- หน้าแรก
- สกิลผมแค่ทำอาหาร แต่ไหงกลายเป็นตำนานซะงั้น
- บทที่ 35 - สวรรค์บนดิน
บทที่ 35 - สวรรค์บนดิน
บทที่ 35 - สวรรค์บนดิน
บทที่ 35 - สวรรค์บนดิน
มินา: "???"
อะไรนะ? สวรรค์บนดิน? ใช่ร้านสาวมอนสเตอร์แบบที่เขาคิดหรือเปล่า?
มินาหูผึ่งขึ้นมาทันที
แต่พอฟังอันซาน่าอธิบาย มินาก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
แม่เจ้าโว้ย คะแนนห้าบริ้อยแต้มนั่น เอามาเปย์กระเพาะตัวเองจริงๆ ด้วย
สมกับเป็นคุณหนูอันซาน่า ไฮโซเมืองหลวงจริงๆ ยอมใจเลย
เอ๊ะ ไม่สิ รอบนี้ต้องเรียกว่า "เกาะขาเจ๊พาไปกิน" สินะ
"สวรรค์บนดิน" คือภัตตาคารชื่อดังที่สุดในแวดวงขุนนางเมืองหลวง เจ้าของเบื้องหลังคือระดับปรมาจารย์
ผู้ใช้เวทเสกอาหารที่เก่งกาจถึงขั้นเข้าสู่แดนเทพ
ปรมาจารย์ด้านอาหาร ปรมาจารย์ด้านการเสกอาหาร
พอมินาได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาว
ห้องอาหารกว้างขวาง สะอาดสะอ้าน สว่างไสว ประดับประดาด้วยผลึกเวทมนตร์
นอกหน้าต่างบานใหญ่คือแสงยามเย็นของเมืองหลวงอันซู
ท้องฟ้าของโลกใบนี้ไม่เคยผ่านมลพิษจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม จึงใสกระจ่างและงดงามจับตา
ท่านปรมาจารย์ทำงานรวดเร็วมาก ไม่นานสาวใช้ก็นำอาหารมาเสิร์ฟ
ล้วนเป็นรสชาติที่มินาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
บางจานใช้วัตถุดิบธรรมดา
บางจานปรุงจากเนื้อมอนสเตอร์
และยังมีบางจาน ที่สร้างขึ้นจากเวทเสกอาหารโดยตรง
มินาสนใจทุกจานเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะอาหารที่เกิดจากเวทมนตร์พวกนั้น มันคนละเรื่องกับขนมปังแห้งๆ ของเขาเลย
ขนมชิ้นเล็กๆ ที่ประณีตงดงาม ไก่ย่างเวทมนตร์ที่หนังกรอบมันวาวน่ากิน...
รูปแบบหลากหลายละลานตา
ลูเซียตาเป็นประกาย พุ่งเข้าใส่อาหารเวทมนตร์พวกนั้นทันที
ส่วนมินาแค่ชิมอย่างละนิดละหน่อย
ไม่ใช่ไม่อร่อย แต่เมนูมันเยอะเกินไป กินไม่ทัน
อาหารธรรมดารสชาติเยี่ยมยอด
อาหารมอนสเตอร์อุดมด้วยสารอาหาร
ส่วนอาหารเสก เน้นไปที่ "สัมผัสแห่งพลังเวท"
แน่นอนว่าคำว่า "สัมผัสแห่งพลังเวท" นี้ มินาเพิ่งเรียนรู้มาจากปากของลูเซีย
มินาไม่ค่อยเข้าใจความหมายลึกซึ้งของคำนี้เท่าไหร่
พลังเวทมันมีสัมผัสด้วยเหรอ
มินากับอันซาน่าอิ่มแปล้ แต่อาหารยังเหลือเต็มโต๊ะ คุณหนูลูเซียประกาศกร้าวว่าของเหลือทั้งหมดเธอเหมาเอง ยกเว้นวัตถุดิบธรรมดา
ของแบบนั้นเธอกินไม่ลง
แพ้น่ะ
อันซาน่าเรอออกมาเบาๆ ขยับเข้าไปใกล้มินา แล้วขยิบตาให้ "รู้ไหมว่าทำไมต้องลากนายมาด้วย?"
มินากระพริบตาปริบๆ มองสายตาคาดหวังของอันซาน่า แล้วหันไปมองของอร่อยเต็มโต๊ะ
ทันใดนั้นเขาก็ตาโต
สายตาล็อกเป้าไปที่ขนมหวานฝีมือปรมาจารย์บนโต๊ะ
เขารีบหันขวับไปหาอันซาน่า "อย่าบอกนะว่าอยากให้ผมแกะสูตร?"
อันซาน่าพยักหน้ารัวๆ ยิ้มแก้มปริ
"จริงๆ แล้วเจ้าของร้าน หรือก็คือท่านปรมาจารย์คนนั้น ไม่ถือสาหรอกนะถ้าจะมีใครเลียนแบบอาหารของเขา โดยเฉพาะถ้าเป็นจอมเวทสายดำรงชีพแกยิ่งยินดีต้อนรับเลย..."
ฟังคำอธิบายแค่นิดเดียว มินาก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง
เวทเสกอาหารระดับดารา
นี่คือเวทมนตร์ที่อยู่เหนือกว่าระดับทอง
เป็นเป้าหมายสูงสุดที่จอมเวทสายดำรงชีพนับไม่ถ้วนใฝ่ฝัน
แต่ทั่วทั้งอาณาจักรอันซู มีเพียงปรมาจารย์คาร์เวลคนเดียวที่มีฝีมือระดับนี้ หนึ่งเดียวในใต้หล้า
ไม่ว่าจะเป็นระดับเงินหรือระดับทอง ก็เป็นได้แค่ของเลียนแบบเกรดต่ำ
ท่านปรมาจารย์ไม่สนใจเลยว่าใครจะเลียนแบบ แถมยังยินดีด้วยซ้ำ คนเก่งๆ แบบนี้ อันซูยิ่งมีเยอะยิ่งดี
ดูความใจกว้างนั่นสิ
"ฉันว่าสัมผัสแห่งพลังเวทของมินา ไม่แพ้เขาเลยนะ"
ตอนนั้นเอง ลูเซียที่ก้มหน้าก้มตากินก็เงยหน้าขึ้นมาชมเชย ให้คะแนนมินาสูงลิ่ว
มินายิ้มรับตามมารยาท แม่สาวลูเซียนี่น่าเอ็นดูจริงๆ ไม่รู้ว่าคู่หมั้นของเธอเป็นใครนะ โชคดีชะมัดเลยไอ้หนุ่มเอ๊ย
แต่ว่านะ ลูเซีย
อย่าเอาสัมผัสของขนมปังก้อนยักษ์ไปเทียบกับงานศิลปะชิ้นเล็กๆ แบบนั้นสิ
ความชอบใครความชอบมันล่ะมั้ง
กระซิกๆ
"เวทเสกอาหารระดับดาราสินะ..."
มินาลูบคาง รู้สึกเหมือนมีเป้าหมายใหม่ผุดขึ้นมาในใจซะแล้ว
"เวทเสกอาหารของปรมาจารย์คาร์เวลสุดยอดจริงๆ สมกับเป็นสกิลระดับดารา"
ในห้องข้างๆ ถัดจากห้องของพวกมินา ชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปีกำลังนั่งตรงข้ามกับชายชราผมขาวที่ดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง
เขาเอ่ยปากชมอาหารบนโต๊ะไม่ขาดปาก
ถ้ามินาอยู่ที่นี่ เขาต้องจำได้แน่ๆ ว่าชายชราที่พูดอยู่คือ เครก รองหัวหน้าหน่วยดวงตามังกรขาวที่เป็นจอมเวทฝึกสัตว์อสูร ซึ่งเคยชวนเขาเข้ากิลด์ที่สถาบันตะวันฉาย
"สมัยนี้จอมเวทสายดำรงชีพหายากขึ้นทุกวัน"
ชายหนุ่มส่ายหน้า ผมของเขาหวีเรียบแปล้ บุคลิกท่าทางแผ่รังสีของผู้มีอำนาจ
"ท่านเคานต์คุสมา ทางดาบเถ้าถ่านเองก็กลุ้มใจเรื่องนี้เหมือนกันเหรอ?"
เคานต์คุสมา อัศวินมือหนึ่งของกลุ่มดาบเถ้าถ่านคนปัจจุบันยิ้มอย่างจนใจ
"หายากสิ เด็กสมัยนี้เอาแต่คิดจะเล่นสายดาเมจ จอมเวทสายดำรงชีพช่วงแรกๆ พลังต่อสู้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน คุณเป็นจอมเวทฝึกสัตว์อสูรน่าจะรู้ดีที่สุด"
ชายชราโบกมือ "พูดอะไรแบบนั้น ผมเป็นจอมเวทฝึกสัตว์อสูรนะ ไม่ใช่สายดำรงชีพ พวกเสกน้ำเสกอาหารมันแค่อาชีพเสริมของพวกเรา"
คุสมาพูดไม่ออก
เครกพูดต่อ "แต่ที่คุณพูดก็ถูก เด็กสมัยนี้ความอดทนต่ำ จะหาคนระดับเงินสักคนยังยาก เจอคนที่มีสองสกิลระดับเงินนี่ยิ่งหายากกว่าระดับหกซะอีก ใจคนมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"
เครกนึกถึงเด็กหนุ่มคนนั้นที่ปฏิเสธคำชวนของเขาไปหลายต่อหลายครั้ง จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา ของดีขนาดนั้น แถมยังมีสองสกิลระดับเงินอีก!
ถ้ารอบก่อนเขาสังเกตให้ละเอียดกว่านี้ มีหรือจะปล่อยหลุดมือไปให้ยัยอิซาราได้!
คุสมาทำหน้าบอกบุญไม่รับ ฟังจากน้ำเสียงของเครกเหมือนกำลังตามหาจอมเวทสายดำรงชีพสองธาตุ?
เป็นไปได้ยังไง คนที่มีพรสวรรค์ระดับนั้นค่าตัวทางยุทธศาสตร์เทียบเท่าจอมเวทระดับห้าได้เลยนะ
"จะว่าไป คุสมา"
ชายชราเช็ดปาก มองหน้าอีกฝ่ายแล้วยิ้ม "ระดับหกเป็นไงบ้าง?"
"พอจะได้เค้าลางบ้างแล้ว" คุสมายิ้ม
มายืนอยู่หน้าประตูแล้ว เหลือแค่ก้าวขาเข้าไปเท่านั้น
"ดูท่าอีกไม่นาน งานชุมนุมใต้ร่มเงาราชาเดือนกันยายนนี้ ดาบเถ้าถ่านของพวกคุณคงได้ผงาดอย่างเป็นทางการแล้วสินะ"
เครกถอนหายใจ เขาแก่แล้ว ถ้าหนุ่มกว่านี้สักสิบปีอาจจะพอมีลุ้น แน่าเสียดาย
อัศวินอันดับหนึ่งของเมืองหลวงงั้นเหรอ คุสมายิ้ม "ถ้าดวงตามังกรขาวยื่นมือมาช่วย ก็คงไม่มีปัญหา"
เครกส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "ดวงตามังกรขาวจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างพวกคุณกับหัตถ์สีเงิน"
คุสมาโบกมือ "ช่างเถอะ รู้แหละว่าตาแก่อย่างคุณก็มีลูกไม้เดิมๆ พูดแบบนี้มาเป็นสิบปีแล้ว"
เขาเลื่อนกระดูกหยกขาวท่อนหนึ่งไปตรงหน้าเครก
"ขอซื้อข่าวหน่อย"
พอเครกเห็นกระดูกหยกขาวท่อนนั้น ตาก็ลุกวาว หน้าตายับย่นเหมือนเปลือกส้มตากแห้งทันที
"กระดูกหยกขาวชั้นดี ทำหินพันธสัญญาได้ตั้งสามก้อน ไม่เลว ไม่เลว"
พอเก็บกระดูกชิ้นเล็กๆ เข้ากระเป๋า เปลือกส้มแก่ๆ ก็กลับมาเต่งตึงมีน้ำมีนวลอีกครั้ง "ดูท่าในดันเจี้ยนนั่นจะได้ของดีมาเยอะสินะ ว่ามา อยากรู้อะไร ของแลกเปลี่ยนชิ้นนี้ซื้อข่าวได้เยอะพอดู"
คุสมา: "รอบก่อนหัตถ์สีเงินเอาอะไรกลับมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เผ่าจิ้งจอก?"
เครกดีดนิ้วเปาะ ทันใดนั้นพลังเวทสายหนึ่งก็ครอบคลุมทั่วห้อง
"เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าจิ้งจอก น่าจะเป็นหางอัญมณีในตำนาน กับวิธีวิวัฒนาการพิเศษบางอย่าง"
คุสมาพยักหน้า หรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังคำนวณอะไรบางอย่าง "แล้วพวกก็อบลินที่บุกโจมตีหมู่บ้านแถบชานเมืองทางเหนือ กำลังหาอะไรอยู่?"
เครกยิ้ม กลับไปเป็นหน้าเปลือกส้มตากแห้งอีกครั้ง "ข่าวนี้กระดูกชิ้นเล็กๆ ของคุณอาจจะไม่พอนะ แต่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าแก่ จะลดแลกแจกแถมให้สักหน่อยก็ได้"
เขามองคุสมา แววตาเต็มไปด้วยความขบขัน "สมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่อิซาราตามหามาหลายปี สกิลระดับดารา ก้าวพริบตา"
[จบแล้ว]