- หน้าแรก
- ผมอัปเกรดระบบเพื่อเป็นไอดอลที่ดังที่สุด แต่ทำไมสาวๆมารุมผมเอง
- บทที่ 10 - การแข่งขันน่ะ... แน่นอนว่าต้องงัดทุกวิถีทางออกมาใช้ถึงจะสนุก
บทที่ 10 - การแข่งขันน่ะ... แน่นอนว่าต้องงัดทุกวิถีทางออกมาใช้ถึงจะสนุก
บทที่ 10 - การแข่งขันน่ะ... แน่นอนว่าต้องงัดทุกวิถีทางออกมาใช้ถึงจะสนุก
บทที่ 10 - การแข่งขันน่ะ... แน่นอนว่าต้องงัดทุกวิถีทางออกมาใช้ถึงจะสนุก
หลังแยกย้าย ทุกคนเดินตามการนำของทีมงานมาที่ตึกฝึกซ้อม
คลาส A มีแค่แปดคน ได้ใช้ห้องซ้อมส่วนตัว กว้างขวางมาก
แนะนำตัวกันง่ายๆ คุยกันไม่กี่ประโยค ต่างคนก็ต่างใส่หูฟัง แกะท่าเต้นจากวิดีโอกันเอง
ฝึกยาวจนถึงเช้ามืด นอกจากเวลาพักกินข้าวเย็น หนิงลั่วแทบไม่ได้พักเลย
ความคืบหน้าของไช่สวี่คุน, จูเจิ้งถิง และคนอื่นๆ สร้างความกดดันให้เขาอย่างมหาศาล
เวลาค่อนวัน นอกจากเขาและเฉินลี่หนง คนอื่นๆ ปรับตัวเข้ากับจังหวะเร็วๆ แบบนี้ได้ดีมาก พื้นฐานการเต้นก็ยอดเยี่ยม แทบจะเต้นตามเพลงได้จนจบเพลงแล้ว
ตีหนึ่ง กลุ่มเด็กฝึกเย่ว์หัวและบานาน่าเอนเตอร์เทนเมนท์พากันกลับหอ
เฉินลี่หนงเหลือบมองหนิงลั่วที่ยังก้มหน้าก้มตาฝึกอยู่ เบะปาก แล้วก็เดินตามออกไป
ในห้องซ้อมเหลือสามคน
ตีสอง ไช่สวี่คุนที่เต้นได้คล่องแล้วเดินไปดื่มน้ำที่ริมกำแพง พลางสังเกตความคืบหน้าของหนิงลั่วเงียบๆ
เต้นได้ต่อเนื่องแล้ว แต่ท่ายังดูแข็งๆ ขาดความสวยงามและความพริ้วไหวที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพูดถึงสไตล์ส่วนตัวเลย
ด้วยความเร็วระดับนี้ ต่อให้เวลาหนิงลั่วอีกสามวัน ก็คงทำไม่ได้เท่าที่เขาทำได้ในครึ่งวันนี้
ไช่สวี่คุนลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่หน้าตา ทักษะการร้อง และความสามารถในการแต่งเพลงของหนิงลั่ว สร้างแรงกดดันให้เขาอย่างมากจริงๆ
ภาพที่เห็นเพียงแวบเดียวเมื่อคืนก่อน ถึงขั้นทำให้เขานอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาอยู่ชั่วโมงกว่าถึงจะหลับลง
ตอนนี้ดูเหมือนว่า เขาจะกังวลมากไปเอง
หนิงลั่วเก่ง แต่ก็มีจุดอ่อนที่ชัดเจนมาก ทักษะการเต้นไม่โดดเด่นพอ
ส่วนการร้อง นอกจากหนิงลั่วจะเทพถึงขั้นใช้แค่ท่อนร้องไม่กี่ประโยคที่ได้รับมอบหมาย บดขยี้พวกเขาทุกคนที่ผ่านการจูนเสียง (Auto-tune) มาแล้วได้ ไม่อย่างนั้น ก็คงงั้นๆ
และรายการนี้ก็คงไม่ให้โอกาสพวกเขาแสดงความสามารถในการแต่งเพลงมากนัก
หมายความว่า สิ่งเดียวที่หนิงลั่วพึ่งพาได้ คือหน้าตา
เขาไม่เชื่อหรอกว่า หนิงลั่วจะใช้แค่หน้าตา เอาชนะเขาที่มีฐานแฟนคลับในเวยป๋อ 2 ล้านคนได้
นอกจากไอ้หมอนี่จะมีโปรโกง!
ในฐานะผู้ยึดมั่นในวัตถุนิยม เขาไม่เชื่อ!
ดังนั้น ความได้เปรียบอยู่ที่ฉัน!
ฉีดเลือดไก่ให้ตัวเองเต็มหลอด ไช่สวี่คุนก็เดินกลับไปพร้อมกับหวังจื่ออี้ที่เตรียมตัวจะกลับเหมือนกัน
ในห้องซ้อมเหลือเพียงคนเดียว
ตีสี่ หนิงลั่วมือยันเข่าหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อเม็ดโป้งไหลผ่านแก้ม หยดลงพื้นตามปลายผม
จิตใจยังคึกคัก แต่ร่างกายกำลังบอกให้เขาพอได้แล้ว
หนิงลั่วหยุดการออกกำลังกายแบบเครื่องจักรอย่างมีเหตุผล แล้วสลับโหมดเข้าสู่การ "เล่นใหญ่" อย่างชำนาญ
นี่ก็เป็นสิ่งที่จางรั่วหนานสอนเขาด้วยการกระทำเช่นกัน
สมองแล่นเร็วรี่ ขาหนิงลั่วอ่อนยวบ ทรุดนั่งลงกับพื้น หันไปมองสภาพตัวเองที่ดูทุลักทุเลในกระจก ยิ้มอย่างขมขื่นด้วยความจนใจ พร้อมกับจงใจหันใบหน้าด้านข้างที่ดูดีที่สุดเข้าหากล้องอย่างแนบเนียน สุดท้ายก็นอนแผ่หราอยู่กลางห้องซ้อม
สร้างภาพลักษณ์ของการพยายามจนหมดแรง ยืนไม่ไหว ต้องจำใจยอมแพ้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอนอยู่ไม่กี่นาที หนิงลั่วดันพื้น พยุงร่างยืนขึ้นอย่างยากลำบาก เดินไปที่ริมกำแพง หยิบน้ำวิตามินมากระดกไปกว่าครึ่งขวด พรูลมหายใจยาว แล้วยกขวดขึ้นมาพิจารณาอยู่นานสองนาน
ไม่รู้ว่าสปอนเซอร์จะเห็นไหม
บิดขี้เกียจทีหนึ่ง หนิงลั่วทำเหมือนเพิ่งเห็นเปียโนไฟฟ้าที่มุมห้อง เดินเข้าไปด้วยความสนใจ เคาะแป้นคีย์มั่วๆ สองสามที เสียงใสไพเราะ
เสียดายที่เขาเล่นไม่เป็น พลาดโอกาสที่จะได้ซีนไปอย่างน่าเสียดาย
เครื่องดนตรีเดียวที่เขาเล่นเป็นคือกีตาร์ เพราะมันถูก
จบการแสดงที่มีหัวมีท้ายอย่างลื่นไหล หนิงลั่วปิดไฟ ออกจากห้องซ้อม
ถึงไม่รู้ว่าการแสดงชุดนี้จะถูกตัดเข้าไปในรายการหลักไหม แต่ขอแค่เขาแสดงให้มากพอ สักวันต้องมีโอกาส
ลมหนาวคืนนี้ยังคงบาดผิวเหมือนเมื่อวาน แต่หนิงลั่วไม่หนาวเลยสักนิด
เพราะเขาใส่เสื้อขนเป็ด
……
เช้าวันรุ่งขึ้น แปดโมง หนิงลั่วล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ กินขนมปังรองท้องง่ายๆ แล้วรีบไปห้องซ้อม
ไช่สวี่คุนที่กลับมาถึงก่อนหนิงลั่วสองชั่วโมงเมื่อคืน ยังคงกินมื้อเช้าอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อนสักนิด
เขามีตารางเวลาของตัวเอง จะให้หนิงลั่วมาทำให้จังหวะการฝึกรวนไม่ได้
รูมเมทอีกสองคนไม่ได้นิ่งเหมือนเขา มองแผ่นหลังของหนิงลั่วที่รีบร้อนออกไป ในใจเกิดความรู้สึกเร่งรีบขึ้นมา
รีบยัดข้าวเข้าปาก แต่งหน้าลวกๆ แล้วทั้งสองก็นั่งเหม่ออยู่บนเตียง ไม่คุยกันสักคำ
จนกระทั่งแปดโมงครึ่ง ไฟแดงที่กล้องมุมห้องสว่างขึ้น หอพักก็เหมือนตื่นจากภวังค์ เริ่มคึกคักขึ้นมา
ห้องข้างๆ เริ่มแหกปากร้องเพลงเต้นรำกันอีกแล้ว
โจวรุ่ยสวมหน้ากากอย่างชำนาญ พูดคุยหยอกล้อกับไช่สวี่คุนอย่างกระตือรือร้น รูมเมทอีกคนเฉียนเจิ้งฮ่าวก็แทรกขึ้นมาบ้างเป็นครั้งคราว สนิทสนมกันประหนึ่งเพื่อนสาว
ต่างคนต่างมีแผนในใจ
อีกด้านหนึ่ง ในห้องซ้อมคลาส A ที่ว่างเปล่า หนิงลั่ววอร์มร่างกายเสร็จ ใส่หูฟังเริ่มซ้อมต่อ
ถ้าไม่ใช่เพราะเวลากระชั้นชิดเกินไป และความทะเยอทะยานมากเกินไป ทางเลือกที่ดีที่สุดของหนิงลั่ว ควรจะเป็นเหมือนพวกนั้น แสดงละครพี่น้องรักกันในหอพักแย่งซีน
มาซ้อมโง่ๆ อยู่คนเดียวแบบนี้ ไม่มีเอฟเฟกต์รายการเลย แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกตัดเข้าช่วงหลัก
เก้าโมงกว่า เด็กฝึกคลาส A คนอื่นทยอยเดินเข้าห้องซ้อม
หนิงลั่วพยักหน้าทักทาย ท่าเต้นไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย
ทุกคนก็พยักหน้าตอบตามมารยาท ยกเว้นเด็กฝึกที่ชื่อติงเจ๋อเหริน ที่เพียงแค่ปรายตามองเขา เบะปากอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วหันไปคุยกับจูเจิ้งถิงต่อ
หนิงลั่วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
ถึงจะไม่รู้ว่าไปทำให้หมอนั่นหมั่นไส้ตอนไหน แต่นึกดูแล้วก็คงเพราะโชว์รอบคัดเกรดของเขาดีเกินไปนั่นแหละ
เขาอิจฉาความสามารถของฉัน
กวาดตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง หนิงลั่วเพิ่มข้อสันนิษฐานในใจเงียบๆ อีกข้อ
เขาต้องอิจฉาความหล่อของฉันด้วยแน่ๆ
วันนี้ซ้อมถึงตีสี่เหมือนเดิม หนิงลั่วลากร่างอันเหนื่อยล้ากลับหอพัก ขี้เกียจแม้แต่จะเปลี่ยนชุดนอน หัวถึงหมอนก็วูบหลับไป
วันรุ่งขึ้น หนิงลั่วก็ยังคงจังหวะเดิม
เขารู้สึกได้ชัดเจนว่า ความจำกล้ามเนื้อของร่างกายกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
ถึงจะยังไม่ถึงขั้นไช่สวี่คุนที่คล่องแคล่วจนใส่สไตล์ตัวเองเข้าไปได้ แต่จากการสังเกต ก็พอๆ กับเด็กฝึกระดับกลางค่อนบนอย่างติงเจ๋อเหรินแล้ว
หนิงลั่วพอใจในระดับหนึ่ง
เดิมทีเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะยกระดับการเต้นของตัวเองให้เทพได้ในเวลาสั้นๆ แค่นี้อยู่แล้ว
เว้นแต่จะมีใครมาปะทะกับเขาด้วยความรัก และต้องบังเอิญเป็นคนที่มีคุณสมบัติด้านการเต้นซะด้วย..
ใบหน้าสวยประณีตลอยขึ้นมาในหัว
หนิงลั่วสะบัดหัวอย่างแรง
คิดอะไรอยู่เนี่ย ต่อให้เป็นรักแรกพบก็ไม่เร็วขนาดนี้
คิดดูสิ ตอนนั้นจางรั่วหนานยังใช้เวลาตั้งเดือนกว่าจะเคลมเขาได้
ในเรื่องนี้ หนิงลั่วยังถือตัวอยู่นะ
อีกอย่าง ขนาดจางรั่วหนานยังเป็น "Diva" ผีเท่านั้นที่รู้ว่าคนนี้จะมีคุณสมบัติอะไร
สิ่งที่หนิงลั่วต้องทำต่อไป คือขยายข้อดีเรื่องการร้องเพลงให้มากที่สุด เพื่อกลบจุดอ่อนเรื่องการเต้น
ทางที่ดีหาวิธีกดดันคนอื่นหน่อย รบกวนจังหวะการซ้อมของพวกเขาบ้าง
การแข่งขันน่ะ... แน่นอนว่าต้องงัดทุกวิถีทางออกมาใช้ถึงจะสนุก
(จบแล้ว)