- หน้าแรก
- เชื่อระบบแล้วจะรุ่ง ข้ามมิติป่วนโลกบดบังฟ้า
- บทที่ 7 - มุ่งหน้าสู่ใจกลางซากโบราณกาล! สำรวจโบราณสถานหน้าสุสานจักรพรรดิปีศาจ!
บทที่ 7 - มุ่งหน้าสู่ใจกลางซากโบราณกาล! สำรวจโบราณสถานหน้าสุสานจักรพรรดิปีศาจ!
บทที่ 7 - มุ่งหน้าสู่ใจกลางซากโบราณกาล! สำรวจโบราณสถานหน้าสุสานจักรพรรดิปีศาจ!
บทที่ 7 - มุ่งหน้าสู่ใจกลางซากโบราณกาล! สำรวจโบราณสถานหน้าสุสานจักรพรรดิปีศาจ!
สามวันให้หลัง ณ ซากโบราณกาล
จ้าวฮังมองต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าที่อยู่ไม่ไกลแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ
พลังฟ้าดินที่นี่เข้มข้นพอๆ กับในถ้ำสวรรค์หลิงซูเลย แถมยังมีเสียงสัตว์อสูรคำรามแว่วมาเป็นระยะ
"เอาล่ะ พวกเราจะมาส่งพวกเจ้าแค่ตรงนี้" ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงพูดจบก็สะบัดมือขวา ป้ายหยกหลายอันลอยไปตรงหน้าเหล่าศิษย์
"ถ้าเจออันตรายถึงชีวิต ให้บีบป้ายหยกนี่ให้แตก ข้ากับผู้อาวุโสหวังจะรีบไปหาทันที จำไว้ว่าการมาฝึกที่นี่ ชีวิตของตัวเองและเพื่อนร่วมสำนักสำคัญที่สุด นี่คือสิ่งที่ข้าต้องย้ำพวกเจ้า"
ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงกำชับอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะห้ามเข้าไปในเขตชั้นใน เพราะที่นั่นมีสัตว์อสูรสุดโหดที่แม้แต่ตัวแกเองก็ยังสู้ไม่ได้
"ออกเดินทางได้!" พอผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงสั่งเสร็จ ผู้อาวุโสหวังหงหมิงก็ประกาศเริ่มการทดสอบ
เหล่าศิษย์แยกย้ายกันไปคนละทิศละทางในซากโบราณกาล
ส่วนใหญ่จับกลุ่มกันไปสองสามคน แต่จ้าวฮังฉายเดี่ยว เขาเล็งทิศทางไว้แล้วกระโจนหายเข้าไปในป่าทันที
"เป้าหมายหลักที่มาที่นี่คือสมุนไพรวิเศษที่ขึ้นในซากโบราณกาล บางต้นมีสรรพคุณแรงกว่าน้ำยาบุปผาร้อยชนิดเป็นสิบเป็นร้อยเท่า
ถ้าได้กินเข้าไป ระดับพลังคงพุ่งกระฉูดแน่
แต่ที่สำคัญที่สุดคือการสำรวจสุสานจักรพรรดิปีศาจ นี่แหละทางลัดที่จะทำให้ฉันแซงหน้าคนอื่น!"
จ้าวฮังอยากได้สมุนไพรก็จริง แต่เป้าหมายใหญ่กว่านั้นรออยู่
เขาประเมินว่าถ้าจะทะลวงด่านย่อยต่อไป ด้วยพรสวรรค์ตอนนี้ อย่างน้อยต้องใช้เวลาเจ็ดแปดปี
นี่ขนาดมีคัมภีร์ขอบเขตกงล้อทะเลฉบับสมบูรณ์แล้วนะ
แต่ถ้ามีสมุนไพรช่วย เวลาก็จะร่นเข้ามาเยอะ
ป่าในซากโบราณกาลมีแต่ต้นไม้ยักษ์สูงสามสี่ร้อยเมตร จ้าวฮังเคลื่อนไหวคล่องแคล่วเหมือนลิงป่า ลัดเลาะไปตามหมู่ไม้
ระหว่างทางเขาเจอสมุนไพรแจ่มๆ หลายต้น จ้าวฮังไม่ปล่อยผ่าน เก็บเรียบใส่ในทะเลทุกข์
วิ่งในป่ายักษ์มาร่วมชั่วโมง จ้าวฮังก็ได้ยินเสียงน้ำไหล พร้อมสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่เข้มข้นผิดปกติ
ชัดเลย ทิศนั้นต้องมีของดีแน่ๆ?!
เขาชะลอฝีเท้า ค่อยๆ ขยับเข้าไปหาต้นเสียงน้ำ
โฮก!
ทันใดนั้นเสียงคำรามดังกึกก้องประหนึ่งฟ้าร้องมาจากไม่ไกล
ตัวอะไรกันเนี่ย!
ต้นไม้สูงร้อยเมตรโดนเสียงคำรามซัดจนหักสะบั้น ปลิวว่อนไปไกลหลายร้อยเมตร
จ้าวฮังตาเป็นประกาย แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว เขารีบหมอบลงกับพื้นเพื่อหลบคลื่นเสียงมหาประลัยนั่น
'สมกับเป็นซากโบราณกาล แค่สัตว์อสูรที่โผล่มาดื้อๆ ยังโหดขนาดนี้' จ้าวฮังกลั้นหายใจ รวบรวมพลังเทพเตรียมพร้อม ถ้าไอ้ตัวโหดนั่นเข้ามาใกล้ ก็มีแต่ต้องโกยเถิดโยม!
ตึง ตึง ตึง เสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ห่างออกไป
ผ่านไปครึ่งก้านธูป จ้าวฮังถึงค่อยๆ ลุกขึ้น เขาไม่เปลี่ยนทิศ แต่กลับมุ่งหน้าไปยังต้นตอของเสียงคำรามเมื่อกี้
ใช้เวลาแค่อึดใจ จ้าวฮังก็มายืนอยู่หน้าปากถ้ำมหึมา รอบๆ ยังมีกลิ่นอายสัตว์อสูรน่าสะพรึงกลัวหลงเหลืออยู่
แถมยังมีกลิ่นคาวเลือดคลุ้งจนแทบสำลัก
"รังของพยัคฆ์ลายเมฆจริงๆ ด้วย เจ้าตัวเมื่อกี้พลังน่าจะระดับสะพานเทพหรือไม่ก็ฝั่งตรงข้ามแล้วมั้ง" จ้าวฮังคิดในใจ ไม่รอช้า รีบมุดเข้าไปในรังทันที
ซากกระดูกสัตว์อสูรสารพัดชนิดกองพะเนินอยู่สองข้างทาง จ้าวฮังไม่กล้าอยู่นาน รีบตรงดิ่งไปยังที่นอนของมัน
สัตว์อสูรระดับนี้เริ่มมีสติปัญญาแล้ว คงไม่ทิ้งของมีค่าไว้ในรังให้ใครมาขโมยง่ายๆ หรอก
และสิ่งที่จ้าวฮังต้องการ ก็ไม่ใช่สมบัติของมันด้วย
จ้าวฮังพุ่งไปที่กองหญ้าแห้งที่เจ้าพยัคฆ์ลายเมฆชอบมานอน แล้วกวาดเก็บขนที่ร่วงอยู่ตามกองหญ้ามาให้หมด
นอนทับถมกันมานาน ขนร่วงเต็มไปหมด
พอเก็บได้พอประมาณ จ้าวฮังก็ยัดขนพวกนั้นใส่เข้าไปในเสื้อผ้าทั่วตัว แถมยังเอาบางส่วนมายัดใส่ผมตัวเองด้วย
ถึงตัวจะเหม็นสาบตลบอบอวล แต่จ้าวฮังกลับยิ้มแก้มปริ
"มีกลิ่นของพยัคฆ์ลายเมฆติดตัว การจะลอบเข้าเขตชั้นในของซากโบราณกาลก็ปลอดภัยขึ้นเยอะ!"
ไม่กล้าโอ้เอ้ จ้าวฮังกวาดตามองรอบๆ ไม่เจอสมุนไพรวิเศษก็รีบถอยฉากออกจากรัง มุ่งหน้าสู่ใจกลางซากโบราณกาลต่อ!
อาศัยกลิ่นสาบเสือที่ติดตัว ตลอดทางจ้าวฮังไม่เจออันตรายใดๆ เลย
ตอนนี้เขาใกล้เขตชั้นในเข้าไปทุกที ระหว่างทางเริ่มเห็นซากปรักหักพังของสิ่งปลูกสร้างฝีมือมนุษย์บ้างแล้ว
พอจะเข้าเขตชั้นในจริงๆ แค่กลิ่นพยัคฆ์ลายเมฆคงขู่สัตว์อสูรตัวอื่นไม่อยู่ จ้าวฮังหาแหล่งน้ำ ล้างกลิ่นตัวออกก่อน แล้วดำลงไปก้นสระ เอาโคลนมาพอกตัวจนมิด แล้วค่อยขึ้นฝั่ง
เพื่อไม่ให้พลังเทพรั่วไหลจนสัตว์อสูรจับได้ เขาไม่ใช้พลังเลย รอจนโคลนแห้งกรังไปเอง
สภาพจ้าวฮังตอนนี้ดูเหมือนมนุษย์โคลนชัดๆ! กลิ่นอายมนุษย์หายเกลี้ยง!
เขาค่อยๆ กระดึ๊บเข้าสู่ใจกลางซากโบราณกาล จนในที่สุดก็มาถึงตีนภูเขาไฟยักษ์!
ตีนเขาเต็มไปด้วยซากปรักหักพังเป็นทิวแถว แสดงว่าเมื่อก่อนต้องมีคนอาศัยอยู่เยอะมาก ดูจากซากกำแพงหรูหราพวกนั้น เดาได้เลยว่าอดีตเคยรุ่งเรืองขนาดไหน
จ้าวฮังผนึกพลังเทพไว้ที่ดวงตา เพ่งมองไปที่ภูเขาไฟ เห็นตำหนักโบราณเก่าคร่ำครึลอยตุ๊บป่องอยู่ในลาวา
ดูธรรมดามาก ไม่มีแสงสีอะไรเลย แค่ลอยขึ้นลงตามแรงกระเพื่อมของลาวา
"ใช่แล้ว ตอนนี้สุสานจักรพรรดิปีศาจยังไม่ถึงเวลาเปิด แสงสีเลยยังไม่ออก" จ้าวฮังเตรียมใจมาแล้ว
ความจริง เป้าหมายหลักของเขาคือกลุ่มตำหนักโบราณใต้ภูเขาไฟนี่ต่างหาก
ต่อให้ตำหนักพวกนี้จะผ่านกาลเวลามานานจนของวิเศษเสื่อมสภาพไปเยอะ แต่สำหรับจ้าวฮัง แค่ได้ของที่ยังพอใช้ได้สักชิ้นสองชิ้น ก็คุ้มค่าสำหรับระดับทะเลทุกข์อย่างเขาแล้ว!
จ้าวฮังบุกเข้าตำหนักโบราณ ย่างเท้าด้วยความระมัดระวัง เริ่มสำรวจทีละจุด
ของใช้ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ในอดีต ต่อให้อิฐสักก้อนก็ยังเป็นของดีสำหรับคนระดับเขา น่าเสียดายที่กาลเวลาทำลายพลังมันไปหมด จนกลายเป็นแค่อิฐธรรมดา
ยาลูกกลอนที่หมดสภาพจนกลายเป็นผงแป้ง
ยันต์ที่สูญเสียพลังไปหมดเกลี้ยง
กระบี่ยาวที่หักเป็นท่อนๆ
[จบแล้ว]