เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 9 ภาพลวงตา

WS บทที่ 9 ภาพลวงตา

WS บทที่ 9 ภาพลวงตา


เมอร์ลินได้ถือประติมากรรมนูนที่ซื้อเอาไว้ในมือ เขาไม่กล้าจ้องมองมันตรง ๆ เพราะกลัวว่าจะเห็นภาพแปลก ๆ อีก เขาตั้งใจไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดเมื่อตอนกลับถึงบ้าน

ส่วนแอนสันเลือกซื้อหยกแต่มันมีราคาสูงถึง 100เหรียญทอง แม้ว่าแอนสันเกิดมาในตระกูลขุนนางแต่เขาก็ไม่สามารถใช้จ่ายได้มากขนาดนั้น

ทำให้แอนสันยอมแพ้แต่โดยดี ในขณะเดียวกันคาริซเลือกสร้อยข้อมือหยก แต่มันก็มีราคาสูงกว่าที่หนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญทอง เครื่องประดับหยกจากจักรวรรดิมอลต้านั้นนำสมัยที่สุดในหมู่ขุนนาง ดังนั้นนาธานจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถขายได้แม้ว่าราคามันจะค่อนข้างสูงก็ตาม

คาริซสวมต่างหูมรกต และสร้อยข้อมือหยกอยู่ทางขวามือของเธอ เธอดูเหมือนจะรักเครื่องประดับหยกพวกนี้มาก แม้ว่าสร้อยข้อมือหยกนี้จะมีราคามากกว่า 100เหรียญทอง แต่เธอก็ยังกัดฟันซื้อมัน

กัตต์เข้ามาหาเธอและต้องการจะซื้อกำไลหยกอีกวงให้คาริซ ดูเหมือนเจ้าอ้วนกัตต์ชอบคาริซมากแต่อย่างไรก็ตามเธอปฏิเสธไป นั่นทำให้กัตต์ค่อนข้างผิดหวัง

“แอนสัน คุณนาธาน เขาเป็นใครเหรอ? เขาก็ดูน่าเชื่ออยู่นะแต่ฉันสงสัยว่าเขาไปหาพวกศิลปวัตถุจำนวนมากขนาดนี้มาจากไปและที่สำคัญสินค้าจำนวนขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะหลุดรอดสายตาของกองกำลังของเมือง แล้วที่สำคัญทำไมพวกเขาถึงไม่ทำอะไรเลยล่ะ” เมอร์ลินถามด้วยเสียงต่ำ

“ฮี่ฮี่ คำตอบง่ายมาก ที่คุณนาธารถึงรอดพ้นการตรวจสอบเพราะเขามีผู้อำนาจหนุนหลังไงล่ะ”

เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจแต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเห็นอื่นออกมา  ก็จริงอยู่ที่นาธานจะต้องมีผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังเป็นแน่นอน จึงทำให้ที่นี่รอดจากการตรวจสอบจากทางการ ซึ่งในเมืองแบล็กวอเตอร์นั้นมีขุนนางผู้ครองตำแหน่งสูงสุดคือบารอน โดยเฉพาะตระกูลออกัสติน ซึ่งนับว่ามีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมือง ที่เป็นแบบนี้เพราะตระกูลออกัสตินมีกองกำลังเป็นของกำลังและกองกำลังเดียวกับที่ปกป้องเมืองซึ่งขุนนางบารอนตระกูลอื่นไม่มี

จากนั้นพวกเมอร์ลินได้เดินออกจากร้านของนาธาน สายลมอันหนาวเหน็บได้พัดเข้าสู่ใบหน้าของพวกเขา.

“ดูสิหิมะตกแล้ว!” แอนสันตะโกน

เมอร์ลินจ้องมองไปบนท้องฟ้า เกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่โปรยปรายลงเบื้องล่าง เขารู้สึกความผิดปกติเนื่องจากนี่มันเดือนกันยายนแต่กลับมีหิมะตกแล้ว

“ฮัดชิ่ว!! หนาวจังเรารีบกลับบ้านกันเถอะ! เมอร์ลินฉันจะไปส่งนายคฤหาสน์วิลสันก่อนก็แล้วกัน”

กัตต์กระชับเสื้อคลุมของเขาเข้าและพุ่งเข้าไปในรถม้าของเขาอย่างรวดเร็ว

รถม้ามาหยุดที่หน้าคฤหาสน์วิลสันอย่างช้าๆ เมอร์ลินลงจากรถม้า แม้จะมีเสื้อโค้ทผ้าขนสัตว์ที่หนานุ่มแต่เขาก็ยังรู้สึกหนาวสั่น

“เจอกันพรุ่งนี้นะ!”

แอนสันและกัตต์โบกมือลาเมอร์ลิน หลังจากรถม้าวิ่งเหยาะๆ ออกไปแล้วเมอร์ลินก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์

“ฟู่~”

เมื่อเมอร์ลินเข้ามาในคฤหาส เขาก็ถอนหายใจโล่งอก เขาเห็นว่ามีสาวใช้กำลังก่อไฟที่เตาผิง ทำให้ตัวบ้านได้อบอุ่น เขาถอดเสื้อคลุมของเขาแล้วตบหิมะออกเบา ๆ

“อืม...ฉันจะทำยังไงกับประติมากรรมอันนี้ดีเนี่ย?”

เขาได้หันซ้ายแลขวา เมื่อพบว่าไม่มีใครสนใจเขา เขาได้ปรี่เข้าไปในห้องพร้อมกับประติมากรรมนูนอย่ารวดเร็ว

หลังจากปิดประตู เมอร์ลินหยิบรูปปั้นนูนออกมาจากเสื้อคลุมของเขา

“ไหนของลองอีกทีสิ ว่าผลลัพธ์มันจะเหมือนเดิมมั้ย”

จากนั้นเมอร์ลินก็เพ่งมองไปที่ประติมากรรมนูนอีกครั้ง เขาจ้องลวดลายจากล่างขึ้นบน

“หื้ม?”

ดูเหมือนประติมากรรมนูนจะสั่นเล็กน้อย จากนั้นเมอร์ก็รู้สึกแปลก ๆ ราวกับโลกกำลังสั่นไหว เขาเห็นผู้ชายเปลือยในรูปปั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขาจ้องมองการเคลื่อนไหวของชายเปลือยอย่างจริงจัง

การเคลื่อนไหวมีความซับซ้อนมากและท่วงท่ามันเหมือนจะเหยียดยืดร่างกายออก จู่ ๆ ร่างกายของเมอร์ลินได้ขยับตามท่วงท่าของชายเปลือยโดยไม่รู้ตัว

“อึก!! เจ็บจัง”

เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะร้องออกมา ในระหว่างที่ร่างกายของเขาขยับไปมาโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จากนั้นสติของเมอร์ลินก็ค่อย ๆ เลือนหายไป...

เขาได้ลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้น เขาได้ลุกยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาหันไปมองประติมากรรมนูนอย่างไม่เข้าใจ

'รูปปั้นนี้มันคือะไรกันและเกิดอะไรขึ้นกับฉัน!'

เมอร์ลินรู้สึกหวาดกลัว เขาไม่กล้ามองดูรูปปั้นนั้นอีก ความรู้สึกที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายของเขาเองได้นั้นน่ากลัวมาก มันทำให้เขาสั่นเทาเมื่อคิดถึงมัน รูปปั้นนี้ช่างสะพรั่นพรึงอย่างแท้จริง

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงเมอร์ลินก็สงบสติอารมณ์ได้แต่เขาตั้งใจที่จะไม่มองมันอีก

“ท่าทางพวกนั้นมันคืออะไรกันนะ?” เขากล่าวอย่างสงสัย

เมอร์ลินได้ลองเลียนแบบการท่วงท่าพวกนั้นดู เขาคิดว่าเขาควรจะทำมันด้วยตัวในขณะที่ยังมีสติอยู่คิดอยู่จะดีกว่า

สำหรับท่วงท่าของประติมากรรมนูนนั้น มันมีความซับซ้อนมาก เขาต้องทำมันอย่างช้า ๆ ทีละขั้นตอน โชคดีที่เขาพอจะจำมันได้ เขาจึงสามารถขยับการเคลื่อนไหวตามท่าต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์

คราวนี้เมอร์ลินไม่ตกอยู่ในการควบคุมจึงทำให้เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป

“อืม ก่อนหน้านี้มันยังหนาวอยูเลยแต่ทำไมตอนนี้ถึงร้อนแบบนี้นะ หื้ม ดูเหมือนกล้ามของจะกระชับขึ้นนะ” เมอร์ลินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา

หลังจากนั้น เมอร์ลินก็ได้ออกกำลังกายตามท่าทางของประติมากรรมนูนต่ออีกครึ่งชั่วโมง แม้เขาจะไม่รู้สึกถึงอะไรที่ผิดปกติแต่เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อกับกำลังกายของเขาเพิ่มขึ้น

เขาได้ฝึกท่วงท่าอย่างต่อเนื่องจนเวลาล่วงเลยไปถึงเวลากลางคืน

*ปังปังปัง!*

ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูชุดหนึ่งก็มาจากประตู

“เมอร์ลิน พี่กำลังทำอะไรอยู่ในห้องน่ะ?”

เมอร์ลินรู้สึกตกกับเสียงที่ดัง เขาเปิดประตูและเห็นว่าท้องฟ้ามืดแล้วในตอนนี้

เมซี่มองเมอร์ลินด้วยความสับสน จากนั้นกลิ่นเหงื่อเของเขาก็กระทบเข้ากับจมูกของเธอ เธอเห็นว่าเมอร์ลินเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

“พี่เมอร์ลิน พี่ไปทำอะไรมาเนี่ย ทำไมเหงื่อถึงได้ออกเยอะขนาดนี้?”

นอกจากเมอร์ลินเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาถูกปกคลุมไปด้วยเหงื่อ เขายังความรู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในและมีพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในร่างกายของเขาซึ่งทำให้เขากระชับกระแชงไร้ซึ่งความอ่อนเพลีย

“ฉันแค่เห็นว่ามันมืดแล้ว เลยขึ้นมาดูว่า พี่กลับมาหรือยัง”

เมซี่ยังคงพยายามแอบดูในภายในห้องแต่ถูกตัวเมอร์ลินขวางเอาไว้ ดังนั้นเธอจึงไม่เห็นอะไรเลย เธอทำได้แค่ปิดจมูกและพูดว่า

“ให้ลูเซียเตรียมน้ำร้อนให้ก่อนแล้วกัน แล้วพี่ก็อาบน้ำก่อนลงไปด้วยนะ”

เมอร์ลินพยักหน้าและยอมรับว่ากลิ่นเหม็นจากเหงื่อไคลเหม็นมาก แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทนไม่ได้กับกลิ่นนี้

หลังจากนั้นไม่นาน ลูเซียเตรียมน้ำร้อนไว้ในอ่างอาบน้ำ เมอร์ลินถอดเสื้ออันผ้าเปียกโชกของเขา ก่อนจะลงไปในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่

น้ำที่อุ่นกำลังดีมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

เขาได้นอนแช่อ่างอาบน้ำและพลางจ้องมองเพดานอย่างเงียบ ๆ

จบบทที่ WS บทที่ 9 ภาพลวงตา

คัดลอกลิงก์แล้ว