- หน้าแรก
- เชื่อระบบแล้วจะรุ่ง ข้ามมิติป่วนโลกบดบังฟ้า
- บทที่ 36 - เกิดแคว้นเยี่ยน ก็ต้องรับบทหัวหน้าทีมเหรอ?
บทที่ 36 - เกิดแคว้นเยี่ยน ก็ต้องรับบทหัวหน้าทีมเหรอ?
บทที่ 36 - เกิดแคว้นเยี่ยน ก็ต้องรับบทหัวหน้าทีมเหรอ?
บทที่ 36 - เกิดแคว้นเยี่ยน ก็ต้องรับบทหัวหน้าทีมเหรอ?
ม่ายวี่พูดจบโดยที่หน้าไม่แดงใจไม่เต้นสักนิด
พวกศิษย์พี่ในที่นั้นต่างยิ้มแหยๆ ด้วยความละอายใจ แต่ความจริงแล้ว ยอดเขาฉิงเฟิงเคยมีธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้อยู่จริงๆ
ศิษย์ใหม่จะรับหน้าที่ทำเรื่องที่ศิษย์เก่าพยายามหลีกเลี่ยงแทน
"ข้าจำได้ว่าในบรรดาศิษย์ใหม่ มีคนหนึ่งมาจากแคว้นเยี่ยน ได้ยินว่าบรรลุขอบเขตฝั่งตรงข้ามแล้วใช่ไหม?" ม่ายวี่กวาดสายตามองไปที่กลุ่มศิษย์ใหม่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นจ้าวฮัง!
สัมผัสได้ถึงสายตาของศิษย์พี่ใหญ่ม่ายวี่ ถึงจ้าวฮังจะไม่เต็มใจสุดๆ แต่ก็ต้องจำใจก้าวออกมาข้างหน้า
"ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเอง ข้าเคยอาศัยอยู่ที่แคว้นเยี่ยนมาเป็นเวลานาน" จ้าวฮังรีบตอบ
ม่ายวี่มองสำรวจจ้าวฮังแวบหนึ่ง แล้วประเมินการฝึกตนของจ้าวฮังออกมาอย่างรวดเร็ว "รากฐานแน่นปึ้ก ขอบเขตฝั่งตรงข้ามไม่ผิดแน่ งั้นต่อไปนี้ เจ้าจงนำศิษย์ใหม่สามสิบคน เดินทางไปยังแคว้นเยี่ยน"
"จำไว้ เจ้าแค่ไปปรากฏตัวให้เขาเห็นก็พอ พวกเขาสั่งให้ทำอะไร ตราบใดที่ไม่พาดพิงถึงสำนักไท่เสวียนของเรา อยากทำอะไรก็ทำไป"
ม่ายวี่อธิบายให้จ้าวฮังฟัง
สองตระกูลศักดิ์สิทธิ์และสองดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะเป็นกำลังหลักในการสำรวจดินแดนต้องห้ามบรรพกาลในครั้งนี้
ส่วนสำนักใหญ่อื่นๆ พวกตระกูลและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังกลัวว่าจะส่งยอดฝีมือมาแย่งของด้วยซ้ำ การให้พวกจ้าวฮังไป ก็เป็นแค่สัญลักษณ์ แสดงถึงจุดยืนเท่านั้น
แม้จ้าวฮังอยากจะปฏิเสธใจจะขาด แต่คิดหน้าคิดหลังดูแล้ว ก็หาข้ออ้างที่เหมาะสมไม่ได้ อีกอย่าง เขาก็ไม่อยากล่วงเกินศิษย์พี่ใหญ่ยอดเขาฉิงเฟิงตั้งแต่ตอนนี้
"ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ที่เมตตา! ข้าเข้าใจแล้ว" จ้าวฮังรีบทำความเคารพม่ายวี่ แล้วรับคำต่อหน้าทุกคน
ม่ายวี่พยักหน้า พอใจกับการวางตัวของจ้าวฮังมาก
"นี่คือยาพละกำลังกระทิงที่ข้าเพิ่งได้มาจากยอดเขาโอสถเมื่อไม่นานมานี้ กินแล้วจะเพิ่มแรงได้เท่ากับกระทิงหนึ่งตัว ถือเป็นรางวัลสำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ของเจ้า" พูดจบ ม่ายวี่ยื่นมือขวาออกมา แสงสีเขียวสายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ
จากนั้นแสงสีเขียวก็จางลง เผยให้เห็นขวดหยกสีเขียวมรกตต่อหน้าทุกคน
แรงกระทิงหนึ่งตัว ก็คือห้าร้อยกิโลกรัม!
เมื่อถึงขอบเขตฝั่งตรงข้าม การโจมตีปกติก็มีพลังหลายหมื่นกิโลกรัมแล้ว
ในขวดหยกนี้ มียาพละกำลังกระทิงอยู่ประมาณสิบเม็ด
ถ้ากินหมด ก็จะได้แรงเพิ่มมาห้าพันกิโลกรัม เท่ากับเพิ่มพละกำลังของจ้าวฮังไปเกือบสองส่วน
"ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่" เห็นขวดหยก ลอยมาหา จ้าวฮังก็รีบยกมือรับไว้ แล้วขอบคุณม่ายวี่อีกครั้ง
ม่ายวี่พยักหน้า แล้วหันไปแจกแจงงานอื่นให้กับศิษย์น้องคนอื่นๆ ต่อ จากนั้นเขาก็เรียกศิษย์ใหม่ที่สมัครใจจะไปดินแดนต้องห้ามบรรพกาลให้อยู่ต่อ เพื่อจะสอนเคล็ดวิชาให้เป็นพิเศษถือเป็นรางวัล
ศิษย์ใหม่หลายคน ลูกวัวไม่กลัวเสือ ไม่รู้ถึงความน่ากลัวของดินแดนต้องห้ามบรรพกาลเลยสักนิด ก็เลยดูจะกระตือรือร้นกันใหญ่
ถึงขั้นมีบางคนเริ่มเพ้อฝันว่า ตัวเองเข้าไปในดินแดนต้องห้ามบรรพกาล แล้วอาศัยจังหวะตาอยู่คว้าพุงเพียว แย่งชิงยาวิเศษบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้ามาได้ พอกินเข้าไปก็กลายเป็นอัจฉริยะเหนือโลก!
เจอพวกช่างฝันแบบนี้เข้าไป จ้าวฮังได้แต่ยิ้มบางๆ ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ
บางครั้ง รู้น้อยๆ ก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน
ยาวิเศษพวกนั้น จักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมเขาเตรียมไว้ให้เย่ฟ่านต่างหาก อย่าว่าแต่ศิษย์ใหม่พวกนี้เลย ต่อให้เป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็อย่าหวังว่าจะได้แตะต้อง!
พอกลับถึงที่พัก จ้าวฮังยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อย ก็มีศิษย์น้องมาขอพบ อยากให้จ้าวฮังเล่าเรื่องแคว้นเยี่ยนกับดินแดนต้องห้ามบรรพกาลให้ฟัง
เจอคำขอของศิษย์ใหม่พวกนี้ จ้าวฮังก็ไม่ปฏิเสธ รับปากทันที
พวกเขาสนใจกันนัก วิถีแห่งการรนหาที่ตาย ถ้าเขาไปขวางไว้ เดี๋ยวจะโดนมองว่าไปขัดขวางเส้นทางการฝึกตนของคนอื่นเปล่าๆ
ขัดขวางเส้นทางฝึกตน ความแค้นดุจฆ่าบิดามารดา!
ศิษย์ที่สนใจเรื่องดินแดนต้องห้ามบรรพกาลเหล่านี้ จึงได้รับข้อมูลวงในจากจ้าวฮังไปเต็มๆ
ทุกคนพักผ่อนกันสามวัน จากนั้นก็ออกเดินทางทันที
มุ่งหน้าสู่แคว้นเยี่ยน ดินแดนต้องห้ามบรรพกาล!
ดินแดนต้องห้ามบรรพกาล ตั้งอยู่ใจกลางแคว้นเยี่ยน
"ศิษย์พี่จ้าว ท่านช่วยเล่าเรื่องเขตหวงห้ามแห่งชีวิตในตงฮวงให้พวกเราฟังหน่อยสิ? ตั้งแต่เข้าสำนักมา ข้ารู้จักแค่ดินแดนต้องห้ามบรรพกาลที่เดียว อีกหกแห่งที่เหลือ คือที่ไหนบ้างเหรอ?"
ระหว่างทาง มีศิษย์คนหนึ่งถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
จ้าวฮังก็ไม่ปิดบัง เล่าเท่าที่ตัวเองรู้ให้ฟัง
เจ็ดเขตหวงห้ามแห่งชีวิตในตงฮวง ได้แก่:
ดินแดนต้องห้ามบรรพกาล ภูเขาอมตะ เหมืองโบราณปฐมกาล สุสานเซียน แดนเทพว่างเปล่า ทะเลวัฏสงสาร และเกาะฝังฟ้า
"ในฐานะศิษย์ร่วมสำนัก ข้าขอเตือนพวกเจ้าสักประโยค ที่มันถูกเรียกว่าเขตหวงห้ามแห่งชีวิต ก็เพราะข้างในนั้นมันมีความน่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่!"
"ที่แคว้นเยี่ยน ไม่รู้มีผู้ฝึกตนตายเพราะสุสานจักรพรรดิปีศาจฝ่ายหยินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว พวกเจ้าก็ระวังตัวกันให้ดี"
คำพูดดีๆ ไม่เข้าหูผีที่จ้องจะตาย พูดสิ่งที่ควรพูดไปหมดแล้ว จ้าวฮังก็เลิกคุยเรื่องเขตหวงห้ามแห่งชีวิตต่อ
ผ่านไปอีกวันครึ่ง ในที่สุดจ้าวฮังก็พาเหล่าศิษย์สำนักไท่เสวียนมาถึงเมืองเล็กๆ หน้าเขตหวงห้าม
เมืองหน้าเขตหวงห้ามในตอนนี้ คึกคักและเจริญรุ่งเรืองมาก
เรียกได้ว่า เดินไปทางไหนก็เจอแต่ผู้ฝึกตน ปุถุชนแทบไม่มีที่ยืน
ในฐานะศิษย์สำนักไท่เสวียน พอพวกจ้าวฮังเข้ามาในเมือง ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีระดับหนึ่ง
ยังไงสำนักไท่เสวียนก็เคยเป็นหนึ่งในร้อยขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตงฮวง
ในฐานะหัวหน้าทีม จ้าวฮังพาศิษย์น้องไปรายงานตัวกับตระกูลและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก่อน ถึงได้รับการจัดสรรให้พักในโรงเตี๊ยมที่ค่อนข้างดีแห่งหนึ่ง ทุกคนถึงได้วางสัมภาระลง
ได้ข่าวว่า อีกสามวัน ตระกูลและดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มบุกเข้าดินแดนต้องห้ามบรรพกาล
พวกศิษย์สำนักไท่เสวียนแต่ละคน ดูกระดี๊กระด๊ากันน่าดู
ศิษย์ใหม่ที่จ้าวฮังพามา ส่วนใหญ่เพิ่งจะเปิดทะเลทุกข์ได้ มีแค่ห้าคนที่บรรลุขอบเขตน้ำพุแห่งชีวิต
ส่วนขอบเขตสะพานเทพ มีแค่คนเดียว
ขอบเขตฝั่งตรงข้าม ก็มีแค่ตัวจ้าวฮังเอง
การเปิดทะเลทุกข์ต้องใช้เวลาสั่งสม ศิษย์พวกนี้ส่วนใหญ่เข้ามาฝึกในสำนักไท่เสวียนในฐานะคนธรรมดา ดังนั้นการที่ยังอยู่แค่ขั้นทะเลทุกข์จึงเป็นเรื่องปกติ
สมัยอยู่ถ้ำสวรรค์หลิงซู จ้าวฮังก็ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไร แถมยังเก็บตัวเงียบ คนที่รู้จักเขาเลยยิ่งน้อยลงไปอีก
ประกอบกับความวุ่นวายจากสุสานจักรพรรดิปีศาจตลอดสองปีมานี้ ถ้ำสวรรค์หลิงซูที่ตั้งอยู่ติดกับซากโบราณกาล ย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆ
หลังจากเข้าพักในเมืองหน้าเขตหวงห้ามมาสองวันกว่า จ้าวฮังยังไม่เจอคนหน้าคุ้นเลยสักคน
[จบแล้ว]