เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 130 เดินทางกลับ PART 1

WS บทที่ 130 เดินทางกลับ PART 1

WS บทที่ 130 เดินทางกลับ PART 1


ศพของชายชราดำเป็นตอตะโกแทบไม่หลงเหลือเค้าเดิมเลย

เมอร์ลินใช้พลังจิตตรวจสอบศพ เขาพบแหวนบนนิ้วของเขา ชายชราผมเงินคนนั้นเป็นเพียงนักเวทย์ระดับเริ่มต้นเท่านั้น เขาสามารถสร้างคาถาได้ไม่กี่คาถาเท่านั้นที่เขาแข็งแกร่งขนาดนี้เป็นเพราะศาสตร์ความรู้ของหมอผี

เมอร์ลินหยิบแหวนวงนั้นมาและใช้พลังจิตตรวจภายใน เขาพบพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในแหวน มันกว้างว่าแหวนที่เขาได้รับมาจากชายชราอีธานและภายในที่ของต่าง ๆ มากมายถูกใส่ไว้จนหนาขนัด

ของข้างในมีตั้งแต่ส่วนผสมทำยาแล้วยังมีหินธาตุอันล้ำค่ามากมายและยังมีสิ่งของอื่น ๆ เช่น บันทึกของนักเวทย์

เขาได้เปิดอ่านบันทึกแบบคร่าว ๆ และพบว่าเป็นของนักเวทย์จากเมืองแห่งอัคคี

เมืองแห่งอัคคีนั้นมีองค์กรนักเวทย์ที่มีขนาดใหญ่เคียงกับดินแดนมนต์ดำที่มีชื่อว่าแคว้นแห่งธุลีและมีชื่อเสียงพอ ๆ กับหอคอยอเวจี

เนื่องจากบันทึกเล่มนนี้อยู่ในมือของชายชราผมเงินก็แสดงว่านักเวทย์คนนั้นได้ตายไปแล้ว

ยิ่งเมอร์ลินเข้าไปในแหวนมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งพบสิ่งที่น่าประหลาดใจมากขึ้น ชายชราผมเงินคนนี้ได้สังหารนักเวทย์มามากมายและได้ปล้นของมาเป็นจำนวนมาก

และในเมื่อชายชราตายไปแล้ว ของทุกอย่งานี้ก็ตกเป็นของเขา

หลังจากเมอร์ลินค้นของในแหวนมาสักพักเขาก็ยังไม่เจอมรดกของหมอผีเลยเนื่องจากของในแหวมีมากเกินไป เขาจึงจำเป็นต้องใช้เวลามากกว่านี้ในการค้นหาให้ทั่ว ดังนั้นไว้เขากลับถึงดินแดนมนต์ดำเมื่อไหร่เขาจะค้นของในแหวนให้ละเอียด

เมอร์ลินเก็บแหวนเอาไว้อย่างดี จากนั้นก็หันมามองโฮล์มส์ รีลลิสและเลอแรนก้า พวกเขาไม่ว่าอะไรที่เมอร์ลินเก็บของของชายชราผมเงินไว้เพียงคนเดียวเพราะในท้ายที่สุดเมอร์ลินเป็นคนสังหารชายชราเพียงลำพัง เขาที่ลงแรงและเสี่ยงตายมากที่สุดดังนั้นของทั้งหมดควรจะตกเป็นของเขา

เมอร์ลินสำรวจร่างกายของเขา แม้เขาจะยังรู้สึกเจ็บอยู่แต่เลือดได้หยุดไหลแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งมากเพียงใด

“แม่มดเลอแรนก้า แม่มดรีลลิส พวกคุณไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

เมอร์ลินมองไปที่พวกเธอ ทั้งคู่มีใบหน้าที่ซีดเซี่ยวจากการโดนโจมตีด้วยนลำแสงแห่งความมืดด้วยร่างกายที่อ่อนแอของพวกเธอคงต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกพักใหญ่

“พวกเราไม่เป็นไร”

ทั้งสองคนพยายามลุกขึ้นยืนด้วยกุมบาดแผลเอาไว้ ดูเหมือนพวกเธอจะยังเดินไหว

คนเดียวที่แทบไม่ได้รับบาดเจ็บก็คือพ่อมดโฮล์มส์แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกไม่ค่อยดี เนื่องจากเสื้อคลุมที่เขามอบให้เมอร์ลินก่อนหน้านี้ มันได้พังไปแล้ว

“ภารกิจนี้มันได้ไม่คุ้มเสีย”

โฮล์มส์พึมพำเบา ๆ เสื้อคลุมรูนเขาต้องใช้แต้มแลกมากกว่าสิบแต้ม แม้เขาจะได้รางวัลเป็นแต้มสนับสนุน 50แต้มแต่มันไม่คุ้มกับที่เขาเสียไปเลย

หลังจากนั้นโฮล์มส์ได้เงยหน้าขึ้นและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่าว่า

“ตอนนี่ภารกิจเสร็จแล้ว ฉันต้องกลับไปหาครอบครัว ดังนั้นฉันจะแยกกับพวกคุณตรงนี้”

พ่อมดโฮล์มส์หันหลังไปทันทีโดยไม่คิดจะชายตามองเมอร์ลิน เขาร่ายคาถาทำลายก้อนหินที่ขวางทางออกและออกจากถ้ำไปพร้อมกับรีลลิส

เมอร์ลินทำได้เพียงส่ายหัวเบา ๆ เขารู้สึกว่านิสัยของโฮล์มส์นั้นแม้จะหยิ่งยะโสไปบ้างแต่โดยรวมเขาก็เป็นคนดี

“ไปกันเถอะเลอแรนก้า”

เมอร์ลินเข้าไปประคองเลอแรนก้าอย่างระมัดระวัง เขาแบกเธอไว้บนหลัง ก่อนที่เขาจะออกไปเขาหันไปมองผู้คนที่ถูกตรึงอยู่กับเสาหิน

*ตูม ตูม ตูม*

เมอร์ลินร่ายลูกไฟใส่เสาให้พังทลาย พวกนักดาบธาตุและนักเวทย์ที่อยู่จับไว้ได้หลุดจากพันธนาการ

“ไปกันเถอะ”

เมอร์ลินไม่สนใจพวกเขา เขาคิดว่าเมื่อเสร็จภารกิจแล้ว จากนี้ก็ไม่น่าจะพบพวกเขาอีกในอนาคต

หลังจากพวกเขาเดินออกมาจากถ้ำ คาเปซกับแคทเธอรีนที่รออยู่ข้างนอกได้เดินตรงมาหาพวกเขา

“พ่อมดเมอร์ลิน คุณเจอพ่อมดปาริโอกับพ่อของเรารีเปล่า”

เมอร์ลินชี้ไปที่ในถ้ำและพูดด้วยเฉยชาว่า พวกเขาอยู่ในถ้ำและน่าจะไม่เป็นอะไรมาก”

คาเปซถอนหายใจอย่างโล่งอกและโค้งคำนับให้เมอร์ลินด้วยความเคารพ เมอร์ลินชำเลืองมองแคทเธอรีนซึ่งดูโกรธจัด แขนของเธอหายไป นี่คงเป็นบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับความดื้อรั้นและไร้เดียงสาของเธอ

พวกเมอร์ลินไม่ได้พูดอะไรอีก พวกเขาเดินทางออกจากเมืองดอนกลินอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะรีบกลับไปรับรางวัลที่ดินแดนมนต์ดำ

...

*หวู่ม หวู่ม*

แสงวาบปรากฏ ณ ใจกลางวงแหวนเวทย์ จากนั้นเมอร์ลินกับเลอแรนก้าเดินโซเซออกมา

เมอร์ลินมองไปรอบ ๆ เขามองเห็นเพียงชายหาดและนกนางนวลบินไปมาเหนือท้องทะเล

“ในที่สุดก็มาถึงซะที” เมอร์ลินส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น แม้ว่าการเดินทางจะราบรื่นแต่ด้วยอาหารบาดเจ็บของเลอแรนก้าทำให้พวกเขาต้องแวะตามทางอยู่บ่อย ๆ

เมอร์ลินมองไปที่แผ่นศิลาขนาดใหญ๋ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าเขา เขายังจำได้ดีในวันแรกที่เขามาที่นี่และได้พบกับแมวดำลอยออกมาจากแผ่นศิลา

จากตอนนั้นมันก็ผ่านมาได้ครึ่งปีแล้ว ตอนนี้เมอร์ลินเปลี่ยนไปมาก เขากลายเป็นนักเวทย์หกธาตุที่แข็งแกร่ง

“เฮ้อ...”

เมื่อเมอร์ลินกับเลอแรนก้าเข้าใกล้แผ่นศิลา หมอกสีดำก็ลอยออกมาแผ่นหินและหมอกนั่นได้กลายเป็นแมวดำผู้ร่าเริง

“นักเวทย์วัยเยาว์เอ๋ย พวกเจ้าเพิ่งกลับมาจากภารกิจใช่หริอไม่?” เจ้าแมวดำกล่าวพลางแกว่งหาวยาวอย่างแผ่วเบาและสง่างาม

เมอริ์ลนได้ยิ้มให้มันเบา ๆ และนั้นเขาก็เดินไปหามันและโยนหินธาตุน้ำแข็งขนาดหัวแม่โป้ง 2ก้อนให้มัน

“เหมียว!”

เจ้าแมวดำรีบคว้มหินธาตุไว้อย่างรวดเร็วและจับพวกมันยัดเข้าปากทันที

“ไม่เลว รสชาติของมันเยี่ยมจริง ๆ พ่อมดหนุ่มเอ๋ย ข้าขอให้เจ้าโชคดี” เจ้าแมวดำพูดอย่างไร้อารมณ์ มันสนใจแต่หินธาตุอันแสนอร่อยของมันเท่านั้น

เมอร์ลินโค้งคำนับให้มันเล็กน้อยและถามเบา ๆ ว่า “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ไดอามอส ท่านจำผมได้หรือไม่?”

“หื้ม?” เจ้าแมวดำพิจารณาเมอร์ลินอย่างละเอียด จากนั้นมันได้พึมพำเบา ๆ ว่า “โฮ้ เจ้าคือพ่อมดหน้าใหม่เมื่อครึ่งปีที่แล้ว เจ้าชื่อ...”

ดูเหมือนเจ้าแมวดำจะจำเมอร์ลินได้ เขาจึงตอบไปเบา ๆ ว่า “ผมมีชื่อว่าเมอร์ลิน วิลสันขอรับ”

“ใช่แล้ว พ่อมดเมอร์ลินเองสินะ”

แมวดำยกอุ้งเท้าและชี้ไปที่เมอร์ลินและพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าพ่อมดหน้าใหม่อย่างเจ้าจะกลายเป็นนักเวทย์หกธาตุได้ภายในครึ่งปี...ไม่เลว ข้าผู้ยิ่งใหญ่ไดอามอสพอใจกับกินธาตุที่เจ้ามอบให้มาก ข้าจะมอบของขวัญบางอย่างให้เจ้า”

หลังจากกล่าวจบร่างของแมวดำได้ส่องแสงสีดำออกมา แสงสีดำได้พุ่งไปยังกลางอกของเมอร์ลิน

เขาตกใจอย่างมาก เขาไม่คิดว่าแมวดำตัวนี้จะสามารถทะลุผ่านตัวเขาได้

สำหรับแมวตัวนี้เขารู้เพียงแค่ว่า มันถูกสร้างจากแผ่นศิลาที่จอมเวทย์ฟิเดลเป็นคนสร้างขึ้น ทำให้ตัวของมันพิเศษและไม่เหมือนใคร เนื่องด้วยเมอร์ลินมีความรู้เล็กรูนน้อย เขาจึงไม่เข้าใจถึงความสามารถของแมวดำตัวนี้

แต่เขาสัมผัสได้ว่าถึงออร่าที่เข้มข้นยิ่งกว่าค้างคามแวมไพร์ตัวที่เขาสู้เมื่อหลายวันก่อนอย่างเทียบไม่ติด

ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมา

อย่างไรก็ตามหลังจากแมวดำได้เข้ามาในร่างกายของเขา เขาพบว่าพลังจิตของเขาเปลี่ยนไป มันรู้สึกเบาขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้พลังจิตของเขาได้แบกรับโครงเวทมนต์ของคาถาทั้งหกเอาไว้อย่างหนักหน่วง ราวกับว่าแสงสีดำได้ทำการปลดเปลี้ยงภภาระเหล่านั้นของพลังจิตออกไป

นั่นทำให้เมอริ์ลนรู้สึกสงสัยว่า แมวตัวนี้ทำได้อย่างไร

“เอาล่ะ พ่อมดเมอร์ลิน เจ้าไปได้แล้ว!!” ไดอามอสดูเหนื่อยเล็กน้อย จากนั้นมันกลายร่างเป็นแสงสีดำและพุ่งกลับเข้าไปในแผ่นศิลา

หลังจากมองตามแสงสีดำอย่างุนงง เลอแรนก้าที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปนอิจฉาว่า

“คุณแค่ใช้หินธาตุเพียงสองก้อนก็ทำให้ท่านไดอามอสยอมช่วยเหลือคุณ คุณรู้อะไรมั้ยมีนักเวทย์จำนวนมากมอบหินธาตุให้ท่านไดอามอสมากมายแต่ท่านก็ไม่ยอมช่วยใครเลยแม้แต่คนเดียว”

เมอร์ลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเขาได้หันไปโค่งคำนับให้กับแผ่นศิลา แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมแมวดำถึงมาช่วยเขาแต่เขารู้สึกขอบคุณมันมาก

จากนั้นเมอร์ลินกับเลอแรนก้าได้เดินเข้าไปที่ทางเข้าดินแดนมนต์ดำและยกแหวนขึ้นมา ทันใดนั้น เสาแสงสองแห่งได้ห่อหุ้มร่างของเมอร์ลินกับเลอแรนก้าเอาไว้

และทั้งคู่ก็หายวับไปในพริบตา...

จบบทที่ WS บทที่ 130 เดินทางกลับ PART 1

คัดลอกลิงก์แล้ว