- หน้าแรก
- ตัวร้ายไร้พ่าย เริ่มต้นก็บังคับอาจารย์พระเอกมาเป็นฮูหยิน
- บทที่ 23 เย่ฝานบุกหอประมูล
บทที่ 23 เย่ฝานบุกหอประมูล
บทที่ 23 เย่ฝานบุกหอประมูล
บทที่ 23 เย่ฝานบุกหอประมูล
เขาผู้เป็นถึงบุตรแห่งโชคชะตาผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน
"ข้าบอกแล้วไง ไม่ว่าเจ้าจะพิสูจน์ว่ามีทรัพย์สินเกินสิบล้านหินวิญญาณระดับสูง หรือเจ้าเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตมหาปราชญ์น้อยขึ้นไป ถึงจะเข้าไปได้"
สีหน้าของยามเฝ้าประตูเย็นชา ไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อยต่อท่าทีแข็งกร้าวของเย่ฝาน
"สิบล้านหินวิญญาณระดับสูง?"
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย "ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน? แค่มางานประมูล ทำไมต้องมีกฎเกณฑ์เช่นนี้ด้วย?"
เขามีหินวิญญาณระดับสูงติดตัวอยู่แค่หนึ่งล้านก้อน ซึ่งห่างไกลจากจำนวนสิบล้านก้อนอยู่มากโข
"ฮ่าฮ่าฮ่า ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุง ไม่เคยเห็นโลกกว้าง"
ยามเฝ้าประตูแค่นหัวเราะเยาะ "คนอย่างเจ้าเนี่ยนะอยากจะเข้าร่วมงานประมูลของเรา? เจ้าไม่มีปัญญาซื้ออะไรหรอก ท่านประธานช่างปราดเปรื่องยิ่งนักที่ตั้งกฎนี้ขึ้นมา"
"ไม่อย่างนั้น ถ้าปล่อยให้พวกไก่กาอาราเล่ที่ไหนก็ได้เข้ามาในหอประมูลนภาสวรรค์ มันจะไม่วุ่นวายตายชักหรือ?"
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"เจ้าว่าใครเป็นพวกไก่กาอาราเล่?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความโกรธของเย่ฝานก็พุ่งพล่าน ดวงตาของเขาราวกับจะพ่นไฟออกมา
เขาไม่เคยรู้สึกว่ามีใครกล้าดูหมิ่นเขาเช่นนี้มาก่อน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสุนัขเฝ้าบ้านไม่กี่ตัวพวกนี้
"ก็พูดถึงเจ้าอยู่นั่นแหละ ข้าพูดอะไรผิดหรือไง? ยาจกอย่างเจ้ามีคุณสมบัติอะไรจะเข้ามาในหอประมูลนภาสวรรค์ของเรา?"
เมื่อเห็นสีหน้าโกรธจัดของเย่ฝาน ยามเฝ้าประตูก็ยิ่งได้ใจ "รีบไสหัวไปซะ อย่ามาขวางทางแขกท่านอื่น"
ในขณะที่เย่ฝานกำลังจะโต้เถียงต่อ เขาก็ถูกผลักจากด้านหลัง
"หลีกไป เจ้าหนูสกปรกนี่มาจากไหน มายืนขวางทางนายน้อยผู้นี้อยู่ได้"
กลิ่นเหล้าคลุ้งฉุนจมูก เย่ฝานขมวดคิ้วหันกลับไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าอวบอ้วนเต็มไปด้วยเนื้อ ท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง
"เจ้า..."
เย่ฝานกำลังจะระเบิดอารมณ์ แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มคนนั้นเดินวางก้ามเข้าไปด้านในโดยไม่ถูกตรวจค้น เขาก็รีบพูดด้วยความไม่พอใจทันที "เจ้าอ้วนนั่น ทำไมถึงไม่ต้องตรวจสอบ? พวกเจ้าปล่อยเขาเข้าไปได้ยังไง?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยามเฝ้าประตูก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที "ที่ว่าเจ้าเป็นคนบ้านนอกนี่ไม่ผิดเลยจริงๆ"
"นายน้อยหลิวคือคุณชายใหญ่ตระกูลหลิวแห่งทวีปตงหัว ตระกูลของเขามียอดฝีมือระดับขอบเขตมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่พำนักอยู่ รากฐานลึกซึ้ง ทรัพย์สินมีค่ามากกว่าร้อยล้าน ยาจกอย่างเจ้าจะไปเทียบอะไรได้?"
หลิวกงหมิงรู้สึกหงุดหงิดทันทีที่ได้ยินเย่ฝานเรียกเขาว่าเจ้าอ้วน เขาหันกลับมาจ้องเขม็งใส่เย่ฝาน แล้วแค่นเสียงเย็นชา "ไอ้หนู เจ้ากล้าด่าข้าเรอะ? เชื่อไหมว่าข้าจะสั่งคนมาทำให้เจ้าพิการ"
เขาทำหน้าหยิ่งยโส ไม่เห็นเย่ฝานอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
แม้รากฐานตระกูลหลิวของเขาจะเทียบไม่ได้กับตระกูลใหญ่ระดับแนวหน้าในทวีปตงหัว แต่ก็จัดอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง แล้วจะถึงคราวที่คนบ้านนอกจะมากร่างต่อหน้าเขาได้อย่างไร?
ความวุ่นวายตรงนี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างทันที พวกเขามองมาที่เย่ฝานด้วยสายตาเยาะเย้ย
"เมื่อกี้นี้เห็นเจ้าหนูนี่มาพร้อมกับสองสาวงามล่มเมือง ข้านึกว่าเป็นอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ หรืออย่างแย่ก็ศิษย์เอกของสำนักไหนสักแห่ง ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแค่คนบ้านนอกที่โชคดี"
"สมัยนี้ แม้แต่ผักกาดขาวชั้นดีก็ยังโดนหมูคาบไปกิน"
"น่าเสียดายแทนสองสาวงามผู้นั้นจริงๆ ไปติดตามเจ้าหนูสกปรกนั่น สู้มาอยู่กับตาแก่อย่างข้ายังดีกว่า อย่างน้อยข้าก็เลี้ยงดูพวกนางให้อยู่ดีกินดีได้"
"ใช่แล้ว ถึงนายน้อยผู้นี้จะบำเพ็ญเพียรไม่ได้ แต่ที่บ้านมีเหมืองนะ ขอแค่มีเงิน จะจ้างองครักษ์เก่งแค่ไหนก็ได้ มาใช้ชีวิตเสพสุขกับนายน้อยผู้นี้ไม่ดีกว่ารึ?"
"พวกเจ้าพูดกันแบบนี้ นายน้อยผู้นี้ก็รู้สึกว่าตัวเองมีลุ้นเหมือนกัน ก็แค่เงินไม่ใช่หรือ? ข้าจะใช้หินวิญญาณร้อยล้านก้อนฟาดหัวให้สองสาวงามนั่นมาหลงใหลข้า..."
เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์จากคนรอบข้าง ความโกรธแค้นก็ลุกโชนในใจเย่ฝาน ประกายตาเย็นเยียบวูบวาบ
เขาได้รับปากไว้ว่าจะนำทางให้เซียวรั่วอวี่
แต่ตอนนี้เขากลับถูกยามกักตัวไว้นอกหอประมูลนภาสวรรค์ ไม่ให้เข้าไปข้างใน
นี่เป็นการดูถูกเหยียดหยามกันซึ่งหน้า ราวกับว่ามีใครบางคนจงใจวางแผนสถานการณ์นี้ไว้ล่วงหน้า รอให้เขาเดินมาติดกับ
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้เขาต้องขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล
ใครกัน?
อย่าให้พ่อรู้ตัวนะ ไม่งั้นพ่อจะฆ่าให้ตาย!
เขาคิดแค้นในใจ
"ใครที่ยังไม่อยากตาย ก็หุบปากซะ!"
เย่ฝานตะโกนลั่น กลิ่นอายสะเทือนเลื่อนลั่นระเบิดออกมาจากร่างของเขา
ผู้คนรอบข้างรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลทันที สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง คนธรรมดาที่ไร้วรยุทธ์บางคนรู้สึกหูอื้อตาลาย รีบยกมือปิดหูด้วยความตื่นตระหนก มองเขาด้วยความหวาดกลัว
เมื่อ 'เนตรทวีดารา' บนหน้าผากของเขาเบิกโพลงขึ้น ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี โลกทั้งใบดูเหมือนจะพลันมืดมิดราวกับกลางคืน
กลิ่นอายของเย่ฝานพวยพุ่งราวกับภูเขาไฟระเบิด แผ่ซ่านไปทั่วทิศทางเป็นระลอกคลื่น
ทุกคนรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยราวกับมดปลวก ได้แต่แหงนมองตัวตนที่อยู่สูงส่งเบื้องบน
ความรู้สึกนี้รุนแรงเกินไป ทำให้ทุกคนรู้สึกสิ้นหวังอย่างที่สุด
คนผู้นี้เป็นใครกันแน่?
หรือเขาจะเป็นอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานจากสำนักลึกลับในตำนานพวกนั้น?
นี่... เป็นไปได้อย่างไร?
เขาคือใครกันแน่?
ทำไมเขาถึงมีเนตรทวีดาราในตำนาน?
ชั่วขณะหนึ่ง สมองของผู้คนนับไม่ถ้วนว่างเปล่า จ้องมองเย่ฝานด้วยความรู้สึกซับซ้อนอย่างยิ่ง ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของทุกคน มุมปากของเย่ฝานยกขึ้นเล็กน้อย และเนตรทวีดาราบนหน้าผากก็ค่อยๆ ปิดลง
ปรากฏการณ์ประหลาดในบริเวณนั้นพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
เมื่อกี้นี้มันน่ากลัวจริงๆ!
แม้แต่เซียวรั่วอวี่และเซี่ยชิงเสวี่ยที่รีบตามมาเมื่อได้ยินข่าว ก็หน้าซีดเผือด หัวใจเต้นรัวแรง เห็นได้ชัดว่าตกใจมาก
ทั้งสองคนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเย่ฝานจะเผยด้านที่ทรงพลังขนาดนี้ออกมา
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เย่ฝานเดินตรงเข้าไปหาหัวหน้ายาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "ตอนนี้ข้าเข้าไปได้หรือยัง?"
แกรก~
สิ้นเสียง เย่ฝานก้าวเท้าไปข้างหน้า แผ่นหินใต้เท้าของเขาแตกละเอียดเป็นผง รอยร้าวแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง ก่อตัวเป็นรอยแยกเล็กๆ ลามไปจนถึงเท้าของหัวหน้ายาม
จิตสังหารอันเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างของเขา ทำให้ทุกคนตัวสั่นเทา
"จะ... เจ้าอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ"
หัวหน้ายามกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ที่นี่คือหอประมูลนภาสวรรค์ พวกเราทำตามคำสั่ง..."
พวกเขาเป็นเพียงยามเฝ้าประตูธรรมดา พลังฝีมืออยู่แค่ขอบเขตปารมิตาขั้นปลาย ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ฝานเลยแม้แต่น้อย
แม้เขาจะหวาดกลัวกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากเย่ฝาน แต่ด้วยหน้าที่ เขาจึงยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน ขวางทางเข้าของเย่ฝานไว้
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมให้เข้าไป เย่ฝานก็รู้สึกเสียหน้าทันที
"ไสหัวไป~"
เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว กำหมัดขวาแน่น แล้วชกเปรี้ยงเข้าใส่หัวหน้ายาม ส่งร่างของอีกฝ่ายปลิวว่อนไปไกลหลายสิบเมตร ตกลงกระแทกพื้น ลุกไม่ขึ้นอีกเลย
เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสาหัส เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บไม่น้อย
ทุกคนรอบข้างตกตะลึง ไอ้บ้านี่มาจากไหน กล้าทำร้ายคนของหอประมูลนภาสวรรค์? นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
พวกเขามองเย่ฝานราวกับกำลังมองคนตาย
กล้ามากร่างหน้าหอประมูลนภาสวรรค์ ต่อให้เป็นอัจฉริยะจากสำนักลึกลับแค่ไหน จุดจบก็มีเพียงอย่างเดียว... ความตาย!
ในขณะนั้นเอง เสียงอันทรงพลังน่าเกรงขามก็ดังก้องขึ้นเหนือหอประมูล
"เจ้าคนบ้าบิ่น บังอาจนักที่กล้ามาก่อความวุ่นวายในหอประมูลนภาสวรรค์ของข้า!"