- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกกับระบบกาชาปอง
- EP.2 : กาชาปองเลเวล 1
EP.2 : กาชาปองเลเวล 1
EP.2 : กาชาปองเลเวล 1
เวลาเหลือน้อยเต็มที เย่จงหมิงโบกแท็กซี่พุ่งตรงไปยังเต็นท์รถเช่า เขาใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงินเพื่อเช่ารถกระบะเก่าๆ คันหนึ่ง ก่อนจะรีบไปหาญาติที่ทำงานธนาคารเพื่อถอนเงินสดทั้งหมดออกมา จากนั้นเขาก็ตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลเพื่อเหมาซื้อ 'เฮพาริน' (ยาต้านการแข็งตัวของเลือด) จำนวนมหาศาล รวมถึงยาจำเป็นและอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ แค่รายการนี้อย่างเดียวก็หมดไปถึง 7 หมื่นหยวน คนที่เห็นเย่จงหมิงหอบถุงใบใหญ่สองใบต่างพากันมองว่าหมอนี่ต้องสติไม่ดีแน่ๆ
จริงๆ แล้วเขาจะประหยัดเงินได้มากกว่านี้ถ้าไปซื้อตามร้านขายยา แต่เย่จงหมิงไม่สน ยาที่โรงพยาบาลแพงกว่าแต่การันตีว่าเป็นของจริง ที่สำคัญคือ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า กระดาษที่พิมพ์ลวดลายสวยงามพวกนี้ก็จะกลายเป็นแค่เศษขยะไร้ค่า
หลังจากโยนของขึ้นรถ เย่จงหมิงก็เริ่มคิดเรื่องอาวุธ ปืนนั้นตัดทิ้งไปได้เลยเพราะประเทศนี้ควบคุมเข้มงวดมาก สิ่งที่เขาหาได้จึงมีเพียงอาวุธมีคมเท่านั้น
อันที่จริง ถ้ามีเวลาพอ เย่จงหมิงคงจะหาวัสดุมาสร้างกับดัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่เขาสะสมมาตลอดสิบปี แต่นี่เหลือเวลาอีกเพียง 20 นาทีก่อนหายนะจะเริ่มขึ้น
ไม่มีทางเลือก เย่จงหมิงบึ่งรถไปที่ร้านขายอุปกรณ์ล่าสัตว์ชื่อดัง เขาฟาดเงินก้อนโตซื้อดาบสะสมของเจ้าของร้าน พร้อมกับเหมาอุปกรณ์เดินป่ามาอีกชุดใหญ่ เมื่อเจ้าของร้านเห็นเย่จงหมิงเดินจากไป เขาก็ยิ้มจนแก้มปริ เพราะเงินจำนวนนั้นซื้อดาบแบบเดียวกันได้ถึงสิบเล่ม
เมื่อซื้อของครบหมดแล้ว เย่จงหมิงเหลือบมองนาฬิกา 14:32 น. อีก 8 นาทีจะเริ่มต้นขึ้น เขาตัดสายเรียกเข้าจากไป๋สือสือทิ้งอย่างไม่ลังเล ก่อนจะงัดทักษะการดริฟต์รถที่ฝึกฝนมาสิบปีพุ่งฝ่าไฟแดงหลายแยก ท่ามกลางเสียงด่าทอของผู้คน เขาใช้เวลาเพียงห้านาทีก็มาถึงอพาร์ตเมนต์หรูข้างโรงเรียน
"ติงเฉิงอพาร์ตเมนต์" เป็นย่านพักอาศัยระดับไฮเอนด์ ถัดจากตึกเจ็ดชั้นคือวิลล่าหรูสิบหลังที่มีสวนและที่จอดรถใต้ดินพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
แต่เย่จงหมิงไม่ได้มาที่นี่เพราะบรรยากาศ เขามาเพราะที่นี่คนไม่พลุกพล่านเท่าใจกลางเมือง มีทรัพยากรในการดำรงชีวิตมากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ ชั้นล่างของวิลล่าที่นี่คือจุดที่ 'กาชาปอง เลเวล 1' จะปรากฏขึ้น
กงล้อแลกเปลี่ยน หรือที่เรียกกันว่า "กาชาปองวันสิ้นโลก" (Apocalypse Gachapon) คือระบบวงล้อหมุนที่เรืองแสงได้ มันคือหนทางเดียวที่มนุษย์จะอยู่รอดในวันสิ้นโลก ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนอาหาร น้ำ เสื้อผ้า อาวุธ เครื่องจักร ทักษะ ไปจนถึงสายเลือดพิเศษจากมัน
อาจกล่าวได้ว่าเพราะสิ่งนี้ มนุษย์จึงสามารถเอาชีวิตรอดในช่องว่างระหว่างฝูงซอมบี้ สัตว์ประหลาด และพวกกลายพันธุ์ได้
ในชาติที่แล้ว เย่จงหมิงรอดมาได้ก็เพราะการแลกเปลี่ยนกับกาชาปองนับครั้งไม่ถ้วน เขาได้รับทักษะที่ยอดเยี่ยมและกลายเป็น 'นักรบวิวัฒนาการ 6 ดาว' ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่แข็งแกร่งมากแล้ว
แต่น่าเสียดายที่เขาถูกแมลงกลายพันธุ์ลอบโจมตีและตายอย่างน่าอนาถ
เย่จงหมิงเม้มปาก เขาไม่สนใจเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านที่พยายามขวางทาง เขาขับรถชนแผงกั้นและพุ่งเข้าไปข้างใน ใช้ความทรงจำค้นหาตึกอพาร์ตเมนต์ที่ดูใหม่เอี่ยมหลังนั้น
"เฮ้ย! หยุดรถเดี๋ยวนี้! ไอ้กระจอกขับกระบะนี่กล้าดียังไงวะ!" รปภ. สามคนขี่รถไฟฟ้าไล่ตามพร้อมชูไม้กระบองยาง พวกเขาตะโกนด่าทอตามหลังรถกระบะของเขาอย่างดุเดือด
หลังจากคุ้นเคยกับการเห็นรถหรูราคานับล้านเข้าออก พวกเขาจึงไม่เกรงกลัวคนที่ขับรถกระบะเลยแม้แต่น้อย ถ้าเป็นรถโรลส์-รอยซ์ขับชนแผงกั้น พวกเขาคงไม่กล้าอ้าปากด่า อย่างมากก็แค่ถามไถ่เหตุผลพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง
เย่จงหมิงลงจากรถ มองรปภ. ที่วิ่งหอบเข้ามาหา เขาดูนาฬิกาแล้วเอนหลังพิงรถ เมื่อพวกนั้นวิ่งมาถึง เขาก็แค่ชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าอย่างใจเย็น
ทั้งสามคนเงยหน้ามองตาม แต่ท้องฟ้ายังคงสดใสแจ่มแจ้ง
"แม่งเอ๊ย หมอนี่มันบ้า!"
หัวหน้ารปภ. ที่อ้วนฉุ เมื่อเห็นเสื้อผ้าของเย่จงหมิงเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าหมอนี่ไม่ใช่คนสำคัญอะไร เขาเงื้อไม้กระบองเตรียมจะฟาดลงมา
แต่แล้ว เสียงระเบิดกัมปนาทก็ทำให้เขาชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้งและต้องยืนตะลึงค้าง
กลุ่มเมฆรูปเห็ดขนาดมหึมาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับการระเบิด ยานอวกาศยักษ์ที่เคยเห็นแต่ในหนังไซไฟปรากฏขึ้นพร้อมกับยิงลำแสงนับไม่ถ้วนลงมา ก่อให้เกิดการระเบิดที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
เย่จงหมิงหรี่ตาลง มองเห็นยานรบสีทองที่บินอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีดำ
เขาจำยานลำนั้นได้ดี มันคือหนึ่งในสิบรางวัลใหญ่จาก 'กาชาปองเลเวล 9' มีชื่ออันไพเราะว่า "โกลเด้นเซนต์" (Golden Saint) หนึ่งในอุปกรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด
คำถามที่เคยติดค้างในใจก่อนเขาจะตายปรากฏขึ้นอีกครั้ง อะไรคือสาเหตุของหายนะครั้งนี้? ใครเป็นคนทำ? อารยธรรมอื่นในจักรวาล? หรือเผ่าพันธุ์อื่นที่เคยโดนโจมตีแบบนี้แล้วแข็งแกร่งขึ้นจนมาทำกับโลก?
เขาไม่มีคำตอบแม้กระทั่งในวันที่ตายไปครั้งแรก
นั่นเป็นเพราะแม้จะผ่านไปสิบปี ก็ยังไม่มีมนุษย์คนไหนแข็งแกร่งพอจะก้าวออกนอกโลกเพื่อไปหาคำตอบได้
ในเมื่อออกไปไม่ได้ ก็ไม่มีวันรู้ความจริง
ในวินาทีนี้ เมื่อเห็นยานรบโกลเด้นเซนต์ที่ลอยอยู่อย่างโอหัง เย่จงหมิงชูนิ้วกลางขึ้นฟ้าพร้อมแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ท้าทายอำนาจที่เคยพรากทุกอย่างไปจากเขา!
ใครกันที่สร้างวันสิ้นโลกนี้ขึ้นมา! ใครที่เปลี่ยนดาวเคราะห์ที่สวยงามให้กลายเป็นนรก? ใครที่พรากพี่น้องและคนรักที่เคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปจากเขา? ใครที่ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดสิบปี! และตอนนี้เขายังต้องเผชิญกับมันอีกครั้ง!
เขาคว้าข้าวของที่เตรียมไว้แล้ววิ่งไปยังสถานที่ในความทรงจำ ทิ้งให้รปภ. ทั้งสามคนยืนมองท้องฟ้าด้วยสมองที่ว่างเปล่า
เย่จงหมิงรู้ว่าการโจมตีนี้จะอยู่ไม่นาน เพียงห้านาทีมันจะจบลง ยานพวกนั้นที่เปลี่ยนโลกให้เป็นวันสิ้นโลกจะหายไปและไม่ปรากฏออกมาอีกเลย
แต่หลังจากนั้นห้านาที พิษร้ายแรงจะกระจายไปทั่วท้องฟ้า คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจะกลายพันธุ์เป็นซอมบี้เหมือนในหนัง สัตว์ต่างๆ จะกลายพันธุ์และแข็งแกร่งขึ้นอย่างน่ากลัว
พื้นที่นับหมื่นแห่งจะปรากฏตัวประหลาดและมอนสเตอร์เดินออกมาจากดันเจี้ยน มันจะส่งมนุษย์ที่เหลือรอดเพียงน้อยนิดเข้าสู่ความสิ้นหวังที่แท้จริง
ในเวลาเดียวกัน กาชาปองจะปรากฏขึ้น พวกมันจะกระจายตัวไปทั่วโลกอย่างไร้ทิศทาง บนกงล้อจะแบ่งเป็นสิบช่อง แต่ละช่องแทนของหนึ่งอย่าง เมื่อเปิดใช้งานและหมุน เข็มไปหยุดที่ช่องไหนคุณก็จะได้รางวัลนั้นไป
แน่นอนว่าคุณจะหมุนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ใต้กาชาปองจะมีรูหลายสี การจะหมุนได้ต้องเติมรูเหล่านั้นให้เต็มเสียก่อน
สิ่งที่ใช้เติมในรูนั้นเรียกว่า "คริสตัลอสูร" (Demon Crystals)
แหล่งที่มาของมันก็คือพวกมนุษย์ที่กลายเป็นซอมบี้ สัตว์ที่กลายเป็นอสูร และพวกตัวประหลาดที่ออกมาจากดันเจี้ยนทั้งหลาย
ตรงกลางหัวของพวกมันจะมีคริสตัลอสูรฝังอยู่ สีที่ต่างกันหมายถึงระดับและความแข็งแกร่งที่ต่างกัน
ดังนั้นในวันสิ้นโลก มนุษย์จะใช้เวลาทุกวินาทีในการเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
ความทรงจำมากมายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกหลั่งไหลเข้ามาในหัว แต่ฝีเท้าของเย่จงหมิงไม่หยุดชะงัก เมื่อเขาถึงวิลล่าที่กาชาปองเลเวล 1 จะปรากฏ เขาก็ไม่ลังเล พุ่งเข้าไปกระโดดถีบประตูไม้สุดหรูจนเปิดออก
เขาเขารู้สึกปวดขาเล็กน้อยและรู้ว่าเป็นเพราะร่างกายเขายังไม่ได้รับการวิวัฒนาการ แต่ด้วยการฝึกฝนที่พอมีอยู่บ้าง เขาก็ยังแข็งแรงพอจะพังประตูเข้าไปได้
ห้องโถงตกแต่งด้วยสีทองอร่ามจนดูรู้เลยว่าเจ้าของรวยมาก แต่รสนิยมนั้น... สไตล์หรูหราแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เย่จงหมิงคุ้นเคยเลยสักนิด
"คุณเป็นใคร? ออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!"
บนบันไดวน หญิงสาวผมยาวอายุประมาณ 20 ปีในชุดนอนสีชมพูยืนตกตะลึง ขณะที่เธอเดินกึ่งวิ่งลงมา รอยแยกของสาบเสื้อนอนที่ติดกระดุมไม่เรียบร้อย เผยให้เห็นเนินอกขาวนวลและเรียวขาที่โผล่พ้นชายผ้าชุดนอนสั้นๆ วับๆ แวมๆ จนทำให้เย่จงหมิงต้องหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอช็อกมาก ขณะที่เธอกำลังหลับก็ได้ยินเสียงระเบิกกัมปนาท และก่อนจะทันได้ดูว่าเกิดอะไรขึ้น ประตูบ้านเธอก็ถูกพังเข้ามา เธอรีบวิ่งลงมาแล้วเห็นเย่จงหมิงหอบถุงพะรุงพะรัง
ต้องยอมรับว่าหน้าตาของเย่จงหมิงดูเป็นคนดี และคงไม่มีผู้ร้ายที่ไหนแบกถุงใบใหญ่มาทำเรื่องไม่ดีหรอก นั่นคือเหตุผลที่เธอไม่กลัวเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเห็นเย่จงหมิงจ้องมองร่างกายเธอ แววตาดูแคลนก็พาดผ่านดวงตาของเธอ
ผู้ชายก็เหมือนกันหมด คิดแต่เรื่องใต้สะดือ!
เย่จงหมิงละสายตา เขาถูกดึงดูดด้วยร่างกายของเธอจริง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเขากำลังยืนยันว่าเธออันตรายแค่ไหน นี่คือสิ่งที่เขาทำจนชินมือมาตลอดสิบปี
หลังจากยืนยันว่าแม้แต่ใต้ชุดชั้นเธอก็ไม่มีอาวุธ เย่จงหมิงก็โยนถุงลงบนโซฟาแล้วมุ่งตรงไปยังห้องครัว
แสงสว่างนวลตาเรืองรองมาจากข้างใน
นั่นคือสัญญาณว่า กาชาปองกำลังจะปรากฏออกมาแล้ว
เย่จงหมิงยิ้ม แม้เขาจะยังสับสนว่าย้อนกลับมาได้ยังไง แต่มันกลายเป็นความจริงไปแล้วเขาก็จะเผชิญหน้ากับมัน นี่คือวิธีคิดที่ชีวิตมอบให้เขาตลอดสิบปีที่ผ่านมา
ยิ่งกว่านั้น เขาสัมผัสได้ว่านี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่—เขามีความทรงจำและประสบการณ์วันสิ้นโลกมากมาย ถ้าเขาเปลี่ยนมันเป็นการกระทำ เขาจะไม่กลายเป็นตำนานหรอกหรือ?
ในส่วนลึกของหัวใจ เย่จงหมิงมีความปรารถนาอย่างหนึ่ง... เขาจะสามารถไขปริศนาเรื่องทั้งหมดนี้ได้หรือไม่?