที่ส่งมาจากสายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองปรากาศ

เคานต์ลองการ์ดีเป็นขุนนางที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เขาไม่พอใจที่จะอยู่ในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองลิส ดังนั้นเขาจึงผูกสัมพันธ์กับองค์ชายแปดแลด้วยอิทธิพลขององค์ชายทำให้เขาสามารถเอาชนะพี่ชายสองคนของเขาและได้รับการแต่งตั้งเป็นเคานต์ของเมืองเลบิสในที่สุด

หลังจากเป็นเคานต์แล้ว ความทะเยอทะยานของลองการ์ดีก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เขาต้องการขยายเมืองดังนั้นเขาจึงต้องกำจัดเมืองปรากาซที่อยู่ใกล้เคียง

ตอนนี้แผนการของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น หากแผนการของเขาสำเร็จ เขาก็จะเริ่มทำสงครามและเมืองปรากาซก็จะตกอยู่ในภายใต้การควบคุมของเขา

อย่างไรก็ตาม มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น แม้แต่คนที่มั่นใจอย่างเขาก็เกิดอาหารลังเลขึ้นมาทันที

“ท่านเคานต์ขอรับ”

จากนั้นไม่นานนักเวทย์กลุ่มหนึ่งได้เดินเข้ามาในห้อง

เคานต์ลองการ์ดีเหลือบไปมองและพูดเบา ๆว่า

“พ่อมดเฮกฮาร์ ข้าเพิ่งได้รับข้อความจากสายลับซึ่งทำให้ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี มันทำให้ข้าไม่สามารถตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายได้”

“ข่าวอะไรที่ทำให้ท่านเคานต์รู้สึกไม่สบายใจขอรับ?”

พ่อมดเฮกฮาร์ดูสงบราวกับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ด้วยท่าทางที่มั่นใจของเขาส่งผลให้ความรอบข้างรู้สึกมั่นใจตามเขาไปด้วยและรู้สึกว่าสามารถทำอะไรก็ได้บนโลกใบนี้

“พ่อมดเฮกฮาร์ นักดาบธาตุที่เราส่งไปตรวจสอบเมืองปรากาซทั้งหมดตายแล้ว ศพของพวกเขาอยู่ข้างนอกในตอนนี้”

เคานต์ลองการ์ดีสั่งสัญญาณให้ทหารยาม ทหารยามอุ้มศพเข้ามาข้างใน ร่างกายถูกเผาไหม้จนเกรียมและบิดเบี้ยวจนจำไม่ได้

ในขณะเดียวกันร่างกายบางส่วนสูญเสียแขนขาไปบางส่วนราวกับพวกเขาถูกการโจมตีที่รุนแรง

พ่อมดเฮกฮาร์เหลือบมองร่างเหล่านี้ด้วยรอยยิ้ม “พวกน่าจะถูกคาถาลูกไฟโจมตี นี่คือพลังของนักเวทย์แต่เราทราบมาว่ามีนักเวทย์เพียงสามคนในเมืองปรากาซ พ่อมดแบร์ส พ่อมดเฟรเยอร์และพ่อมดฮิลล์ พ่อมดแบร์สกับพ่อมดเฟรเยอร์ไม่มีคาถาธาตุไฟ มีเพียงพ่อมดฮิลล์เท่านั้นที่สร้างคาถาลูกไฟแต่โครงสร้างเวทมนต์ของเขาไม่เสถียร เขาไม่มีทางร่ายคาถาได้อย่างต่อเนื่อง เขาไม่น่าจะเสี่ยงชีวิตเพียงเพื่อฆ่านักเดาบธาตุที่อยู่นอกเมืองหรอก”

ตามคำพูดของเฮกฮาร์ เป็นการยันยันว่าพวกเขาทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเมืองปรากาซเป็นอย่างดี

หลังจากกล่าวจบ เขาเหลือบไปมองเคานต์ลองการ์ดี

เคานต์ลองการ์ดีส่ายหัวเล็กน้อยและพูดอย่างแผ่วเบาว่า “พ่อมดเฮกฮาร์ คราวนี้ท่านคิดผิด พ่อมดฮิลล์ไม่ใช่คนเดียวที่สามารถร่ายคาถาลูกได้ ในเมืองปรากาซยังมีพ่อมดเมอร์ลินที่ทำได้ดด้วย”

“พ่อมดเมอร์ลิน? ท่านหมายถึงเมอร์ลินที่เข้าร่วมดินแดนมนต์ดำงั้นหรือ?”

ทันใดนั้นแววตาของเฮกฮาร์เป็นประกาย เขาจ้องมองไปที่ลองการ์ดีเฉียบแหลมพร้อมกับนักเวทย์คนอื่น ๆ ทันทีที่ได้ยินชื่อของเมอร์ลิน

เนื่องจากเมอร์ลินได้เข้าร่วมดินแดนมนต์ดำซึ่งเป็นองค์กรเวทมนต์ที่พ่อดมดพเนจรต่างใฝ่ฝันที่จะเข้าร่วมที่นั่นมาตลอดชีวิต

เคานต์เซลินได้ทำข้อมูลรั่วไหลจึงไม่แปลกใจที่ใครหลาย ๆ คนจะทราบเรื่องนี้

“ท่านเคานต์ เมอร์ลินคนที่เข้าร่วมดินแดนมนต์ดำใช่หรือไม่?” พ่อมดเฮกฮาร์ถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เคานต์ลองการ์ดียืนยันอย่างเคร่งขรึม “ใช่แล้วและเมอร์ลินกลัยมาแล้ว สายลับที่ข้าให้ประจำการในเมืองปรากาซเห็นเมอร์ลินด้วยตาของตัวเอง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลย ฉันไม่คิดว่าเมอร์ลินแห่งดินแดนมนต์ดำจะปรากฏตัวในเมืองปรากาซในช่วงเวลาแบบนี้ด้วย ช่างประจวบเหมาะเสียจริง” พ่อมดเฮกฮาร์เผยรอยยิ้มออกมา

นักเวทย์คนอื่น ๆ ก็คิดแบบเดียวกัน การที่เมอร์ลินกลับมาจากดินแดนมนต์ดำซึ่งมันก็หมายความว่าตัวเขาต้องมีโครงสร้างเวทมนต์ สูตรยาและของอื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไขว่คว้าหามาตลอดชีวิต ในฐานะพ่อมดพเนจร พวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะได้มันมา

บางคนก็กังวลเนื่องจากเมอริ์ลนเป็นถึงนักเวทย์จากองค์กร ดังนั้นจึงไม่ง่ายที่จะจัดการเขา หากไม่ระวัง พวกเขาอาจเป็นฝ่ายเสียท่าซะเอง

“พ่อมดเฮกฮาร์ ข้าไว้วางใจท่าน เจ้าโง่เซลิน มันคิดว่าแบร์สจะสามารถต่อกรท่านได้ แม้ว่าพวกเขาจะระดมโจมตีพวกเรา มันก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้แต่สิ่งที่ข้ากังวลก็คือเรื่องของดินแดนมนต์ดำ ถ้าดินแดนมนต์ดำรู้ว่าเมอร์ลินได้ตายด้วยน้ำมือของเรา นั่นจะทำให้เรามีปัญหา”

ดูเหมือนเคานต์ลองการ์ดีจะมั่นใจในตัวพ่อมดเฮกฮาร์มาก เขากำลังพิจารณาว่าจะจัดการกับดินแดนมนต์อย่างไรดีหลังที่พวกเขาฆ่าเมอร์ลินไป

หลังจากได้เห็นสีหน้าตึงเครียดของลองการ์ดี พ่อมดเฮกฮาร์ได้เผยรอยยิ้มออกมา

“ดูเหมือนว่าท่านเคานต์จะยังไม่รู้กฎของดินแดนมนต์ดำ ตราบใดที่นักเวทย์ยังไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นระดับหนึ่งได้ คน ๆ นั้นก็จะเป็นเพียงสมาชิกชั่วคราวเท่านั้น หากเขาตายทางดินแดนมนต์ดำก็จะไม่สนใจในเรื่องนี้”

เฮกฮาร์ได้หยุดชั่วคราว เนื่องจากสังเกตเห็นว่านักเวทย์คนอื่น ๆ พูดคุยเรื่องโครงสร้างเวทย์มนต์หรือน้ำยาที่จะได้จากเมอร์ลิน เขาแสดงท่าทางดูถูกเหยียดหยามออกมา

“พวกคุณคงจะไม่รู้อะไร สิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวเมอร์ลิน ไม่ใช่ทั้งโครงสร้างเวทมนต์หรือน้ำยา มันคือแหวนมนต์ดำที่อยู่ในมือของเขาต่างหาก!

ถ้าเรามีมัน เราก็จะสามารถเข้ารร่วมกับดินแดนมนต์ดำได้ เมื่อฉันฆ่าเมอร์ลินได้เมื่อไหร่ ฉันจะขอรับแหวนวงนั้นและเข้าร่วมกับดินแดนมนต์ดำ!” ดวงตาของเฮกฮาร์เต็มเปี่ยมได้ความคาดกวัง

“แหวนมนต์ดำ? ไม่ใช่ว่าเราได้สังหารสมาชิกของดินแดนมนต์ดำไปก่อนหน้านี้ มันคงจะไม่ง่ายที่พวกเขาจะยอมรับเราเข้าไปในองค์กร”

แม้แต่ลองการ์ดียังสนใจองค์กรนักเวทย์ที่เฮกฮาร์กล่าวถึง

“เป็นคำถามที่ดี ทุกคที่จะเข้าไปในดินแดนมนต์ดำจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด หากบุคคลนั้นเป็นบุคคลอันตรายจะต้องถูกค้นพบอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หากเป็นพวกเขาเป้นสมาชิกอย่างเป็นทางการ เรื่องราวจะแตกต่างออกไป พวกสมาชิกทางการจะต้องลงนามในสัญญากับดินแดนมนต์ดำและจะได้รับการคุ้มครอง หากพวกเขาถูกสังหารทางดินแดนมนต์จำส่งคนไปกำจัดคนร้าย”

ดูเหมือนพ่อมดเฮกฮาร์จะคุ้นเคยกับดินแดนมนต์ดำเป็นอย่างดี

อยู่ ๆ นักเวทย์ร่างผอมได้ถามเสียงต่ำว่า “พ่อมดเฮกฮาร์ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านอธิบายไว้จริง แล้วพวกนักเวทย์ระดับเริ่มต้นของดินแดนมนต์ดำจะไม่เป็นอันตรายหรือที่ออกมาจากเขตแดนของพวกเขา”

นักวเทย์ระดับเริ่มต้นจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากดินแดนมนต์ดำ เมื่อพวกเขาออกมาจากที่นั่นทำให้พวกเขาไม่ต่างจากคลังสมบัติเคลื่อนที่ พวกเขาจะดึงดูดความสนใจของนักเวทย์พเนจรที่ต้องการจะแย่งชิงแหวนมนต์ดำของพวกเขา

พ่อมดเฮกฮาร์ชำเลืองมองนักเวทย์คนนั้นอย่างสงบ จากนั้นเขาก็หัวเราะเยาะ “คุณคิดว่าองค์กรนักเวทย์คืออะไร พวกเขาไม่เคยขาดแคลนนักเวทย์ระดับเริ่มต้น พวกเขาจึงไม่ต้องสนใจว่านักเวทย์เหล่านั้นว่าจะอยู่หรือจะตาย”

ด้วยคำพูดของเฮกฮาร์ทำให้นักเวทย์คนนั้นหนาวสั่นไปทั่วสันหลัง ดูองค์กรนักเวทย์จะไม่ได้ยอดเยี่ยมอย่างที่พวกเขาคิด...

จบบทที่ WS บทที่ 163 พ่อมดเฮกฮาร์

คัดลอกลิงก์แล้ว