เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้ามันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว!

บทที่ 32 นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้ามันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว!

บทที่ 32 นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้ามันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว!


การจัดการเรื่องราวหลังจากสยบสี่สำนักใหญ่ ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เสร็จสิ้น

ท้ายที่สุดฉู่ลู่ก็ไม่สนใจการบริหารสำนักแม้แต่น้อย เขามุ่งมั่นเพียงแต่จะฝึกฝนพลังฝีมือ

ดังนั้นเมืองชิงเฟิงจึงยังคงมอบให้เถี่ยจ้านสยงและพรรคพวกดูแล เขาเพียงแค่ต้องส่งมอบทรัพยากรบำเพ็ญเพียรให้เพียงพอตามกำหนดเวลาเท่านั้น เรื่องอื่นฉู่ลู่ล้วนไม่ยุ่งเกี่ยว

เถี่ยจ้านสยงและพรรคพวกย่อมตอบตกลงอย่างยินดี ท้ายที่สุดนี่ก็นับเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว

และเนื่องจากฉู่ลู่สังหารจ้าวหลีฮวา ทั้งยังไม่อยากดูแลกิจการ ดังนั้นสำนักชีเสวียนและสำนักมีดบินจึงเท่ากับว่าไร้ผู้นำ พวกเขาทั้งสามคนจึงปรึกษากันพักหนึ่ง แล้วแบ่งแยกยึดครองสองสำนักนี้ไป

ห้าสำนักใหญ่แห่งเมืองชิงเฟิงก็กลายเป็นสามสำนักใหญ่นับแต่นั้น

หลายวันต่อมา 

ภายในคฤหาสน์อันหรูหราแห่งหนึ่งในเมืองชิงเฟิง

ฉู่ลู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น พร้อมผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

หลังจากพักและฝึกฝนต่ออีกหลายวัน เขาคาดคะเนว่าเวลาคงใกล้พอแล้ว จึงเปิดหน้าต่างไอเทมของกลุ่มแชทขึ้นมาตรวจสอบ และก็จริงดังคาด คูลดาวน์ของยันต์ทะลุมิติเหลือเพียงสามชั่วโมงแล้ว

“เอาล่ะ ใกล้ได้เวลาไปหาสวีลี่เหนียงแล้ว” ฉู่ลู่พึมพำกับตนเอง

เขายังจำได้ว่าเมื่อช่วงก่อนสวีลี่เหนียงเคยบอกว่ามีเรื่องอยากให้เขาช่วย

ดังนั้นเขาจึงเข้าไปในกลุ่มแชท แท็กสวีลี่เหนียงแล้วกล่าว

“ยันต์ทะลุมิติใกล้หมดคูลดาวน์แล้ว เรื่องที่เจ้าบอกครั้งก่อนยังต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?”

สวีลี่เหนียงตอบกลับทันที: “ต้องการๆๆๆ! มาเดี๋ยวนี้เลย!”

ฉู่ลู่กระพริบตาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

—โห ร้อนรนขนาดนี้เลย?

คนอื่นๆ ในกลุ่มแชทก็ต่างประหลาดใจและตอบกลับมา

ฮวาหงเหลียน: “ลี่เหนียงเจ้าเป็นอะไรไป? มีเรื่องยุ่งยากด้วยหรือ?”

ลั่วชิงเตี๋ย: “เจ้าจะขอให้ฉู่ลู่ช่วยรึ... เจ้าคงต้องเตรียมใจไว้ก่อนนะ”

จู้ซานหลิน: “จะเลือดไหลนองเป็นสายธารอีกแล้วหรือ?”

หลิวหรูเยว่: “กลับคาดหวังอย่างบอกไม่ถูกแฮะ”

ฉู่ลู่: “อย่าเพิ่งรีบ… ยังรออีกหนึ่งชั่วยามครึ่ง อาศัยช่วงเวลานี้ช่วยแนะนำสถานการณ์ทางฝั่งเจ้าก่อนเถิด โลกฝั่งเจ้าเป็นโลกแบบไหน? เจ้ามีสถานะอะไร? พบเจอปัญหาอะไรบ้าง?”

ยัยพวกกวนโอ๊ยกลุ่มนั้นก็ต่างเห็นด้วยรีบพิมพ์ ‘ใช่ๆๆ’ กันมาไม่หยุด

สวีลี่เหนียง: “ได้… ทางฝั่งข้าเป็นโลกที่ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าคาถาอาคมหรือเทพเซียนอะไร ทุกคนล้วนเป็นปุถุชนอย่างที่พวกเจ้าเรียกกัน”

ลั่วชิงเตี๋ย: “เอ๊ะ? มีโลกแบบนี้ด้วยหรือ?” ฉู่ลู่กลับไม่ประหลาดใจ

เข้าใจล่ะ… นิยายแนวผู้หญิงย้อนยุคสินะ

จากนั้นสวีลี่เหนียงก็กล่าวต่อ

“และข้าคือฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าเหยี่ยน”

ฉู่ลู่: “หือ?”

ฮวาหงเหลียน: “?”

ลั่วชิงเตี๋ย: “?”

จู้ซานหลิน: “?”

หลิวหรูเยว่: “?”

ในกลุ่มแชทพลันเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“เดี๋ยวนะ?”

ฉู่ลู่กล่าวอย่างประหลาดใจ: “เจ้าเป็นผู้ชายหรือ?”

สวีลี่เหนียงกล่าว: “ไม่ใช่... จะว่าอย่างไรดี? ดูเหมือนว่าทางฝั่งเราจะไม่มีสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าผู้ชายน่ะ”

วาจานี้กล่าวออกมา ในกลุ่มแชทก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอีกครั้ง

ฉู่ลู่หลังจากประหลาดใจเล็กน้อยก็เข้าใจอีกครั้ง

—นิยายแนวย้อนยุคหญิงล้วนสินะ… ‘ยูริ’ หรอกหรือเนี่ย? ส่วนผสมมันช่างหลากหลายเสียจริง!

จู้ซานหลิน: “เดี๋ยวนะ แล้วพวกเจ้า... เข้าหอมีลูกกันได้อย่างไร?”

สวีลี่เหนียง: “โธ่ เรื่องน่าอายแบบนี้อย่ามาถามข้าสิ”

ทว่าพวกนางกลับยิ่งคึกคัก อยากจะขุดคุ้ยให้ถึงที่สุด

ยังดีที่ฉู่ลู่ทนดูไม่ไหว จึงตะโกนห้ามและสั่งให้พวกนางเงียบ โดยบอกว่าเรื่องงานสำคัญกว่า แล้วรีบให้สวีลี่เหนียงอธิบายสถานการณ์ ยัยพวกบ๊องกลุ่มนั้นจึงยอมสงบลง

สวีลี่เหนียง: “มารดาของข้าคือฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ต้าเหยี่ยน ตัวข้าเป็นธิดาเอก… หลังจากมารดาสวรรคตก็ได้ขึ้นครองราชย์ ภายหลังยังได้อภิเษกกับธิดาคนโตของตระกูลหลิ่วซึ่งเป็นตระกูลใหญ่

เดิมทีทุกอย่างก็ราบรื่นดี แต่ในวันหนึ่ง… สถานการณ์ก็พลันเปลี่ยนไป ฮองเฮาราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใช้อุบายเล่ห์เหลี่ยมสารพัด วิธีการอันเหี้ยมโหดนับไม่ถ้วน วางแผนสังหารข้าจนตาย ทั้งยังแย่งชิงราชบัลลังก์ของข้าไป หลังจากนั้นข้าก็ได้เกิดใหม่อีกครั้ง ย้อนกลับมายังช่วงก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น”

“ข้าพยายามต่อต้านแล้ว แต่ก็ยังคงจมอยู่ในโคลนตม ดังนั้นจึงได้อยากขอให้ฉู่ลู่เจ้าช่วย”

ฉู่ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องการเกิดใหม่ เขาไม่ประหลาดใจกับเรื่องพรรค์นี้แล้ว

ก็นางเอกนิยายแนวผู้หญิงน่ะ… ในสิบก็มีแปดเรื่องที่ได้เกิดใหม่

แต่ดูเหมือนว่าปัญหาของสวีลี่เหนียงจะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ในราชสำนัก ซึ่งของแบบนี้เขาไม่ถนัดเสียด้วย

สิ่งที่เขาเคยสัมผัสมาบ้าง… ที่พอจะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ในราชสำนัก ก็มีเพียง «เรื่องเล่าราชวงศ์หมิง» กับ «สามก๊ก» เท่านั้น

แน่นอนว่าเขาเรียนรู้ได้ แต่ปัญหาคือดูเหมือนสถานการณ์ของสวีลี่เหนียงจะเร่งด่วนมาก ไม่แน่ว่าจะเรียนทันหรือไม่ ถ้าจะใช้วิธีสังหารหมู่ล้างบาง ฝั่งตรงข้ามก็เป็นโลกธรรมดา ตัวเขาข้ามไปแล้วจะยังใช้คาถาอาคมได้หรือไม่ก็ยังไม่แน่ชัด

แต่สวีลี่เหนียงฟังดูก็รันทดขนาดนั้น… จะปฏิเสธไปตรงๆ ก็คงใจดำเกินไป

ฉู่ลู่: “เอ่อ... เจ้าพอจะอธิบายก่อนได้หรือไม่ว่าฮองเฮาใช้แผนการใดสังหารเจ้า?”

ฉู่ลู่ครุ่นคิดว่าลองฟังสถานการณ์ดูก่อน หากกลอุบายของอีกฝ่ายสูงส่งเกินไป ก็คงได้แต่จนปัญญา

สวีลี่เหนียง: “ได้”

สวีลี่เหนียง: “ฮองเฮาลงมือกับผิงเฟยที่ข้ารักที่สุดก่อน นางถือกระด้งบุกเข้าไปในตำหนักของผิงเฟยที่กำลังตั้งครรภ์ เอากระด้งยัดเข้าไปในเสื้อผ้าของผิงเฟย จากนั้นก็ใส่ร้ายนางว่าใช้กระด้งแสร้งทำเป็นตั้งครรภ์ คิดจะอาศัยเรื่องนี้สังหารนาง”

ฉู่ลู่ที่เดิมทีมีสีหน้าเคร่งขรึมถึงกับนิ่งงัน

“เอ๊ะ?”

ฉู่ลู่: “เอ่อ... นี่มันไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะ?”

สวีลี่เหนียง: “ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ ฮองเฮาตอนนั้นทั้งเหี้ยมโหดทั้งร้ายกาจ กลอุบายก็สูงส่งยิ่งนัก ผิงเฟยบอกว่าตนเองไม่ได้แสร้งตั้งครรภ์ นางก็พูดว่า ‘เช่นนั้นเจ้าก็คงคลอดกระด้งออกมาล่ะสิ เจ้าเป็นปีศาจกระด้ง! สมควรเผา!’

ผิงเฟยจำต้องบอกว่าตนเองไม่ได้เป็น ดังนั้นฮองเฮาก็พูดว่า ‘เช่นนั้นก็คือแสร้งตั้งครรภ์ เป็นโทษหลอกลวงเบื้องสูง สมควรประหาร!’ ผิงเฟยที่น่าสงสารของข้า ไม่มีหนทางสู้เลย”

ฉู่ลู่: “...”

และในขณะที่ฉู่ลู่กำลังอึ้งจนพูดไม่ออก ยัยพวกบ๊องกลุ่มนั้นก็พากันอุทานอย่างตื่นตะลึง

ฮวาหงเหลียน: “ช่างเป็นกลอุบายที่ชั่วร้ายนัก!”

ลั่วชิงเตี๋ย: “ปิดทางทั้งขึ้นทั้งล่อง ช่างสูงส่งนัก!”

จู้ซานหลิน: “สตรีผู้นี้มีจิตใจล้ำลึกยิ่ง มองไปทั่วทั้งแผ่นดิน ก็นับเป็นตัวตนที่หาได้ยากยิ่ง!”

หลิวหรูเยว่: “น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!”

สวีลี่เหนียง: “ใช่ไหมล่ะ?”

ฉู่ลู่: “...”

ฉู่ลู่: “เอ่อ... พวกเจ้ารอสักครู่ ข้าไปเดี๋ยวก็กลับมา”

จากนั้นเขาก็ปิดกลุ่มแชท เดินไปยังสถานที่เงียบสงบไร้ผู้คน แล้วเงยหน้าขึ้นตะโกนลั่น

“นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้าเนี่ย...! มัน! บ้า! ไปแล้วโว้ย!!!!”

จบบทที่ บทที่ 32 นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้ามันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว