เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 เจ้าชอบความรักจริงๆ หรือ?

บทที่ 64 เจ้าชอบความรักจริงๆ หรือ?

บทที่ 64 เจ้าชอบความรักจริงๆ หรือ?


นักพรตแห่งร้อยสมบัติ...

แค่ฟังชื่อนี้ก็รู้แล้วว่าเขาย่อมมีทรัพย์สินมากมาย และคงจะภาคภูมิใจในเรื่องนี้มาก จึงจินตนาการได้ไม่ยากเลยว่า ยามที่เขาถูกบีบให้สูญเสียทรัพย์สมบัติไปครึ่งหนึ่ง อารมณ์จะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด

ยามนั้นเขาร่ำไห้ราวกับเด็กน้อยแรกเกิด น้ำตานองดั่งธาราไหลทวน โศกศัลย์จนมิอาจเอื้อนเอ่ยถ้อยคำได้

ภายหลังเขาต้องใช้เวลาถึงสิบกว่าปี จึงจะหลุดพ้นจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น, จากนั้นเขาก็เจ็บแล้วจำ หันไปเข้าร่วมกับสำนักเซียนไร้รัก

เดิมทีเขาคิดว่านี่จะเป็นการตัดใยยุ่งเหยิงให้สิ้นซาก เพื่อปกป้องทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน, แต่คาดไม่ถึงว่าสำนักเซียนไร้รักแห่งนี้ ปากก็บอกว่าเย็นชาไร้หัวใจ, แต่พอพูดถึงเรื่องความรัก… กลับรุกหนักยิ่งกว่าผู้ใด

เพียงแค่เขาเดินเล่นอยู่ในสำนัก ก็พบเจอผู้บำเพ็ญเพียรชายถึงเก้าคน, ที่ตาแดงฉาน เท้าสะเอว พูดเสียงทุ้มต่ำว่า

‘ขอมอบชีวิตให้เจ้า’ กับหญิงสาว

ทีแรกเขายังนึกว่านี่คือการจงใจเข้าสู่ด่านเคราะห์… แต่ภายหลังจึงได้ตระหนักถึงความจริง

ภายใต้บรรยากาศของสำนักเช่นนี้… นักพรตแห่งร้อยสมบัติจึงได้แต่งงานคราที่สองอย่างไม่น่าแปลกใจ

และหลังจากนั้นก็หย่าร้างอีก! ทรัพย์สมบัติก็หายไปครึ่งหนึ่งอีก!

เล่นเอานักพรตแห่งร้อยสมบัติตกใจจนต้องรีบเผ่นหนี ทั้งยังตั้งสัตย์สาบานว่าหลังจากนี้จะไม่ขอพบเจอสตรีอีกเลย…

ภายหลังเขาก็ไม่ได้แต่งงานจริงๆ, เพียงแต่พอเวลาผ่านไป… อดีตภรรยาทั้งสองกลับพาลูกมาหา เพื่อทวงค่าเลี้ยงดู

พอเห็นทรัพย์สมบัติที่ต้องหดหายไปอีกมหาศาล, นักพรตแห่งร้อยสมบัติถึงกับกระอักโลหิต หลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจซ่อนนาม หลบหนีไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครค้นพบ, และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่จนจบสิ้น

ในยามที่ใกล้จะสิ้นใจ… เขาได้จัดเตรียมสุสานของตนเอง, ออกแบบการทดสอบไว้มากมาย ซึ่งการทดสอบเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับความรัก โดยมีจุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียว…

เขายอมรับได้หากทรัพย์สมบัติของตนถูกคนอื่นนำไป… แต่เขายอมรับไม่ได้หากมันถูกนำไปโดยพวกคลั่งรัก!

เขาเจ็บช้ำจากความรักมามากพอแล้ว พอได้เห็นพวกสมองคลั่งรักที่เหมือนกับตนเอง ก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมา

….

เมื่อฉู่ลู่ได้ยินคำถามนี้ เขาก็ตอบกลับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“ย่อมต้องสนับสนุนอยู่แล้ว! สนับสนุนเต็มร้อย! ชีวิตที่ปราศจากความรักย่อมไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์!”

เพราะท้ายที่สุด… เขามาที่นี่ก็เพื่อช่วยอี้เสี่ยวหว่านตามหาวาสนาคู่ครอง หากมัวแต่พูดว่าความรักมันช่างน่าเบื่อ และสิ้นเปลืองเวลาชีวิต, นั่นก็มีแต่จะทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่อี้เสี่ยวหว่านมีต่อเขาลงเปล่าๆ

เมื่อนึกถึงว่าอี้เสี่ยวหว่านที่สามารถชิงร่างกลับคืนไปได้ทุกเมื่อ การรักษาความไว้เนื้อเชื่อใจไว้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

ลี่หมิงเสียได้ยินถ้อยคำนี้ แม้ภายนอกจะยังคงไม่ไหวติง แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะ

—สมองคลั่งรักสินะ? ดีมาก! ดีมาก! ว่าไปแล้วนิกายกระบี่จื่อเสียดูเหมือนจะอุดมไปด้วยพวกสมองคลั่งรักจริงๆ ครานี้ย่อมไม่มีปัญหาแล้ว!

“ดี! เช่นนั้นก็เริ่มการทดสอบเถิด” ลี่หมิงเสียกล่าวพลางหันหลังเดินไป

“ตามข้ามา”

ฉู่ลู่เดินตามเขาเข้าสู่สุสาน ผ่านระเบียงทางเดินอันยาวเหยียด, จากนั้นภาพตรงหน้าก็พลันเปลี่ยนไป

“นี่คือด่านทดสอบที่หนึ่ง” ลี่หมิงเสียชี้ไปยังสวนบุปผาเบื้องหน้า…

เป็นสวนบุปผาอันงดงาม ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปด้วยดอกไม้สีแดงที่กำลังเบ่งบานอวดโฉม ดอกไม้เหล่านี้ยังส่งกลิ่นหอมอบอวล บรรยากาศทั้งหมดช่างไม่เข้ากับสุสานแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย

“เจ้าเพียงแค่ห้ามใช้พลังวัตรใดๆ, ห้ามทำลายล้างสิ่งใด และเดินผ่านสวนบุปผาแห่งนี้ไปให้ได้ ก็จะถือว่าผ่านด่านที่หนึ่งแล้ว” ลี่หมิงเสียกล่าว

“ง่ายเพียงนี้เชียวหรือ? ยังมีอะไรที่ยังไม่บอกอีกหรือไม่?”

“และนี่คือบุปผาอันใด?” ฉู่ลู่เอ่ยถาม

“ที่ข้าจำเป็นต้องบอกก็มีเพียงเท่านี้” ลี่หมิงเสียลอบยิ้มชั่วร้ายในใจ แต่ภายนอกกลับแสร้งทำเป็นจริงจังกล่าวว่า

“จะไปหรือไม่ไปนั่นเป็นเรื่องของเจ้า หากเจ้าคิดจะยอมแพ้ที่ตรงนี้เลย… ก็ได้เช่นกัน”

“ก็ได้” ฉู่ลู่ก็ไม่คิดอะไรมาก ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าโดยตรง

ลี่หมิงเสียเห็นภาพนี้ ในใจก็พลันหัวเราะเยาะ รอคอยให้ฉู่ลู่ต้องขายหน้า

บุปผาในสวนนั่น หาใช่บุปผาธรรมดา… แต่เป็นบุปผาแห่งรักอันล้ำค่าอย่างยิ่ง ทั้งยังมีวามสามารถอันเป็นเอกลักษณ์

กลิ่นหอมของพวกมันที่ปล่อยออกมา จะปลุกเร้าความทรงจำด้านอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ในส่วนลึกของผู้บำเพ็ญให้ตื่นขึ้น, เมื่อใดที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำ ก็จะถูกเถาวัลย์ของบุปผาแห่งรักพันธนาการจนรัดกุม

มีเพียงผู้ที่รักษาความตื่นรู้ ไม่ถูกอารมณ์ความรู้สึกรบกวนเท่านั้น ถึงจะสามารถเดินออกจากสวนบุปผานี้ได้

และจุดจบของพวกสมองคลั่งรัก… ก็มีเพียงการถูกมัดจนกลายเป็นบ๊ะจ่างเท่านั้น!

ฉู่ลู่ก้าวเท้าเข้าไปในสวนบุปผา

ในชั่วพริบตา! บุปผาแห่งรักทั่วทั้งสวนก็พลันสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย

ลี่หมิงเสียเห็นภาพนี้ก็คิดในใจ

‘โห้! เป็นถึงยอดฝีมือแห่งการคลั่งรักเสียด้วย… เพิ่งจะเข้าไป, ก็ปลุกเร้าบุปผาแห่งรักได้ทั้งหมดแล้ว’

ฉู่ลู่ยังคงเดินหน้าต่อไป บุปผาแห่งรักในสวนก็ยิ่งสั่นสะท้านรุนแรงขึ้น, ประหนึ่งฝูงอสูรปีศาจกำลังเริงระบำอย่างบ้าคลั่ง

“หืม?” ลี่หมิงเสียขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

บุปผาแห่งรักถูกกระตุ้นถึงขั้นนี้แล้ว เหตุใดฉู่ลู่ถึงยังเดินต่อไปได้? เหตุใดบุปผาแห่งรักถึงยังไม่ปล่อยเถาวัลย์ออกมาอีกเล่า?

ภายในสวนบุปผาเดิมทีก็ไม่ได้มีทางเดินเว้นไว้ให้ พอเดินหน้าไปได้ครู่หนึ่ง… ฉู่ลู่ก็ไม่มีที่ให้ก้าวเท้าต่อไปแล้ว เพราะเบื้องหน้าถูกขวางกั้นไว้จนแน่นหนา

และเนื่องจากกฎที่ว่าห้ามทำลายบุปผาแห่งรักเหล่านี้ ฉู่ลู่จึงทำได้เพียงยื่นมือออกไป หวังจะแหวกหมู่ดอกไม้ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วทุกทิศที่อยู่เบื้องหน้า

ครั้นเมื่อมือของฉู่ลู่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ บุปผาแห่งรักนั่นกลับยิ่งสั่นสะท้านรุนแรงขึ้น ถึงขั้นที่กลีบดอกจะร่วงหล่นจนหมดสิ้น

จากนั้นพลันได้ยินเสียง ‘ปุ๊!’ คราหนึ่ง

บุปผาแห่งรักก็ถอนรากถอนโคนตัวเองออกมา!

“เอ๊ะ?” ฉู่ลู่ชะงักงันไป

“เอ๊ะ!?” ลี่หมิงเสียพลันเบิกตากว้าง

—เวรเอ๊ย? ข้าเห็นอะไร? นี่ข้าเห็นอะไรกัน?! บุปผาแห่งรักคิดจะหนีรึ?

ในตำนานเล่าขานกันว่าเมื่อบุปผาแห่งรักต้องเผชิญกับวิกฤตอันใหญ่หลวง มันจะละทิ้งผืนดินและหลบหนีไปชั่วคราว

แต่สถานการณ์เช่นนี้โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเฉพาะยามบังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเท่านั้น, ย่อไม่เคยหลบเพียงเพราะแค่มีคนเข้าใกล้… เรื่องเช่นนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน!

และท้ายที่สุด, กลิ่นหอมของบุปผาแห่งรัก ต่อให้มิอาจทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในห้วงภวังค์ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถสลายจิตสังหาร ย่อมมิอาจนับได้ว่าเผชิญกับวิกฤต…

สามารถทำให้บุปผาแห่งรักหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้ นี่มันต้องเป็นคนที่อำมหิตไร้หัวใจเพียงใดกัน?

ทว่ายังไม่ทันที่ลี่หมิงเสียจะถอนหายใจเสร็จสิ้น พลันได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง…

บุปผาแห่งรักในสวนใหญ่ทั้งสวน ต่างก็ถอนรากถอนโคนตัวเองออกมา ก่อนพากันแตกฮือหนีไปทางด้านข้าง จนเปิดเป็นเส้นทางสายหนึ่งขึ้นมาจนสำเร็จ

ลี่หมิงเสียตกตะลึงจนถึงขั้นพูดไม่ออก

—บุปผาแห่งรักถึงกับยอมเปิดทางให้... มันต้องเป็นคนไร้หัวใจเพียงใดกัน ถึงจะคู่ควรกับการปรนนิบัติเช่นนี้?

ฉู่ลู่เห็นภาพนี้, ในใจก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง… แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก, เขาก้าวเท้าเดินหน้าต่อไป เพียงไม่นานก็เดินผ่านสวนบุปผาไปได้ จากนั้นจึงหันหลังกลับไปกวักมือเรียกลี่หมิงเสีย…

ลี่หมิงเสียตามไปพร้อมกับอารมณ์ที่ซับซ้อนยิ่ง, เขามองฉู่ลู่อย่างพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลางคิดในใจว่าเจ้านี่สนับสนุนความรักจริงๆ หรือเปล่า? คิดว่าชีวิตที่ปราศจากความรักคือชีวิตที่ไม่สมบูรณ์จริงๆ หรือ?

ลี่หมิงเสียยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็ไม่มีความจำเป็นต้องโกหกในเรื่องเช่นนี้

ยิ่งไปกว่านั้น… ปฏิกิริยาของบุปผาแห่งรักก็ประหลาดล้ำจนผิดปกติ

หรือว่าการทดสอบเหล่านี้มันถูกทิ้งไว้นานเกินไป จนมีส่วนใดขัดข้องไปแล้ว?

อืม, สมควรจะเป็นเช่นนั้น ไม่งั้นมันก็ประหลาดเกินไป…

ต่อมาลี่หมิงเสียก็ครุ่นคิดอีกว่า อย่างไรเสียก็เป็นถึงสุสานที่ยอดคนเช่นนักพรตแห่งร้อยสมบัติทิ้งไว้

คงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกด่านจะพร้อมใจกันขัดข้อง, ฉู่ลู่ย่อมต้องล้มเหลวไม่เร็วก็ช้า ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก

ดังนั้นเขาจึงสงบสติอารมณ์ลงแล้วกล่าวว่า

“ด่านที่หนึ่งนี้ถือว่าเจ้าผ่านแล้ว พวกเราไปกันเถอะ… ต่อไปคือด่านที่สอง”

ฉู่ลู่พยักหน้าแล้วเดินตามไป เขาไม่ล่วงรู้เรื่องราวของบุปผาแห่งรัก ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าปฏิกิริยาของตนเองเมื่อครู่นั้นมันประหลาดเพียงใด

เขาเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นปกติ ดังนั้นเมื่อสภาพจิตใจจึงสงบนิ่งแล้ว จึงพร้อมเข้าสู่ด่านต่อไป

จบบทที่ บทที่ 64 เจ้าชอบความรักจริงๆ หรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว