- หน้าแรก
- เลือกเพื่อนสนิทแล้ว จะมาร้องไห้ทำไมตอนผมไป
- บทที่ 24 นี่หรือคือการก้มหัวขอคืนดีของเธอ?
บทที่ 24 นี่หรือคือการก้มหัวขอคืนดีของเธอ?
บทที่ 24 นี่หรือคือการก้มหัวขอคืนดีของเธอ?
บทที่ 24 นี่หรือคือการก้มหัวขอคืนดีของเธอ?
คำเตือนของเพื่อนร่วมห้องเมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในหูของซ่งอี๋หาน
เธอไม่มีวันยอมทนดูของดีๆ ที่กูเจ๋อเคยมอบให้เธอ ถูกเปลี่ยนมือไปให้ผู้หญิงคนอื่นเสวยสุขแทนเด็ดขาด! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าผู้หญิงคนนั้นคือหลินนั่วเอ๋อร์ คนที่เธอเกลียดขี้หน้าที่สุด!
ไม่มีทาง!
ขณะที่เธอกำลังรวบรวมความกล้า ตัดสินใจจะเมินต้วนหมิงตงแล้วเดินตรงเข้าไปหากูเจ๋อ เธอก็สังเกตเห็นว่าสายตาของกูเจ๋อจดจ่ออยู่แต่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอเลยแม้แต่แวบเดียว
ขนาดเจ้าสี่และเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ด้านหลังช่วยกันตบไหล่สะกิดเตือนเขาตั้งขนาดนั้น กูเจ๋อก็ยังไม่สนใจ
นี่มันหมายความว่ายังไง!
ศักดิ์ศรีและความเอาแต่ใจของซ่งอี๋หานพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ผู้ชายทั้งห้องต่างจับจ้องมาที่ฉันเป็นตาเดียว แต่นายกลับทำเมินงั้นเหรอ กูเจ๋อ? คิดว่าไอ้โค้ดบ้าบอพวกนั้นมันน่าดึงดูดใจกว่าซ่งอี๋หานคนนี้หรือไง?
เมื่ออารมณ์อยู่เหนือเหตุผล สติสัมปชัญญะก็มอดไหม้ไปจนเกือบหมด
ซ่งอี๋หานหันขวับไปหาต้วนหมิงตง แล้วส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้
"ขอบใจที่เป็นห่วงนะตงตง เมื่อวานที่หน้าหอฉันควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เลยเผลอเหวี่ยงใส่นาย ขอโทษจริงๆ นะ ช่วงนี้ฉันหงุดหงิดง่ายไปหน่อย เอาไว้เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงชานมไถ่โทษนะ!"
เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวในดวงใจ ปากของต้วนหมิงตงก็แทบจะฉีกถึงใบหู
"โธ่ หานหาน การที่เธอเหวี่ยงใส่ผม ถือเป็นเกียรติของผมต่างหาก! สาวสวยระดับเธอ คนอื่นอยากจะจ้างให้ด่ายังไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ!"
ต้วนหมิงตงจงใจพูดเสียงดัง พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับจะเย้ยหยันพวกผู้ชายที่เคยหัวเราะเยาะเขา ความมั่นหน้าของเขานั้นน่าหมั่นไส้เสียจนเจ้าสี่แทบจะพุ่งเข้าไปประเคนหมัดให้อีกสักรอบ
รูมเมททั้งสามคนของซ่งอี๋หานถึงกับเหี่ยวเฉาเหมือนลูกโป่งแตก
หมดกัน... อุตส่าห์เตือนสติให้ไปง้อกูเจ๋อแท้ๆ แต่เปิดตัวเข้ามาอย่างยิ่งใหญ่ประโยคแรกดันไปขอโทษต้วนหมิงตงซะงั้น
แม่คุณเอ๊ย... เธอนี่มันอัจฉริยะในการพังเกมจริงๆ!
สาวแว่นกลมหยิบหูฟังขึ้นมาครอบหูด้วยความปวดตับ ไม่อยากรับรู้ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไป
"เข็นไม่ขึ้นจริงๆ แม่คนนี้!"
หลังจากคุยกับต้วนหมิงตงจนพอใจและรู้สึกว่ากู้หน้าคืนมาได้บ้างแล้ว ซ่งอี๋หานก็หันหลังเดินตรงเข้าไปหากูเจ๋อ
ฮึ เชิญกูเจ๋อแกล้งทำขรึมต่อไปเถอะ ฉันก็ไม่ได้มาเพื่อนายโดยเฉพาะสักหน่อย!
จนกระทั่งกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของซ่งอี๋หานลอยมาแตะจมูกนั่นแหละ กูเจ๋อถึงได้เสียสมาธิและยอมเงยหน้าขึ้นมามอง เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหญิงสาวมายืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กูเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย "มีธุระอะไร?"
เมื่อเห็นแววตาประหลาดใจของกูเจ๋อ ความดูแคลนในใจของซ่งอี๋หานก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้น
เหอะ... แสดงละครไม่เนียนเลยนะ ทำมาเป็นเพิ่งเห็นฉัน
แต่ในความเป็นจริง กูเจ๋อไม่รู้เรื่องรอบข้างจริงๆ คนเก่งๆ มักจะมีสมาธิจดจ่อสูงมากเมื่อต้องทำงาน และเขาก็กำลังยุ่งอยู่กับการดาวน์โหลดแพ็กเกจข้อมูลเพื่อเตรียมพรีเซนต์ในคาบเรียน
ซ่งอี๋หานพยักหน้าแล้วเอ่ยต่อ "กูเจ๋อ ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย"
กูเจ๋อพรมที่นิ้วลงบนแป้นพิมพ์ต่อ "เราจบกันไปแล้ว ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ"
วูบ...
บรรยากาศในห้องเรียนที่เงียบอยู่แล้ว พลันเงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า
การรุกเข้าหาอย่างอบอุ่นของซ่งอี๋หาน กลับถูกกูเจ๋อตอกกลับด้วยความเย็นชา!
เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น!
ต้วนหมิงตงทนดูไม่ได้ รีบกระโดดเข้ามาสอด "กูเจ๋อ! นายทำท่าทางแบบนั้นหมายความว่าไง! หานหานเขาพูดกับนายดีๆ นะ!"
กูเจ๋อไม่แม้แต่จะปรายตามองต้วนหมิงตง
"แล้วจะให้ทำยังไง? ต้องทำตัวเป็นพวกขี้ข้าคลั่งรัก ที่พอเขาโยนเศษความสนใจให้หน่อยก็ดีใจจนเนื้อเต้นงั้นเหรอ?"
"หัดใช้ชีวิตด้วยลำแข้งตัวเองบ้างเถอะ อย่าทำตัวเป็นต้นกาฝากที่เอาแต่เกาะคนอื่นกินไปวันๆ"
เมื่อก่อนกูเจ๋อต้องคอยรักษาน้ำใจซ่งอี๋หาน จึงยอมทนต้วนหมิงตงมาตลอด
บ้าเอ๊ย... พอเขาเลิกเกรงใจเข้าหน่อย คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญมาจากไหนกัน?
"เฮ้ย! ปากดีนักนะ!"
ต้วนหมิงตงถลกแขนเสื้อ ทำท่าจะเข้าไปหาเรื่อง
"อ้อ? ได้ข่าวว่าอารมณ์ร้อนนิ!"
เจ้าสี่และเพื่อนร่วมห้องอีกสองสามคนรีบพุ่งเข้ามาล็อคแขนต้วนหมิงตง แล้วหิ้วปีกเขาออกไปราวกับหิ้วลูกเจี๊ยบ
ต้วนหมิงตงถูกกำจัดออกจากสนามรบเรียบร้อย
"เฮ้อ..."
ซ่งอี๋หานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติกลับมา เธอพยายามปั้นหน้าให้ดูรู้สึกผิดและเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
"กูเจ๋อ ฉันรู้ว่าเรื่องก่อนหน้านี้ฉันผิดเอง ที่ฉันผิดนัดปล่อยให้นายตากฝนรอนานขนาดนั้น ฉันเสียใจจริงๆ นะ!"
นักศึกษาชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เบ้ปาก
แหม่... ตอนถ่ายรูปคู่กับต้วนหมิงตง เธอยังยิ้มระรื่นอยู่เลยไม่ใช่เรอะ
ซ่งอี๋หานยกมือขึ้นปาดหางตาเบาๆ และเธอก็สามารถบีบน้ำตาออกมาได้สองหยดจริงๆ
"กูเจ๋อ เราคบกันมาปีกว่าแล้วนะ นายอยู่เคียงข้างฉันมาตลอดชีวิตมหาวิทยาลัย ฉันจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าชีวิตที่ไม่มีนายจะเป็นยังไง"
พอได้ยินแบบนี้ เพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่เคยมองซ่งอี๋หานในแง่ลบก็เริ่มใจอ่อน
ถ้าซ่งอี๋หานยอมกลับตัวกลับใจจริงๆ กูเจ๋อจะให้โอกาสเธออีกครั้งไหมนะ?
กูเจ๋อหยุดมือที่กำลังพิมพ์ เขาลอบถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองซ่งอี๋หาน
เรื่องเปลี่ยนใจน่ะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
เขาแค่ต้องการสลัดซ่งอี๋หานออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่
ถ้าซ่งอี๋หานยังทำตัวร้ายกาจเหมือนเดิม กูเจ๋อคงรับมือได้ง่ายกว่านี้ แค่เมินเฉยปล่อยให้ผีเน่ากับโลงผุเขาคู่กันไปก็จบ
แต่การที่เธอมาไม้ระอ่อน ยอมรับผิดโต้งๆ แบบนี้ มันทำให้กูเจ๋อลำบากใจ
เพราะต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นมากมาย แถมยังเรียนสาขาเดียวกัน คณะเดียวกัน ขืนเขาทำตัวใจดำเกินไป ภาพลักษณ์ของเขาก็อาจจะดูแย่ได้
ทว่า ประโยคถัดมาของซ่งอี๋หานกลับทำให้กูเจ๋อถึงกับอ้าปากค้าง
"กูเจ๋อ ฉันรู้นะว่าขนาดฉันยังทรมานขนาดนี้ ช่วงหลายวันที่ผ่านมานายต้องเจ็บปวดกว่าฉันแน่ๆ"
"เพราะไม่มีฉันอยู่ข้างๆ นายถึงได้แต่ระบายความเศร้าด้วยการทุ่มเทสมาธิไปกับอัลกอริทึมและโค้ดเย็นชากระด้างพวกนี้ ถึงขนาดยอมโดดเรียนเพื่อฉัน..."
กูเจ๋อสตั๊นไปสามวิ
เดี๋ยวนะ... เดี๋ยว?
เจ๊... พูดเรื่องอะไรของเจ๊เนี่ย?
"ไม่ใช่ละ ซ่งอี๋หาน เธอเป็นไข้เหรอ?"
สติไม่ดีแล้วมั้ง!
แต่ซ่งอี๋หานกลับตีความคำพูดของกูเจ๋อผิดไปอีกทาง
"กูเจ๋อ ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงฉัน ตอนนี้ฉันไม่เป็นไรแล้ว ส่วนนาย... ก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคตรอมใจอีกต่อไปแล้วนะ"
"เอาอย่างนี้ไหม เรามาร่วมมือกันทำโปรเจกต์ สู้ไปด้วยกันแบบชายหญิงร่วมแรงแข็งขัน แล้วเริ่มต้นกันใหม่"
"ลบล้างเรื่องราวแย่ๆ ในอดีตทิ้งไปให้หมด ดีไหม?"
กูเจ๋อตาโตเท่าไข่ห่าน ปากคอเริ่มสั่น
เหลือเชื่อ... มันช่างเหลือเชื่อจริงๆ