เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 135 ความเข้ากันได้

WS บทที่ 135 ความเข้ากันได้

WS บทที่ 135 ความเข้ากันได้


ภายในห้อง ๆ หนึ่งที่มีเครื่องแก้วจำนวนมากกระจัดจายไปทั่วทุกมุมห้อง สภาพห้องเละเทะเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ที่นี่คือห้องทดลองของเมอร์ลิน

นักเวทย์ที่คนต้องการมีห้องทดลองเป็นของตัวเองเพื่อทำการปรุงยา วิจัยอักษรรูนหรือการสร้างโครงสร้างเวทมนต์ดังนั้นห้องทดลองจึงมีความสำคัญมาก ๆ

โดยห้องทดลองทั่วไปจะต้องมีความเงียบสงบและความปลอดภัยแต่มันช่างแตกต่างจากห้องทดลองชั่วคราวของเมอร์ลิน หากเมอร์ลินอยากจะสร้างเป็นของตัวเอง เขาต้องเป็นนักเวทย์ระดับสี่ขึ้นไปโดยห้องทดลองจะมาในรูปแบบของหอคอยนักเวทย์และมีห้องทดลองอยู่ในหอคอย

อันที่จริงห้องที่พ่อมดลีโออาศัยอยู่ตลอดเวลาหลายนั่นคือห้องทดลอง เขาใช้เวลามากกว่า 10ปีในการสร้างห้องทดลองให้สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินต้องการเพียงห้องเล็ก ๆ เพื่อทำการปรุงยาเท่านั้น

“เดอะเมทริกซ์ เริ่มกระบวนการสร้างน้ำยามนตราอสูร” เมอร์ลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ และเปิดใช้งานเดอะเมทริกซ์ทันที

ปี๊ป ภารกิจสำเร็จ กำลังตรวจสอบรายการส่วนผสมของน้ำยามนตราอสูร...

เดอะเมทริกซ์เริ่มต้นการทำงานตามที่วางแผนไว้ล่วงหน้า มันคัดแยกและนับส่วนผสมทั้งหมดโดยส่วนผสมของน้ำยามนตราอสูรมีทั้งหมด 89 อย่าง

ส่วนน้ำยาห้ามเลือดใช้ส่วนผสมเพียง 11 อย่างเท่านั้น

เมอร์ลินรู้จักส่วมผสมพวกนี้จากพ่อมดฮาวล์แต่ด้วยมันมีมากเกินไปและกระบวนการเตรียมการค่อนข้างยุ่งยาก ทำให้เขาต้องใช้เวลาสองสามชั่วโมงในการเตรียมส่วนผสมทั้งหมด

แค่เตรียมส่วนผสมก็ใช้เวลาไปครึ่งวันแล้ว

“ฟู่~” เมอร์ลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ในที่สุดก็เตรียมเสร็จแล้ว”

ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบนั้นยุ่งยากและซับซ้อนมาก หากไม่มีเดอะเมทริกซ์ เขาคงไม่สามารถปรุงยาตัวนี้ออกมาได้

นอกจากการเตรียมส่วนผสมจะสำคัญแล้ว การควบคุมไฟ หยดน้ำและอื่น ๆ ทุก ๆ อย่างย่อมส่งผลต่อความสำเร็จในการปรุงยา

เมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนการปรุงยา เขาปฏิบัติตามเดอะเมทริกซ์ทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน

ในที่สุเขาก็ได้ทำน้ำยามนตราอสูรเสร็จ แต่อย่างไรก็ตาม เขาต้องตรวจสอบก่อนจะดื่มว่ามันสำเร็จหรือล้มเหลว

“เดอะเมททริกซ์ ช่วยตรวจสอบหน่อยสิวา มันตรงตามมาตรฐานหรือไม่”

ก่อนหน้านี้เมอร์ลินได้ให้เดอะเมทริกซ์บันทึกข้อมูล สี ส่วนผสม องค์ประกอบต่างๆ ของน้ำยามนตราอสูรเพื่อให้เดอะเมทริกซ์สามารถนำข้อมูลที่ได้มาตรวจสอบคุณภาพของน้ำยา

ปี๊บ ผลลัพธ์ของสีตัวยามีความแต่กตางจากต้นแบ 6% อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่แนะนำให้ใช้งาน

เสียงจักรกลของเดอะเมทริกซ์รายงานผลออกมา ทำให้เมอร์ลินลังเลที่จะใช้งานน้ำยามนตราอสูรตรงหน้า

สูตรยามันมีความละเอียดอ่อนมาก หากเกิดความแต่กต่างเพียงเล็กน้อย มันก็จะสามรถเปลี่ยนจากยาธรรมดาให้กลายเป็นยาพิษได้

ดังนั้นพวกนักปรุงยาต้องลองผิดลองถูกหลายครั้งถึงจะได้น้ำยาที่ใช้ได้

ดูเหมือนการทดลองการน้ำยามนตราอสูรครั้งแรกจะล้มเหลว

เขาต้องหาสาเหตุของความล้มเหลวในแต่ละครั้ง โชคดีที่เขามีเดอะเมททริกซ์คอยช่วยเหลือ ทำให้เขารู้ว่าเขาทำพลาดตรงไหน

ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการค้นหาสาเหตุ เนื่องจากกระบวนการเตรียมน้ำยามันซับซ้อนเกินไป

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมอร์ลินก็พบสาเหตุที่ทำให้เขาล้มเหลวแล้ว มันเป็นเพราะเขาไม่ได้ทำให้ส่วนผสมบางตัวเกิดความชื้นและบางอันก็แห้งเกินไป

เมอร์ลินฝืนยิ้มอย่างอ้อนแรง แม้ว่าเขาจะปฏิบัติตามแล่ละขั้นตอนอย่างเคร่งครัดแถมยังได้ความช่วยเหลือจากเดอะเมทริกซ์ เขาแค่ผิดพลาดเล็กน้อยก็ทำให้ล้มเหลวแล้ว

“เอาล่ะ มาเริ่มต้นกันใหม่” เมอร์ลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ และเตรียมตัวปรุงยาอีกครั้ง

ครั้งที่ผ่านไป เขาเริ่มทำครั้งสองและครั้งที่สาม...

หลังจากใช้สองวันในห้องปรุงยา เขาล้มเหลวในการปรุงยาสามครั้งติดต่อกัน ด้วยความล้มเหลวสามครั้งติดต่อกัน มันทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจที่จะให้เดอะเมทริกซ์ควบคุมต่อดีมั้ย

แต่อย่างไรก็ตาม ในการปรุงยาครั้งที่สี่ เมอร์ลินก็ประสบคสามสำเร็จได้น้ำยามนตราอสูรตามที่เดอะเมทริกซ์รับรอง

“ฟู่” เมอร์ลินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้สึกความตึงเครียดที่สะสมมาจางหายไปทันที ตอนนี้เขารู้สึกหมดแรง เขาจึงเริ่มทำสมาธิอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่เขาทำสมาธิ เมอร์ลินรู้สึกว่าพลังจิตของเขาจะเพิ่มขึ้นกว่าการทำสมาธิตามปกติเล็กน้อย

“ฉันไม่คิดว่าการปรุงยาจะช่วยให้พลังจิตเพิ่มขึ้นด้วย” เมอริ์นยิ้มอย่างมีความสุข

จากนั้นเขาก็หยิบย้ำยาสีเขียวเข้มในภาชนะแก้วขึ้นมา

“ฉันต้องใช้ทำถึงสี่ครั้งถึงจะปรุงสำเร็จ” เขาจ้องเขม็งไปที่น้ำยามนตราอสูรตรงหน้า

เขาทำตามสูตรจากม้วนหนังสัตว์ของชายชราผมเงิน มันไม่ใช่ของที่จะทำได้ง่าย ๆ

เขาไม่รู้ว่าชายชราต้องทำกี่ครั้งถึงจะสำเร็จแต่เขาพบข้อความบางอย่างที่ชายชราเขียนทิ้งไว้ในแหวน

มันเป็นเรื่องราวของที่ระบายความยากลำบากในการรวบรวมวัตถุดิบสำหรับทำน้ำยามนตราอสูร

ชายชราได้ใช้เวลาเตรียมส่วนผสมอย่างอุสาหะ เขาใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือนแต่สุดท้ายความพยายามทั้งหมดของเขากลับสูญเปล่า

เนื่องจากกระบวนกาที่ซับซ้อนของมัน แม้ว่าพ่อมดฮาวล์ทำการปรุงเอง อัตราสำเร็จก็ไม่ถึง 10% ดังนั้นการที่เมอร์ลินปรุงยาสำเร็จถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก

“การจะใช้งานน้ำยามนตราอสูร ผู้ใช้จะต้องมีสภาวะจิตที่มั่นคง”

เมอร์ลินจดจำข้อปฏิบัติก่อนการใช้งานได้เป็นอย่างดี มันได้บอกว่าผู้ที่จะดื่มมัน หากพลังจิตไม่มั่งคง ห้ามดื่มมันเด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหยุดพักสองสามวันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการดื่มน้ำยามนตราอสูร

...

5วันต่อมา เมอร์ลินรู้สึกว่าพลังจิตของเขามาถึงจุดสูงสุดแล้วและเขาก็พร้อมที่จะดื่นน้ำยามนตราอสูร

ยาตัวนี้สามารถทำให้ชายชราผมเงินที่เป็นพ่อมดพเนจรกลายให้มีพลังจิตสูงเท่านักเวทย์ระดับสาม เท่านี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่า ยาตัวนี้มีค่ามากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ยาตัวนี้ส่งผลต่อพลังจิตโดยตรง ดังนั้นมันจึงมีความเสี่ยงที่จะดื่มมัน เขาต้องดื่มมันอย่างระมัดระวัง

หลังจากเมอร์ลินปรับสมดุลเสร็จ จากนั้นเขาก็ดื่มน้ำยามนตราอสูรเข้าไป

ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าร้างกายของเขาเบาหวิวราวกับลอยอยู่ในอากาศ จากนั้นเขารู้สึกได้ความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาในจิตใจของเขา มันพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

ความรู้สึกนี้มันกินระยะเวลาพักใหญ่ เขาได้ลองทำสมาธิแต่มันก็ไม่หายไป ดังนั้นเขาจึงต้องเฝ้ารอให้ความรู้สึกนั้นหายไปอย่างเงียบ ๆ

เมื่อผ่านไป ความรู้สึกดังกล่าวได้หาย เขารีบตรวจสอบพลังจิตของเขาอย่างรวดเร็ว จากการตรวจสองมัยก็ทำให้เขาตกตะลึง พลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 30%

เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เขาพยายามระงับความตื่นเต้นเอาไว้ ถ้าเขาสามารถปรุงน้ำยามนตราอสูรได้มากกว่านี้ มันก็จะเพิ่มพลังจิตให้เขามากกว่าเทคนิคการทำสมาธิระดับกลาง

แต่ช่างน่าเสียดายที่ส่วนผสมเหลืออยู่ในแหวนไม่มากนัก แล้วเมอร์ลินก็ไม่กล้าใช้พวกมันอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม พลังจิตในตอนนี้เพิ่มขึ้นตั้ง 30% เมอร์ลินจึงนำแผนการที่จะสร้างคาถาระดับหนึ่งกลับมา จริง ๆ เขาก็จะทำอย่างนี้มาตั้งนานแล้วแต่พลังจิตในตอนนั้นยังน้อยเกินไป

และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกประมาณ 10วัน ก่อนที่จะถึงวันงานชุมนุมนักเวทย์ เขาจึงรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาทันที

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาจึงเปิดใช้งานเดอะเมทริกซ์

“เดอะเมทริกซ์ เริ่มทำการวิเคราะห์โครงสร้างคาถาระดับหนึ่ง เพลิงพิโรธ”

คาถาเพลิงพิโรธเป็นคาถาระดับหนึ่ง เมอร์ลินเลือกมันโดยอ้างอิงกับคาถาลูกไฟ

ในช่วงเวลาที่เขาอาศัยอยู่ในดินแดนมนต์ดำ เขาค่อย ๆ ศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องของโตรงสร้างเวทมนต์ เขาได้รู้ว่าการเลือกคาถามันสำคัญมาก มันจะมีผลในช่วงที่เลื่อนขั้น

ยกตัวอย่างเช่น หากเขาต้องการจะสร้างคาถาระดับหนึ่ง นอกจากเขาจะต้องมีพลังจิตที่เหมาะสมกับโครงสร้างคาถาในมือแล้ว เขาจะต้องมองหาความเข้ากันของคาถาระดับนึ่งและระดับศูนย์

นั่นจึงทำให้การสร้างคาถามันซับซ้อนมากขึ้นไปอีก พวกพ่อมดต้องทำการศึกษามากมายถึงจะหาคาถาที่เข้ากัน

ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้นักเวทระดับเริ่มต้นจำนวนมากไม่สามารถเลื่อนขั้นกลายเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งได้

หากพวกเขาฝืนสร้างคาถาโดยไม่สนถึงความเข้ากันของคาถา มันจะทำให้โครงสร้างไม่เสถียรและมีสิทธิ์ที่จะพังทลายได้

สำหรับเลอแรนก้า สาเหตุที่เธอไม่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นเพราะคาถาเพลิงพิโรธไม่เข้ากันกับคาถาระดับศูนย์ของเธอ เมื่อเธอล้มเหลว เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นและต้องออกจากดินแดนมนต์ดำไป

อย่างก็ตาม เมอร์ลินไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องของความเข้ากันระหว่างทั้งความคาถา เขามั่นใจว่าเดอะเมทริกซ์สามารถคำนวณและวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้

ดังนั้นเมอริ์ลนจะต้องเลือกคาถาที่มีความเข้ากันสูงสุดถึงเขาจะปลอดภัยในการจำลองมันเข้าไปในจิตใต้สำนึก

ปี๊บ ทำการวิเคราะห์เสร็จสิ้น ได้รูปแบบทั้งหมด 113,650รูปแบบ

คราวนี้เมอร์ลินต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกมากขึ้น นอกจากเรื่องของความเสถียรแล้ว เขายังต้องเลือกโครงสร้างเวทมนต์ที่มีความเข้ากันได้กับโครงสร้างเวทมนต์คาถาลูกไฟเพื่อให้กระบวนการจำลองคาถาระดับหนึ่งดำเนินไปอย่างราบรื่น

จบบทที่ WS บทที่ 135 ความเข้ากันได้

คัดลอกลิงก์แล้ว