เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ขอแถมอีกสักหมัด

บทที่ 71 ขอแถมอีกสักหมัด

บทที่ 71 ขอแถมอีกสักหมัด


การลงมือของฉู่ลู่นั้นไร้สุ้มเสียงและปราศจากลางบอกเหตุใดๆ

กว่าศีรษะของศิษย์น้องเล็กจะหลุดลอยออกจากบ่า ก็ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่าเขาจะลงมือได้อำมหิตถึงเพียงนี้

กระทั่งความหวาดกลัวสุดขีดบนใบหน้าของศิษย์น้องเล็กแปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาตแค้น ร่างไร้ศีรษะก็ร่วงฟาดพื้น

ทว่าเสียงกรีดร้องโหยหวนกลับดังแสบแก้วหูออกมาทั้งที่ลำคอขาดหาย... ผู้คนโดยรอบถึงจะได้สติกลับมา

สีหน้าของเหล่าศิษย์ร่วมสำนักดูซับซ้อนกึ่งหวาดผวา, แม้ความจริงพวกเขาจะยืนข้างฉู่ลู่ และหวังให้ศิษย์น้องเล็กถูกสั่งสอนอย่างสาสม แต่ก็มิได้ปรารถนาให้ถึงแก่ชีวิต... ต่อให้ขัดแย้งกันเพียงใดก็นับเป็นศิษย์ร่วมสำนัก เหตุใดต้องลงมือปลิดชีพกันซึ่งหน้า? มิหนำซ้ำยังเป็นวิธีการที่ทารุณโหดร้ายถึงเพียงนี้!

หลังจากผู้อาวุโสจ้าวและผู้อาวุโสหวังคลายจากอาการตกตะลึง ก็เผยสีหน้าเดือดดาลถึงขีดสุด

“ฉู่ลู่! เจ้าทำบ้าอะไรลงไป!” ผู้อาวุโสจ้าวตะคอกถามอย่างกราดเกรี้ยว

“ถึงกับกล้าฆ่าคนต่อหน้าพวกข้า เจ้าเข้าสู่วิถีมารไปแล้วหรือ!” ผู้อาวุโสหวังคำรามลั่นเช่นกัน

“ผู้อาวุโสทั้งสองโปรดระงับโทสะ” ฉู่ลู่มีสีหน้าสงบนิ่ง เอ่ยปากอย่างใจเย็น

“โปรดฟังคำอธิบายของข้า...”

เขากำลังจะเอ่ยปากเล่าเรื่องที่ศิษย์น้องเล็กวางแผนลอบสังหารกระบี่วิญญาณของศิษย์น้องหกเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าตนมิได้เข่นฆ่าอย่างไร้เหตุผล ทว่าผู้อาวุโสทั้งสองหาได้มีความอดทนฟังความไม่

“หุบปาก! มีอะไรไปว่ากันที่หอคุมกฎ!” ผู้อาวุโสจ้าวตัดบทเสียงเย็น

ส่วนผู้อาวุโสหวังรีบพุ่งไปชิงศีรษะของศิษย์น้องเล็กกลับมาทันที พลางกล่าวอย่างร้อนรน

“รีบต่อหัวนางกลับเข้าไปเร็ว! อาจจะยังทันการ!”

ทว่าฉับพลันนั้น กลุ่มควันสีดำทมิฬก็พวยพุ่งออกมาจากรอยตัดที่ลำคอของศิษย์น้องเล็ก

ผู้อาวุโสหวังที่เดิมทีมีสีหน้าเวทนาสงสาร รูม่านตาพลันหดเกร็ง สะบัดศีรษะนั้นทิ้งราวกับต้องของร้อน พร้อมตะโกนลั่น

“ไอแห่งมาร!?”

ไอมารทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างเล็กบอบบางนั้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กลายเป็นควันปีศาจหนาทึบที่ม้วนตัวตลบอบอวลเข้าปกคลุมทั่วทั้ง ‘ลานกระบี่กังวาน’ อย่างรวดเร็ว

กลิ่นอายชั่วร้ายที่แผ่ออกมาทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในวงล้อมรู้สึกหนาวเหน็บราวกับร่วงหล่นลงสู่ขุมนรก

ร่างที่ศีรษะและลำตัวแยกขาดจากกันของศิษย์น้องเล็ก เริ่มขยับเขยื้อนราวกับหุ่นเชิดภายใต้การบงการของไอมาร

ร่างกายนางหยัดยืนโงนเงน ศีรษะลอยคว้างอยู่กลางอากาศ, ดวงตาแดงก่ำปูดโปนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือด จ้องเขม็งมาที่ฉู่ลู่อย่างอาฆาตมาดร้าย, ส่วนกระบี่อวิ๋นเฟิงที่ตกอยู่ด้านข้าง… เมื่อถูกไอรมารกระตุ้น รูปลักษณ์ก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน...

จากกระบี่วิญญูชนสีขาวผู้หล่อเหลาองอาจ กลายร่างเป็นบุรุษมารรูปงามในชุดดำแดงเฉกเช่นภูตผี ร่างต้นของมันแผ่ซ่านไอมารมหาศาล ก่อนจะพุ่งกลับเข้าไปอยู่ในมือของศิษย์น้องเล็ก

เหล่าศิษย์ที่มุงดูเหตุการณ์ต่างเบิกตาโพลง ใบหน้าฉายชัดถึงความตกตะลึงและหวาดกลัว, ริมฝีปากสั่นระริก แข้งขาอ่อนแรง… ต่อให้เป็นศิษย์ที่กล้าหาญที่สุด ยามนี้ก็ยังยืนตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย

ส่วนผู้อาวุโสทั้งสองนั้นสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด พวกเขาจำแนกได้ทันทีว่านี่คือไอมารของ ‘วังอสูรโลหิต’ และดูจากความเข้มข้นระดับนี้ ที่มาที่ไปย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

ตูม!

เสียงกึกก้องกัมปนาทดังขึ้น รอบยอดเขาพลันสว่างไสวไปด้วยแสงสีม่วงเต็มท้องฟ้า

นั่นคือนิมิตฟ้าดินวิปริตที่เกิดจากการที่ท่านเจ้าสำนักโคจรลมปราณเดินทางมาด้วยกำลังสูงสุด! ไอมารอันมหาศาลของศิษย์น้องเล็กทำให้เขาตื่นตัวทันที

สีหน้าของศิษย์น้องเล็กยิ่งทวีความเคียดแค้นชิงชัง

นางตระหนักได้ว่าแผนการล้มเหลว การจะลอบคลายผนึกเพื่อนำเอากระบี่ฌานนรกออกมาในที่ลับย่อมเป็นไปไม่ได้แล้ว และหายนะทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ฉู่ลู่ประทานให้!

“กล้าทำลายแผนการใหญ่ของข้า... ข้าจะให้เจ้าตายตกไปตามกัน!” ศิษย์น้องเล็กคำรามลั่น พุ่งเข้าใส่ฉู่ลู่

“หยุดมือ!” ผู้อาวุโสจ้าวและผู้อาวุโสหวังเห็นภาพนั้นก็ตกใจสุดขีด รีบพุ่งเข้าไปหมายจะช่วยเหลือ

ทว่าไอมารที่เข้มข้นบ้าคลั่งรอบด้านกลับสกัดกั้นพวกเขาไว้อย่างง่ายดาย ต่อให้ทุ่มเทกำลังทั้งหมดก็ไม่อาจคืบหน้าได้แม้แต่นิ้วเดียว

ทั้งสองมองดูศิษย์น้องเล็กที่รุกคืบเข้าหาฉู่ลู่ด้วยดวงตาที่แทบฉีกขาด ความเสียใจถาโถมเข้ามาในจิตใจ…

หากตอนแรกพวกเขายอมฟังคำอธิบาย และยอมเชื่อใจ ‘ศิษย์เอก’ ผู้นี้ตั้งแต่ต้น ก็คงจะรับมือได้เร็วกว่านี้ และอาจช่วยให้นางหลุดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตได้... ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะความลำเอียงในใจตนแท้ๆ!

บัดนี้พวกเขาทำได้เพียงภาวนาให้ท่านเจ้าสำนักลงมือยับยั้งได้ทันท่วงที แต่เมื่อเห็นสีหน้าของท่านเจ้าสำนักที่รุดมาถึง หัวใจของพวกเขาก็พลันเย็นเฉียบ!

ใบหน้าของท่านเจ้าสำนักเต็มไปด้วยความโศกเศร้า…

จนปัญญาแล้ว... เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ให้ตีจนตายเขาก็ไม่อยากเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีไอมารรุนแรงถึงเพียงนี้ระเบิดออกจากภายในสำนัก

แม้เขาจะเร่งด้วยความเร็วสูงสุด งัดทุกวิถีทางออกมาใช้ แต่การเคลื่อนไหวของศิษย์น้องเล็กนั้นก็รวดเร็วเกินไป และนางอยู่ใกล้ฉู่ลู่ที่สุด

คำนวณดูแล้ว… อย่างไรเสียเขาก็ไม่มีทางไปถึงทันเวลา

เมื่อคิดว่าสายเลือดสุดท้ายของ ‘ตระกูลอี้’ จะต้องมาขาดสะบั้นลงต่อหน้าต่อตา ท่านเจ้าสำนักก็รู้สึกโทมนัสยิ่ง, หากเป็นไปได้… เขาอยากจะสละอายุขัยสักพันปีเพื่อแลกกับการไปถึงเร็วขึ้นเพียงชั่วพริบตา

แต่นั่นเป็นเพียงความคิดเพ้อฝัน ยามนี้ในใจเขาเหลือเพียงความคิดเดียว... ต้องแก้แค้นให้อี้เสี่ยวหว่าน ต้องบดขยี้ศิษย์น้องเล็กผู้ถูกมารสิงสู่ให้แหลกเหลวเป็นจุณ!

คมกระบี่ของศิษย์น้องเล็กจวนเจียนจะสัมผัสใบหน้าฉู่ลู่อยู่รอมร่อ ผู้อาวุโสทั้งสองมิกล้าทนมองจึงหลับตาลง, ส่วนท่านเจ้าสำนักนัยน์ตาแดงก่ำ ใบหน้าเปี่ยมด้วยจิตสังหาร

เหล่าศิษย์แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ก็ดูออกว่าฉู่ลู่กำลังตกอยู่ในวิกฤต ต่างพากันตึงเครียดและเป็นห่วง

ศิษย์น้องหกขบกรามแน่นจนเลือดซึม, เขาคาดไม่ถึงว่าศิษย์พี่ใหญ่ผู้เดียวที่ยอมออกหน้าแทนเขา จะต้องมาพบจุดจบเช่นนี้ โดยที่ตนเองก็มิอาจทำอะไรได้

และในยามนั้นเอง...

ฉู่ลู่พลันชูหมัดขึ้น…

มีเพียงศิษย์น้องเล็กที่สังเกตเห็นการกระทำของเขา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความดูแคลน

ก่อนหน้านี้ที่เจ้าทำสำเร็จก็เพราะลอบทำทีเผลอหรอกนะ! ในเมื่อตอนนี้ข้าเปิดเผยตัวตนแล้ว ไม่จำเป็นต้องกดข่มพลังไว้อีก เจ้ายังคิดจะต่อกรซึ่งหน้า... ช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี!

ทว่าจังหวะที่ฉู่ลู่ง้างหมัด สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนไป… เมื่อสัมผัสถึงความผิดปกติ

ชั่วพริบตาที่หมัดถูกส่งออกมา สัญชาตญาณสั่งให้นางหนีด้วยความหวาดหวั่นอย่างรุนแรง!

แต่มันสายไปเสียแล้ว…

คลื่นพลังที่ไร้สภาพสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านหมัด เข้ากระแทกใส่ศิษย์น้องเล็กเต็มรัก!

ตูม!

ไอมารที่ปกคลุมทั่วทั้งลานกระบี่ถูกแรงหมัดนั้นต่อยจนสลายหายไปในพริบตา!

ศิษย์น้องเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายที่ไร้หัวของนางถูกอัดกระแทกจนระเบิด เหลือเพียงท่อนขาคู่หนึ่งทิ้งไว้ดูต่างหน้า…

ท่านเจ้าสำนักที่รีบร้อน, ผู้อาวุโสที่สิ้นหวัง, และเหล่าศิษย์ที่ห่วงใย...

ในชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างพากันชะงักงัน

ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากค้าง สมองขาวโพลนว่างเปล่า!

“จะ... เจ้า... เจ้ามันตัวอะไรกันแน่...” ศิษย์น้องเล็กส่งเสียงออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ

“หนวกหูจริง” ฉู่ลู่บ่นพึมพำ พลางยื่นมือออกไป

เดิมทีเขาคิดจะคว้าศีรษะนางไว้ แต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด แล้วชิง ‘ระเบิดตัวเอง’ หนีไปเสียดื้อๆ

ทุกคน: “...”

ฉู่ลู่ยกมือปัดป้องคราบเลือดสกปรก พลางครุ่นคิดในใจว่า

'บทจะไปก็ไปแบบนี้ก็ได้เหรอ?' แต่เมื่อเขาลองกวาดตามองดูอีกครั้ง ก็ต้องตกใจเป็นล้นพ้น

“เอ๊ะ? กระบี่เล่า? กระบี่อวิ๋นเฟิงของข้าหายไปไหนแล้ว?”

เสียงอุทานของเขาปลุกทุกคนให้ตื่นจากภวังค์

ท่านเจ้าสำนักเป็นคนแรกที่ได้สติ รีบตะโกนสั่งการทันที

“ศิษย์ทุกคนรีบออกจากลานกระบี่กังวานเดี๋ยวนี้! ไปยังยอดเขาหมื่นกระบี่เพื่อขจัดไอมารที่ตกค้าง! ...ผู้อาวุโสหลิ่วนำคนจัดการศพ, ผู้อาวุโสจ้าว ผู้อาวุโสหวัง พวกท่านตามข้ามา ข้ามีเรื่องต้องซักถาม!”

จบบทที่ บทที่ 71 ขอแถมอีกสักหมัด

คัดลอกลิงก์แล้ว