- หน้าแรก
- กลุ่มแชทของข้ารวมนางเอกดราม่าจากนิยายน้ำเน่า
- บทที่ 32 นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้ามันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว!
บทที่ 32 นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้ามันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว!
บทที่ 32 นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้ามันช่างหลุดโลกเกินไปแล้ว!
การจัดการเรื่องราวหลังจากสยบสี่สำนักใหญ่ ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เสร็จสิ้น
ท้ายที่สุดฉู่ลู่ก็ไม่สนใจการบริหารสำนักแม้แต่น้อย เขามุ่งมั่นเพียงแต่จะฝึกฝนพลังฝีมือ
ดังนั้นเมืองชิงเฟิงจึงยังคงมอบให้เถี่ยจ้านสยงและพรรคพวกดูแล เขาเพียงแค่ต้องส่งมอบทรัพยากรบำเพ็ญเพียรให้เพียงพอตามกำหนดเวลาเท่านั้น เรื่องอื่นฉู่ลู่ล้วนไม่ยุ่งเกี่ยว
เถี่ยจ้านสยงและพรรคพวกย่อมตอบตกลงอย่างยินดี ท้ายที่สุดนี่ก็นับเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
และเนื่องจากฉู่ลู่สังหารจ้าวหลีฮวา ทั้งยังไม่อยากดูแลกิจการ ดังนั้นสำนักชีเสวียนและสำนักมีดบินจึงเท่ากับว่าไร้ผู้นำ พวกเขาทั้งสามคนจึงปรึกษากันพักหนึ่ง แล้วแบ่งแยกยึดครองสองสำนักนี้ไป
ห้าสำนักใหญ่แห่งเมืองชิงเฟิงก็กลายเป็นสามสำนักใหญ่นับแต่นั้น
…
หลายวันต่อมา
ภายในคฤหาสน์อันหรูหราแห่งหนึ่งในเมืองชิงเฟิง
ฉู่ลู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น พร้อมผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
หลังจากพักและฝึกฝนต่ออีกหลายวัน เขาคาดคะเนว่าเวลาคงใกล้พอแล้ว จึงเปิดหน้าต่างไอเทมของกลุ่มแชทขึ้นมาตรวจสอบ และก็จริงดังคาด คูลดาวน์ของยันต์ทะลุมิติเหลือเพียงสามชั่วโมงแล้ว
“เอาล่ะ ใกล้ได้เวลาไปหาสวีลี่เหนียงแล้ว” ฉู่ลู่พึมพำกับตนเอง
เขายังจำได้ว่าเมื่อช่วงก่อนสวีลี่เหนียงเคยบอกว่ามีเรื่องอยากให้เขาช่วย
ดังนั้นเขาจึงเข้าไปในกลุ่มแชท แท็กสวีลี่เหนียงแล้วกล่าว
“ยันต์ทะลุมิติใกล้หมดคูลดาวน์แล้ว เรื่องที่เจ้าบอกครั้งก่อนยังต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?”
สวีลี่เหนียงตอบกลับทันที: “ต้องการๆๆๆ! มาเดี๋ยวนี้เลย!”
ฉู่ลู่กระพริบตาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
—โห ร้อนรนขนาดนี้เลย?
คนอื่นๆ ในกลุ่มแชทก็ต่างประหลาดใจและตอบกลับมา
ฮวาหงเหลียน: “ลี่เหนียงเจ้าเป็นอะไรไป? มีเรื่องยุ่งยากด้วยหรือ?”
ลั่วชิงเตี๋ย: “เจ้าจะขอให้ฉู่ลู่ช่วยรึ... เจ้าคงต้องเตรียมใจไว้ก่อนนะ”
จู้ซานหลิน: “จะเลือดไหลนองเป็นสายธารอีกแล้วหรือ?”
หลิวหรูเยว่: “กลับคาดหวังอย่างบอกไม่ถูกแฮะ”
ฉู่ลู่: “อย่าเพิ่งรีบ… ยังรออีกหนึ่งชั่วยามครึ่ง อาศัยช่วงเวลานี้ช่วยแนะนำสถานการณ์ทางฝั่งเจ้าก่อนเถิด โลกฝั่งเจ้าเป็นโลกแบบไหน? เจ้ามีสถานะอะไร? พบเจอปัญหาอะไรบ้าง?”
ยัยพวกกวนโอ๊ยกลุ่มนั้นก็ต่างเห็นด้วยรีบพิมพ์ ‘ใช่ๆๆ’ กันมาไม่หยุด
สวีลี่เหนียง: “ได้… ทางฝั่งข้าเป็นโลกที่ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าคาถาอาคมหรือเทพเซียนอะไร ทุกคนล้วนเป็นปุถุชนอย่างที่พวกเจ้าเรียกกัน”
ลั่วชิงเตี๋ย: “เอ๊ะ? มีโลกแบบนี้ด้วยหรือ?” ฉู่ลู่กลับไม่ประหลาดใจ
เข้าใจล่ะ… นิยายแนวผู้หญิงย้อนยุคสินะ
จากนั้นสวีลี่เหนียงก็กล่าวต่อ
“และข้าคือฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าเหยี่ยน”
ฉู่ลู่: “หือ?”
ฮวาหงเหลียน: “?”
ลั่วชิงเตี๋ย: “?”
จู้ซานหลิน: “?”
หลิวหรูเยว่: “?”
ในกลุ่มแชทพลันเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“เดี๋ยวนะ?”
ฉู่ลู่กล่าวอย่างประหลาดใจ: “เจ้าเป็นผู้ชายหรือ?”
สวีลี่เหนียงกล่าว: “ไม่ใช่... จะว่าอย่างไรดี? ดูเหมือนว่าทางฝั่งเราจะไม่มีสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าผู้ชายน่ะ”
วาจานี้กล่าวออกมา ในกลุ่มแชทก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอีกครั้ง
ฉู่ลู่หลังจากประหลาดใจเล็กน้อยก็เข้าใจอีกครั้ง
—นิยายแนวย้อนยุคหญิงล้วนสินะ… ‘ยูริ’ หรอกหรือเนี่ย? ส่วนผสมมันช่างหลากหลายเสียจริง!
จู้ซานหลิน: “เดี๋ยวนะ แล้วพวกเจ้า... เข้าหอมีลูกกันได้อย่างไร?”
สวีลี่เหนียง: “โธ่ เรื่องน่าอายแบบนี้อย่ามาถามข้าสิ”
ทว่าพวกนางกลับยิ่งคึกคัก อยากจะขุดคุ้ยให้ถึงที่สุด
ยังดีที่ฉู่ลู่ทนดูไม่ไหว จึงตะโกนห้ามและสั่งให้พวกนางเงียบ โดยบอกว่าเรื่องงานสำคัญกว่า แล้วรีบให้สวีลี่เหนียงอธิบายสถานการณ์ ยัยพวกบ๊องกลุ่มนั้นจึงยอมสงบลง
สวีลี่เหนียง: “มารดาของข้าคือฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ต้าเหยี่ยน ตัวข้าเป็นธิดาเอก… หลังจากมารดาสวรรคตก็ได้ขึ้นครองราชย์ ภายหลังยังได้อภิเษกกับธิดาคนโตของตระกูลหลิ่วซึ่งเป็นตระกูลใหญ่
เดิมทีทุกอย่างก็ราบรื่นดี แต่ในวันหนึ่ง… สถานการณ์ก็พลันเปลี่ยนไป ฮองเฮาราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใช้อุบายเล่ห์เหลี่ยมสารพัด วิธีการอันเหี้ยมโหดนับไม่ถ้วน วางแผนสังหารข้าจนตาย ทั้งยังแย่งชิงราชบัลลังก์ของข้าไป หลังจากนั้นข้าก็ได้เกิดใหม่อีกครั้ง ย้อนกลับมายังช่วงก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น”
“ข้าพยายามต่อต้านแล้ว แต่ก็ยังคงจมอยู่ในโคลนตม ดังนั้นจึงได้อยากขอให้ฉู่ลู่เจ้าช่วย”
ฉู่ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องการเกิดใหม่ เขาไม่ประหลาดใจกับเรื่องพรรค์นี้แล้ว
ก็นางเอกนิยายแนวผู้หญิงน่ะ… ในสิบก็มีแปดเรื่องที่ได้เกิดใหม่
แต่ดูเหมือนว่าปัญหาของสวีลี่เหนียงจะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ในราชสำนัก ซึ่งของแบบนี้เขาไม่ถนัดเสียด้วย
สิ่งที่เขาเคยสัมผัสมาบ้าง… ที่พอจะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ในราชสำนัก ก็มีเพียง «เรื่องเล่าราชวงศ์หมิง» กับ «สามก๊ก» เท่านั้น
แน่นอนว่าเขาเรียนรู้ได้ แต่ปัญหาคือดูเหมือนสถานการณ์ของสวีลี่เหนียงจะเร่งด่วนมาก ไม่แน่ว่าจะเรียนทันหรือไม่ ถ้าจะใช้วิธีสังหารหมู่ล้างบาง ฝั่งตรงข้ามก็เป็นโลกธรรมดา ตัวเขาข้ามไปแล้วจะยังใช้คาถาอาคมได้หรือไม่ก็ยังไม่แน่ชัด
แต่สวีลี่เหนียงฟังดูก็รันทดขนาดนั้น… จะปฏิเสธไปตรงๆ ก็คงใจดำเกินไป
ฉู่ลู่: “เอ่อ... เจ้าพอจะอธิบายก่อนได้หรือไม่ว่าฮองเฮาใช้แผนการใดสังหารเจ้า?”
ฉู่ลู่ครุ่นคิดว่าลองฟังสถานการณ์ดูก่อน หากกลอุบายของอีกฝ่ายสูงส่งเกินไป ก็คงได้แต่จนปัญญา
สวีลี่เหนียง: “ได้”
สวีลี่เหนียง: “ฮองเฮาลงมือกับผิงเฟยที่ข้ารักที่สุดก่อน นางถือกระด้งบุกเข้าไปในตำหนักของผิงเฟยที่กำลังตั้งครรภ์ เอากระด้งยัดเข้าไปในเสื้อผ้าของผิงเฟย จากนั้นก็ใส่ร้ายนางว่าใช้กระด้งแสร้งทำเป็นตั้งครรภ์ คิดจะอาศัยเรื่องนี้สังหารนาง”
ฉู่ลู่ที่เดิมทีมีสีหน้าเคร่งขรึมถึงกับนิ่งงัน
“เอ๊ะ?”
ฉู่ลู่: “เอ่อ... นี่มันไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะ?”
สวีลี่เหนียง: “ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ ฮองเฮาตอนนั้นทั้งเหี้ยมโหดทั้งร้ายกาจ กลอุบายก็สูงส่งยิ่งนัก ผิงเฟยบอกว่าตนเองไม่ได้แสร้งตั้งครรภ์ นางก็พูดว่า ‘เช่นนั้นเจ้าก็คงคลอดกระด้งออกมาล่ะสิ เจ้าเป็นปีศาจกระด้ง! สมควรเผา!’
ผิงเฟยจำต้องบอกว่าตนเองไม่ได้เป็น ดังนั้นฮองเฮาก็พูดว่า ‘เช่นนั้นก็คือแสร้งตั้งครรภ์ เป็นโทษหลอกลวงเบื้องสูง สมควรประหาร!’ ผิงเฟยที่น่าสงสารของข้า ไม่มีหนทางสู้เลย”
ฉู่ลู่: “...”
และในขณะที่ฉู่ลู่กำลังอึ้งจนพูดไม่ออก ยัยพวกบ๊องกลุ่มนั้นก็พากันอุทานอย่างตื่นตะลึง
ฮวาหงเหลียน: “ช่างเป็นกลอุบายที่ชั่วร้ายนัก!”
ลั่วชิงเตี๋ย: “ปิดทางทั้งขึ้นทั้งล่อง ช่างสูงส่งนัก!”
จู้ซานหลิน: “สตรีผู้นี้มีจิตใจล้ำลึกยิ่ง มองไปทั่วทั้งแผ่นดิน ก็นับเป็นตัวตนที่หาได้ยากยิ่ง!”
หลิวหรูเยว่: “น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!”
สวีลี่เหนียง: “ใช่ไหมล่ะ?”
ฉู่ลู่: “...”
ฉู่ลู่: “เอ่อ... พวกเจ้ารอสักครู่ ข้าไปเดี๋ยวก็กลับมา”
จากนั้นเขาก็ปิดกลุ่มแชท เดินไปยังสถานที่เงียบสงบไร้ผู้คน แล้วเงยหน้าขึ้นตะโกนลั่น
“นิยายน้ำเน่าของพวกเจ้าเนี่ย...! มัน! บ้า! ไปแล้วโว้ย!!!!”