เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 88 ส่วนผสมชีวิตเจ้า… ช่างซับซ้อนยิ่งนัก

บทที่ 88 ส่วนผสมชีวิตเจ้า… ช่างซับซ้อนยิ่งนัก

บทที่ 88 ส่วนผสมชีวิตเจ้า… ช่างซับซ้อนยิ่งนัก


“สิบกว่าปีต่อมา วันหนึ่งฉันเข้าเมืองแล้วบังเอิญเห็นคู่ผัวเมียตระกูลหลินในทีวี หน้าตาพวกเขาเหมือนฉันเปี๊ยบ, ฉันจึงสงสัยก็เลยสืบหาทางติดต่อจนเจอ… พอตรวจดีเอ็นเอก็โป๊ะเชะ ความจริงคือฉันนี่แหละลูกแท้ๆ ของพวกเขา”

“พวกเขารับฉันกลับไปอยู่บ้าน แต่ก็ตัดใจทิ้ง ‘คุณหนูตัวปลอม’ ที่เลี้ยงมาสิบกว่าปีไม่ลง… เลยให้พวกเราอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง, ฉันเองก็โอเค แต่ยัยนั่นกลับระแวงฉัน เพราะกลัวตัวเองตกกระป๋อง เลยสรรหาวิธีใส่ร้ายป้ายสีฉันสารพัด จนสุดท้ายพ่อแม่ก็ไล่ฉันออกจากบ้านอีกรอบ”

ฉู่ลู่ฟังแค่แป๊บเดียวก็เก็ตทันที

...พล็อต ‘ลูกแท้ๆ ปะทะ ลูกปลอม’ สินะ?

นี่มันพล็อตอมตะนิรันดร์กาลของนิยายน้ำเน่าชัดๆ แม้แต่ฉู่ลู่ยังเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง

ทว่าหลังจากผ่านเคสของอี้เสี่ยวหว่านมา ฉู่ลู่รู้สึกเอือมระอากับพล็อตน้ำเน่าพวกนี้เต็มทน เขาเตรียมจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า

‘ถ้าจะให้ช่วยล้างบางตระกูลนั่น ฉันจัดให้ได้ แต่ถ้าจะให้ช่วยแย่งความรักจากพ่อแม่คืนมา ฉันขอบาย’ ทว่าหลินเสี่ยวก็เล่าแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“แต่พ่อแม่ก็ยังปรานีให้เงินฉันติดตัวมาบ้าง ไม่ถึงกับปล่อยให้ไปนอนข้างถนน… ฉันใช้เงินก้อนนั้นกัดฟันเรียนอย่างหนักจนสอบเข้ามหาลัยได้ แถมยังหางานในบริษัทใหญ่ได้สำเร็จ, แต่ใครจะคิดว่าวันแรกที่เริ่มงาน… เพราะความตื่นเต้นบวกกับดวงซวย ฉันดันทำกาแฟหกใส่คนคนหนึ่งเข้า... ซึ่งคนคนนั้นดันเป็น ‘ท่านประธานบริษัท’!”

ฉู่ลู่: “หือ?”

หลินเสี่ยว: “จากนั้นไม่รู้ผีเข้าหรืออะไร ท่านประธานดันถูกใจฉัน ให้ฉันไปเป็นเลขาหน้าห้อง คอยจัดการตารางงาน ลามไปถึงให้เป็น ‘ผู้หญิงของเขา’ ฉันก็หลงคิดว่าเขารักฉันจริง… ก็แอบดีใจอยู่เงียบๆ, แต่แล้ววันหนึ่งฉันไปเจอรูปถ่ายใบหนึ่งในลิ้นชัก คนในรูปหน้าตาเหมือนฉันมาก ฉันถึงได้ตาสว่างว่าตัวเองเป็นแค่ ‘ตัวแทน’ ของใครบางคน”

ฉู่ลู่: “หือ??”

หลินเสี่ยว: “ฉันโกรธมากเลยขอเลิก เขากลับสวนมาว่า ‘หน้าตาเหมือนเยว่เยว่ได้ไม่กี่ส่วนก็นับเป็นบุญวาสนาแล้ว หัดเจียมตัวซะบ้าง’ ฉันเลยยิ่งปรี๊ดแตก ตัดสินใจจะลาออก… แต่เขาก็ใช้ทั้งลูกไม้ข่มขู่และล่อลวงสารพัด ไม่ยอมปล่อยฉันไป จนกระทั่งวันหนึ่ง…

‘รักแรก’ ของเขากลับมาจากเมืองนอก ฉันถึงหลุดพ้นมาได้, จากนั้นฉันก็แต่งงานกับสามีคนปัจจุบัน… ช่วงแรกก็สงบสุขดี ปัญหาอยู่ที่น้องสาวของสามี... นางน้องสะใภ้ตัวดีของฉันนี่แหละ”

หลินเสี่ยว: “น้องสะใภ้คนนี้แอ๊บใสซื่อทำตัวเป็นแม่ดอกบัวขาว ไม่สนโลกแถมยังห่วงสวยเป็นที่หนึ่ง ชอบก่อเรื่องวุ่นวายแล้วให้ฉันตามล้างตามเช็ด…

มีครั้งหนึ่งยัยนั่นถูกญาติหลอกไปทำแชร์ลูกโซ่ ผลาญเงินที่บ้านจนหมด… เป็นฉันที่พยายามแทบตายกว่าจะทวงคืนมาได้ แต่ยัยนั่นกลับมาด่าฉันว่าเห็นแก่เงินจนทำลายความสัมพันธ์ในเครือญาติ นางบอกว่าการไม่แก่งแย่งชิงดีคือวิถีที่ตัวเองยึดถือ ของที่เป็นของนาง ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องเป็นของนาง”

ฉู่ลู่: “...”

หลินเสี่ยว: “แค่นั้นยังพอทน…. ประเด็นคือต่อมาสามีฉันนอกใจ ฉันจะไปจัดการเมียน้อย แต่น้องสะใภ้กลับมาขวางไว้ บอกว่าเมียน้อยเองก็คลั่งรักจนหน้ามืดตามัว น่าสงสารจะตาย ฉันจะไปบีบคั้นเขาทำไม?

จากนั้นสามีฉันกับเมียน้อยก็กอดน้องสะใภ้ร้องไห้โฮ น้องสะใภ้ก็ร่ายกลอนด้วยความซาบซึ้งใจ ส่วนฉันได้แต่ยืนหัวโด่ทำอะไรไม่ได้เลย”

หลินเสี่ยว: “ฉันเคยคิดจะให้แม่สามีช่วยออกหน้า แต่น้องสะใภ้ดันมีหนุ่มในดวงใจเป็น ‘ทายาทเศรษฐีเมืองหลวง’ ที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ตอนเด็ก นางเฝ้ารอให้เขามาสู่ขอ แม่สามีก็หวังเกาะใบบุญนาง เลยตามใจทุกอย่าง… ไม่ยอมช่วยฉัน”

ฉู่ลู่ฟังจบ… สีหน้าแทบพังทลาย

บัดซบ… นี่มันพล็อตยำรวมมิตรใส่เครื่องสารพัดรึไง? พล็อตลูกแท้ลูกปลอม + นิยายรักแนวตัวแทน + นางเอกสายโลกสวยทุ่งลาเวนเดอร์? คนเขียนมันไปฝึกวิชาตัดแปะมาจากสำนักไหน ทำไมถึงเย็บเก่งขนาดนี้! เอามุกเน่าๆ ของนิยายดราม่ามารวมกันหมดเลยใช่ไหมเนี่ย!?

ฉู่ลู่รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที แค่น้ำเน่าเรื่องเดียวก็ทำเขาเจียนตายแล้ว นี่เจอคอมโบสามประสานแบบไม่เคยมีมาก่อน…

หลังจากนี้ข้าจะไม่โดนซัดร่วงจนธาตุไฟเข้าแทรก จนไปนอนคุยกับรากมะม่วงใช่ไหม?

ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างอ้อมค้อมว่า

“สถานการณ์ของเธอมันดูซับซ้อนไปหน่อยนะ...”

หลินเสี่ยว: “เอ่อ... ฉันยังเล่าไม่จบค่ะ”

ฉู่ลู่: “ห๊ะ?”

...ยังยำไม่เสร็จอีกเรอะ!?

ทว่าแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้ฟังเรื่องราวต่อจากนั้นของหลินเสี่ยว… ฉู่ลู่ก็ยังอึ้งกิมกี่ไปอยู่ดี…

หลินเสี่ยว: “สุดท้ายเรื่องวุ่นวายก็สงบลง ฉันกลับมาใช้ชีวิตปกติ จนกระทั่งวันหนึ่ง... ทั้งที่เป็นหน้าร้อนแท้ๆ แต่จู่ๆ หิมะก็ถล่มลงมาอย่างหนัก ทุกคนถูกขังอยู่ในอพาร์ตเมนต์ หิมะตกไม่หยุดเลยจนถึงวันที่ฉันตาย”

ฉู่ลู่: “...”

ฉู่ลู่: “หา!?”

...ทำไมจู่ๆ เปลี่ยนแนวเป็นภัยพิบัติโลกล่มสลายไปซะงั้น?!

ฉู่ลู่ตกใจมาก แต่ก็ไม่อยากขัดจังหวะ จึงอดทนฟังต่อไป

หิมะครั้งนั้นตกลงมาอย่างรุนแรงและกะทันหัน เพียงคืนเดียวประตูทางเข้าอพาร์ตเมนต์ก็ถูกหิมะถมปิดตาย โทรทัศน์เริ่มรายงานข่าวน้ำท่วม หน่วยงานต่างๆ ประกาศให้หยุดงาน ให้ทุกคนรออยู่ที่บ้านอย่างวางใจ

หลังจากนั้นหิมะก็ตกติดต่อกันอีกสองวัน ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลย ผู้คนเริ่มรู้สึกผิดปกติ บางกลุ่มเริ่มตื่นตระหนก รวมตัวกันลงไปขุดหิมะเปิดทางเพื่อออกไปซื้อเสบียง

หลินเสี่ยวก็ตามไปด้วย ยื้อแย่งชิงของกับคนอื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ได้อาหารกลับมากองใหญ่ แต่กลับโดนน้องสะใภ้บ่นว่าไม่เห็นต้องทำตัวน่าเกลียดขนาดนั้นเลย ยังไงอีกไม่กี่วันหิมะก็หยุดแล้ว

ทว่าหิมะก็ยังไม่หยุด… ผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์ สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง ออกไปข้างนอกไม่ได้แล้ว ในอพาร์ตเมนต์เริ่มมีบางคนทนไม่ไหว ร้องขอความช่วยเหลือไปทั่วในไลน์กลุ่มลูกบ้าน

บางคนฉวยโอกาสขายเสบียงในราคาสูงลิบ แต่น้องสะใภ้ผู้ ‘จิตใจงาม’ จะทนดูเรื่องแบบนี้ได้ยังไง? นางจึงเอาเสบียงที่หลินเสี่ยวเสี่ยงตายแย่งชิงมา... เอาไปแจกจ่ายให้คนอื่นฟรีๆ ทันที!

หลินเสี่ยวพยายามขัดขวางสุดชีวิต แต่กลับโดนน้องสะใภ้และแม่สามีด่าเปิง

หลังจากนั้นคนที่มารับเสบียงก็มาถึง ตอนนี้เองหลินเสี่ยวถึงได้รู้ว่า คุณหนูตัวปลอม, พ่อแม่แท้ๆ ของตัวเอง, ท่านประธานจอมเผด็จการรวมทั้งรักแรกของเขา... ต่างก็ติดอยู่ในอพาร์ตเมนต์ตึกเดียวกันนี้หมดเลย!

ทุกฝ่ายมาเผชิญหน้ากันต่างก็ตกใจ

น้องสะใภ้รู้เข้าว่าพวกเขารู้จักกัน จึงมอบอาหารให้พลางบ่นอุบว่า

'มิน่าล่ะหลินเสี่ยวถึงไม่อยากแบ่งอาหารให้พวกคุณ'

คำพูดนี้จุดไฟโทสะของพวกเขาขึ้นมาทันที… พวกเขาจ้องมองหลินเสี่ยวด้วยความโกรธแค้น จนเธอรู้สึกผิดต้องหลบหนีกลับเข้าไปในห้อง

แต่ถึงจะแจกอาหารฟรี ก็เป็นแค่ของที่คนคนเดียวหามาได้ คนตั้งเยอะขนาดนั้นย่อมอยู่ได้ไม่นาน

ผ่านไปอีกระยะ…. เสบียงหมดเกลี้ยงอีกครั้ง มีคนกำลังจะอดตาย เขาขอความช่วยเหลือไปทั่วในกลุ่มแต่ไม่มีใครยอมช่วย, ด้วยความสิ้นหวัง คนคนนั้นจึงประกาศกร้าวว่าจะให้ทุกคนชดใช้

กลางดึกคืนนั้นเขาพังประตูห้องคนอื่น ฆ่าคนชิงอาหาร!

แต่เนื่องจากเสียงดังเกินไป เพื่อนบ้านจึงรู้ตัว จึงถ่ายคลิปส่งลงกลุ่มลูกบ้าน… เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ ทุกคนต่างหวาดระแวงกันเอง

แต่คนร้ายคนนั้นก็ไม่โง่ รู้ดีว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปตนต้องโดนรุมประชาทัณฑ์แน่ จึงเริ่มหาพวกชวนกันไปปล้น เนื่องจากมีหลายคนที่เริ่มทนหิวไม่ไหวแล้ว แก๊งของเขาจึงขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

คนอื่นๆ ที่รู้ตัวทันก็เริ่มจับกลุ่มกันบ้าง… ท่านประธานและครอบครัวคุณหนูตัวปลอมมีเงินเยอะ จึงสัญญาว่าจะให้เงินก้อนโตหลังจบเรื่องนี้ และได้เป็นหัวหน้ากลุ่ม

ส่วนน้องสะใภ้คนดี… เนื่องจากเคยมีวีรกรรมเคยแจกของฟรีจึงมีชื่อเสียงดีงาม ได้รับความชื่นชมจากพวกท่านประธาน และถูกเชิญเข้ากลุ่มด้วยความเต็มใจ

ในทางกลับกัน... หลินเสี่ยวกลับถูกกีดกัน

เนื่องจากเรื่องราวในอดีต, พวกเขาไม่ชอบหน้าหลินเสี่ยวอยู่แล้ว บวกกับแค้นที่นางเคยไม่อยากแบ่งเสบียงให้ จึงยืนกรานไม่ให้นางเข้ากลุ่ม

หลินเสี่ยวขอให้น้องสะใภ้ช่วยพูดให้ น้องสะใภ้รับปากว่าจะช่วย, บอกให้หลินเสี่ยวอดทนรอ แต่ในความเป็นจริงจนถึงวันที่นางตาย... หลินเสี่ยวก็ไม่เคยถูกดึงเข้ากลุ่มเลย

ในช่วงเวลานั้น ทั้งสองกลุ่มต่อสู้แย่งชิงกันทั้งวันทั้งคืน

ส่วนหลินเสี่ยวที่หัวเดียวกระเทียมลีบต้องใช้ชีวิตเหมือนหนูสกปรก แอบซ่อนตัวตามห้องว่างต่างๆ แค่ได้ยินเสียงนิดหน่อยก็ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว

นับว่านางยังพอดวงดีอยู่บ้าง… ระหว่างที่หลบหนีไปทั่ว นางไปเจอกล่องบิสกิตอัดแท่งซ่อนอยู่ในช่องลับของห้องห้องหนึ่ง นางจึงประทังชีวิตด้วยการกินหิมะแก้กระหาย กินบิสกิตแก้หิว รอดชีวิตมาได้อย่างทุลักทุเล

ผ่านไปอีกระยะ… การเข่นฆ่าของทั้งสองกลุ่มยิ่งดุเดือดเลือดพล่าน, สาเหตุหนึ่งเพราะอาหารขาดแคลนหนักขึ้น อีกสาเหตุเพราะคนที่มือเปื้อนเลือดเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป… ต่อให้หิมะหยุด ออกไปข้างนอกได้ ก็ต้องโดนจับเป็นเป้าในข้อหาฆ่าคนตาย ทางออกเดียวคือต้องฆ่าพยานผู้บริสุทธิ์ให้หมด

สู้กันไปจนถึงที่สุด… ฝ่ายที่แพ้คือกลุ่มของท่านประธาน

ฐานที่มั่นแตกพ่าย ทุกคนต่างหนีกระเจิดกระเจิง หลินเสี่ยวแอบเห็นเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะภาพที่พ่อแม่แท้ๆ ของนางในร่างคนวัยชราที่กำลังวิ่งหนีสุดชีวิต ด้านหลังมีชายฉกรรจ์ไล่ตามฆ่า

นางทำใจไม่ได้… จึงรวบรวมความกล้า คว้ามีดปังตอสับเข้าที่ด้านหลังชายฉกรรจ์คนนั้นจนตาย ช่วยชีวิตพ่อแม่แท้ๆ ไว้ได้

เฒ่าทั้งสองซาบซึ้งใจจนร้องห่มร้องไห้ ขอบคุณนางยกใหญ่… พอรู้ว่าหลินเสี่ยวยังมีบิสกิตอัดแท่งเหลืออยู่ ก็อ้อนวอนขอนางแบ่งให้คุณหนูตัวปลอมที่อดอยากมานานกินบ้าง

หลินเสี่ยวใจอ่อน... ก็เลยรับปาก

ทว่าเมื่อนางพาบิสกิตอัดแท่งไปยังห้องที่พวกเขาใช้หลบซ่อนตัวชั่วคราว กลับพบว่าในห้องไม่ได้มีแค่คุณหนูตัวปลอม แต่ยังมีท่านประธานและรักแรก มีน้องสะใภ้และแม่สามีของนางอยู่ครบองค์ประชุม!

หลินเสี่ยวกำลังจะเอ่ยปาก รักแรกก็รีบพุ่งไปปิดประตูขังทันที ส่วนท่านประธานก็ฟาดไม้ใส่หัวนางเต็มแรง!

นางร่วงลงไปกองกับพื้น… เลือดอาบใบหน้า มองดูบิสกิตอัดแท่งที่ถูกพวกมันแย่งไป แล้วก็มองดูพวกมันถือมีดเดินเข้ามาหานาง...

หลินเสี่ยวโกรธแค้นมาก ตะโกนถามว่า

"ฉันอุตส่าห์มาช่วยพวกแกนะ ทำไมพวกแกต้องทำกับฉันแบบนี้?"

คนพวกนั้นต่างมีสีหน้าสำนึกผิด แต่ตอนลงมือนั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

ท่านประธานบอกว่า…

"เรื่องนี้ผิดต่อเธอจริงๆ ถ้ามีแค่ฉันคนเดียว ฉันคงไม่ทำแบบนี้แน่ แต่ฉันต้องทำเพื่อเยว่เยว่... บิสกิตแค่นี้ มันไม่พอกินหรอก"

พ่อแม่แท้ๆ บอกว่า…

"พวกเราทนดูคุณหนูตัวปลอมต้องตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้"

คุณหนูตัวปลอมบอกว่า…

"หนูรักพ่อแม่มากเกินไป ทนเห็นพวกท่านตายไม่ได้"

แม่สามีกับน้องสะใภ้ก็เล่นละครกันใหญ่ แม่สามีให้น้องสะใภ้กิน แต่นางกลับบอกว่าทำแบบนี้มันดูน่าเกลียด แม่สามีจึงบอกว่า

"ไม่กินก็ไม่รอด จะเอาแรงที่ไหนไปเจอท่านทายาทเศรษฐีของแก?"

น้องสะใภ้จึงถอนหายใจก่อนตอบว่า

"ทำไมทุกคนต้องบีบคั้นฉันด้วย?" ถึงได้ฝืนใจกินลงไปอย่างเสียมิได้

ทุกคนต่างทำท่าทางซาบซึ้งในความเสียสละของตัวเอง ราวกับว่ามีเพียงหลินเสี่ยวเท่านั้นที่สมควรตาย...

และสุดท้ายก็มีแค่หลินเสี่ยวที่ตายอย่างอนาถ…

แล้วนางก็กลับมาเกิดใหม่ ย้อนกลับมาหนึ่งเดือนก่อนที่หิมะจะตกหนัก

หลินเสี่ยว: “ตอนนี้เล่าจบแล้วค่ะ”

ฉู่ลู่: “...”

สีหน้าของฉู่ลู่ตอนนี้พิลึกพิลั่นยิ่งนัก… เรื่องราวของหลินเสี่ยวชวนให้เขาความดันขึ้นสุดๆ

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เรื่องของพวกนางก่อนหน้านี้ก็ชวนความดันขึ้นทั้งนั้น… ประเด็นอยู่ที่ภูมิหลังของเรื่องราวต่างหาก

ฉู่ลู่: “คาร์แรกเตอร์และสตอรี่ของเธอนี่มันนางเอกนิยายรักดราม่าชัดๆ แต่ฉากหลังของเธอมันมีความเป็นนิยายสายโหดของผู้ชายสุดๆ แล้วเธอเป็นแบบไหนกันแน่?”

หลินเสี่ยว: “?”

หลินเสี่ยวตอบไม่ได้ แต่ฉู่ลู่ก็ไม่แปลกใจ

เขาลองตรึกตรองดูดีๆ ก็พอจะเข้าใจได้… นิยายสายชายกับสายหญิงก็ไม่ได้ตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการข้ามพล็อตกันเลยเสียเมื่อไหร่

ในเมื่อเป็นเช่นนี้… การจะมีการหยิบยืมเรียนรู้กันและกันบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก…

ว่ากันตามตรงฉากหลังของโลกในนิยายรักปัจจุบัน… หากไล่เรียงที่มาดูแล้ว ส่วนใหญ่ก็มาจากนิยายสายบู๊กำลังภายในกันนั่นแหละ จะเพิ่มแนว ‘วันสิ้นโลกยุคน้ำแข็ง’ เข้าไปอีกสักแนวก็คงไม่แปลกมากนัก

ดังนั้นฉู่ลู่จึงเลิกคิดมาก เตรียมถามคำถามที่สำคัญที่สุด…

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ดื่มชาสมุนไพรไปหลายแก้ว แล้วเอนกายลงนอนบนเตียงอย่างสบายอารมณ์

พยายามผ่อนคลายร่างกายให้มากที่สุด หลังจากเตรียมความพร้อมครบชุดนี้ มั่นใจแล้วว่าเส้นเลือดในสมองจะไม่แตกตายก่อน เขาถึงได้เอ่ยปากถาม…

“สรุปแล้วเธออยากให้ฉันทำอะไร? บอกไว้ก่อนนะ… ฉันไม่รู้เรื่องพวกเล่ห์เหลี่ยมมารยาอะไรนั่นหรอก ถ้าเธออยากให้ฉันช่วยไปตบตีแย่งชิงกับคุณหนูตัวปลอม กับรักแรก หรือน้องสะใภ้ หรือแม้แต่กับเมียน้อย… เพื่อทวงคืนความรักจากพ่อแม่ จากท่านประธาน จากสามีเฮงซวยนั่นล่ะก็... ฝันไปเถอะ ฉันไม่เอาด้วย!”

หลินเสี่ยว: “??”

หลินเสี่ยว: “คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย? พวกมันทำฉันเจ็บแสบขนาดนี้ ฉันยังต้องไปทวงคืนความรักจากพวกมันอีกเหรอ? เห็นฉันบ้าไปแล้วรึไง? ฉันแค่อยากให้พวกมันตาย!”

ฉู่ลู่: “...”

วินาทีถัดมา เขากระเด้งตัวผึงจากเตียง ตะโกนด้วยความตกใจ

“เชี่ย! นี่มันคนสติดี!”

เขารีบถามย้ำ

“จริงดิ! จริงดิ? เธออยากฆ่าพวกมันจริงๆ เหรอ? ไม่ได้มีความหมายอื่นแฝงนะ? แบบ... เป็นแผนเรียกร้องความสนใจอะไรเทือกนั้น?”

หลินเสี่ยว: “จะมีความหมายอื่นอะไรอีกได้ล่ะ? ชั่วชีวิตนี้ฉันพยายามเป็นคนดีมาตลอด… ตอนเด็กก็เป็นเด็กดี โตมาก็เป็นผู้หญิงที่ดี แต่งงานก็เป็นเมียที่ดี…

ฉันยอมลำบากเพื่อคนอื่นมาตลอด ฉันยอมทนคำใส่ร้ายของคุณหนูตัวปลอม ยอมทนคำดูถูกของท่านประธาน ยอมทนความงี่เง่าของน้องสะใภ้ คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้เจอความสุข... แล้วผลที่ฉันได้รับคืออะไร? คือการถูกสับร่างแยกชิ้นส่วน!”

หลินเสี่ยว: “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันจะเป็นคนดีไปเพื่ออะไร!? จะเอาความรักของพวกมันไปทำไม?! ตอนนี้ฉันแค่อยากฆ่าพวกมันให้หมด อยากกระชากหน้ากากของพวกมัน ควักเอาความในใจของพวกมันออกมาดู ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะยังแสดงบทพ่อลูกผูกพัน รักมั่นคง หรืออะไรที่สูงส่งเทียมฟ้ากันได้อยู่อีกไหม!”

ฉู่ลู่ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น เขาพิมพ์ตอบด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุดว่า

“พวกเดียวกันชัดๆ! ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน!”

หลินเสี่ยว: “??”

ฉู่ลู่: “นี่สิถึงจะเป็นปฏิกิริยาที่คนปกติควรจะมี! มันต้องแก้แค้นคืนสิ! มันต้องฆ่า ฆ่า ฆ่า! จะไปทวงคืนหัวใจคนอื่นทำซากอะไร? ไร้สาระสิ้นดี!”

เพื่อนในกลุ่ม: “...”

หลินเสี่ยว: “ฉันรู้สึกว่าคุณดูแปลกๆ นะ”

ฉู่ลู่: “อย่าใส่ใจ! อย่าใส่ใจ! สรุปคือจะเอาพวกมันให้ตายใช่ไหม? แต่เรื่องนี้ต้องวางแผนกันยาวๆ ความยากยังถือว่าสูงอยู่… อย่างแรกคือฉากหลังของโลกฝั่งเธอมันไม่เหมาะที่จะไล่ฆ่าคนตามใจชอบ… อย่างที่สองคือต้องหาวิธีรับมือกับไอ้วันสิ้นโลกยุคน้ำแข็งนั่นด้วย”

จบบทที่ บทที่ 88 ส่วนผสมชีวิตเจ้า… ช่างซับซ้อนยิ่งนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว