- หน้าแรก
- โตเกียว ก้าวสู่การเป็นปรมาจารย์มังงะ เริ่มต้นจาก ห้า เซนติเมตรต่อวินาที
- บทที่ 25 ช่วยผมด้วยครับ อาจารย์!
บทที่ 25 ช่วยผมด้วยครับ อาจารย์!
บทที่ 25 ช่วยผมด้วยครับ อาจารย์!
บทที่ 25 ช่วยผมด้วยครับ อาจารย์!
"ครับ วาดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ"
คาซามะ ยู พยักหน้ายืนยัน
"เอ๊ะ? วาดเสร็จแล้วเหรอคะ!"
คราวนี้เป็นทีของซูซูกิ เคียวโกะ ที่ต้องตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก นี่เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันนับจากที่พวกเขาพบกันครั้งล่าสุด คนเราจะวาดภาพได้มากแค่ไหนกันในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้?
อย่างมากก็น่าจะสักสิบกว่าหน้ากระมัง?
ต่อให้ทุ่มสุดตัวแล้วตัดรายละเอียดบางอย่างทิ้งไป ก็น่าจะได้เต็มที่แค่ยี่สิบหน้าเท่านั้น
แต่คาซามะ ยู กลับบอกว่าวาดส่วนที่สองเสร็จแล้วเนี่ยนะ!
"ส่วนที่สองของคุณมีแค่ยี่สิบกว่าหน้าเองเหรอคะ?"
ซูซูกิ เคียวโกะ รีบหาคำอธิบายที่ดูสมเหตุสมผลให้ตัวเองทันที เพราะหากงานของคาซามะ ยู มีเพียงยี่สิบกว่าหน้าจริงๆ การวาดให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ก็ถือว่าเป็นไปได้
หากเป็นเช่นนั้น ตามพล็อตเรื่องของคาซามะ ยู เขาคงจะมีเวลาแค่ยืดไทม์ไลน์ออกไป ให้โทโนะ ทากากิ และชิโนฮาระ อาคาริ ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมกับเพิ่มฉากรักหวานซึ้งเข้าไปบ้าง
แม้จะไม่มีปัญหาใหญ่อะไร แต่มันคงจะดูรวบรัดจนเกินไปหน่อย ทว่าหากมันเป็นผลงานที่จบในตอน ก็พอจะนับว่าเป็นตอนพิเศษได้อยู่
"เปล่าครับ อย่างน้อยก็หนึ่งร้อยหน้า ผมยังไม่ได้นับจำนวนที่แน่นอนเลย"
คำพูดของคาซามะ ยู ทำเอาซูซูกิ เคียวโกะ ถึงกับชะงักไป หนึ่งร้อยหน้าเนี่ยนะ?
นี่คือสิ่งที่มนุษย์ปกติเขาทำกันจริงๆ เหรอ?
"อาจารย์คาซามะ ล้อเล่นอยู่ใช่ไหมคะ?"
"มนุษย์จะทำความเร็วขนาดนั้นได้ยังไงกัน?"
ซูซูกิ เคียวโกะ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วปฏิเสธออกมา เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย
สิ่งที่นักเขียนมังงะต้องทำไม่ใช่เพียงแค่การวาดรูป แต่ยังต้องรังสรรค์พล็อตเรื่องให้น่าสนใจอีกด้วย หากเนื้อหาไม่ดึงดูดพอ ผู้อ่านก็พร้อมจะทิ้งผลงานนั้นได้ทุกเมื่อ
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ความเร็วในการวาดของนักเขียนมังงะจึงไม่มีทางรวดเร็วได้ขนาดนั้น นักเขียนบางคนถึงขั้นต้องยอมส่งต้นฉบับล่าช้าอย่างไม่มีกำหนดเพียงเพื่อให้พล็อตเรื่องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อว่าคนคนหนึ่งจะทำได้ถึงขนาดนี้ คาซามะ ยู เองก็ตระหนักดี แต่เขาไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก
เพราะอย่างไรเสีย เขาก็ใช้ "ระบบ" ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ใครเล่าจะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้?
"อาจารย์ซูซูกิ ลองดูตอนหน้าที่จะตีพิมพ์ดูนะครับ แล้วจะทราบเองว่าผมโกหกหรือเปล่า"
คาซามะ ยู กล่าว
"อืม ฉันจะซื้อมาดูค่ะ"
ซูซูกิ เคียวโกะ พยักหน้า หากผลงานของคาซามะ ยู วางแผงจริงๆ เธอก็ไม่รังเกียจที่จะซื้อ ส่วนผลงานของคนอื่นนั้น เธอคงไม่ยอมเสียเงินซื้อกองขยะมาเก็บไว้ในห้องให้รกหรอก
ซูซูกิ เคียวโกะ อ่านผลงานที่ส่งเข้าประกวดรางวัลผลงานต้นฉบับหน้าใหม่ของปีนี้มาเกือบทั้งหมดแล้ว มีเพียงงานของคาซามะ ยู เท่านั้นที่โดดเด่นโดนใจ หรืออาจจะเรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าอัศจรรย์เลยทีเดียว
ผลงานที่เหลือเธอแทบจะทนอ่านไม่ได้ และคุณภาพก็ไม่ได้ดีไปกว่างานของเธอเองเลย แน่นอนว่าซูซูกิ เคียวโกะ ย่อมไม่เสียเวลาศึกษาผลงานที่แย่กว่าของตัวเอง
"อาหารเย็นพร้อมแล้วค่ะ ทั้งสองคนไปล้างมือแล้วมาทานข้าวกันเถอะ"
อิชิกามิ รินะ เอ่ยแทรกบทสนทนา บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวและถ้วยชามสามชุดจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
"ยอดไปเลย!"
ซูซูกิ เคียวโกะ ยกมือขึ้นอย่างร่าเริงและขานรับอิชิกามิ รินะ ราวกับเด็กประถม
"รินะจัง เธอเป็นบรรณาธิการให้อาจารย์คาซามะด้วยใช่ไหม? เขาเขียนมังงะหนึ่งร้อยหน้าเสร็จในหนึ่งสัปดาห์จริงๆ เหรอ?"
หลังจากมานั่งที่โต๊ะอาหาร ซูซูกิ เคียวโกะ ก็นั่งลงข้างๆ อิชิกามิ รินะ ทันที ดวงตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้
หากเป็นคำพูดจากอิชิกามิ รินะ เธอเชื่อมั่นว่าเพื่อนคนนี้จะไม่มีวันโกหกเธอแน่
"อืม... ถึงฉันจะไม่รู้ว่าอาจารย์คาซามะทำได้ยังไง แต่มันคือเรื่องจริงค่ะ และ... ฉันรับประกันได้ว่าอาจารย์คาซามะไม่ได้มีต้นฉบับพวกนี้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ด้วย"
อิชิกามิ รินะ ตอบอย่างจริงจัง ในเมื่อซูซูกิ เคียวโกะ ทราบเรื่องนี้แล้ว และคาซามะ ยู ก็เป็นคนเปิดเผยเอง เธอจึงไม่จำเป็นต้องช่วยเขาปกปิดอะไรอีก
"แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะ! สุดยอดไปเลย ฉันอยากจะวาดรูปได้เร็วขนาดนั้นบ้างจัง"
แววตาของซูซูกิ เคียวโกะ เต็มไปด้วยความอิจฉา
"แล้วรินะจังคิดยังไงบ้างล่ะ? ความรู้สึกหลังจากอ่านส่วนที่สองของอาจารย์คาซามะน่ะ ลายเส้นดูดรอปลงหรือเปล่า หรือมีตรงไหนที่พังไหม?"
ซูซูกิ เคียวโกะ ถามต่อ เพราะนักเขียนมังงะบางคนที่เร่งงานเพราะไม่มีเวลามักจะทำให้ลายเส้นพังทลาย ทั้งสัดส่วนและใบหน้าตัวละครดูไม่ได้เลย
นักเขียนพวกนี้มักจะถูกผู้อ่านจดชื่อลงในบัญชีดำ และถูกนำมาล้อเลียนในหมู่เพื่อนร่วมอาชีพอยู่บ่อยครั้ง
ลายเส้นในผลงานของคาซามะ ยู นั้นยอดเยี่ยมมาก ถึงขนาดที่มีคนคอมเมนต์ว่ามังงะของเขาสามารถนำมาทำเป็นวอลเปเปอร์หน้าจอได้ทุกหน้าเลยทีเดียว
คำพูดนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะยามนี้ วอลเปเปอร์หน้าจอคอมพิวเตอร์ของซูซูกิ เคียวโกะ ก็คือหน้าสุดท้ายของมังงะที่วาดโดยคาซามะ ยู
มันคือฉากที่โทโนะ ทากากิ และชิโนฮาระ อาคาริ จูบกันภายใต้ต้นซากุระที่ปกคลุมด้วยหิมะ
ฉากนั้นมันงดงามจริงๆ แม้ซูซูกิ เคียวโกะ จะอยากเรียนรู้จากเขา แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าด้วยลายเส้นปัจจุบันของเธอ เธอคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะไปถึงระดับเดียวกับคาซามะ ยู ได้
"ลายเส้นของอาจารย์คาซามะยังคงรักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยมเหมือนเดิมค่ะ ฉันรับประกันได้ ส่วนเรื่องพล็อตเรื่อง เคียวโกะต้องรออ่านเองวันหลังนะ"
อิชิกามิ รินะ เผยรอยยิ้ม
"ขี้โกงจัง! ฉันก็อยากอ่านงานของอาจารย์คาซามะล่วงหน้าบ้างนี่นา"
ซูซูกิ เคียวโกะ ทำปากยื่นดูน่ารักเสียจนน่าหยิกแก้ม
"เคียวโกะ อย่าใจร้อนสิ มะรุนนี้เธอก็จะได้เห็นแล้วล่ะ"
"จริงสิ อาจารย์ซูซูกิ ฉันยังไม่ได้ตรวจงานของคุณในรอบนี้เลยนะ ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ?"
อิชิกามิ รินะ นึกขึ้นได้จึงหันไปจ้องมองซูซูกิ เคียวโกะ ด้วยสายตาจริงจัง
"แหะๆ... ดูเหมือนว่าฉันจะต้องขอส่งต้นฉบับเลทซะแล้วล่ะค่ะ"
ซูซูกิ เคียวโกะ แลบลิ้นอย่างทะเล้นพลางใช้กำปั้นเล็กๆ เคาะหัวตัวเองเบาๆ
ในความคิดของคาซามะ ยู คำตอบปกติของนักเขียนมังงะควรจะเป็นอะไรประมาณว่า "ใกล้เสร็จแล้วครับ อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้วครับ"
ต่อให้เพิ่งจะเริ่มวาด พวกเขาก็ต้องพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายให้ได้ ส่วนผลจะออกมายังไง ค่อยไปสารภาพตอนบรรณาธิการมาถึง อย่างมากก็แค่ขอข้ามไปสักตอน
"เคียวโกะ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เธอไม่ได้มัวแต่พยายามเลียนแบบลายเส้นของอาจารย์คาซามะอยู่ใช่ไหม?"
เมื่อเห็นสีหน้าของซูซูกิ เคียวโกะ อิชิกามิ รินะ ก็เริ่มจะปวดหัว เด็กคนนี้โกหกไม่เป็นเลย แต่นั่นก็ทำให้การได้อยู่กับเธอนั้นดูจริงใจกว่าใคร
แน่นอนว่า ในขณะที่ซูซูกิ เคียวโกะ โกหกไม่เป็น แต่อิชิกามิ รินะ กลับทำได้ เพราะบางครั้งคำลวงก็เป็นอาวุธสำหรับปกป้องตนเอง
"อืม... ฉันลองดูแล้วล่ะ แต่มันไม่สำเร็จน่ะค่ะ"
ซูซูกิ เคียวโกะ ถอนหายใจ สีหน้าดูหม่นหมองลงเล็กน้อย
"ลายเส้นของอาจารย์คาซามะอยู่ในระดับที่ทิ้งห่างจากนักเขียนมังงะทุกคนที่ฉันเคยเจอมาเลยล่ะค่ะ เคียวโกะไม่จำเป็นต้องไปเลียนแบบงานของเขาหรอก"
อิชิกามิ รินะ เอ่ยแนะนำ
"อย่างไรก็ตาม เธอสามารถอ้างอิงพล็อตเรื่องของอาจารย์คาซามะได้นะ ตอนนี้มีคนจำนวนมากพยายามจะเลียนแบบงานของอาจารย์คาซามะอยู่ ถ้าเคียวโกะสามารถสร้างความโดดเด่นขึ้นมาได้ ฉันจะลองคุยกับบรรณาธิการบริหารนากาซากิเรื่องค่าต้นฉบับให้ค่ะ"
"จริงเหรอคะ! ฝากด้วยนะจ๊ะ รินะจัง!"
ซูซูกิ เคียวโกะ พนมมือไหว้อย่างมีความสุข
"ถ้าอย่างนั้น... รอบนี้คุณตั้งใจจะข้ามไปเลยใช่ไหมคะ?"
อิชิกามิ รินะ ถามด้วยความรู้สึกจนใจเล็กน้อย
"งานของอาจารย์คาซามะ เห็นว่าวาดเสร็จแล้วใช่ไหมคะ?"
สายตาของซูซูกิ เคียวโกะ หันมามองที่คาซามะ ยู
คาซามะ ยู พยักหน้าตามสัญชาตญาณ
"ได้โปรดเถอะค่ะ อาจารย์คาซามะ ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ? เดี๋ยวฉันจะยอมโชว์อะไรที่มันวับๆ แวมๆ ให้ดูเป็นการตอบแทนเลยค่ะ!"