เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.25 : ทีมสี่คนสุดเพี้ยน

EP.25 : ทีมสี่คนสุดเพี้ยน

EP.25 : ทีมสี่คนสุดเพี้ยน


สนามกีฬาและสนามเทนนิสในร่มถูกกั้นด้วยทางเดินเล็กๆ และเย่จงหมิงก็ได้จัดการซอมบี้แถวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

เขาเดินมาถึงประตูทางเข้าได้อย่างสบายๆ เขาหยุดมองไปรอบๆ อาจเป็นเพราะช่วงที่เกิดเหตุวันสิ้นโลกที่นี่ไม่ค่อยมีคน พอมองจากภายนอก มันจึงดูไม่แตกต่างจากช่วงเวลาปกติเท่าไหร่นัก

ที่จริงแล้ว เขาเองก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง เขากลัวว่ากุญแจแดนลับจะไม่ได้ตกลงมาที่นี่ เพราะในชาติที่แล้ว ตอนที่เขาซ่อนตัวอยู่ในตึกใกล้ๆ นี้ เขาไม่สังเกตเห็นแสงประหลาดใดๆ เลย

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางทิศใต้ ทำให้เย่จงหมิงชะงักฝีเท้า เขาเห็นแสงไฟสีแดงสว่างวาบมาจากไกลๆ ซึ่งน่าจะเป็นทิศทางของกองบัญชาการทหาร ดูเหมือนว่ากองกำลังทหารในเมืองจะเริ่มตั้งหลักและจัดตั้งแนวต้านทานได้แล้ว

แต่แววตาของเขากลับหม่นหมองลง เขารู้ดีว่าแม้ในชาติที่แล้ว กองทัพของประเทศจะกลายเป็นขุมกำลังที่สำคัญที่สุด แต่พวกเขาก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ พวกเขาทำได้เพียงปกป้องคนกลุ่มเล็กๆ เอาไว้เท่านั้น นอกจากการพยายามตอบโต้ศัตรูหลายครั้งในช่วงปีแรก หลังการนั้นพวกเขาก็แทบไม่ได้ปฏิบัติการขนาดใหญ่อะไรอีกเลย

นั่นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะศัตรูแข็งแกร่งเกินไป ตลอดสิบปีนั้น มนุษยชาติจึงตกอยู่ในสถานะเป็นฝ่ายตั้งรับมาโดยตลอด

เขาอวยพรให้พวกเขาโชคดีอยู่ในใจ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในสนามเทนนิสในร่ม

ไฟในอาคารดับหมดแล้ว ข้างในจึงมืดสนิท ถ้าเขาไม่ได้เป็นผู้วิวัฒนาการ 1 ดาว การมองเห็นคงจะเป็นปัญหาใหญ่ หลังจากเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามา เขาจัดการซอมบี้ไปสองตัวซึ่งน่าจะเป็นพนักงานของที่นี่ นอกจากนั้นเขาก็ไม่พบอันตรายใดๆ อีก

สนามเทนนิสแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นล่างใช้สำหรับการแข่งขัน มีเพียงคอร์ทเดียวแต่ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์จำนวนมาก สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างทันสมัยและมักใช้จัดการแข่งขันระดับเมืองอยู่บ่อยครั้ง ส่วนชั้นสองเป็นพื้นที่สำหรับฝึกซ้อม มีคอร์ทเทนนิสหลายคอร์ทแต่ไม่มีอัฒจันทร์

ชั้นล่างนั้นกว้างขวางมาก แค่มองกวาดสายตาครั้งเดียวก็เห็นไปจนสุดทาง ที่นี่ดูปกติดี ไม่มีอะไรผิดสังเกต

หัวใจของเย่จงหมิงหล่นวูบ ในเมื่อไม่อยู่ที่นี่ ก็หมายความว่าความหวังของเขาหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขาข่มความผิดหวังเอาไว้และรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสอง

ชั้นสองแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือโซนพักผ่อนและห้องอาบน้ำ ส่วนอีกสองส่วนคือคอร์ทเทนนิส เขาเริ่มค้นหาโดยเดินวนทวนเข็มนาฬิกา แต่ยิ่งหาก็ยิ่งผิดหวัง กุญแจไม่อยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ? หรือว่าพวกนักศึกษาและอาจารย์พวกนั้นโกหกเขา?

ไม่นานนัก เขาก็ค้นหาคอร์ทเทนนิสทั้งสองโซนจนทั่วและไม่พบอะไร

เหลือแค่โซนพักผ่อนที่เล็กที่สุดแล้วสินะ?

เย่จงหมิงหอบความหวังริบหรี่เฮือกสุดท้ายเดินตรงไปที่นั่น แต่เมื่อไปถึงหน้าประตู เขาก็รีบพุ่งตัวไปหลบหลังเครื่องกีดขวางทันที เมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันดังออกมาจากข้างใน

"เราเฝ้าดูมาตั้งนานแล้ว จะเอายังไงต่อ? อย่าเงียบสิวะ"

น้ำเสียงนั้นฟังดูร้อนรนและเจือไปด้วย... ความไม่พอใจ

ไม่กี่วินาทีต่อมา อีกคนก็พูดสวนกลับมา "จะเอายังไง? ก็ไหนแกบอกให้มาดูว่าเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่เหรอ? ทีตอนนี้มีคนตายแล้วแกจะมาถามฉันทำซากอะไร?"

คนคนนั้นดูหงุดหงิดกับคนแรกอย่างเห็นได้ชัด แต่เดี๋ยวนะ... คนตาย? เกิดอะไรขึ้น?

เย่จงหมิงไม่ขยับเขยื้อนและตั้งใจฟังต่อไป

"ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นวะ? ไอ้หมาบ้านั่นจู่ๆ ก็กัดคน! หลินลี่ ฉันจะบอกให้นะ อย่ามาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้น คนที่ตายมันพี่ชายฉันไม่ใช่พี่แก แกไม่มีสิทธิ์มาด่าฉัน"

"พอได้แล้วน่า พวกแกสองคนหยุดพูดแล้วช่วยกันคิดดีกว่า ว่าเราจะเข้าไปฆ่าไอ้หมาบ้านั่นหรือจะหนีไปเลย?" เสียงที่สามพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงอู้อี้ฟังดูน่ารำคาญ

"งั้นฟังคุณตำรวจเขาว่าไงดีกว่า" หลินลี่บ่นพึมพำ

เย่จงหมิงแอบชะโงกหน้าออกไปดู และเห็นคนสี่คน เป็นชายสามและหญิงหนึ่ง ผู้ชายทั้งสามคนกำลังจดจ้องไปที่ผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม จากบทสนทนาเมื่อครู่ ดูเหมือนเธอจะเป็นตำรวจ

โทรศัพท์มือถือของพวกเขาเปิดไฟฉายทิ้งไว้เพื่อให้แสงสว่าง ทำให้เย่จงหมิงมองเห็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง

ในห้องอาบน้ำห้องหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา มีคลื่นพลังงานบางเบาแผ่ออกมา! เขาสามารถมองเห็นแสงประหลาดลอดออกมาจากรอยแยกประตู แม้จะมีแสงไฟจากไฟฉายส่องอยู่ แต่แสงนั้นก็ยังดูแตกต่างอย่างชัดเจน!

เย่จงหมิงไม่คุ้นเคยกับคลื่นพลังงานนี้ แต่เพราะไม่คุ้นนี่แหละ เขาถึงเดาว่ามันต้องเป็น 'กุญแจแดนลับ' แน่ๆ

เพราะเขาผ่านประสบการณ์มาโชกโชนในชาติที่แล้ว ยกเว้นก็แต่เรื่องของแดนลับนี่แหละ

แต่ไอ้ 'หมาบ้า' ที่พวกเขาพูดถึงคืออะไร? มีคนถูกกัดตายงั้นเหรอ?

"ทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้มันแปลกไปหมด รวมถึงไอ้สิ่งนี้ด้วย ฉันคิดว่าเราควรบุกเข้าไป!"

เธอชักปืนพกออกมา เธอเป็นตำรวจที่มีปืนจริงๆ ด้วย

"บุกเข้าไป? คุณตำรวจ คุณไหวเหรอ แล้วไอ้หมาบ้านั่นล่ะ?"

หลินลี่บ่นอุบ เขาถอยหลังไปสองก้าวอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่อยากเข้าไป

"ไม่ต้องห่วง พวกคุณไม่ต้องนำหน้า ฉันจะเข้าไปจัดการไอ้หมาบ้านั่นเอง ที่เราพลาดท่าเพราะเราโดนลอบโจมตีตอนไม่ทันตั้งตัว แต่ตอนนี้เราเตรียมพร้อมแล้ว น่าจะรับมือได้"

ตำรวจหญิง ขมวดคิ้ว แต่น้ำเสียงของเธอก็ไม่ได้มั่นใจนัก เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ลังเลอยู่เหมือนกัน

เหตุการณ์วันนี้มันประหลาดเกินไป ข้างนอกมีสัตว์ประหลาดเต็มไปหมด พอหนีมาซ่อนที่นี่ก็ยังมาเจอหมาบ้าอีก

"งั้น... ลุยกันเถอะ" คนที่พูดคือชายหนุ่มที่ดูอายุน้อยที่สุด ประมาณ 23 ปี พอได้ยินว่ามีคนเปิดทางให้ เขาก็เริ่มใจกล้าขึ้นมา

"เดี๋ยวก่อน"

เย่จงหมิงเดินออกมาขัดจังหวะพวกเขา

ล้อเล่นหรือเปล่า จะปล่อยให้พวกคุณเข้าไปเอากุญแจงั้นเหรอ? งั้นที่ผมเสียเวลามาทั้งคืนก็สูญเปล่าน่ะสิ?

แดนลับสำคัญยิ่งกว่าอาชีพเสียอีก เขาไม่มีทางยอมพลาดมันไปเด็ดขาด

"ใครน่ะ?"

ปฏิกิริยาของตำรวจหญิงว่องไวมาก เธอหันขวับกลับมาตั้งแต่เย่จงหมิงยังพูดไม่จบประโยค ปืนในมือเล็งมาที่เขาอย่างมั่นคง เธอล็อกเป้าเขาไว้นิ่งสนิทจนเขารู้สึกถึงอันตราย บอกได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ได้รับการฝึกมาอย่างดี!

เย่จงหมิงแปลกใจกับฝีมือของเธอ เขายกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มาร้าย

"ชื่ออะไร? มาทำอะไรที่นี่? บัตรประชาชนล่ะ?"

เธอหรี่ตามองและถามเสียงเย็น นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนเตรียมพร้อม ถ้าเขาขยับตัวแม้แต่นิดเดียว เธอก็พร้อมจะยิงทันที

โลกใบนี้เปลี่ยนไปแล้ว อันตรายมีอยู่รอบด้าน ทำให้เธอต้องระมัดระวังตัวแจ ยิ่งเย่จงหมิงถือดาบแถมตัวยังเปื้อนเลือด แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นตัวอันตราย

เย่จงหมิงเบ้ปาก บัตรประชาชนเหรอ? จะเอาไปทำบ้าอะไร?

แต่ในเมื่อวันสิ้นโลกเพิ่งเริ่มต้น มันก็เป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะยังติดนิสัยเดิมๆ จากโลกยุคเก่า

"ผมไม่ได้มาร้าย ผมแค่หนีมาซ่อนตัว พอดีได้ยินพวกคุณคุยกันเลยสนใจ" เย่จงหมิงพูดช้าๆ "ส่วนตัวผมพอจะมีฝีมือการต่อสู้อยู่บ้าง ทำไมไม่ให้ผมเป็นคนนำหน้าล่ะ? คุณตำรวจก็คอยระวังหลังให้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณก็ยังมีเวลายิงสวน จริงไหม? พวกคุณคิดว่าไง?"

จบบทที่ EP.25 : ทีมสี่คนสุดเพี้ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว