เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 8 ประติมากรรมนูน

WS บทที่ 8 ประติมากรรมนูน

WS บทที่ 8 ประติมากรรมนูน


ภายในรถม้าของกัตต์ เบาะรองนั่งได้ถูกปกคลุมไปด้วยขนสัตว์ทำให้เวลานั่งเมอร์ลินรู้สึกดีมาก แม้เขาจะไม่รู้ถึงค่าเงินในโลกนี้แต่เขาคิดว่าราคาของมันต้องสูงมากแน่นอน

แม้แต่เมอร์ลินผู้ที่เกิดในตระกูลขุนนางก็ต้องร้องอุทานกับความหรูหราของรถม้าของกัตต์ แม้ว่าขุนนางมีสถานะทางสังคมสูง แต่ในแง่ของความมั่งคั่งตระกูลวิลสันก็ยังล้าหลังกว่าตระกูลดั๊กแลนด์ซึ่งมีรายได้มาจากการค้าขายต่าง ๆ

ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดพวกเขามาถึงที่หมาย

“เอาล่ะ ลงไปกันเถอะ” แอนสันดูเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด

พวกเขาเดินเข้าไปในร้านค้าเล็ก ๆ ที่ดูโล่ง ๆ ภายในมีสินค้าวางอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น

เมอร์ลินไม่เคยมาที่นี่มาก่อน แม้เขาจะรู้สึกสับสนแต่เขาก็ไม่พูดอะไรออกมาได้แต่ตามแอนสันกับกัตต์ไปอย่างเงียบ ๆ

ส่วนแอนสันและกัตต์ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับสถานที่นี้ ทั้งคู่มุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์ซึ่งมีเด็กสาวคนหนึ่งที่สวมชุดที่ดูแปลกตาและโดดเด่น เมื่อเธอเห็นแอนสันและกัตต์เธอก็ยิ้มใส่พวกเขาทันที

“ยินดีต้อนรับคุณชายแอนสัน คุณชายกัตต์”

เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวรู้จักแอนสันและกัตต์เป็นอย่างดี

“เอาล่ะ รีบ ๆ พาพวกเราเข้าไปข้างในได้แล้ว ฉันได้ยินว่าเจ้านายของเธอได้ของมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้”

แอนสันถูมือของเขา ในระหว่างพูดกับเด็กสาว

“ใช่แล้วค่ะ เจ้านายของฉันมีของใหม่และทุกอย่างล้วนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แม้มันจะผ่านช่วงเวลาหลายร้อยปีแต่ฉันมั่นใจว่าเมื่อคุณชายแอนสันและคุณชายกัตต์เห็นมัน พวกท่านจะต้องพึงพอใจแน่นอนค่ะ” เด็กสาวกล่าวขณะที่เธอกดอะไรบางอย่างใต้เคาน์เตอร์ หลังจากนั้นผนังด้านหน้าของพวกเขาเริ่นขยับออกและเผยให้เห็นทางเดินที่มืดอยู่ข้างใต้

“ลินนี่ ไหนฉันขอเช็คดูสิว่าตอนนี้ เธอโตขึ้นมาแค่ไหน?”

กัตต์เดินไปเด็กสาว เธอมีชื่อว่าลินนี่ เขายื่นมืออันอวบอ้วนของเขาเข้าไปที่ยอดอกของเด็กสาวและคว้าตัวเธอเข้ามา

“เจ้าอ้วน รีบไปเข้าไปอย่ามัวเสียเวลา!”

แอนสันตะโกนอย่างเร่งรีบเมื่อเขาเห็นว่ากัตต์กำลังทำอะไร

“ฮิฮิ ก็ได้ ๆ เดี๋ยวตามไป”

กัตต์ล้วงไปหยิบเหรียญทองออกมาและเอาไปใส่ในมือของลินนี่ หลังจากนั้นเขาก็ตามแอนสันลงไป

ทางเดินลงไปข้างล่างนี้ค่อนข้างสลัวเล็กน้อย พวกเขาเดินเข้าไปเรื่อยลึก ๆ ทางเดินก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นจากแสงเทียนที่ติดตั้งอยู่ข้างฝาผนัง

เมอร์ลินรู้สึกไม่ค่อยดี เขาคิดว่าตอนนี้พวกเขาน่าจะลึกราว ๆ 2.5เมตรได้

‘ทางเดินนี่มันลึกก่อนที่คิดนะเนี่ย’

หลังจากเดินต่อไปอีกประมาณร้อยเมตร ในที่สุดก็มีเสียงบางอย่างลอยมาหาพวกเขา ในไม่ช้าพวกเขามาถึงที่หมาย

เบื้องหน้าของพวกเขาเป็นห้องโถงที่กว้างมาก มันมีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลสองแห่ง ภายในสถานที่แห่งนี้มีผู้คนค่อนข้างบางตา พวกเขายืนจับกลุ่มพูดคุยเรื่องเกี่ยวศิลปวัตถุที่อยู่ในห้องโถงนี้

พอพวกแอนสันมาถึงห้องโถง พวกเขาก็ถูกจ้องจากทุกคนที่อยู่รอบ ๆ  จากนั้นก็มีชายวัยกลางคนในชุดดำเข้ามาหาเขา “อ้าว! ยินดีต้อนรับ คุณชายแอนสัน คุณชายกัตต์ วันนี้พวกคุณมาสายไปหน่อยนะ”

นั่นทำให้สีหน้าของแอนสันเปลี่ยนไปทันที เขาเปิดปากถามอย่างรวดเร็วว่า “อย่าบอกนะว่า มันถูกขายไปหมดแล้ว?”

ชายวัยกลางคนยิ้ม “ไม่ครับ...แต่มันใกล้จะหมดแล้ว รีบไปดูกันเถอะครับ ตอนนี้คุณคาริซกำลังดูของใหม่อยู่ตอนนี้”

“คุณคาริซก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ?”

ใบหน้าอันอวบอ้วนของกัตต์ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“ใช่ครับ เธอเพิ่งจะมาถึงน่ะครับ”

ในขณะที่ชายวัยกลางคน นาธาน ได้เดินนำเมอร์ลินและพวกเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ที่แห่งนี้มีคนหนุ่มสาวประมาณห้าคนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับศิลปวัตถุที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา

“สวัสดี คุณคาริซ คุณมาถึงที่นี่เร็วมาก”

ทันทีที่แอนสันก้าวเข้ามาในห้อง เขาก็ทักทายผู้หญิงในชุดเดรสสีเขียว เธอมีผมหยิกสั้นสีบลอนด์

กัตต์เดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วและจ้องมองไปที่คาริซ

คาริซขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเธอเห็นว่าคนที่มาทักเป้นแอนสัน เธอก็เผยรอยยิ้มออกมา “แอนสัน คุณลองดูของพวกนี้สิ คุณภาพของมันดีที่เดียว”

จากนั้นสายตาคาริซก็เหลือบมามองเมอร์ลินแต่เธอไม่สนใจเขา ดูเหมือนว่าเธอมีความสนใจในศิลปวัตถุอย่างมาก จนทำให้ไม่ค่อนสนใจผู้อื่นเลย

แอนสันเดินตรงไปยังชั้นวาง ที่นั้นมีหยกขาวขนาดเท่าฝ่ามือซึ่งแกะสลักเป็นรูปทรงประหลาด รูปของสิ่งที่มีชีวิตที่มีศีรษะเป็นปลาแต่ร่างกายเป็นมนุษย์ ท่าทางของมันราวกับจะพ่นน้ำออกมา

นอกจากนี้ยังมีรูปสัตว์ประหลาดที่มีหนามคมทั่วทั้งร่างกาย มันดูน่าสยดสยองมาก พวกมันถือแส้เหล็กและกำลังจะฟาดใส่คนที่แต่งตัวแปลก ๆ

รูปภาพแกะสลักพวกนี้ สำหรับเมอร์ลินถึงว่าแปลกตาอย่างมาก เขาไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน

“ของพวกนี้ทั้งหมดนี้เป็นของโบราณจากยุคของจักรวรรดิมอลต้า”

แอนสันมีความรู้เกี่ยวกับศิลปวัตถุพอสมควร เขากวาดตามองเพียงครั้งเดียว เขาก็รู้ที่มาที่ไปของศิลปวัตถุพวกนี้ทันที

คาริซหยิบหยกสีเหลืองขึ้นมา มันถูกสลักเป็นรูปสัตว์ประหลาด  เธอหันไปถามแอนสันว่า “คุณแอนสัน ศิลปวัตถุชิ้นนี้ค่อนข้างแปลกใหม่ ดูจากลวดลายแล้ว ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนแต่ดูวัสดุและรูปแบบการแกะสลัก มันมาจากยุคของจักรวรรดิมอลต้าจริง ๆ ใช่มั้ย”

เมื่อแอนสันได้ยินอย่างนั้น เขาก็ขมวดคิ้วและรู้สึกไม่แน่ใจเช่นกัน

นาธานได้กล่าวขึ้นมาทันทีว่า “สินค้าเหล่านี้มาจากซากปรักหักพังของจักรพรรดิมอลต้า แม้ลวดลายของมันจะแตกต่างไปจากอันอื่นไปบ้างแต่ผมสามารถยืนยันได้ว่านี่เป็นศิลปวัตถุจากจักรพรรดิมอลต้าจริง ๆ”

เมอร์ลินได้หันไปมองของชื้นอื่น ๆ ที่วางอยู่ตามชั้นาง ตัวเขาไม่มีความรู้เรื่องศิลปวัตถุเลย จึงไม่สามารถร่วมการสนทนากับใครได้เขามองดูมองดูศิลปวัตถุที่แปลกประหลาดพวกนี้ เขาไม่รู้สึกกึงความสวยงามของมันเลย เขารู้สึกอึดอัดเวลามองมันมากกว่า

เมอร์ลินได้กวาดตาดูศิลปวัตถุที่ทำจากหยกพวกนี้ จู่ ๆ เขาก็ได้สะดุดกับประติมากรรมนูนพัง ๆ ชิ้นหนึ่ง

แต่เขาลองดูดี มันไม่น่าจะใช่ประติมากรรมนูน มันน่าจะเป็นชิ้นส่วนผนังที่ดถูกระเบิดออกมากกว่า

ประติมากรรมนูนนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือ การแกะสลักของมันเป็นรูปของชายเปลือยกายที่นั่งอยู่บนพื้นที่อยู่ท่าทางแปลก ๆ

เมอร์ลินหยิบประติมากรรมนูนอย่างถนอมมือ แล้วมองไปที่ลวดลายของมัน

ทันใดนั้น เมอร์ลินก็รู้สึกว่า ประติมากรรมนูนในมือของเขาดูเหมือนจะมีชีวิต ชายเปลือยที่สลักอยู่บนนั้นกำลังเคลื่อนไหวและทำท่าบางอย่างอยู่

“นี่มัน…”

เมอร์ลินตกตะลึง ทันใดนั้น ภาพนั้นก็หายไปทันที

“เอ...หรือว่าฉันจะคิดไปเอง?”

เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาแล้วจ้องไปที่ประติมากรรมนี้อีกครั้ง เขาเพ่งมองที่ลวดลายอย่างจริงจัง เขาได้เห็นภาพเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาเห็นชายเปลือยกำลังเคลื่อนไหวด้วยท่าทางแปลก ๆ อย่างช้า ๆ

“เมอร์ลินนายกำลังทำอะไรอยู่?”

แอนสันได้เข้ามาสะกิดไหล่เมอร์ลิน ทำให้เมอร์ลินได้หลุดออกจากภวังค์

นอกจากนี้ คนอื่น ๆ ในห้องได้มองเมอร์ลินด้วยสายตาแปลก ๆ

“นายรู้มั้ยว่าศิลปวัตถุชิ้นนี้คืออะไร?”

เมอร์ลินได้ยื่นส่งประติมากรรมนี้ไปที่แอนสันอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนที่เขาได้เห้นภาพลวงตาสองครั้งติดต่อกัน ต้องมีบางอย่างผิดปกติกับประติมากรรมนี้

แอนสันมองประติมากรรมนูนอย่างละเอียดแล้วพยักหน้า “มันเป็นประติมากรรมนูนที่งดงามมาก มันก็น่าจะมาจากยุคของ

จักวรรดิมอลต้าเช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่และอีกอย่างที่นี่ก็มีประติมากรรมนูนอย่างนี้อีกมากมาย หรือว่านายสนใจมัน”

เมอร์ลินได้ถามแอนสันต่อไปว่า “มีแค่นี้เองเหรอ? มีอะไรที่พิเศษมากกว่านี้มั้ย?”

“พิเศษงั้นเหรอ?”

แอนสันตรวจสอบประติมากรรมนูนอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ส่ายหัว “มันมีการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ตามความเห็นของฉันนะ แม้ว่าฉันจะชอบทุกอย่างที่ทำมาจากหยกของจักวรรดิมอลต้าแต่ฉันไม่ค่อยชอบประติมากรรมนี้เท่าไหร่”

หลังจากพูดจบ แอนสันคืนประติมากรรมให้กับเมอร์ลิน

เมอร์ลินก้มมองประติมากรรมนูน เขามั่นใจว่าสิ่งที่เขาเห้นไม่ใช่ภาพลวงตาแน่นอน แต่เขาไม่รู้ว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงมองไม่เห็นเหมือนเขา

‘เป็นไปได้ไหมที่ฉันจะเห็นมันได้คนเดียว’

“คุณนาธานครับ ประติมากรรมนี้มีราคาเท่าไหร่ครับ?” เขาหันไปถามชายวัยกลางคน

เมอร์ลินต้องการซื้อและศึกษามันอย่างละเอียด

นาธานไปมองแอนสันและเปิดปากถามว่า “คุณชายแอนสันนี่คือ...”

แอนสันยังไม่ทันได้ตอบ กัตต์ได้เข้ามาตบบ่าเมอร์ลินและพูดพลางหัวเราะ “ฮ่าฮ่า…คุณนาธานนี่คือเมอร์ลิน เมอร์ลิน วิลสัน”

ดวงตาของนาธานเบิกกว้างทันที แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นเมอร์ลินมาก่อน แต่ชื่อของวิลสันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นใคร ในแบล็กวอเตอร์ซิตี้มีครอบครัวของขุนนางเพียงไม่กี่คนเท่านั้น มีหรือที่นาธานจะไม่รู้จักตระกูลนี้

“โอ้ ผมนึกออกแล้ว คุณคือคุณชายเมอร์ลินสินะครับ ถ้าหากคุณชายชอบประติมากรรมชิ้นนี้จริงๆ ทางเราจะคิดเพียง 10เหรียญทองเท่านั้นเองครับ”

แอนสันเข้ามาใกล้ ๆ และกระซิบกับเมอร์ลินและบ่นว่า “เยี่ยมเลย ราคาแค่ 10เหรียญทองถือว่าไม่แพงเลย ราคาคุ้มค่ามาก”

เมอร์ลินพยักหน้า เขาเชื่อแอนสัน จากนั้นเขาก็หยิบเหรียญทอง 10เหรียญจากกระเป๋าของเขาและซื้อประติมากรรมนูนอันนั้น

จบบทที่ WS บทที่ 8 ประติมากรรมนูน

คัดลอกลิงก์แล้ว