- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะลูกสาววัยสามขวบ
- บทที่ 6: ถังเหรินดังเปรี้ยงปร้างในโลกออนไลน์และสถานีตำรวจเพราะขายหมั่นโถว
บทที่ 6: ถังเหรินดังเปรี้ยงปร้างในโลกออนไลน์และสถานีตำรวจเพราะขายหมั่นโถว
บทที่ 6: ถังเหรินดังเปรี้ยงปร้างในโลกออนไลน์และสถานีตำรวจเพราะขายหมั่นโถว
บทที่ 6: ถังเหรินดังเปรี้ยงปร้างในโลกออนไลน์และสถานีตำรวจเพราะขายหมั่นโถว
"ช็อก! พ่อเลี้ยงเดี่ยวพาลูกสาวขายหมั่นโถว โดนรปภ. ตลาดรุมยำ!"
โลกอินเทอร์เน็ตไม่เคยขาดแคลนเรื่องดราม่าและหัวข้อข่าวเรียกแขก
ถึงแม้ถังเหรินจะถูกผลักล้มลง แต่เอาจริงๆ เขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรมากมาย
ทว่าเมื่อเรื่องนี้ถูกแฉลงบนโลกออนไลน์ ธรรมชาติของเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เรื่องราวลุกลามใหญ่โตเกินกว่าที่ทั้งรปภ. ตลาดและถังเหรินคาดคิดไว้มาก
ลูกค้าที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ยิ่งเดือดดาลเมื่อเห็นรปภ. ทำร้ายร่างกายคน ต่างพากันรุมด่าทอรปภ. ตลาด และบางคนถึงขั้นโทรแจ้งตำรวจ
ประจวบเหมาะกับที่มีรถสายตรวจขับผ่านมาพอดี!
หลังจากสอบถามสถานการณ์ ตำรวจก็คุมตัวถังเหรินผู้เสียหายและรปภ. ตลาดผู้ก่อเหตุไปโรงพักทันที พร้อมกับลูกค้าที่เห็นเหตุการณ์อีกคน
ในห้องไกล่เกลี่ย หลินจื่อเหยียนกำลังตั้งใจฟังถังเหรินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เธอยืนตัวตรงสูงโปร่ง 168 เซนติเมตร รูปร่างสมส่วนในชุดเครื่องแบบตำรวจยิ่งขับเน้นความสง่างามน่าเกรงขาม
ผมหางม้าที่มัดรวบตึงแกว่งไกวเบาๆ ตามจังหวะการเคลื่อนไหว เส้นผมดำขลับเงางามสะท้อนบุคลิกทะมัดทะแมง
ใบหน้าจิ้มลิ้ม หุ่นดีจนน่าอิจฉา แถมเวลายิ้มยังมีลักยิ้มบุ๋มที่แก้มสองข้าง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอคือดาวประดับโรงพักอย่างแน่นอน
หลังจากได้รับพรจากระบบ ถังเหรินเองก็เริ่มปรับตัวได้
หรือนี่จะเป็นออร่าพระเอกเริ่มทำงานแล้ว
ในทุกช่วงของเรื่องราว มักจะต้องมีนางเอกสวยๆ โผล่มาเสมอ
ถ้าเขาเป็นตัวร้าย อีกฝ่ายก็คงเป็นนางเอกที่เขาต้องไปแย่งชิงค่าโชคชะตามานั่นแหละ!
จึ๊ๆๆ
สุดยอดไปเลยแฮะ!
หลินจื่อเหยียนอายุยี่สิบสามปี เพิ่งเข้ามาทำงานเป็นตำรวจได้ปีเดียว
หลังจากฟังคำให้การของถังเหริน ประกอบกับภาพจากกล้องวงจรปิด SkyNet และคลิปวิดีโอจากมือถือของลูกค้า ก็พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ถังเหรินพูดเป็นความจริง
(ผู้แปล: แบรนด์ต่างๆ เว็บต่างๆ แอพต่างๆผู้แปลขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษนะครับเนื่องจากลองใช้ภาษาไทยแล้วมันแปลก แจ้งไว้ก่อนเพื่อป้องกันการถูกรายงานครับ)
รปภ. ตลาดที่ลงมือทำร้ายร่างกายถูกคุมขังข้อหาทำร้ายร่างกาย
ส่วนถังเหรินและลูกค้าผู้บริสุทธิ์ถูกปล่อยตัวทันทีโดยไม่มีความผิด
"พี่สาวคนสวยคะ!"
"นี่คือหมั่นโถวสตรอว์เบอร์รีลูกอมแอลเพนที่ป๊ะป๋าหนูทำเอง อร่อยมากเลยค่ะ! หนูให้พี่สาวนะคะ!"
ตอนที่กำลังจะออกจากโรงพัก ถังจื่อซานพูดเจื้อยแจ้ว หยิบหมั่นโถวขึ้นมาลูกหนึ่งยื่นให้หลินจื่อเหยียน
"ขอบคุณนะจ๊ะ ลูกสาวของคุณถังเหรินกับหลินจื่อเหยียน หนูเป็นเด็กดีมากเลย!"
ตอนสอบปากคำ หลังจากได้รู้เรื่องราวชีวิตคร่าวๆ ของถังเหริน หลินจื่อเหยียนก็รู้สึกเห็นใจเขาอย่างสุดซึ้ง
ยิ่งเห็นถังเหรินมากับลูกสาวตัวน้อยที่ไร้เดียงสาและน่ารัก เธอก็ยิ่งรู้สึกสงสารจับใจ
ผู้ชายที่ถูกภรรยาทิ้ง เหลือแต่ตัวกับลูก ไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง จนต้องอาศัยนอนในรถ
สถานการณ์แบบนี้ย่อมปลุกสัญชาตญาณความเป็นแม่ในใจผู้หญิงขี้สงสารทุกคน
ถึงแม้ถังเหรินจะไม่ต้องการความสงสารหรือความเห็นใจจากใคร แต่โลกนี้ก็ยังมีคนใจดีมีเมตตาอยู่มากมายจริงๆ
ขณะที่หลินจื่อเหยียนเดินมาส่งถังเหรินที่หน้าโรงพัก เธอเตือนเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "คุณถังคะ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทางผู้บริหารตลาดสดไป๋ซาต้องเพ่งเล็งคุณแน่ๆ เผลอๆ อาจจะหาเรื่องแก้แค้นเอาได้"
"แต่ไม่ต้องกังวลมากนะคะ รถคุณไม่ได้จอดในเขตตลาด พวกเขาไม่มีสิทธิ์ปรับคุณค่ะ!"
"ทางที่ดีอย่าไปตั้งแผงที่ตลาดสดไป๋ซาอีกเลยนะคะ หรือถ้าจำเป็นต้องไปจริงๆ ก็ตั้งขายริมถนน อย่าเข้าไปในเขตตลาดเด็ดขาด"
"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ให้รีบโทรแจ้งตำรวจทันที ตลาดสดไป๋ซาอยู่ในเขตความรับผิดชอบของเราค่ะ"
"ขอบคุณมากครับคุณตำรวจหลิน!" ถังเหรินมองหลินจื่อเหยียนด้วยความซาบซึ้งใจ เขารีบไปหยิบหมั่นโถวมาสามถุงจากในรถ แล้วพูดอย่างจริงใจว่า "คุณตำรวจหลิน ขอบคุณพวกคุณทุกคนมากครับ เรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของผมที่สร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณ"
"หมั่นโถวพวกนี้ผมทำเองครับ รับไปลองทานดูนะครับ"
หลินจื่อเหยียนรีบปฏิเสธทันที "คุณถังคะ ตำรวจเรารับของจากประชาชนไม่ได้ค่ะ ผิดกฎ"
"ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรหรอกครับ แค่สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากผม!" ถังเหรินพูดยัดใส่มือ แล้วรีบอุ้มถังจื่อซานขึ้นรถทันที
หลินจื่อเหยียนตะโกนตามหลัง "งั้นฉันจ่ายเงินให้ก็ได้ค่ะ ฉันทำผิดกฎไม่ได้จริงๆ"
"คุณตำรวจหลิน ถ้าอร่อย คราวหน้าค่อยจ่ายก็ได้ครับ ลูกสาว บอกลาพี่สาวเร็วลูก" พูดจบ ถังเหรินก็สตาร์ทรถ
ถังจื่อซานโบกมือให้หลินจื่อเหยียนผ่านกระจกรถ "บ๊ายบายค่ะ พี่สาวตำรวจคนสวย!"
หลินจื่อเหยียนยิ้มรับด้วยความเอ็นดูสองพ่อลูกคู่นี้ แต่พอเห็นรถของถังเหรินที่อัดแน่นไปด้วยสัมภาระ เธอก็อดรู้สึกจุกในอกไม่ได้
พอกลับเข้ามาในโรงพัก มองดูหมั่นโถวสามถุงที่ถังเหรินทิ้งไว้ หลินจื่อเหยียนก็ได้แต่ส่ายหน้า
ตำรวจในโรงพักงานยุ่งตลอดเวลา ก็เหมือนกับพวกคนขับรถบรรทุกนั่นแหละ กินข้าวไม่เป็นเวลา โรคกระเพาะถามหาไปตามๆ กัน
ปกติเวลากินพวกแป้งๆ อย่างซาลาเปาหรือหมั่นโถว กินมากๆ ก็เหมือนเคี้ยวเทียนไข จืดชืดไร้รสชาติ
ดังนั้น ตอนที่ถังเหรินวางหมั่นโถวไว้บนโต๊ะ ตำรวจคนอื่นก็แค่ยิ้มรับตามมารยาท ไม่มีใครคิดจะหยิบมากินสักคน
หลินจื่อเหยียนเองก็กินมื้อเช้ามาก่อนเข้าเวรแล้ว เลยยังไม่หิวเท่าไหร่
"มีหมั่นโถวอยู่สามถุง ใครยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาหยิบไปกินได้นะ" หลินจื่อเหยียนวางหมั่นโถวไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนมาหยิบกิน
"อ้าว หมั่นโถวเหรอ ของโปรดผมเลย"
จังหวะนั้น รองสารวัตรจ้าวอี้ที่เพิ่งกลับจากออกตรวจพื้นที่ข้างนอกยังไม่ได้กินข้าวเช้า พอเห็นหมั่นโถวก็คว้ามาลูกหนึ่งแล้วกัดเข้าปาก!
แค่คำแรกคำเดียว ตาของจ้าวอี้ก็เบิกโพลง สีหน้าที่ตอนแรกดูเฉยเมยเปลี่ยนเป็นตกตะลึงสุดขีด เขาตะโกนทั้งที่ของกินยังเต็มปาก "เสี่ยวหลิน ไปซื้อหมั่นโถวพวกนี้มาจากไหนเนี่ย? อร่อยโคตรๆ!"
พูดไปก็กัดคำโตเข้าไปอีกคำ
"รองฯ จ้าว ถึงรองฯ จะชอบกินหมั่นโถวแค่ไหน ก็ไม่ต้องอวยเวอร์ขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ!" ตำรวจนายหนึ่งแซว
"นั่นสิครับ หมั่นโถวมันจะอร่อยได้สักแค่ไหนกันเชียว?" ตำรวจอีกนายเสริม
"ไม่..." จ้าวอี้พูดทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆ "มันอร่อยจริงๆ นะ รสสตรอว์เบอร์รี ไข่ แล้วก็นม... แถมยังมีรสลูกอมนั่นด้วย... ที่มาจากภูเขาทางยุโรปน่ะ..."
"แอลเพน!" หลินจื่อเหยียนโพล่งออกมา
"ใช่ๆๆ รสเหมือนลูกอมแอลเพนเปี๊ยบ! อร่อยชะมัด!" จ้าวอี้กินหมดลูกแล้วก็คว้าอีกลูกทันที!
เห็นแบบนั้น ตำรวจคนอื่นก็เริ่มมองด้วยความสงสัย
คงไม่มั้ง?
แป๊บเดียว จ้าวอี้ฟาดไปสามลูกรวด
คราวนี้ทุกคนเริ่มสนใจปฏิกิริยาของจ้าวอี้แล้ว ดูท่าทางแกไม่ได้แกล้งทำ เลยมีคนอดใจไม่ไหวลองหยิบมาชิมบ้าง
พอได้ชิมเท่านั้นแหละ ผลลัพธ์ก็น่าทึ่ง โรงพักแทบแตกไปด้วยเสียงชื่นชม
หมั่นโถวเนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นข้าวสาลี รสหวานละมุนเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนกินหยุดไม่ได้แม้แต่คำเดียว
แถมทุกคนที่ได้กิน ต่างรู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสความทรงจำอันแสนวิเศษในวัยเด็ก
"อร่อยมาก!"
"คุณพระ! ทำไมรสชาติเหมือนแม่ทำให้กินเลย..."
"สุดยอดไปเลย!"
...ในเวลาไม่นาน หมั่นโถวที่ถังเหรินให้มาก็ถูกตำรวจทั้งโรงพักฟาดเรียบวุธ
หลินจื่อเหยียนยืนมองตาปริบๆ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว หมั่นโถวก็เกลี้ยงถุงไปแล้ว
แต่พอได้ยินเสียงชมไม่ขาดปากของเพื่อนร่วมงาน เธอก็อดสงสัยในรสชาติหมั่นโถวของถังเหรินไม่ได้
ระหว่างที่กำลังลิ้มรสความอร่อย ทุกคนก็รุมถามหลินจื่อเหยียน "เถ้าแก่ที่ขายหมั่นโถวนี่ตั้งแผงที่ไหน? พรุ่งนี้ฉันจะไปเหมาสักถุง!"
"ไม่ได้ๆ ฉันก็จะซื้อเหมือนกัน เอาสองถุงเลย"
"เลิกงานแล้วฉันจะไปซื้อ!"
หลินจื่อเหยียนตอบว่า "วันนี้เขาเพิ่งขายวันแรกค่ะ ขายอยู่หน้าตลาดสดไป๋ซานั่นแหละ"
"แต่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันว่าเขาคงไม่ไปตั้งแผงที่นั่นอีกแล้วล่ะค่ะ!"
หลินจื่อเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ในมือเธอกำลังเปิดดูคลิปสั้นในโต่วอิน (TikTok จีน)
นี่เป็นหนึ่งในหลักฐานที่ลูกค้าซึ่งมาให้ปากคำมอบให้ เพื่อยืนยันว่าถังเหรินไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน
"ช็อก! พ่อเลี้ยงเดี่ยวพาลูกสาวขายหมั่นโถว โดนรปภ. ตลาดรุมยำ!"
"ตีสี่ ท่ามกลางลมหนาว พ่อเลี้ยงเดี่ยวพาลูกสาวขายหมั่นโถวที่ตลาด!"
เธอเห็นภาพถังเหรินยืนเรียกลูกค้าในคลิป ขณะที่ถังจื่อซานลูกสาวตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถ!
ต่อมา พอยามออกมาไล่ ถังเหรินถูกผลักล้มลง ถังจื่อซานก็วิ่งเข้ามากอดพ่อร้องไห้จ้า "อย่าตีป๊ะป๋าหนูนะ!"
เช่นเดียวกับชาวเน็ตอีกมากมาย หลินจื่อเหยียนรู้สึกสะเทือนใจจนขอบตาแดงก่ำ
ตอนสอบปากคำเธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่ตอนนี้พอถังเหรินกับลูกสาวกลับไปแล้ว เธอก็อดร้องไห้ไม่ได้เมื่อดูคลิปนี้อีกครั้ง
แถมตอนคุยกับถังเหรินระหว่างสอบปากคำ เธอยังบังเอิญรู้มาอีกว่าเมียเก่าของเขาทิ้งเขาไปเพราะรังเกียจที่บริษัทล้มละลาย แล้วหนีไปกับเศรษฐี
พอนึกถึงตรงนี้ จินตนาการของหลินจื่อเหยียนก็ยิ่งทำให้เธอสงสารถังเหรินจับใจ
"ไม่เป็นไรหรอกน่า เสี่ยวหลิน เธอมีเบอร์เขาไม่ใช่เหรอ? ลองโทรหาเขาดูสิ"
"ใช่ๆ ให้เขามาส่งที่นี่เลยก็ได้ พวกเรารวมยอดสั่งกัน"
"ถูกๆๆ ถ้าไม่สะดวกมาเอง ก็จ้างไรเดอร์มาส่งก็ได้ เดี๋ยวพวกเราออกค่าส่งให้..."
...ในโรงพัก ทุกคนกำลังคุยกันอย่างออกรส แต่สังเกตเห็นว่าหลินจื่อเหยียนเงียบไป แถมตายังแดงๆ เหมือนร้องไห้
จ้าวอี้ชะงักไป "เสี่ยวหลิน ร้องไห้ทำไม?"
หลินจื่อเหยียนรีบปาดน้ำตา "รองฯ จ้าว หนู หนู..."
"ดูคลิปอะไรอยู่ถึงได้เศร้าขนาดนั้น? ไหนขอดูหน่อยซิ..."
จ้าวอี้เห็นหลินจื่อเหยียนจ้องมือถือไม่วางตา เลยเดินไปขอมือถือเธอมาดู
"ผู้ชายในคลิปนี้คือประชาชนที่โดนทำร้ายเพราะขายหมั่นโถวเมื่อเช้านี้ค่ะ!"
"เขาเพิ่งหย่า หมดตัว เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวอาศัยนอนในรถ แล้วต้องตื่นมาขายหมั่นโถวที่ตลาดตอนตีสามตีสี่..."
หลินจื่อเหยียนยื่นมือถือให้พลางอธิบาย
"บัดซบ! ไอ้พวกเวรตะไลที่ตลาด ใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกคนทำมาหากิน ต้องจับขังลืมสักสามวัน!" จ้าวอี้ดูคลิปจบก็ของขึ้นทันที
คนมีอายุมีลูกมีเต้า ทนเห็นเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก
ยิ่งเป็นคดีที่โรงพักตัวเองรับผิดชอบ ข้อมูลไม่มีทางมั่วแน่นอน
พอตำรวจคนอื่นได้ยินจ้าวอี้พูดแบบนั้น ก็กรูกันเข้ามามุงดูคลิปในมือถือ!
พอดูจบ ทุกคนก็เดือดดาล!
พวกเขาเป็นตำรวจ แต่ก็เป็นพ่อแม่คน หรือเป็นลูกที่มีพ่อแม่ เห็นถังเหรินกัดฟันเลี้ยงลูกคนเดียว นอนในรถ ตื่นแต่เช้ามาขายหมั่นโถวหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
แล้วยังมาโดนรปภ. อันธพาลไล่ที่ทำร้ายร่างกายอีก มันน่าโมโหจริงๆ
แถมเหตุเกิดในเขตรับผิดชอบของพวกเขาอีกต่างหาก!
แม่* ต้องจัดการไอ้พวกยามกร่างพวกนี้ให้เข็ด!
"เสี่ยวหลิน ติดต่อพี่ชายขายหมั่นโถวคนนี้เลย! ฉันขอเบิ้ลสองถุง!"
"ใช่ๆๆ ผมก็เอาสองถุง!"
"ไม่ต้องให้เขามาส่งเองหรอก จ้างไรเดอร์มาส่งก็ได้!"
"ไม่ต้องให้เขาออกค่าส่งด้วย เก็บเงินปลายทาง! เดี๋ยวเราจ่ายค่าส่งเอง"
"จัดไป!" หลินจื่อเหยียนปาดน้ำตา นึกถึงความลำบากของถังเหรินที่ต้องขายหมั่นโถว การที่ทุกคนในโรงพักช่วยกันอุดหนุนก็ถือเป็นการช่วยเขาอีกทางหนึ่ง!
ถังเหรินไม่คาดคิดเลยว่า หมั่นโถวของเขาจะกลายเป็น "ของดีเมือง" ประจำโรงพักไปซะอย่างนั้น
จบบท