เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19: ท้องฟ้าที่อาบชโลมด้วยโลหิต

บทที่ 19: ท้องฟ้าที่อาบชโลมด้วยโลหิต

บทที่ 19: ท้องฟ้าที่อาบชโลมด้วยโลหิต


บทที่ 19: ท้องฟ้าที่อาบชโลมด้วยโลหิต

“การกระทำของพวกเราไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ใครฟัง! ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ก็จงมาสานต่อศึกระหว่างสองภพของเราเถอะ! วันนี้คือวันตัดสินเป็นตาย!”

“ดี! วันนี้ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า เพลงกระบี่โกลาหลของข้า กับเพลงกระบี่ราชันของพวกเจ้า มันจะต่างกันสักแค่ไหน!”

เซียนที่แท้จริงนามว่าไป๋หนีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโอหังและเด็ดเดี่ยว เขาไม่เห็นคู่ต่อสู้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ถึงขั้นกล้าท้าทายเพื่อเปรียบเทียบเพลงกระบี่ของตนกับเพลงกระบี่ราชันของอีกฝ่าย ช่างสมกับชื่อ ‘หนี’ ที่แปลว่ากบฏโดยแท้!

“แสงมดปลวกบังอาจคิดแข่งกับสุริยันจันทรา! ขึ้นมาตายเสียเถอะ!” สิ้นเสียงนั้น รัศมีเทพสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทางฝั่งต่างภพ!

จากนั้น ไป๋หนีแห่งเก้าชั้นฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงเทพพุ่งทะยานตามไปติดๆ!

เหยียน: “โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ลุยกันต่อ! ฆ่าพวกมดปลวกนี่ให้สิ้น!”

“หึ พวกเราไม่ได้มีเซียนอมตะอยู่เพียงคนเดียวหรอกนะ! แล้วพวกเจ้าล่ะ มีเซียนที่แท้จริงอยู่สักกี่คน?”

สิ้นคำกล่าว แสงสีดำอีกสายก็ฟาดฟันมาจากเบื้องหลังของต่างภพ พาดผ่านมิติว่างเปล่า หมายจะสังหารสองพี่น้องมดเขาสวรรค์ให้ดับสูญ

ทว่าทันใดนั้น ธงรบผืนใหญ่ก็สะบัดพลิ้วขึ้นจากฝั่งเก้าชั้นฟ้า พุ่งเข้าบดขยี้การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามจนแตกสลาย

เหล่านักรบแห่งเก้าชั้นฟ้าต่างลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ข้าว่าแล้ว! ไอ้พวกสารเลวนี่! โชคดีที่ฝั่งเราก็เตรียมแผนรับมือไว้เหมือนกัน!” ใครบางคนปาดเหงื่อพลางเอ่ยด้วยความรู้สึกหวาดเสียวที่ยังตกค้าง!

“บ้าเอ๊ย เป็นเพราะธงรบนั่นแท้ๆ ยอดคนทั้งหมดจงมารวมตัวกันเดี๋ยวนี้ สังหารเจ้าสองคนจากเผ่ามดเขาสวรรค์นี่ก่อน!”

คำสั่งนั้นประกาศก้องไปทั่วทั้งมหาโลก ยอดฝีมือระดับสูงของต่างภพเริ่มเคลื่อนพลมารวมตัวกัน!

อวี่: “ฆ่ามัน! ศึกวันนี้จะเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง! เราต้องพลิกสถานการณ์กลับมาให้ได้! ชัยชนะต้องเป็นของพวกเรา!”

ทั้งสองฝ่ายคุมเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดคำรามและโถมเข้าหากัน คราวนี้แม้แต่ตัวตนระดับสูงสุดก็เริ่มลงมือ ไม่ได้เพียงแค่เฝ้าสังเกตการณ์อีกต่อไป!

สงครามที่เคยกระจัดกระจายเริ่มมารวมตัวกันบนดินแดนโบราณแห่งนี้ การตะลุมบอนขนานใหญ่เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อเวลาผ่านไป เหยียนและอวี่สองพี่น้องก็เริ่มเข้าสู่สภาวะการยกระดับพลังถึงขีดสุด แม้ต้องเผชิญหน้ากับกึ่งยอดคนสูงสุดถึงสี่ตน ทั้งคู่ก็ไม่ได้เพลี่ยงพล้ำ ส่งผลให้กองกำลังเก้าชั้นฟ้าภายใต้การนำของพวกเขากลับมาชิงความได้เปรียบ

นี่คือบทบาทของผู้นำในสนามรบ พวกเขาไม่เพียงแต่ทะลวงอุปสรรคทั้งปวง แต่ยังช่วยปลุกขวัญกำลังใจ ทำให้ผู้คนสามารถระเบิดพลังต่อสู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนออกมาได้!

ในขณะที่หลินเยว่เข้าร่วมในสมรภูมินั้น เขาวางตัวต่ำต้อยอย่างยิ่ง ไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากใคร เพียงแค่มุ่งมั่นที่จะสังหารศัตรูให้ได้มากที่สุด ทว่าเขากลับพบว่าตนเองถูกโอบล้อมด้วยยอดฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากสองคน เป็นสี่คน และสุดท้ายยอดคนถึงหกตนก็จู่โจมเขาพร้อมกัน!

เป็นเพราะหลินเยว่ในยามนี้มีพลังที่เหนือชั้นกว่ายอดคนเหล่านี้อย่างมหาศาล ร่างกายเนื้อของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเผ่ามดเขาสวรรค์เสียอีก เพียงการตวัดกระบี่ไม่กี่ครั้ง ยอดคนธรรมดาจากต่างภพก็ถูกเขาสังหารสิ้น! ยอดคนและกึ่งยอดคนสูงสุดหลายท่านจากฝั่งเก้าชั้นฟ้าที่พอมีเวลาว่าง ต่างก็เริ่มหันมามองทางเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความทึ่ง

“เร็วเข้า...! ใครก็ได้ เจ้านี่มันไม่ธรรมดา รีบเข้ามาช่วยกันรุมเร็ว!”

เมื่อเห็นสหายร่วมรบถูกกระบี่ของหลินเยว่ฟันจนร่างยักษ์ร่วงหล่นลงมาพร้อมห่าฝนโลหิตย้อมทั่วฟ้า ยอดคนจากต่างภพผู้นี้ก็ไม่อาจทนเงียบได้อีกต่อไป เขาแผดเสียงร้องขอความช่วยเหลือสุดกำลัง!

“เจ้าเด็กน้อย บังอาจโอหังนัก!”

ขวานศึกเล่มยักษ์จามลงมา อัดแน่นด้วยอักขระเทพของกึ่งยอดคนสูงสุด สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ มีพลานุภาพหมายจะผ่าฟ้าดินให้แยกออกจากกัน มันมิใช่อาวุธไร้ค่าที่เสริมพลังด้วยปัจจัยภายนอกทั่วไป

“เจ้าหนุ่มตระกูลหลิน ถอยออกมา!”

ชายชราแห่งเก้าชั้นฟ้าผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาหาพลางโบกธงรบในมือ ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของหลินเยว่! เขาตั้งใจจะเข้ามารับการโจมตีนี้แทน!

ทว่าหลินเยว่กลับก้าวเดินออกไปก่อน กระบี่ยาวทองดำที่อาบไล้ด้วยอักขระนิรันดร์พุ่งเข้าปะทะกับศัตรู

“กระบี่หยินหยางไร้ชีพ!”

หนึ่งกระบี่ตัดผ่านหยินหยาง ปลิดชีพทุกสรรพสิ่ง! นี่คืออิทธิฤทธิ์เทพแห่งการทำลายล้างขั้นสูงสุดของหลินเยว่ มันช่างดุดันและทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้!

เริ่มจากขวานศึกที่แตกกระจาย ตามด้วยแขนของคู่ต่อสู้ที่แหลกละเอียด และสุดท้ายร่างกายทั้งหมดก็ระเบิดออก! อานุภาพของกระบี่นี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ปราณกระบี่ฉีกกระชากมิติว่างเปล่าให้ขาดสะบั้น พาดผ่านไปทั่วทั้งดินแดนโบราณ

นี่คือผลประโยชน์จากการกรำศึกนองเลือดที่ไร้สิ้นสุด! ไม่ระเบิดพลังออกมาในความสิ้นหวัง ก็จงตายไปในความสิ้นหวังเสีย! แม้แต่พวกที่คิดจะลอบจู่โจมจากด้านหลังก็ยังถูกบดขยี้ด้วยปราณกระบี่เพียงสายเดียวนี้!

“ดี...!”

“น่าทึ่งนัก มีศักยภาพแห่งราชันโดยแท้! ยอดคนอะไรกัน เป็นได้แค่เหยื่อคมกระบี่เดียวเท่านั้น!”

บนสมรภูมิ เหล่านักรบเก้าชั้นฟ้าต่างพากันโห่ร้องยินดีเสียงดังกึกก้อง ทำให้ขวัญกำลังใจของต่างภพดิ่งฮวบลงทันที พวกเขารู้ดีว่ามียอดอัจฉริยะไร้คู่เปรียบอีกคนถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางสงครามครั้งนี้แล้ว

“ฮ่าๆๆๆ! ลูกหลานเก้าชั้นฟ้าของพวกเราแข็งแกร่งกว่าพวกสารเลวอย่างไร้ยางอายอย่างพวกเจ้าเป็นไหนๆ!”

ตัวตนระดับสูงสุดที่กำลังห้ำหั่นกันเหนือท้องฟ้าหัวเราะร่าด้วยความสะใจกับผลลัพธ์นี้ และเอ่ยเย้ยหยันออกมาอย่างเปิดเผย!

“หึ! มันจะฆ่าได้สักกี่คนกันเชียว? อัจฉริยะในภพของข้าไม่ได้มีแค่คนพวกนี้! จงฟังคำสั่งของข้า โอบล้อมและรุมสังหารเจ้านี่ให้ดับสูญเสีย!”

เซียนอมตะจากต่างภพคร้านจะโต้เถียง เขาประกาศก้องมาจากฟากฟ้า สั่งให้มีการรุมสังหารหลินเยว่โดยตรง!

“ไร้ยางอาย!”

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ! ฆ่า!”

“ข้าชื่อเฟิงอี จากตระกูลเฟิงฉางเซิง สหายตัวน้อย พรสวรรค์ของเจ้านั้นเลิศล้ำยิ่งนัก แต่เจ้าอย่าได้ถลำลึกเข้าไปในวงล้อมศัตรูเกินไป มิเช่นนั้นพวกเราจะช่วยเหลือเจ้าได้ยาก!”

ชายชราเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ เขาเฝ้าสังเกตอัจฉริยะผู้นี้มาตลอดราวกับผู้อาวุโสห่วงใยลูกหลาน ชายชราผู้นี้คือกึ่งยอดคนสูงสุดระดับปรมาจารย์ ผู้เคี่ยวกรำตนเองในขอบเขตนี้มาอย่างยาวนาน และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีโอกาสบรรลุระดับสูงสุดได้มากที่สุด!

หลินเยว่: “อาวุโสเฟิง ท่านมิต้องกังวล ตราบใดที่ตัวตนระดับสูงสุดไม่ลงมือ ก็ไม่มีใครฆ่าข้าได้! คอยดูข้าบดขยี้ศัตรูเถอะ!”

“ช่างคุยโวนัก มาดูกันว่าเจ้าจะฆ่าได้สักกี่ศพ! ห้าคนหรือสิบคนกันเชียว!” ในตอนนั้นเอง ยอดคนจากต่างภพที่เพิ่งมาถึงก็เอ่ยขึ้น เขาคืออสูรราชันว่างเปล่า และได้นำคนมาล้อมคนทั้งสองไว้เรียบร้อยแล้ว

เฟิงอีไม่มีท่าทีลนลาน เมื่อเห็นคนมาล้อมมากขึ้นเขาก็ยอมรับความตายได้นานแล้ว เพียงแต่รู้สึกเสียดายแทนชายหนุ่มผู้นี้เท่านั้น! เขากระชับธงรบในมือแน่นพลางเอ่ยว่า “เดี๋ยวข้าจะพยายามฉีกวงล้อมให้เป็นช่องว่าง เจ้าต้องหาโอกาสหนีไปให้ได้! อนาคตนั้นเป็นของพวกเจ้าคนรุ่นใหม่!”

“อาวุโสเฟิง ท่านล้อเล่นแล้ว ลูกหลานเก้าชั้นฟ้าจะกลัวตายในศึกรบได้อย่างไร และพวกเราจะทอดทิ้งสหายร่วมรบเพื่อหนีเอาตัวรอดคนเดียวได้อย่างไร? ตระกูลหลินฉางเซิงของข้าไม่มีคนประเภทนั้น!”

“ฮ่าๆ! พูดได้ดีสหายร่วมรบ! เช่นนั้นเรามาฟันไอ้พวกสารเลวพวกนี้ไปด้วยกันเถอะ! ฆ่า!” กล่าวจบ เขาก็สะบัดธงรบในมือและพุ่งเข้าโจมตีทันที!

กึ่งยอดคนสูงสุดหกตน ยอดคนขอบเขตหนึ่งหลุดพ้นอีกแปดตน ล้วนแต่เป็นระดับราชันทั้งสิ้น และส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่เฟิงอี!

“ตายซะ!”

ง้าวศึกเล่มหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านฟ้าดิน ประกายเย็นวาบเฉียบคม ทว่ากลับถูกธงรบของเฟิงอีสะบัดกลับไป!

ทว่าคู่ต่อสู้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ภายใต้การนำของอสูรราชันว่างเปล่า อิทธิฤทธิ์เทพแห่งมิติที่ประหลาดล้ำกำลังก่อตัวขึ้น หมายจะใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติเพื่อข้ามระยะทางมาปลิดชีวิตคนทั้งสอง

เหล่าอดคนที่อยู่เบื้องหลังต่างก็โจมตีพร้อมกัน! ก่อนที่การจู่โจมจะมาถึง นิมิตประหลาดก็เริ่มสำแดงอานุภาพ พลังของมันสั่นสะเทือนสวรรค์! พวกเขาต้องการจะกำจัดคนทั้งสองให้สิ้นซากในคราวเดียว เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม!

“ข้ายอมรับว่าเจ้าแข็งแกร่งมากเจ้าหนุ่ม เจ้าสังหารราชันในภพของข้าไปมากมาย ช่างน่าเสียดายนัก! แต่อัจฉริยะย่อมต้องถูกปลิดทิ้งตั้งแต่ยังไม่ผลิบาน!”

อสูรว่างเปล่าเอ่ยขึ้น มันคือกึ่งยอดคนสูงสุดระดับปรมาจารย์! ในขอบเขตนี้มันหาคู่ต่อสู้ได้ยากยิ่ง มีเพียงคนจากตระกูลจักรพรรดิบางกลุ่มที่หลบซ่อนตัวเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงได้

วิถีว่างเปล่าของอสูรว่างเปล่า ผนวกกับวิชาโบราณที่น่าหวาดหวั่นและอิทธิฤทธิ์เทพที่ถาโถมมาจากด้านหลัง ดูราวกับท้องฟ้ากำลังถล่มลงมาหมายจะกลืนกินคนทั้งสอง!

ทว่าทั้งคู่ไม่มีความหวาดกลัว โดยเฉพาะธงรบของเฟิงอีซึ่งเป็นอาวุธระดับสูงสุด เพียงการสะบัดธงครั้งเดียว อิทธิฤทธิ์เทพเหล่านั้นก็มลายหายไปจนสิ้น!

เฟิงอีและหลินเยว่ยืนหันหลังชนกันในยามนี้ ราวกับสหายศึกที่ร่วมรบกันมานานนับปี!

หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เฟิงอีที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตสูงสุดไปแล้ว ยังคงหวนนึกถึงการศึกในวันนี้ด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด

ในตอนนั้น เขาเล่าให้ลูกหลานฟังว่า: ครั้งหนึ่งข้าเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับราชันผู้ยิ่งใหญ่ในยุคสงคราม! พวกเราสองคนร่วมมือกันทำให้ราชันจากต่างภพนับสิบคนต้องขวัญหนีดีฝ่อ พากันหนีเตลิดร้องไห้หาพ่อหาแม่!

ทุกครั้งที่เล่าเรื่องนี้ เด็กๆ มักจะออกมาตั้งคำถามกับเขาเสมอ!

“หนูได้ยินตาแก่บ้านข้างๆ บอกว่า ในศึกนั้นคุณปู่ได้แต่ยืนเชียร์อยู่ข้างๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย! แบบนั้นหนูก็ทำได้!”

พอได้ยินแบบนั้น เขามักจะโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง: “ไปๆๆ! เจ้าเด็กพวกนี้มาจากไหนกัน ยังไม่หย่านมดีเลยด้วยซ้ำ! พวกเจ้าไม่เข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์หรอก!”

ในสมรภูมิ

หลินเยว่เห็นอิทธิฤทธิ์เทพของศัตรูกำลังจะพุ่งเข้ามาปะทะ จึงเอ่ยว่า “พี่ชาย รอก่อนเถอะ ท่านช่วยใช้ธงรบนี่คุ้มกันข้าที ข้าจะสังหารพวกมันให้หมดเอง!”

“ตกลง!”

เฟิงอีได้ยินคำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างไร้ขีดจำกัดของหลินเยว่ เขาก็รับคำโดยสัญชาตญาณ จนลืมสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำในตอนแรกไปเสียสนิท!

เมื่อต้องเผชิญกับวิชาล้ำค่านับสิบและวิชาสังหารสั่นสะเทือนโลกของเหล่าราชันทั้งสิบสี่ตน ทั่วทั้งร่างของหลินเยว่ก็เริ่มเข้าสู่สภาวะการยกระดับพลังถึงขีดสุด ปราณโลหิตจากร่างกายเนื้อเริ่มแผ่ซ่านพลังเทพขั้นสูงสุดออกมาประดุจดวงตะวันที่แผดเผา

เฟิงอีสัมผัสได้ถึงปราณโลหิตที่น่าตกใจจากด้านหลัง และมิติว่างเปล่าที่บิดเบี้ยวจากการถูกเผาผลาญ สนามพลังเริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขาจากการระเบิดพลังเทพของหลินเยว่ จนแปรเปลี่ยนกลายเป็นอาณาเขตหนึ่ง

เพียงแต่อาณาเขตนั้นมิได้มุ่งเป้ามาที่เขา ถึงกระนั้นเขาก็ยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและมีสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา!

สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงสองพี่น้องจากเผ่ามดเขาสวรรค์ในสนามรบเมื่อครู่! การสำแดงพลังเช่นนี้... นี่คือยอดอัจฉริยะไร้คู่เปรียบที่มีร่างกายเนื้อแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าเผ่ามดเขาสวรรค์เลย! เหลือเชื่อจริงๆ! การที่มนุษย์คนหนึ่งจะครอบครองร่างกายเนื้อที่ทัดเทียมกับเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกได้ หรือว่าชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นราชันอมตะกลับชาติมาเกิด!

หลินเยว่ชูมือขึ้นและฟาดฟันกระบี่ออกไป!

ไม่มีวิชาล้ำค่าที่หรูหรา หรือชื่อเรียกที่วิจิตรบรรจงใดๆ! ตัวหลินเยว่เองไม่ได้ฝึกฝนวิชาล้ำค่ามากมายนัก สิ่งที่เขาใช้มีเพียงวิชาที่วิวัฒนาการมาจากบทมรรคาหยินหยาง ซึ่งหลินเยว่ได้นำมาต่อยอดด้วยวิถีกระบี่ของตน

และสิ่งที่วิถีมรรคาบู๊มนุษย์เซียนฝึกฝนก็คือร่างกายของมนุษย์เอง ตราบใดที่แข็งแกร่งพอ วิชาที่เรียกว่าวิชาล้ำค่าก็สามารถเนรมิตขึ้นได้ตามใจชอบ เช่นเดียวกับในยามนี้ อักขระเทพแห่งมรรคาที่วิวัฒนาการจนถึงขีดสุดด้วยพลังเทพนั้น แข็งแกร่งกว่าวิชาล้ำค่าที่เน้นเพียงความสวยงามเหล่านั้นมากนัก บางทีอาจมีเพียงคัมภีร์ระดับคัมภีร์นิรันดร์ หรือคัมภีร์โบราณระดับสูงสุดที่มุ่งเน้นร่างกายเนื้อเท่านั้นที่พอจะทำให้หลินเยว่หวั่นไหวได้บ้าง!

“กระบี่หยินหยางไร้ชีพ!”

ทว่าเพียงการสะบัดกระบี่ที่ดูเรียบง่ายเช่นนี้ มีเพียงตัวตนในระดับสูงสุดเท่านั้นที่จะพอมีความหวังในการต้านทานได้

อิทธิฤทธิ์เทพทั้งมวลถูกฟันขาดสะบั้น วิชาโบราณทั้งหมดถูกบดขยี้ และวิชาลับในการเข้าสู่มิติว่างเปล่าของอสูรว่างเปล่าก็ถูกฟันทะลวงเข้าใส่ตรงๆ เพราะพื้นที่ถูกฉีกกระชาก ทุกสรรพสิ่งจึงไม่มีที่ให้หลบซ่อน เปรียบเสมือนหมอกควันที่ถูกปัดเป่าให้กระจัดกระจายไป

หลังจากกระบี่เดียวนี้ ต่างภพก็พลันเงียบงัน! เพียงหนึ่งกระบี่ก็สามารถสยบวิชาลับของเหล่าราชันยอดคนนับสิบได้จนสิ้น!

จบบทที่ บทที่ 19: ท้องฟ้าที่อาบชโลมด้วยโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว