- หน้าแรก
- เมื่อโครงข่ายเวทย์ล่มสลาย มีแค่ผมคนเดียวที่ร่ายเวทย์ได้
- บทที่ 50 - ลม... ลมพายุ
บทที่ 50 - ลม... ลมพายุ
บทที่ 50 - ลม... ลมพายุ
บทที่ 50 - ลม... ลมพายุ
"หนูอายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ" อันเธอร์ถามยิ้มๆ
เด็กหญิงยื่นมือขาวป้อมที่เปื้อนเศษขนมออกมา กางนิ้วทั้งห้า แล้วหุบนิ้วโป้งลงนิดหน่อยอย่างใช้ความคิด "คลาร่าสี่ขวบค่ะ"
เธอพิงอกอันเธอร์อย่างไว้ใจ ไม่กลัวคนแปลกหน้าเลยสักนิด
เอลฟ์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาวถึง 700 ปี สี่ขวบนี่ถือว่ายังเป็นทารกตัวน้อยๆ อยู่เลย
อันเธอร์มองตาเธอด้วยความสงสัย
คลาร่าผมดำ ตาสองสี ผิวขาว ลักษณะไม่เหมือนเอลฟ์อาทิตย์ เอลฟ์จันทร์ หรือวู้ดเอลฟ์เลยสักอย่าง น่าจะเป็นลูกผสม
"พวกเธอพักที่มูนแชโดว์ เควลลินไปก่อน อย่าเพิ่งคิดหนีไปไหน อาจารย์ของเธออยู่ที่เขตริฟวิงตัน เดี๋ยวคงตามมาหาเอง" อันเธอร์ไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายมากนัก วันนี้ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณไปแล้ว
เขาตั้งใจจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก เรื่องการต่อสู้ผจญภัยย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขืนหอบเด็กไปด้วยคงดูไม่จืด
"ครับ" คาฟก้าหัวไว ฟังออกว่าอันเธอร์หมายถึงอะไร
เขาเคยได้ยินอาจารย์พูดถึงมูนแชโดว์ เควลลิน ว่ากันว่าตอนแรกที่นั่นรับเฉพาะลูกค้าเอลฟ์ ฮาล์ฟเอลฟ์ และฮาล์ฟลิงเท่านั้น เพิ่งจะมาเปิดรับเผ่าพันธุ์อื่นทีหลัง เปิดมาหลายสิบปี ชื่อเสียงดีมาก
บรรยากาศเงียบลง ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของคนเดิน
ไม่นานพวกเขาก็เข้าสู่เขตเมืองทางเหนือ ผู้คนเริ่มบางตาลง
"ก๊าซซซ" เสียงร้องของเหยี่ยวดังมาจากเหนือหัว
ฟินน์ชะงักฝีเท้า หันขวับมาทางอันเธอร์ "โดนล้อมแล้ว"
เมื่อกี้คนพลุกพล่าน เหยี่ยวสีเทาแยกแยะไม่ออก พอมาถึงที่เปลี่ยว พวกมันก็ปิดบังตัวตนไม่ได้อีกต่อไป
"พวกค้าทาสเหรอ กี่คน" อันเธอร์ไม่คิดว่าพวกนี้จะบ้าเลือดขนาดนี้ ไม่รู้จักเจียมตัวเลย
"พวกมันนั่นแหละ สิบหกสิบเจ็ดคน แบ่งเป็นสี่กลุ่ม มีปืนยาวด้วย..." ฟินน์พูดรัวเร็ว
อันเธอร์ขมวดคิ้วยุ่ง พวกค้าทาสมักมองผลประโยชน์เป็นหลัก เขาไม่ได้เปิดโปงพวกมันซึ่งหน้า พวกมันไม่น่าจะยกพวกมาแก้แค้นให้เอิกเกริกขนาดนี้
ถ้าแก้แค้นไม่สำเร็จ ธุรกิจของพวกมันก็จบเห่แน่
งั้นก็เหลือความเป็นไปได้เดียว หนูน้อยคลาร่ามีค่าตัวแพงกว่าที่คิดไว้มาก
"คอยบอกตำแหน่งฉัน"
พูดจบเขาก็กดมือลงบนตราสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ผ่านเสื้อคลุม เริ่มร่ายเวทย์อัญเชิญข้ามมิติทันที
เวลาไม่กี่วินาทีช่างยาวนานเหลือเกิน
ทันใดนั้นอากาศเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยวเลือนราง ม้าสีดำทมิฬกระโจนออกมาจากความว่างเปล่า ย่ำเท้ากุบกับวิ่งเหยาะๆ เข้ามา
'ไม่มีอานม้า'
อันเธอร์สบถในใจว่าพลาดแล้ว นอร์นอสถอดอานออกก่อนไป แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาคิดเรื่องหยุมหยิม ต้องรีบฝ่าวงล้อมออกไปก่อนที่พวกมันจะปิดประตูตีแมว
ขืนปะทะตรงๆ มีเจ็บตัวแน่ ต้องใช้ลูกล่อลูกชน
เขาดันหัวโตๆ ของนอร์นอสที่มาคลอเคลียออกไป แล้วอุ้มคลาร่าขึ้นหลังม้า
"มานี่ เอามือแตะตัวฉันไว้"
ทุกคนงงแต่ก็ไม่รอช้า รีบทำตาม
อันเธอร์รวบรวมสมาธิ เกลียวคลื่นพลังเวทย์หมุนวนรอบกาย ลมทะเลรอบด้านกรรโชกแรงขึ้นฉับพลัน
""
"เมตาเมจิก: ร่ายคู่ขนาน" ผสาน "ย่างก้าววายุ"
เวลาคับขัน เขาไม่หวงของ ร่ายเวทย์เสริมพลังติดต่อกันสองชุด
แสงเวทมนตร์อาบไล้ร่างม้าหนึ่งตัวกับคนสามคน ทุกคนรู้สึกตัวเบาหวิวขึ้นทันตา
"ทางไหน" อันเธอร์เร่ง
"ตะวันออก" ฟินน์รู้หน้าที่
"วิ่ง"
ทั้งกลุ่มออกตัววิ่งเต็มฝีเท้า ผ่านไปสิบกว่าเมตรก็เลี้ยวขวาพร้อมกัน ความเร็วพุ่งสูงกว่าปกติเกือบเท่าตัว
ศัตรูไล่มาจากเขตท่าเรือทางตะวันตกเฉียงใต้ ถึงจะแบ่งกำลังมาดักล่วงหน้าสี่ทาง แต่กลุ่มทางตะวันออกยังเข้าประจำที่ไ่ม่ทัน
"เปลี่ยนทิศแล้ว ข้างหลังร้อยห้าสิบเมตร"
อันเธอร์หันกลับไปมอง ที่ปากทางด้านหลังปรากฏร่างคนสวมเกราะหนังสีคน ถือปืนยาว หัวโจกคือไอ้หนุ่มเคราดกต้นหนเรือหอยสังข์นั่นเอง
ไอ้เคราดกหน้าบูดบึ้ง เหยื่อกำลังจะจนมุมอยู่แล้ว ดันไหวตัวทัน แถมยังหาช่องโหว่ของวงล้อมเจอเป๊ะๆ วิ่งเร็วอย่างกับผี แล้วยังไปหาม้าสีดำมาจากไหนก็ไม่รู้
งานง่ายๆ กลายเป็นงานหิน น่าโมโหชะมัด
ไอ้เคราดกกลอกตา ตะโกนลั่นชี้ไปที่ม้าดำ "ยาม จับพวกค้าทาสเร็ว ใครขวางได้ให้ร้อยเหรียญ"
"ไอ้เวรเอ๊ย" อันเธอร์ของขึ้นทันที แววตาเย็นยะเยือก
'ข้าตัวคนเดียวไม่มีภาระ จะมาทนแกทำซากอะไร วันนี้อย่าหวังจะได้ตายดีสักคน'
แต่แผนชั่วของไอ้เคราดกไม่ได้ผล แถวนี้คนน้อย แถมม้านอร์นอสดูสง่างามน่าเกรงขาม คนตาถั่วแค่ไหนก็ดูออกว่าไม่ใช่ของที่ใครจะมาแหยมได้ง่ายๆ
"ตรอกขวาหน้า" ฟินน์เตือน
อันเธอร์ตบหลังม้าเบาๆ นอร์นอสเร่งฝีเท้าแซงทุกคนไปหยุดที่ปากตรอกข้างหน้า
ห่างออกไปร้อยกว่าเมตร คนสี่คนกำลังวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ พอเห็นอัศวินขวางทาง ก็ยกปืนขึ้นเล็งตามสัญชาตญาณ
ปืนยาวในเฟรูนพัฒนาช้ามากด้วยเหตุผลร้อยแปด ส่วนใหญ่ยังเป็นปืนคาบศิลาลำกล้องเรียบ
ปืนคาบศิลาของพวกค้าทาสเรือหอยสังข์ถือว่าทันสมัยหน่อย ระยะยิงไกลสุดร้อยห้าสิบเมตร แต่ความแม่นยำต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ปกติจะยิงกันที่ระยะห้าสิบเมตร ถึงจะหวังผลกับเป้าหมายขนาดตัวคนได้
ระยะร้อยกว่าเมตรแทบไม่มีอันตราย แต่กันไว้ดีกว่าแก้ อันเธอร์สั่งให้นอร์นอสกางเกราะคอออกมาบังคลาร่าไว้
""
สิ้นเสียงภาษามังกรสั้นกระชับ กลุ่มหมอกทรงกลมก่อตัวขึ้นที่ระยะหลายสิบเมตรข้างหน้า พริบตาเดียวขยายวงกว้างเกือบยี่สิบเมตร สูงเท่าตึกห้าหกชั้น บดบังบ้านเรือนรอบข้างจนมืดมิดมองไม่เห็นแสงตะวัน
นี่คือเวทย์เมฆหมอกระดับหนึ่ง
มันไม่มีพลังทำลายล้าง แต่ทำให้ศัตรูไม่กล้าบุ่มบ่ามเพราะกลัวกับดัก ค้าทาสทั้งสี่ลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจอ้อมไปทางอื่น
แต่บลาทท์กับคนอื่นฉวยโอกาสวิ่งผ่านไปแล้ว พวกมันหมดโอกาสดักหน้าโดยสิ้นเชิง
เป็นไปตามคาด ไม่กี่นาทีต่อมาค้าทาสทั้งสี่ก็มารวมกลุ่มกันที่ถนนเส้นนี้ ไล่กวดมาพร้อมกับกลุ่มไอ้เคราดก
100 เมตร 110 เมตร 120 เมตร... ยิ่งไล่ยิ่งห่าง
ทุกคนรู้ดีว่าแผนล้อมจับของพวกค้าทาสล่มไม่เป็นท่า ที่ยังไล่ตามอยู่ก็แค่เจ็บใจเท่านั้นเอง
อันเธอร์ปิ๊งไอเดีย มือข้างหนึ่งจับเกราะคอยึดทรงตัว อีกมือยื่นออกไปทางถนนด้านหลัง
ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ลมเริ่มพัด
ลมโชย ลมพัด ลมแรง ลมจัด พายุ... เพียงไม่กี่วินาที แรงลมทวีความรุนแรงขึ้น เสาพายุหมุนขนาดยักษ์ยาวเกือบสามสิบเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางสี่ห้าเมตร ก่อตัวขึ้นหน้าฝ่ามือของเขา อัดแน่นเต็มถนน
วินาทีถัดมา เขาผลักมือออกไป พายุกวาดไปตามถนน ฉีกกระชากผนังปูน ปลิวว่อนทั้งอิฐทั้งกระเบื้อง ดูดเอาดินหินทรายเข้าไปหมุนคว้าง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ทุกคนตะลึงตาค้าง พวกค้าทาสหนีตายกันอลหม่าน แต่ไร้ที่หลบซ่อน บางคนหันหลังวิ่ง บางคนพยายามปีนกำแพง แต่อนิจจาช้าไปเสียแล้ว
นอกจากไอ้เคราดกที่นั่งยองๆ ต้านแรงลมไว้ได้ คนอื่นถูกพายุกวาดกระเด็น กลิ้งโค่โล่ไปตามแรงลม ไกลบ้างใกล้บ้าง สภาพดูไม่จืด
[คุณร่ายเวทย์สร้างกระแสลมใส่ต้นหนเรือหอยสังข์... ต้นหนเรือหอยสังข์ถูกโจมตี ได้รับความเสียหายทุบตี 3 แต้ม พลังชีวิตคงเหลือ 31/34...]
[คุณร่ายเวทย์สร้างกระแสลมใส่ลูกเรือหอยสังข์... ลูกเรือหอยสังข์ถูกโจมตี ได้รับความเสียหายทุบตี 4 แต้ม พลังชีวิตคงเหลือ 2/6...]
บันทึกการต่อสู้ไหลผ่านสมองอันเธอร์รัวๆ ผลลัพธ์ดูอลังการงานสร้าง แต่ไม่มีใครตาย ความเสียหายเกิดจากเศษขยะในพายุกระแทกหรือการกระแทกพื้นล้วนๆ
ช่วยไม่ได้ เวทย์สร้างกระแสลมไม่มีพลังสังหารโดยตรง แถมยังปล่อยแล้วปล่อยเลยไม่ได้ พอพายุพัดออกไปแรงลมก็จะแผ่วลงเรื่อยๆ
โชคดีที่นี่เป็นความสามารถคล้ายเวทมนตร์เพียงอย่างเดียวของเขา ด้วยค่าเสน่ห์ที่สูงลิ่ว แรงลมและการควบคุมจึงทรงพลังพอที่จะร่ายบนหลังม้าและโจมตีระยะไกลได้
'ต้องการแค่นี้แหละ'
อันเธอร์ส่งคลาร่าให้บลาทท์ "นายพาสองคนนี้ไปก่อน ฉันกับฟินน์จะไปเชือดพวกมัน"
[จบแล้ว]