เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 นังแพศยา

บทที่ 24 นังแพศยา

บทที่ 24 นังแพศยา


บทที่ 24 นังแพศยา

ผู้อาวุโสหลายท่านที่มีท่วงท่าดุจเทพเซียน ค่อยๆ เหาะเหินเดินอากาศลงมาจากฟากฟ้า

ผู้อาวุโสที่เป็นผู้นำมีใบหน้าใจดี สวมเสื้อคลุมพลิ้วไหว ย่างก้าวบนก้อนเมฆ กลิ่นอายไม่ธรรมดาประหนึ่งเทพยดา

บุคคลผู้นี้คือ 'เฉินเฟิง' ประธานโรงประมูลนภาสวรรค์ สาขาทวีปตงหัว

เขาเพียงแค่โบกมือ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ถาโถมเข้าใส่เย่ฝาน

"เจ้า..."

เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากยอดฝีมือระดับขอบเขตมหาเซียนขั้นสูงสุด ขาของเย่ฝานที่แม้จะไม่ยินยอมพร้อมใจก็ต้องงอพับลงจนเข่ากระแทกพื้น

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่อาจต้านทานแรงกดดันที่คุกคามเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้

"พลังบ่มเพาะแข็งแกร่งมาก น้าลั่วช่วยข้าด้วย" เย่ฝานพึมพำร้องเรียกในใจ

แต่เขากลับไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ

กร๊อบ~

แผ่นหินใต้เข่าของเย่ฝานแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ร่างกายของเขาถูกแรงกดดันมหาศาลกดจนแนบชิดติดกับพื้น เลือดสดๆ ค่อยๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก

กล่าวได้ว่า ความอวดดีของเขาก่อนหน้านี้เป็นที่น่าสะใจเพียงใด สภาพของเขาในตอนนี้ก็น่าสมเพชเพียงนั้น

เมื่อเห็นเช่นนี้ ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างพากันยืนมองด้วยความสะใจ บางคนถึงกับเยาะเย้ยถากถางออกมาซึ่งหน้า

"จุ๊ๆ... ไอ้หนูนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินวันนี้หรอก"

"น่าเสียดาย 'นัยน์ตาคู่' นั่นจริงๆ"

"นี่แหละที่เรียกว่า 'สวรรค์ลงโทษยังพอให้อภัย แต่ทำตัวเองให้พินาศนั้นไม่อาจอยู่รอด' ใครใช้ให้มันไม่เจียมกะลาหัวไปยั่วยุคนที่มิควรตอแยเล่า? สมน้ำหน้าแล้ว"

เย่ฝานกัดฟันแน่น พยายามต้านทานแรงกดดันที่เฉินเฟิงปลดปล่อยออกมาอย่างสุดความสามารถ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยอมจำนน

"อั่ก~"

เลือดคำโตพุ่งออกจากปาก ใบหน้าของเย่ฝานซีดเผือดลงอีก ลมหายใจเริ่มร่อแร่

"ท่านประธานเฉิน โปรดเมตตาด้วย..."

เมื่อเห็นสภาพของเย่ฝาน เซียวรั่วอวี่ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที นางทนดูไม่ได้จึงรีบพุ่งเข้าไปห้ามปราม

นางกับเย่ฝานถือเป็นสหายกัน นางไม่อาจทนดูเย่ฝานตายต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ได้

เมื่อเห็นดังนั้น เฉินเฟิงขมวดคิ้ว ปรายตามองเซียวรั่วอวี่อย่างเย็นชา แล้วจำสถานะของนางได้ทันที ด้วยเกรงว่าจะพลาดพลั้งทำร้ายนาง เขาจึงเก็บแรงกดดันที่ปลดปล่อยใส่เย่ฝานกลับคืนมา

เซียวรั่วอวี่เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเซียว ตระกูลเซียวเป็นตระกูลใหญ่อันดับสองในทวีปตงหัว เขาจึงต้องไว้หน้านางอยู่บ้าง

เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวรั่วอวี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดเย่ฝานก็รอดตายแล้ว

นางยื่นมือเข้าไปช่วยพยุงเขาขึ้นมา

เย่ฝานเช็ดเลือดที่มุมปาก ใบหน้ายังคงซีดเซียว เขาฝืนยิ้มให้เซียวรั่วอวี่แล้วกล่าวว่า "เซียวรั่วอวี่... ขอบคุณเจ้ามาก"

"ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก"

เซียวรั่วอวี่ส่ายหน้าพร้อมยิ้มขื่นๆ

ในขณะนั้น เฉินเฟิงเดินเข้ามาพร้อมกับคนของเขา มองเย่ฝานด้วยสายตาเย็นชา "เจ้าหนู เจ้าทำร้ายคนของโรงประมูลนภาสวรรค์ เจ้ามีกี่ชีวิตให้ข้าสังหารกันเชียว? ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียจริง!"

"หึ! คิดว่ามี 'นัยน์ตาคู่' แล้วจะมาวางก้ามในโรงประมูลนภาสวรรค์ของข้าได้หรือไง?"

เขาแค่นเสียงเย็นชา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความโกรธก็ปะทุขึ้นในใจของเย่ฝาน แต่เขารู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย จึงได้แต่อดทนไว้ก่อน

"ข้าไม่ได้จะก่อเรื่อง เขาจงใจกลั่นแกล้งข้าไม่ให้ข้าเข้าไปต่างหาก!"

เขาชี้ไปที่หัวหน้ายามที่นอนกองอยู่กับพื้น แล้วกล่าวอย่างเดือดดาล

เมื่อได้ยินข้อกล่าวหา ยามคนหนึ่งจึงโค้งคำนับเฉินเฟิงแล้วรายงานว่า "ท่านประธาน ไอ้หนูนี่บอกว่ากฎใหม่ของพวกเราไม่ควรมีอยู่ขอรับ"

"หึหึ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินเฟิงปรายตามองเย่ฝานอย่างเฉยชาและแค่นหัวเราะเยาะ "ไม่ควรมีอยู่งั้นรึ? เจ้าเป็นตัวอะไร? ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คนนอกอย่างเจ้ามีสิทธิ์มากำหนดกฎเกณฑ์ของโรงประมูลนภาสวรรค์ข้า?"

"เจ้าคิดว่าโรงประมูลของเราเป็นที่แบบไหน? เป็นที่ที่ยาจกอย่างเจ้าจะมาอาละวาดได้งั้นรึ? ถ้าไม่เห็นแก่งานประมูลในวันนี้ที่ไม่ควรมีการหลั่งเลือด เจ้าคงตายไปเป็นหมื่นครั้งแล้ว"

กล่าวจบ เฉินเฟิงก็หันไปสั่งเหล่าทหารยามว่า "จัดการตามกฎต่อไป พวกจนตรอกไม่มีเงิน ก็ไล่มันไปให้ไกลหูไกลตาข้า..."

"ขอรับ!"

เหล่าทหารยามขานรับพร้อมเพรียงกัน

"ไปกันเถอะ!"

หลังจากมองเย่ฝานด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม เฉินเฟิงก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปพร้อมกับผู้อาวุโสอีกหลายคน

เมื่อเห็นเส้นสายแห่งเต๋าที่รายล้อมรอบตัวคนเหล่านั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตมหาเซียนขั้นปลาย จึงอดไม่ได้ที่จะทึ่งในความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามของโรงประมูลนภาสวรรค์

เห็นดังนั้น เย่ฝานก็กัดริมฝีปากแน่น รู้สึกคับแค้นใจอย่างที่สุด

"ไอ้สารเลว เจ้าจะตายคนเดียวก็ช่างหัวเจ้าเถอะ แต่นี่เจ้าเกือบทำพี่รั่วอวี่ตายไปด้วย"

เมื่อเห็นเฉินเฟิงและคนอื่นๆ จากไปแล้ว เซี่ยชิงเสวี่ยก็รีบพุ่งเข้ามาเงื้อมือจะตบเย่ฝาน

แต่ก่อนที่ฝ่ามือจะกระทบหน้า นางก็ถูกเซียวรั่วอวี่ห้ามไว้ "ชิงเสวี่ย อย่าเสียมารยาท"

"พี่รั่วอวี่ เขาเกือบทำให้ท่านบาดเจ็บ ทำไมท่านยังต้องห้ามข้าอีก?" เซี่ยชิงเสวี่ยกล่าวด้วยความโมโห

เซียวรั่วอวี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "เรื่องนี้จะโทษคุณชายเย่ไม่ได้หรอก"

"จะไม่ใช่ความผิดของเขาได้อย่างไร? เขาไม่มีหินวิญญาณด้วยซ้ำ แต่ดันสะเออะอยากมาร่วมสนุก พอยามไม่ให้เข้า เขาก็ยังไปทำร้ายคนเจ็บอีก" เซี่ยชิงเสวี่ยบ่นอุบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

เมื่อรู้สึกว่าเซียวรั่วอวี่ออกตัวปกป้องเย่ฝานอย่างออกนอกหน้า ในใจนางก็ยิ่งรู้สึกเกลียดชังเย่ฝานเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ

นางสาบานกับตัวเองว่าจะต้องทำให้สองคนนี้แตกหักกันให้ได้ ยิ่งกลายเป็นศัตรูกันไปเลยยิ่งดี

ในขณะที่สองสาวกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น เย่ฝานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จู่ๆ ก็คำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น

"บัดซบ ต้องมีคนวางแผนเล่นงานข้าแน่ๆ"

เห็นได้ชัดว่าเขากำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย ในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังอันรุนแรง

เริ่มจากถูกยามขวางทาง ยั่วยุจนเขาต้องลงมือ แล้วประธานโรงประมูลนภาสวรรค์ก็นำคนออกมาสั่งสอนเขาต่อหน้าธารกำนัล

เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ต้องเป็นกับดักที่ใครบางคนวางไว้แน่

"มันเป็นใครกันแน่? ช่างกล้ามาเป็นศัตรูกับข้าเย่ฝาน?"

"ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร คอยดูเถอะ สักวันข้าจะหาตัวเจ้าให้เจอแล้วล้างแค้นให้สาสม!"

พูดจบ เย่ฝานก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

"ไอ้ขี้ขลาด ถ้าไม่มีปัญญา ก็ได้แต่บ่นพร่ำเพรื่อโทษฟ้าโทษฝนอยู่นั่นแหละ..."

เซี่ยชิงเสวี่ยกอดอก มองเย่ฝานด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม แล้วกล่าวเหน็บแนมว่า "เจ้าคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสนักหรือไงที่มี 'นัยน์ตาคู่' น่ะ?"

"ทั้งทวีปเทียนเสวียนต้องหมุนรอบตัวเจ้าหรือไง? ที่นี่คือโรงประมูลนภาสวรรค์ ขุมกำลังเบื้องหลังยิ่งใหญ่จนเจ้าต้องแหงนมองไปชั่วชีวิต เจ้าเป็นตัวอะไร? วางแผนเล่นงานเจ้างั้นรึ..."

เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยชิงเสวี่ย เซียวรั่วอวี่ก็ขมวดคิ้วทันที นางเองก็รู้สึกว่าเย่ฝานระแวงจนเกินเหตุ ต่อหน้าโรงประมูลนภาสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ไพศาล เย่ฝานตัวเล็กจ้อยคนหนึ่งย่อมไม่มีค่าในสายตาพวกเขา

แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ว่างพอที่จะมาเล่นตลกไร้สาระแบบนี้กับเขา

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงมองไปที่เย่ฝานแล้วกล่าวปลอบใจว่า "คุณชายเย่ อย่าคิดมากไปเลย ชิงเสวี่ยแคปากไว นางไม่ได้มีเจตนาร้าย ข้าเองก็คิดว่าท่านคิดมากไปเอง"

ทันใดนั้นเอง สายตาของเย่ฝานก็ถูกดึงดูดด้วยร่างของชายหญิงคู่หนึ่ง

ฝ่ายชายรูปงามสง่า สวมชุดคลุมสีดำ ดูองอาจผึ่งผาย ฝ่ายหญิงก็งดงามหยาดเยิ้ม

ทั้งสองเดินจูงมือกันอย่างสนิทสนม ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและความหวานชื่น

ภาพนี้บาดตาเย่ฝานอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดความริษยาอย่างรุนแรงในจิตใจ

โดยเฉพาะ 'มือปลาหมึก' ของฝ่ายชายที่วางแหมะอยู่บนบั้นท้ายงอนงามของฝ่ายหญิง เขาอยากจะพุ่งเข้าไปสับมือข้างนั้นทิ้งเสียเหลือเกิน

เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงไม่ถือสาหาความแต่อย่างใด แถมยังทำท่าทางเป็นนกน้อยในกรงทองที่เชื่องเชื่อ เย่ฝานก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น ความโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นในอก "นังแพศยา!"

จบบทที่ บทที่ 24 นังแพศยา

คัดลอกลิงก์แล้ว